ตอนที่ 4 ฉันต้องการหย่า2

1753 คำ
ใบหน้าหล่อเหลาอ่านข้อความที่เอมกมลฝากไว้ให้กับเขาอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไร ในข้อความนั้นบอกว่าเธอต้องการที่จะหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด นี่เขาเข้าใจมาตลอดว่าการที่หญิงสาวได้แต่งงานกับตนคงสุขสมจนเกาะเป็นปลิงไม่อยากจะหย่ากับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่พอได้อ่านข้อความนี้มือหนาจึงเลือกหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา ก่อนจะกดหาผู้หญิงที่เขาไม่คิดอยากจะโทรหาเธอเลยแม้แต่น้อย “สวัสดีค่ะ เอมกมลพูดสาย ไม่ทราบว่าใครคะ” น้ำเสียงหญิงสาวตอบกลับออกมาอย่างนุ่มนวล “ผมศรุต สามีของคุณ” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกวนๆ “นี่คุณ ไหนว่าไม่ว่างจะคุยกับฉันไงคะ” “ผมไม่ว่าง และไม่เข้าใจข้อความที่คุณทิ้งไว้ให้ผมด้วย” “เราสองคนจดทะเบียนสมรสกันมาเกือบสามปีแล้ว ฉันรู้ว่าคุณต้องการอิสระไม่ต่างจากฉัน เราหย่ากันเถอะนะคะคุณศรุต” “หึ! ต้องการหย่าเพราะอะไร อ๋อ เพราะกลัวแฟนเธอรู้สินะเอมกมล กลัวเขารู้ว่าเธอแต่งงานกับผู้ชายอื่นตั้งแต่ยังเรียนไม่จบม.ปลายสินะ เพราะเหตุนี้ถึงต้องการที่จะหย่า” “ฉันไม่มีอะไรจะต้องอธิบายเรื่องนี้ เราควรเจอกันนะคะคุณศรุต” “เด็กอยากเธอนี่เก่งขึ้นมากเลยนะ ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ” “คุณรู้จักฉันดีแล้วรึไงคะ ถึงได้ตัดสินฉันแบบนี้ เอาเถอะ ฉันจะคุยกับคุณเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องหย่าของเรา” หญิงสาวพูดจบก็ตัดสายทิ้งไป มีเพียงศรุตเท่านั้นที่โมโหขึ้นมาที่หญิงสาวตัดสายใส่เขา “อวดดี คิดว่าตัวเองเป็นใคร!” เขาบ่นออกมาก่อนจะวางโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์มากนัก อีกด้านของหญิงสาวหลังจากที่วางสายจากสามีในนาม ก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจทันที เธอรู้ว่าเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมหย่ากับเธออีก จะรั้งไปทำไมกัน เอมกมลสลัดความคิดก่อนจะลุกขึ้นไปล้างจานทำงานบ้านต่อ เธอพยายามทำให้อารมณ์ตัวเองดีขึ้น ไม่อยากจะโมโหไปกับผู้ชายคนนั้น หลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จเสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวก็ดังขึ้น ทำให้เธอรีบเช็ดมือก่อนจะเดินไปรับสาย เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนชายอย่างอนาวินโทรมาหาตน “ว่าไงวิน?” “พรุ่งนี้สอบตอนเช้า วินไปรับนะ” “ไม่เป็นไร เอมไปได้ บ้านเราอยู่คนละทางเสียเวลาเปล่าๆ ไม่ต้องหรอก” “ให้วินไปรับนะ คือวินมีเรื่องจะพูดกับเอมด้วย” หญิงสาวได้ยินอย่างนั้นก็ชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลงไป ตกเย็นของวันหลังจากที่หญิงสาวนั่งอ่านหนังสืออีกรอบ ก็เข้าไปอาบน้ำอาบท่าปิดไฟพร้อมจะเข้านอน ไม่นานมากนักเอมกมลก็หลับไปทันที อีกด้านของศรุต เขานั่งเงียบพร้อมสายตาที่มองเอกสารที่อีธานเพื่อนของตนเอามาให้ เขาคิ้วขมวดเข้าหากัน เมื่อได้เห็นภาพคนรักอย่างเจนนิภาเดินเคียงคู่โดยมีมือหนาของใครอีกคนโอบกอดเอาไว้ขึ้นไปยังคอนโดแห่งหนึ่ง เขาเดาว่านั่นคงเป็นที่พักของผู้ชายคนนั้น เพราะเจนนิภาอยู่อีกที “อย่างที่นายเห็น ผู้หญิงคนนี้มีผู้ชายอีกคนตลอดที่คบหากับนาย” “ไม่จริงอะ เจนไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นแน่นอน” “กูก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะ แต่ผู้ชายที่ผู้หญิงคนนี้ไปด้วยคือนายก้องภพ คู่แข่งทางธุรกิจกับเรา ครั้งก่อนที่เราได้ลูกค้าอย่างท่านมิสเตอร์หวัง ทางนั้นก็ไม่พอใจไม่น้อย” “นี่มึงหมายความว่า?” “ข้อนี้ยังไม่แน่ใจ แต่เรื่องที่ร่วมหุ้นกับมิสเตอร์หวังที่มีข่าวออกไป ก็อาจจะหลุดมาจากผู้หญิงคนนี้” พอได้ยินอย่างนั้นสีหน้าเข้มขรึมของศรุตก็เผยออกมาทันที เขาอยากเห็นกับตาตัวเองว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ พอคิดอย่างนั้นชายหนุ่มก็ลุกยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเท้าออกไปทันที อีธานส่ายหัวในความใจร้อนของเพื่อน ก่อนจะรีบตามหลังไปทันที ศรุตขับรถมายังคอนโดของเจนนิภา ก่อนจะลองกดโทร.หาอีกครั้ง พอเห็นว่าไม่มีคนรับสายเขาก็ลงจากรถ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องของหญิงสาวทันที ในตอนแรกฝ่ายบุคคลจะห้าม แต่พอเห็นว่าเป็นใครก็จำได้ทันทีเลยปล่อยให้ชายหนุ่มขึ้นไปข้างบน “ใจเย็นๆ ดิวะ” “ขนาดนี้แล้วยังบอกให้กูใจเย็น?” เขาแค่ต้องการอยากรู้ความจริงถึงมาที่นี่ ช่วงนี้เจนนิภาไม่ได้รับงานซึ่งผิดปกติไม่น้อย พอชายหนุ่มมาหยุดที่หน้าห้อง เขาเลยกดโทร.หาอีกครั้ง ครั้งนี้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังออกมา ทำให้รู้ว่าหญิงสาวอยู่ในห้อง เขาก็รีบเคาะประตูทันที เจนนิภาได้ยินเสียงมีคนเคาะประตูก็สะดุ้งออกมา ใบหน้าสวยในตอนนี้บวมเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา หญิงสาวนึกกลัวว่าคนที่เคาะประตูจะเป็นศรุต เพราะชายหนุ่มเพิ่งโทรมาหาตน และมันก็จริงอย่างที่คิด เมื่อส่องตาแมวเธอก็เห็นชายหนุ่มยืนอยู่ “เจนเปิดประตูให้ผม ผมรู้ว่าคุณอยู่ในห้อง” หญิงสาวถอยเท้าห่างจากประตู ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากตนเองพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา เธอไม่มีหน้าไปสู้หน้าของชายหนุ่มได้ ไหนจะตามเนื้อตัวเธอเองก็มีร่องรอยการกระทำของใครอีกคนอยู่ เธอยิ่งไม่อยากให้ชายหนุ่มมาเห็นสภาพนี้ของเธอ “เจน มีอะไรบอกผมสิ อย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม?” ศรุตพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง เขาพยายามเรียกคนรักให้เปิดประตู แต่ทว่าอีกฝ่ายก็เงียบ ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดขึ้นมา “ได้ ถ้าเจนเลือกแบบนี้ ผมก็จะไม่วุ่นวายอีก ผมอยากได้ยินจากปากคุณไม่ใช่จากใครที่ไหน แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมเข้าใจแล้ว” เจนนิภาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งทำใจไม่ได้ที่จะเสียอีกฝ่ายไป เธอรีบเปิดประตูออกมา ศรุตมองไปยังคนรักก่อนจะคิ้วขมวดเข้าหากัน ศรุตมองตามเนื้อตัวตามลำคอของคนรักก็เงียบพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอของชายหนุ่ม ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้า “เจน ทำไม?” “ฮึก ฮื่อ เจนอึก เจน...” “บอกเขาไปสิที่รัก ว่าเราเป็นอะไรกัน” ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา ก้องภพที่เอ่ยออกมาก่อนจะเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไปโอบกอดร่างบางอรชรเอาไว้ พร้อมสีหน้าเยาะเย้ยคนตรงหน้า เขาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับศรุต ยิ่งได้เห็นหน้าชายหนุ่มในตอนนี้เขายิ่งสะใจ “เจน เพราะอะไรทำไมต้องหักหลังผมด้วย!” “คนของผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้วครับ คุณศรุต เชิญกลับไปได้แล้ว ผัวเมียเขาจะคุยกัน” “ผัวเมีย? หึ ถ้าคุณเป็นผมก็คงเป็นเหมือนกัน!” ก้องภพบีบเอวของหญิงสาวข้างกายไว้แน่น ก่อนจะจ้องมองหน้าศรุตอย่างไม่พอใจ เขาให้เจนนิภาไปหว่านเสน่ห์ให้ศรุตหลงจนเชื่อใจ แต่ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของเธอและเขาจะเกินเลยไปมากแบบนี้ “อันที่จริง ผมก็ไม่ถือนะครับ ดีใจนะที่วันนี้มารู้ว่าเราก็ใช้ผู้หญิงคนเดียวกัน!” “มึง!” ศรุตควันออกหูเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่เอ่ยออกมาอย่างดูถูกเจนนิภา “จุ๊ๆ อะไรกันครับ แค่นี้ก็ถึงกับยอมรับไม่ได้ ผมนี่สงสารคุณจริงๆ ที่หน้าโง่มาตั้งหลายปี” ศรุตกำมือแน่น ก่อนจะจ้องมองไปยังเจนนิภาอย่างเจ็บปวด ที่ผ่านมาเขาเชื่อใจเธอมาโดยตลอด แต่นี่อะไรกัน เธอก็เป็นเหมือนใครๆ ที่พร้อมจะหักหลังเขาได้ทุกเวลา “หึ ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าทำแบบนี้กับผมนะเจน ไม่แปลกใจทำไมพ่อแม่ผมถึงไม่ยอมรับในตัวคุณ เพราะแค่ความจริงใจความซื่อสัตย์ คุณก็ยังให้ผมไม่ได้” “ศรุต เจน อึก เจนขอโทษนะคะที่หลอกคุณ แต่ที่ผ่านมาเจนเองก็เสียใจไม่ต่างกัน” “เสียใจงั้นเหรอ ถ้าเสียใจจริงก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก ถ้าผมจับไม่ได้ก็คงสวมเขาให้ผมต่อไปสินะ ผมจะบอกอะไรให้นะเจนนิภา ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่หลอกลวงเป็น ผมก็มีเรื่องที่ไม่ได้บอกคุณเหมือนกัน” “หมายความว่ายังไงคะ?” หญิงสาวไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มหลอกลวงอะไรตน “ผมแต่งงานแล้ว ก็ดีที่เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับผู้หญิงอย่างคุณอีก หวังว่าเราสองคนจะไม่ต้องพบเจอกันอีกนะ ขอตัว!” ด้วยความเจ็บปวดทำให้ชายหนุ่มพูดแบบนี้ออกมา ก่อนจะยิ้มร้ายๆ เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าซีดเผือดลง “ไม่จริงใช่ไหม” เสียงสั่นเครือเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เชื่อหู “หึ!” ชายหนุ่มไม่ตอบก่อนจะมองมายังหญิงสาวสลับกับก้องภพที่ยืนทำหน้าไม่พอใจ เมื่อเห็นเจนนิภาดูเสียใจที่ได้รู้ว่าศรุตแต่งงานแล้ว “กลับเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ต้องเสียเวลาอีกแล้ว” เขาหันไปบอกเพื่อนสนิทก่อนจะเดินออกมา ทันทีที่มาถึงรถกำปั้นหนาก็ทุบไปที่พวงมาลัยด้วยอารมณ์เดือดดาลของชายหนุ่ม ใช่ว่าเขาไม่เสียใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขารักเธอ คิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์กับเขา แต่นี่อะไรกัน ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม