ภาคิไนยนั่งจิบกาแฟอยู่ชั้นล่างของบ้าน พลางขยับสายตาละออกจากหนังสือพิมพ์เพื่อก้มดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู นี่ก็สายมากแล้ว ทำไมลินินถึงยังไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลาอีก เขาเองก็ต้องรีบเข้าไร่ไปทำงาน ขืนไปช้ากว่านี้คงได้โดนพวกคนงานแซวกันใหญ่เรื่องเมื่อคืน
ให้ตายเถอะ! เขาไม่ได้ดื่มด่ำรสชาติของกามารมณ์เลยสักนิด
กามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน รู้สึกถึงความปวดปร่าของลำกายที่พองขึ้นคับจนตุงเป้ากางเกง นี่มันก็หลายวันมาแล้วที่ไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการ เป็นธรรมดาของบุรุษเพศที่จะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว
“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่อาธามยังจำได้ว่าลินินชอบกินข้าวต้มหมูสับ”
ดูเหมือนสาวน้อยจะอารมณ์ดีพิกล ซึ่งต่างคุณอาหนุ่มที่ยังคงนั่งทำหน้าตึงเครียด ส่วนดวงตาคมคู่นั้นก็จ้องมองมาที่เธอ
“พอทานข้าวเสร็จ พลจะขับรถไปส่งลินินที่สนามบินนะ”
ภาคิไนยตัดบท เขาครุ่นคิดมาทั้งคืนแล้ว การที่ลินินเข้ามาเห็นในขณะที่เขากับนิตยากำลังโรมรันกันอยู่ หากลินินยังคงอยู่ที่นี่กับเขา เรื่องแบบเมื่อคืนมันต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน เพราะเขามิอาจทนกับความต้องการได้นานเมื่อขาดเซ็กส์เมื่อสาวน้อยมารับรู้การการทำด้านมืดของเขามากๆอาจส่งผลให้เด็กสาวดูกร้านโลกเกินวัยได้ และอีกอย่าง ความน่าเชื่อถือในตัวเขาเองก็จะลดลงตามไปด้วย
“ลินินไม่กลับ จะอยู่ที่นี่กับอาธาม”
สาวน้อยปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากไม่แยแส สายตาของเขาที่มองมาอย่างตำหนิ
“แต่อาไม่ว่างจะอยู่กับลินิน อาต้องรีบเคลียร์งานวุ่นวายไปหมด แล้วอีกสองวันคนรักของอาจะกลับมาจากต่างประเทศด้วย อาไม่มีเวลาจะให้ลินินหรอกนะ”
เขาไม่คิดว่าตัวเองจะพูดตรงจนเกินไป เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ลินินโตแล้ว อยู่คนเดียวได้ค่ะ อาธามจะไปไหนทำอะไรกับใครก็เชิญสิคะ รออีกแค่สองเดือนลินินก็กลับแล้ว แล้วก็จะไม่มาให้อาธามเห็นหน้าอีกเลย”
ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี วาจาของเขาบาดลึกเข้าไปในหัวใจที่เต้นระส่ำ ร้องร่ำไห้อยู่ในอก
“แล้วเราจะไปไหนล่ะ ฮึ! อีกสองเดือนน่ะ”
ภาคิไนยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาก่ายไว้ในท่วงท่าสบายตัว บางทีสาวน้อยตรงหน้าก็อวดดีเกินตัวจนเขาเองก็นึกหมั่นไส้ ลินินตามติดเขามาแต่ยังเด็ก และนิสัยที่เอาแต่ใจแบบนี้ก็ยังแก้ไม่หายเสียที
“ไม่บอก”
ในเมื่อไม่สนใจแล้วจะถามทำไม ลินินแอบคิดอยู่ในใจ ทั้งโกรธและน้อยใจในเวลาเดียวกัน
“จะแต่งงานมั้งคะ”
ไม่รู้อะไรดลใจให้เธออยากประชด
“แต่งกับใคร ไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมอาถึงไม่รู้”
คนฟังถึงกับหูผึ่ง
“อาธามก็ไม่ได้รู้เรื่องของลินินไปทุกอย่างหรอกค่ะ”
พูดจบก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินออกมาจากพื้นที่ตรงนั้น ก่อนที่น้ำตาจะร่วงไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจ ถ้าหากเขาจะมองเธอเป็นอย่างอื่นบ้าง ที่ไม่ใช่หลานสาว ก็คงดี
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ทำไมปราชญ์ถึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเขา ลินินเพิ่งจะเรียนจบมัธยมหก ยังไม่ได้ต่อมหาวิทยาลัยก็จะให้แต่งงานออกเย้าออกเรือนแล้ว มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ
ไม่รอให้คลางแคลงใจนาน รีบต่อสายหาผู้เป็นพี่ชายทันที เขากับปราชญ์รู้จักกันมาก็นาน เรียกได้ว่าเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว และเมื่อปลายสายตอบรับ เขาก็ไม่รอช้ารีบยิงคำถามทันที แต่แล้วคำตอบที่ได้ฟังก็ทำเอาภาคิไนยถึงกับต้องกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ลินินโกหกเขา! เธอไม่ได้กำลังจะแต่งงานกับใครอย่างที่บอก
“ริอาจเป็นเด็กเลี้ยงแกะตั้งแต่เมื่อไหร่”
ครั้นพอจะตามขึ้นไปเพื่อสั่งสอน แต่ก็กลับมีสายเข้าจากหัวหน้าคนงานในไร่เสียก่อน เขาจึงจำใจต้องหันหลังกลับ รีบเดินตรงไปยังรถจิ๊บคู่ใจ ก่อนจะสตาร์ทแล้วจับกระชากตัวออกไปตามประสาหนุ่มเลือดร้อน
ส่วนสาวน้อยเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่เคลื่อนตัวออกไปก็ค่อยๆเปิดม่านหน้าต่าง ยืนมองคุณอาหนุ่มจากมุมสูงจนลับตา
“อาธามใจร้าย แต่ลินินจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ”
ดวงตากลมมองทอดไปยังผืนฟ้าที่กว้างใหญ่ฉายแววมุ่งมั่น ก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองกลบความอ่อนแอในใจ
ภาคิไนยยืนคุมคนงานอยู่ท้ายไร่
แสงแดดที่ร้อนแรงในช่วงแรกเริ่มของฤดูร้อนสาดส่องกระทบร่างจนเหงื่อไหลไคลย้อยเหมือนเช่นทุกวัน
“นายครับ คุณหนูลินินมาครับ”
โก้ ลูกน้องในไร่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
ในขณะที่หนุ่มใหญ่กำลังจะหันไปหาลูกน้อง ก็ได้ยินเสียงของสาวน้อยร้องเรียกดังมาแต่ไกล พลันให้เขาต้องรีบหันไปมอง แล้วก็เห็นลินินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มราวกับว่าก่อนหน้าไม่เคยได้มีปัญหาใดๆให้ถกเถียงกันมาก่อน กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่น ไม่พอใจในชุดเดรสสีดำรัดรูปที่สาวน้อยสวมใส่ ความยาวเพียงแค่ต้นขาเรียวเสลาแถมยังเปิดหลังโชว์ผิวพรรณขาวผ่อง จนคนงานวัยฉกรรจ์ที่มัวแต่ก้มตัดดอกกุหลาบอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมามองทำตาลุกวาวไปตามๆกัน
“มาทำอะไรที่นี่”
ภาคิไนยหลบใบหน้าทำทีมองไปทางอื่น นับวันสาวน้อยยิ่งจะทำให้เขาต้องปวดหัวมากยิ่งขึ้น นี่มันในไร่ ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าที่จะใส่ชุดสวยๆกับรองเท้าส้นสูงมาเดินเล่นเมื่อไหร่ก็ได้
“ก็มาหาอาธามไงคะ อุ๊ย! ดอกกุหลาบสวยจังเลยค่ะ ขอลินินดูหน่อยนะคะ”
ความสนใจตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปเมื่อเห็นกุหลาบขาวที่เธอชื่นชอบ ขาเรียวก้าวเดินลงไปยังแปลงปลูก แต่เพราะรองเท้าส้นเข็มไม่เอื้ออำนวย ทำให้ร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มลง แต่ทว่ากลับมีคนงานในไร่ที่อยู่ใกล้ๆเข้ามารับร่างบางเอาไว้ได้เสียก่อน
“ขอบคุณค่ะ”
เธอกล่าวอย่างสุภาพ รู้สึกใจหายใจคว่ำ คิดว่าคงต้องล้มหลังเดาะเสียแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ คุณลินินคนสวย”
หนุ่มวัยยี่สิบต้นๆได้ทีหยอดคำหวาน ส่งสายตาแพรวพราวหวังอยากจะเด็ดดอกฟ้า
“อ๊ะ!”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ก็โดนคุณอาหนุ่มฉุดร่างขึ้นด้วยแรงที่ไม่เบานัก ทั้งที่ยังไม่ทันได้ได้ตัวจนเกือบจะล้มตึงหงายหลังอีกหน ก่อนจะดึงลากเธอให้เดินตามเขาไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้วยความมึนงงให้ลินินเผลอสะบัดแขนออก ซึ่งเป็นผลให้มือใหญ่ออกแรงบีบจีบท่อนแขนมากยิ่งขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บปวด
“ทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้ล่ะ อาชักจะหมดความอดทนกับเราแล้วนะลินิน”
ความโกรธทำให้ภาคิไนยเผลอเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาภายในห้องทำงานที่เปิดแอร์ไว้จนเย็นฉ่ำ
“ลินินทำอะไรก็ไม่ถูกอาธามสักอย่าง ใช่สิคะ เดี๋ยวนี้อาธามีแฟนแล้วนี่”
ลินินเผลอประชดประชันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะดึงถกชายกระโปรงลงปิดต้นขาเมื่อเห็นสายตาของเขาที่มองมาอย่างตำหนิ
“ถ้าลินินอยากเรียกร้องความสนใจจากอาด้วยวิธีนี้ล่ะก็ มันไม่ได้ผลหรอก”
นี่ยังไม่รวมกับที่ลินินโกหกเขาว่าจะแต่งงาน
“งั้นคงต้องแก้ผ้าแหกขาให้เอาเหมือนผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าคะ อาธามถึงจะสนใจ”
มือเล็กทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น น้ำตาเอ่อล้นแต่ทว่าเธอกลับกลั้นมันเอาไว้ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ได้เห็น
“ก้าวร้าว! ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน”
ไม่คิดว่าลินินจะกล้าใช้ถ้อยคำที่ดูแก่แดดเกินวัย และมันก็ทำให้เขาโมโหมาก
“โอ้ย! เจ็บนะ!”
ฝากติดตามผลงานด้วยนะออเจ้าทั้งหลาย อิอิ