ไพม่อนกอดประคองร่างน้อยของริคาโด้ขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนในขณะที่ตัวของเขาเองก็ลดขนาดลงจนหัวเลิกชนเพดานบ้าน
จอมปีศาจพาร่างที่ยังคงเหม่อลอยเดินเข้ามาในห้องน้ำเล็กๆที่มีฝักบัวอยู่มุมด้านใน ดวงตาสีขาวเหลือบมองมันนิ่งๆแล้วเอื้อมมือไปหมุนวาล์วก๊อกน้ำให้ฝักบัวทำงาน
พอเห็นว่าน้ำไหลไดม่อนก็พาริคาโด้เข้าไปสัมผัสกับน้ำเย็นจนมนุษย์ตัวน้อยสดุ้งโหยงร้องโวยวายลั่นห้องน้ำ ปฏิกิริยาของริคาโด้ดูจะถูกอกถูกใจปีศาจขี้แกล้งอย่างไพม่อนเอามากทีเดียว
"เหวอ!?.. อ๊ากกก เย็นๆๆๆๆๆ"
ริคาโด้รนราน เขารีบหันหัววาล์วก๊อกน้ำไปทางน้ำอุ่น พอแก้ปัญหาได้ก็หยิบก้อนสบู่ขว้างใส่จอมปีศาจที่ยืนเบียดฝักบัวอยู่ข้างๆตัวเองด้วยความโมโห ขนาดเขากับไพม่อนยังไม่สนิทกันมากไพม่อนยังกลั่นแกล้งตนได้ขนาดนี้ หากรู้จักกันมากๆขึ้นมาจริงเขาคงโดนแกลเงมากกว่านี้อย่างแน่นอน
"แกล้งผมเหรอ!?"
"ข้าเปล่า.. เจ้าคิดว่าข้าใช้เป็นรึ?"
ไพม่อนยิ้ม ไม่ได้นึกโกรธในกริยาของริคาร์โด้ที่กระทำต่อตนเอง จอมปีศาจใช้หางของตนสะกิดก้นเด้งของมนุษย์ตัวน้อยจนอีกฝ่ายมองค้อนใส่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้ไพม่อนรู้สึกกลัวแม้แต่นิดเดียว
"แต่คุณแอบขำ!.."
"ข้าไม่ได้แกล้งจริงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่ชอบ"
รูปประโยคแบบโบราณคือสิ่งที่ไพม่อนใช้ติดตัวมาตั้งแต่กาลก่อน และนั่นคือสิ่งที่ริคาร์โด้สังเกตได้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เหมือนว่าเขาจะต้องคอยมานั่งแปลคำพูดของอีกคนให้เป็นภาษาปัจจุบัน แต่ถ้าจะต้องมานั่งแปลกันทุกคำริคาโด้ว่ามันไม่แฟร์กับเขาสักเท่าไหร่
"คุณรู้ตัวไหมว่าคุณพูดแบบ.. ทำให้คนฟังงง งงมาก"
"ขอโทษด้วย แต่เราพูดกันเช่นนี้.. เมื่อก่อนข้ากับโซโลมอนก็พูดกันเช่นนี้ ข้าจะพยายามพูดภาษายุคของเจ้าให้มากขึ้นแล้วกัน"
ได้ยินดังนั้นมนุษย์ตัวน้อยก็รู้สึกพึงพอใจ เขาพยักหน้าแล้วก้มตัวลงหยิบสบู่ขึ้นมาถูทำฟอง
"คือ.. คุณเป็นปีศาจเก่าแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"อืม.. ข้าเกิดก่อนอดัมกับลิลิท"
ระหว่างสนทนาพวกเขาทั้งสองก็ผลัดกันถูสบู่คนละรอบสองรอบจนฟองสีขาวเกาะอยู่เต็มตัว ผมของไพม่อนนั้นยาวและสวยมากจนริคาโด้อดใจไม่ไหว เขายื่นมือเข้าไปจับผมที่เปียกลู่ของจอมปีศาจขึ้นมาม้วนเล่นค่าเวลาระหว่างที่ยืนแช่น้ำอุ่นๆจากฝักบัว
"อดัมกับลิลิท?"
"นางคือเมียคนแรกของอดัมก่อนจะกลายมาเป็นเอวา ปัจจุบันลิลิทเป็นเมียของลูซิเฟอร์และซาตาน"
ไพม่อนขยับตัวเล็กน้อยแล้วนั่งลงกับพื้นห้องน้ำ เขาดึงร่างของริคาโด้ขึ้นมานั่งบนตักโดยมีน้ำจากฝักบัวคอยไหลรดร่างกายให้เปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา
"ห..ห๊ะ? ยิ่งฟังก็ยิ่งทำผมงง ซาตานกับลูซิเฟอร์ไม่ใช่คนเดียวกันเหรอครับ"
"..ไม่ใช่ ซาตานเกิดพร้อมกับพระเจ้า ส่วนลูซิเฟอร์นั้นถูกพระเจ้าสร้างขึ้นมาภายหลัง"
"แล้ว.. คุณถูกใครสร้างขึ้นมาเหรอครับ?"
จอมปีศาจหลับตาลงแล้วส่ายหน้าไปมาเบาๆ
"ไม่มี ข้าเป็นเป็นหนึ่งในราชาของนรกไม่กี่ตนที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า"
"ถ้าอย่างนั้นแล้วใครคือราชาของนรกที่แท้จริงล่ะครับ"
"ไม่มี.. ราชาปีศาจทุกตนล้วนแต่อยู่ในลำดับเดียวกันทั้งสิ้น ต่างกันตรงที่บางตนเป็นปีศาจโดยกำเนิดเช่นข้า และบางตนเป็นเทพที่กลายเป็นปีศาจ..
พวกนั้นคือเหล่าทูตสวรรค์ที่ก่อกบฏ ต่อต้านพระเจ้าจนโดนขัับไล่ลงมายังนรกอย่างเช่นแอสทารอท เขาเป็นราชาแห่งบาป แต่ถ้านับตามลำดับแล้วนั้นเขาอยู่ลำดับต่ำกว่าข้า เพราะเขาถูกลดลำดับขั้น
แอสทารอทสูญเสียพลังหลังจากที่พยายามจะยืดชีวิตให้กับโซโลมอน"
พอได้ยินชื่อของจอมราชาแห่งพระคัมภีร์ริคาโด้ก็รู้สึกอยากจะฟังไพม่อนพูดเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ต่อ อาจเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่ค่อยรู้รายละเอียดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก พอมีผู้ร่วมเหตุการณ์ตัวจริงมานั่งเล่าให้ฟังก็เลยเหมือนเด็กน้อยที่อ้อนขอพ่อแม่ให้เล่านิทาน
"ตอนที่พวกคุณรับใช้โซโลมอนผมอยากรู้ว่าเขาเป็นมนุษย์แบบไหน คุณ... พอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหม?"
ดวงตาสีเขียวของริคาโด้ส่องประกาย เขาพยายามทำตัวให้ดูออดอ้อนเพราะอยากจะฟังเรื่องเล่าของโซโลมอนจากปากของไพม่อน
ริคาโด้ช้อนตามองอยู่นานจนไพม่อนอดใจไม่ไหวที่จะไม่บีบแก้มนิ่มของเขาให้บู้บี้
"...เด็กน้อย ข้าไม่อาจเล่าความจริงให้เจ้าฟังได้ พระเจ้ามีหูมีตาอยู่ทั่วทุกที่ ซาตานก็เช่นกัน แม้พลังของเราจะเท่าเทียมกันแต่อำนาจนั้นข้ายังมีน้อยกว่าพวกเขา หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่มีมนุษย์ผู้ไหนได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโซโลมอน..."
"ทำไมล่ะ..."
ริคาโด้ร้องถามด้วยความเสียดาย
"พวกเราเหล่าขุนพลปีศาจทั้ง 72 ตนได้สาบานต่อพระเจ้าเอาไว้แล้ว แลกกับอิสรภาพในการขึ้นมายังโลกมนุษย์.. ดังนั้นข้าจึงเล่าให้เจ้าฟังไม่ได้จริงๆ"
"ให้ความลับตายไปพร้อมกับคนเลยสินะ"
"อืม.. จะว่าเช่นนั้นก็ได้"
เมื่อถูกตัดบทริคาโด้ก็หยุดนิ่งไปพักหนึ่ง เขาสะกิดแขนของไพม่อนเบาๆแล้วก้มหน้าพูดเสียงงึมงำอยู่ในลำคอ
"ถ้างั้น.. คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับยุคนี้รึเปล่า คือ..."
"มีสิ.. ข้ามีเรื่องที่ต้องให้เจ้าสอนริคาโด้ ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยี"
"อาาา..."
หลังจากอาบน้ำด้วยกันเสร็จริคารโด้ก็พาคุณอภิมหาฒวดอย่างไพม่อนมานั่งทำความรู้จักกับโทรศัพท์และแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเขาสอนในเรื่องของการใช้งานคู่ไปกับการเปิดสารคดีต่างไปให้ไพม่อนฟัง ซึ่งดูเหมือนว่าจอมปีศาจจะเรียนรู้ไวและเข้าใจได้ง่าย อาจเป็นเพราะมีภูมิปัญญาสูงส่งแต่อยู่ในนรกมานาจนเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อัพเดทเท่านั้นเอง
"ไหนคุณลองเซลล์ฟี่ทีสิไพม่อน.. ถ่ายคู่กับผมก็ได้"
"ได้สิ"
จอมปีศาจรีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเปิดหน้าจอไปยังเจ้ารูปสี่เหลี่ยมที่มีรูตรงกลาง ก่อนจะเลือกอีโมติคอนสติ๊กเกอร์ที่ริคาร์โด้เคยกดให้ดูมาใช้ มันคืออีโมติคอนรูปหูแมวสีชมพูสุดน่ารักที่ขยับหูไปมาได้ พอริคาโด้เห็นจึงยิ้มแห้งออกมา ไม่รู้ว่านักเรียนดีเด่นจะทำตามทุกขั้นตอนขนาดนี้
"คือคุณจะเลือกอันอื่นก็ได้นะไพม่อน.."
"..."
"หูแมวก็หูแมว..."
เมื่อไพม่อนไม่ยอมเปลี่ยนริคาร์โด้ก็ต้องยอมตามใจ เขายื่นหน้าเข้าไปในเฟรมก่อนที่ไพม่อนจะเริ่มกดถ่าย พอได้เห็นรูปคู่จังๆกับตาริคาโด้ก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าตัวของเขานั้นมีไพม่อนเข้ามาอยู่ในชีวิตแล้ว แม้จะพบกันได้แค่เพียงวันหรือสองวันทว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้นกับมีอะไรกันแล้ว มันดูฉาบฉวยเสียจนเหมือนฝันแต่ไพม่อนกลับดูมั่นคงและใส่ใจตนเองมากเสมือนคู่รักที่อยู่ด้วยกันมานาน
"ไหนลองกดอัพลงในอินสตาแกรมสิไพม่อน"
"อืม.. ต้องใส่แคปชั่นกับแฮชแท็กว่าอะไร?"
"ไม่ต้องใส่"
"เอาตามที่เธอบอกแล้วกัน.."
เมื่อรูปถูกอัปเดตจนเสร็จสิ้นริคาร์โด้ก็พาไพม่อนมานั่งทานอาหารที่หน้าโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน ตัวของเขาไม่ใช่คนที่ชอบทานข้าวบนโต๊ะอาหารเพราะมันเหงาเกินไปที่จะนั่งกินคนเดียว แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่จอมปีศาจอย่างไพจะรู้จักการเข้าครัวทำอาหารอย่างมนุษย์
ปีศาจตนนี้มีเรื่องแปลกมากมายให้ริคาโด้ได้แปลกใจเสมอๆนับตั้งแต่ตอนที่ได้เจอกัน แถมร่างมนุษย์ก็ยังดูดีมากจนเขาเองยังเผลอน้ำลายหก จะว่าไพม่อนมีเครื่องหน้าที่หล่อเหลาก็ไม่ใช่ จะสวยหยาดเยิ้มไหมก็ไม่เชิงแต่สิ่งที่ประจักษ์สายตาได้ดีที่สุดคงไม่พ้นลอนกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยเหมือนรูปปั้น เหมือนคนที่ไม่ใช่คนก็เพราะว่าไพม่อนเป็นจอมปีศาจนี่นา
"ไหนมาเช็กอินสตาแกรมสิว่ายอดกดใจเท่าไหร่"
"...ยอดกดใจมันสำคัญเหรอ?"
"อืม.. ก็คงอารมณ์ยอดคนรับรู้ของโพสต์เรานั่นล่ะ"
จอมปีศาจพยักหน้าขึ้นลงประหนึ่งว่าเข้าใจ ก่อนจะดูสารคดีต่อไม่คิดจะสนใจริคาโด้ที่นั่งไถโทรศัพท์ไปมาอยู่
"โห!.. ไพม่อน! ยอดไลค์เต็มเลย คอมเมนท์อีกเป็นร้อย พระเจ้า!.. อย่างมากคนไลค์โพสต์ผมก็็มีแค่สามคนเองนะ!"
ริคาโด้ถึงกับตาโตจนแทบจะเท่าไข่ห่าน อินสตาแกรมของเขาเด้งแจ้งเตือนขึ้นรัวเต็มฟีดอย่างล้นหลาม ทุกคนต่างถามถึงชายปริศนาในรูปที่อยู่กับเขาเป็นจำนวนมาก
มีตั้งแต่คอมเม้นเอ่ยชมความหน้าตาดีของไพม่อนแล้วก็คอมเม้นที่ถามกับเขาว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใครกันให้เต็มไปหมด
"ไหน.. ขออ่านข้อความแสดงความคิดเห็นหน่อยสิ"
"...คอมเม้น คุณไม่ต้องเรียกเต็มขนาดนั้นก็ได้นะไพม่อน"
"...ขอโทษ ขออ่านคอมเม้นหน่อยสิ"
ริคาโด้พยักหน้าเขาส่งโทรศัพท์ให้ไพม่อน จอมราชาค่อยกดเข้าไปอ่านคอมเม้นทีละอันอย่างใจเย็น มีบ้างที่ขมวดคิ้วเมื่อเจอกับคอมเม้นที่ไม่น่ารักสักเท่าไหร่ เพราะริคาโด้นั้นออกจะเป็นเด็กเนิร์ดในสายตาอัลฟ่าหลายคนที่เคยพยายามจะเข้ามาจีบ คนพวกนั้นพอโดนปฏิเสธก็เหมือนหน้าแตกและมีอคติกับริคาร์โด้ไปโดยปริยาย
'ไหนว่าไม่อยากมีผัว แรดเงียบนี่นา'
'ใครอ่ะหนูริ หล่อมาก!'
'ดูจากทรงคงเสี่ยเลี้ยงล่ะม้าง'
'หล่อมากริคาโด้! แอบซุ่มมีแฟนไม่บอกเพื่อนเลยนะ!'
คอมเม้นที่ทั้งแย่และดีค่างก็สลับกันไปไพม่อนนั่งอ่านอย่างใจเย็นไม่ออกอาการโกรธหรือลำคาญให้ได้เห็น ริคาร์โด้จึงเบาใจไปด้วยเพราะตัวเขาเองก็เจอแบบนี้อยู่บ่อยๆแต่เพียงแค่ว่าวันนี้รูปที่เขาถ่ายคู่กับไพม่อนนัันมันออกจะแปลกตาชาวบ้านเขาไปหน่อย
"ปากมากกันจริงๆ.. เจ้าว่าข้าส่งหนอนแมลงไปอยู่ในจานข้าวพวกมันสักตัวสองตัวดีรึไม่"
"ผมว่าอย่าทำดีกว่านะ.."
"แต่ข้าว่ามันน่าสนุกดี.. ปากเน่าๆก็ต้องคู่กับหนอน"
โอเค ขอถอนคำพูด
ดูท่าไพม่อนจะไม่ได้ใจดีอย่างหน้าตาที่กำลังยิ้ม จอมปีศาจบ่นพึมพำบางอย่างจนบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือนไฟเพดานแกว่งไปมาก่อนจะกลับมาเป็นสภาวะปกติ ดูท่าจะมีคนได้รับคำสาปสถานเบาจากไพม่อนเป็นรางวัลเสียแล้ว
"..อัลฟ่า จริงสิ.. ที่โลกจองเจ้ามีสิ่งที่เรียกว่าเพศรองใช่ไหมริคาโด้"
"ครับ และผมก็เป็นโอเมก้า"
ริคาโด้พยักหน้ามองไพท่อนนั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเอง ดูท่าจะมีคนติดโทรศัพท์เสียแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ต้องกัดหลังคอเจ้าหรือ?.."
"อืม.. อันที่จริงปัจจุบันนี้ก็ไม่ต้องกัดก็ได้นะครับ แล้วแต่คู่"
ปัจจุบันคติเรื่องการตรีตราจองอัลฟ่าค่อนข้างจะขึ้นอยู่กับความสมยอมจองโอเมก้าที่เป็นคู่ เพราะบางคนเองก็ซีเรียสเรื่องรอยกัดเพราะมันจะเป็นพันธะติดคัวไปตลอด ถ้าถูกอัลฟ่าคนที่ทำรอยทิ้งก็เท่ากับว่าโอเมก้าคนนั้นจะไม่สามารถไปหาอัลฟ่าคนอื่นได้ ไม่สามารถหลับนอนด้วยได้ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เสียเปรียบเอามากๆ โอเมก้ายุคใหม่บางคนจึงไม่ค่อยจะยินยอมเท่าไหร่
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากให้ข้ากัดไหม?.."
"อาาา.. แล้วแต่คุณดีกว่าครับ ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องรอยกัดอะไร"
สำหรับริคาร์โด้นั้นไพม่อนถูกจำแนกประเภทออกมาจากอัลฟ่าคนอื่น เพราะอีกฝ่ายถูกอัญเชิญมาให้คู่กับเขาดัังนั้นการจะโดนทิ้งได้นั้นค่อนข้างยากทีเดียว เพราะสิทธิในการยกเลิกสัญญานั้นอยู่ที่เขามากกว่าไพม่อน
"ข้าก็แล้วแต่เจ้า.."
"ถ้าอย่างนั้น.. ไว้ผมอยากเป็นของคุณร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ ผมจะบอกคุณเองนะครับ"
"ข้ารอได้เสมอ"