“ตอนนี้กี่โมงแล้ว” หลังจากบัวบูชาเดินเข้ามาภายในบ้าน เสียงเข้มของชนะภพก็เอ่ยถามขึ้นทันที
“.....” ร่างบางรู้ว่ากำลังถูกหาเรื่อง ทำได้เพียงก้มหน้านิ่งไม่ได้ตอบอะไรออกไป
“ฉันถามว่ากี่โมงแล้ว!”
“สองทุ่มค่ะ” เพราะเสียงตะคอกของชนะภพ ทำให้บัวบูชาตอบสิ่งที่เขาถามขึ้นทันที
“เลขาฉันบอกว่าเธอว่าออกจากบริษัทหลังฉันไม่ถึงครึ่งชั่วโมง”
“บัว ไปเยี่ยมคนรู้จักมาค่ะ” เพราะแม่ของเธอไม่อยากให้บอกใครเรื่องของแม่ นั่นเลยทำให้บัวบูชาต้องตอบออกไปแบบนี้
“รู้จักแค่ไหนล่ะ ถึงไปเยี่ยมครึ่งค่อนวันขนาดนี้” ชนะภพลุกจากโซฟาตรงมาหาบัวบูชาแล้วเอ่ยถามขึ้น
“.....” บัวบูชาเงียบลงอีกครั้ง
“ฉันไม่สนว่าเธอจะไปไหนทำอะไร แต่เธอควรจะรู้หน้าที่ของเธอด้วย!...”
“งานบ้านวันนี้ได้ทำหรือยัง แล้วอาหารเย็นของฉันมีไหม!”
“บัวขอโทษค่ะ”
“ขอโทษ ขอโทษแล้วก็จบอย่างนั้นเหรอ”
แต่...
“พี่ภพคะ บัวขอยืมเงินหน่อยได้ไหมคะ” บัวบูชาก้มหน้ารับคำตำหนิของชนะภพ แต่ไม่นานเธอก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาก่อนจะเอ่ยขอในสิ่งที่เธอต้องการออกไป
“เธอว่าไงนะ?” ชนะภพถึงกับไม่อยากเชื่อ ทั้งที่เขากำลังด่าว่าเธออยู่ แต่เธอกลับไม่สำนึกเลยสักนิด แถมยังมาขอยืมเงินเขาแทนแบบนี้เหรอ
“บัวมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ค่ะ” เงินที่เขาพึ่งให้มาเมื่อวานมันไม่พอสำหรับค่ารักษาของแม่เธอ เธอต้องขอเขาเพิ่ม
“เธอนี่หน้าด้านหน้าเงินกว่าที่ฉันคิดจริงๆ บัวบูชา” ชนะภพพูดจบก็เดินหนีขึ้นชั้นสองของบ้านไปทันทีด้วยความหงุดหงิด
ทั้งที่เขาให้เงินเธอทุกครั้งที่มีอะไรกัน และเขาก็มีอะไรกับเธอเกือบทุกวัน จำนวนเงินที่ให้ไปแต่ละครั้งก็ไม่น้อยกับการใช้ชีวิตในบ้านที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่เงินพวกนั้นกลับไม่พอให้เธอใช้งั้นเหรอ เขาไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าเขาจะมองคนผิดมาตลอดขนาดนี้
“พี่ภพ” บัวบูชาที่เดินตามชนะภพขึ้นมาเอ่ยเรียกเขาขึ้น
ถ้าครั้งนี้ไม่กระชั้นชิดแบบนี้เธอก็ไม่เอ่ยปากขอหรอก เธอจะรอให้เขารังแกเธอแล้วให้เงินเธอเหมือนทุกครั้งก็ได้
“เธอจะให้ฉันเกลียดเธอมากแค่ไหนกันห๊ะบัวบูชา!...” ชนะภพหันกลับมาตะคอกใส่บัวบูชาขึ้นอย่างดุดัน
เดินเข้ามาหาเธอและบีบต้นแขนเรียวอย่างแรงราวกับต้องการให้มันแตกหักคามือของเขา
“ฉันไม่คิดเลยว่าผู้หญิงอย่างเธอจะหน้าด้านและไร้ยางอายได้ขนาดนี้ กล้าวางยาฉันจนได้ฉันเป็นผัวไม่พอ ยังหน้าด้านกล้ามาขอเงินฉันอีกเหรอห๊ะ!”
“สิ่งที่บัวพูดทำไมพี่ภพไม่เคยเชื่อมันสักอย่างเลยคะ” บัวบูชาเอ่ยถามชนะภพออกไปอย่างตัดพ้อ
เขากับเธอรู้จักกันมานานแล้ว เขาน่าจะรู้จักเธอดีไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมพอเกิดเรื่องอะไรขึ้นกลับเป็นเธอที่เขาไม่เชื่อเลยสักนิด ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรก็เป็นเพียงเรื่องโกหกสำหรับเขาไปหมดทุกอย่าง
“เพราะฉันเคยเชื่อว่าเธอดีไงบัวบูชา ฉันถึงต้องถูกเธอวางแผนทุเรสๆ แบบนี้!” แม้คำพูดของบัวบูชาจะทำให้ชนะภพชะงักไป แต่เขาก็รีบปรับตัวให้เป็นปกติก่อนจะตะคอกใส่บัวบูชาอีกครั้ง
“บัวไม่เคยโกหกพี่ภพ ไม่เคยคิดไม่ดีกับพี่ภพ บัวไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นกับพี่ภพเด็ดขาด” บัวบูชาพูดอย่างหนักแน่นไม่หลบสายตาชนะภพเพื่อให้เขาได้รับรู้ความจริงใจของเธอ
แต่มันคงไร้ประโยชน์สำหรับคนที่มีอคติอยู่เต็มหัวใจไปแล้ว เพราะไม่ว่าบัวบูชาจะพูดอะไร มันก็ไม่ต่างจากคำพูดหลอกลวงที่เธอทำเพื่อให้ชนะภพตายใจ และชนะภพจะไม่มีทางตกเป็นเบี้ยล่างให้กับสายตาจริงใจของเธออีกแล้ว
“เลิกพร่ามงี่เง่าได้แล้ว เพราะไม่ว่ายังไงมันก็ลบความเลวที่เธอทำกับฉันไว้ไม่ได้!” น้ำเสียงเยือกเย็นรอดไรฟันดังออกจากปากของชนะภพก่อนฝ่ามือใหญ่จะเพิ่มแรงบีบต้นแขนของบัวบูชาแรงขึ้นตามอารมณ์ของเขา
“ถ้าสิ่งที่บัวพูดออกไปมันไม่ได้ทำให้พี่ภพเปิดใจเชื่อบัวได้ บัวก็จะไม่พูดมันอีก...”
“แต่บัว...อยากจะขอยืมเงินพี่ภพหน่อยได้ไหมคะ” แม้ประโยคแรกจะพูดออกไปอย่างแน่วแน่และหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายบัวบูชาก็ยอมเป็นคนไร้ศักดิ์ศรีสำหรับชนะภพอีกครั้งด้วยการขอยืมเงินเขาอย่างที่ต้องการ
“หึ! หน้าเธอทำด้วยอะไรวะบัวบูชา เธอใจกล้าเกินไปหรือเปล่า” ชนะภพถึงกับเย้ยหยันออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ และมันก็ยิ่งทำให้เขามีอคติกับบัวบูชามากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ว่าพี่ภพจะด่าบัวยังไงบัวก็ยอมค่ะ” เธอจะทำอะไรได้ ตั้งแต่เธอแต่งงานกับชนะภพเขาก็ให้เธอมาอยู่ที่นี่ ไม่ให้เธอออกไปทำงานข้างนอกเพื่อให้เธอทำงานบ้าน
แต่เธอไม่ได้มีเงินเดือนจากเขา เพราะว่าค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเขารับผิดชอบทั้งหมด เงินที่เธอมีก็มาจากการถูกเขารังแกและย่ำยีในแต่ละคืนนั่นไง ซึ่งปกติมันก็ไม่ได้ทำให้เธอขัดสนอะไรเพราะเธอไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินอยู่แล้ว แต่ค่าใช้จ่ายหลักของเธอตอนนี้ก็คือค่ารักษาแม่เธอ ซึ่งตอนนี้เธอก็ต้องการมัน
“ฉันเริ่มแน่ใจแล้วสิ ว่าฉันแต่งงานกับอีตัวอยู่หรือเปล่า”
จึก!
คำพูดของชนะภพมันเหมือนหอกแหลมที่ทิ่มแทงกลางหน้าอกของบัวบูชาก็ไม่ปาน แค่เขาเกลียดเธอ แค่เขาไม่เห็นเธอเป็นภรรยาของเขามันก็หนักหนาแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้คนที่ได้ชื่อว่าสามีกลับมองว่าเธอเป็นอีตัวไปแล้ว
“เมื่อไหร่เธอจะเลิกเสแสร้งสักทีวะบัวบูชา เธอคิดว่าน้ำตาเธอมันจะทำให้ฉันใจอ่อนให้เธอได้หรือไง!” เมื่อชนะภพเห็นน้ำตาของบัวบูชาที่ไหลออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น เขาก็ต่อว่าเธอออกไปทันที
เขาเกลียดน้ำตาของเธอ เขาหงุดหงิดทุกครั้งที่มันไหลออกมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะสงสารและเห็นใจเธออย่างคนโง่เขลา แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ น้ำตาของเธอมันก็แค่มารยาหญิงที่เรียกร้องความสงสารจากเขาก็แค่นั้น และเขาก็ไม่มีทางแพ้ให้มันง่ายๆ ด้วย
“ถ้าพี่ภพไม่ให้ก็ไม่เป็นไรค่ะ บัวเข้าใจ” บัวบูชายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากหน้าเพื่อหยุดการร้องไห้
เขาจะได้ไม่มองว่าเธอกำลังเรียกร้องความสงสารจากเขา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเข้าใจกับการไม่ให้เงินของเขา
“ต้องการใช้เงินไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าฉันไม่ให้เธอจะไปเอาจากไหน”
“.....” เธอก็คงไปหยิบยืมเพื่อนของเธอก่อน แม้จะเกรงใจและไม่อยากยืมแค่ไหนก็ตาม หรือไม่เธอก็คงจะต้องเอากระเป๋าของเธอที่เคยซื้อตอนสมัยเรียนที่ยังเหลืออยู่ไปขายในวันพรุ่งนี้
“ฉันหวังว่าเธอจะไม่ได้ไปขายตัวให้ใครหรอกนะ”
“พี่ภพ!” บัวบูชาถึงกับเงยหน้าไปจ้องมองชนะภพอย่างไม่พอใจทันทีกับคำพูดดูถูกนี้ของเขา
เขาจะมองว่าเธอเป็นยังไงเธอก็ไม่แก้ตัวเพราะรู้ว่าเขาไม่สนใจ แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะคิดได้ขนาดที่ว่าเธอจะไปขายตัวแบบนี้หรอกนะ เธอไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าในสายตาของเขาเธอจะเหลวแหลกและไร้ค่าได้ขนาดนี้
“ไม่ว่าเธอจะหน้าด้านหรือหน้าเงินแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ทำตัวต่ำๆ ระหว่างที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียฉัน!” นอกจากจะไม่สำนึกกับสิ่งที่ตัวเองพูดแล้ว ชนะภพกลับต่อว่าบัวบูชาอีกครั้ง
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ บัวไม่มีทางทำอะไรต่ำๆ เหมือนความคิดของพี่ภพแน่นอน!” หน้าเล็กเชิดขึ้นก่อนจะตอบกลับออกไปอย่างประชดประชัน
และคำพูดของเธอมีเหรอที่จะไม่เข้าใจว่ากำลังด่าชนะภพอยู่
“บัวบูชา!”
“ทำไมคะ!...”
“การที่พี่ภพมองว่าบัวต่ำ มันไม่ใช่เพราะตัวของบัวหรอกค่ะ แต่มันเพราะความคิดของพี่ภพต่างหาก!”
หมับ!
ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นมาบีบใบหน้าเล็กของบัวบูชาอย่างแรงก่อนเขาจะขยับเข้าไปใกล้ๆ เธอแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“อย่าปากดีให้มากนะบัวบูชา ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะ!”
“บัวเลิกคิดไปนานแล้วค่ะ ว่าพี่ภพใจดี” แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะดีกับเธอ แต่หลังจากแต่งงานเธอก็ได้รู้ความจริงแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดอีกต่อไป
“แต่คนใจร้ายอย่างฉันไม่ใช่เหรอที่ให้เงินเธอไปปรนเปรอความสะดวกสบาย!”
“แต่มันก็แลกกับสิ่งที่พี่ภพทำกับบัวแล้วไม่ใช่เหรอคะ” แม้ว่าเธอไม่ได้มีความต้องการเงินของเขาหลังจากถูกเขาย่ำยี
แต่สำหรับเขามันก็เป็นการแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาทวงบุญคุณจากเธอเพื่ออะไร
“ก็ดี ถ้าเธออยากได้เงินจากฉัน เธอก็ควรจะรีบปรนเปรอให้ฉันพอใจซะ!”
ตุบ!