chapter 1

914 คำ
ใช้เวลาไม่นานเจตนิพัทธ์ก็ขับรถไปถึงบ้านแฟนสาว เมอร์เซเดส-เบนซ์คันฟ้าหยุดลงหน้าบ้านสไตล์ยุโรป ใหญ่โตโอ่อ่าขนาดนี้ไม่มีชาวบ้านคนไหนเรียกว่าบ้านหรอก ทุกคนเรียกเป็นเสียงเดียวกันว่าคฤหาสน์ คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่บนที่ราบ ใหญ่โตโอ่โถงบนพื้นที่ร้อยกว่าไร่ สมฐานะนักธุรกิจหมื่นล้านอย่างพ่อเลี้ยงเปรมชัย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีธรรมชาติโอบล้อม กอปรกับช่วงนี้เข้าหน้าฝน มองไปทางไหนก็เห็นเป็นภูเขาเขียวชอุ่ม "อรุณสวัสดิ์ค่ะเบบี๋ มิก้าคิดถึงคุณที่สุดเลยค่ะ" สาวสวยสับรองเท้าส้นเข็มออกมาจากคฤหาสน์ ตรงมารับแฟนหนุ่มด้วยการจุ๊บแก้มซ้ายขวา ฉีกยิ้มหวานซ่อนเปรี้ยวเป็นการทักทาย เปรมิการ์รสนิยมดี เธอไม่ได้สวมเสื้อผ้ามิดชิดแต่กลับดูเรียบโก้ บอดี้การ์ดทุกคนก้มหน้าลง ส่วนเจตนิพัทธ์ทักทายแฟนสาวตอบด้วยรอยยิ้ม "ผมคิดถึงคุณยิ่งกว่าอีก" ยกมือขวาขึ้นจะปาดลิปสติกแดงแป๊ดออกจากแก้ม กลับต้องชะงักเมื่อถูกมือสวยจับไว้ก่อน "มิก้ารู้ว่าคุณขี้อาย แต่ปล่อยไว้หนึ่งวันไม่ได้เหรอคะ" สองมือกอดท่อนแขนกำยำ แววตาของเธอออดอ้อน อีกฝ่ายยิ้มเอ็นดู ยกมือขึ้นมากุมหลังมือนุ่มที่กอดแขนตนอยู่ "ไม่ได้ น่าเกลียดจะตาย คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนี้" เจตนิพัทธ์ชอบความเรียบง่าย กลับกันกับเปรมิการ์ที่ชอบความหวือหวา "ใครบอก น่าเกลียดที่ไหนกัน ผู้ชายมีรอยลิปสติกของแฟนบนแก้มน่ารักดีออก" เจตนิพัทธ์กอดอก แกล้งทำเป็นยู่หน้าจนเห็นแก้มกลม ๆ น่าหยิก "คิก ๆ " เปรมิการ์ป้องปากหัวเราะ เธอยิ้มจนตาหยี "เวลาที่เจตทำหน้าแบบนี้เนี่ยน่ารักที่สุดเลย" มันเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะส่งมือไปบีบจมูกโด่งเล่นเบา ๆ หยอกล้อกันแต่พอควรเปรมิการ์ก็ควงแขนแฟนหนุ่มเข้าบ้าน มื้อเช้าของคนที่หนีแม่มาจึงจบลงที่นี่ พ่อเลี้ยงเปรมชัยต้อนรับอย่างอบอุ่น ลูกสาวรักใครตนก็รักด้วย เจตนิพัทธ์เป็นปลื้ม การกระทำของว่าที่พ่อตาน่าประทับใจเช่นเคย ไม่แปลกที่ชาวบ้านแถวนี้จะเคารพยำเกรง ขึ้นชื่อว่าบ้านพ่อเลี้ยงเปรมชัย แน่นอนว่ามีกับข้าวเกินสิบอย่าง แต่ถึงกับข้าวจะอร่อยสักเพียงไหน จะมีเมนูละลานตาอย่างไร ก็ยังมีเสี้ยวหนึ่งที่เจตนิพัทธ์นึกถึงข้าวต้มฝีมือป้าสมใจ...ไม่สิ ถ้าจะให้ถูกทีเดียวคือเขานึกถึงแม่ ไม่น่าเสียมารยาทกับเจ้าหล่อนแบบนั้นเลย แต่ก็นะ เรื่องที่ขอเขาทำให้ไม่ได้จริง ๆ เจตนิพัทธ์เคี้ยวข้าวช้า ๆ พลางถอนหายใจเบา ๆ ทั้งหมดนี้ตกอยู่ในสายตาของสองพ่อลูก แขกคนสำคัญมีสีหน้าไม่สบายใจ ยิ่งเจตนิพัทธ์เป็นคนเก็บความรู้สึกเปรมิการ์กับพ่อเลี้ยงเปรมชัยก็ยิ่งเป็นห่วง ทว่าก็ไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวจึงทำเพียงผลัดกันตักกับข้าววางบนจานของเขา หลังทานข้าวเช้าเสร็จ...พ่อเลี้ยงเปรมชัยปล่อยให้เด็ก ๆ พูดคุยกันตามสบาย ส่วนเขาออกไปทำงาน ลูกสาวเจ้าของบ้านพาคนพิเศษไปนั่งรับลมริมระเบียงของห้องนั่งเล่น ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันตามประสาคู่รัก "เจตดูเครียด ๆ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ" ผู้ถูกถามฝืนยิ้ม "เปล่าครับ คงเป็นเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ เลยไม่ค่อยสดชื่น" ยอมโกหกคำโต เขาไม่อยากให้เธอเป็นห่วง… เช่นเดียวกับเธอที่เป็นห่วงเขา ในเมื่อไม่กล้าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนักก็ได้แต่ฝืนยิ้มเช่นกัน "แล้วคุณพ่อคุณเป็นยังไงบ้างคะ ท่านสบายดีไหม" เปรมิการ์นิสัยน่ารักจริง ๆ นอกจากจะห่วงใยเขาแล้วก็ยังห่วงใยไปถึงคนในครอบครัวเขาด้วย เจตนิพัทธ์ชื่นชมอยู่ในใจทว่าไม่ได้เอ่ยออกไป “ก็ป่วยกระเสาะกระแสะตามประสาคนวัยห้าสิบเจ็ดแหละ” "ท่านโหมงานหนัก ทั้งงานในไร่ทั้งงานสส. เดี๋ยวมิก้าหาเวลาไปเยี่ยมท่านนะคะ” เจตนิพัทธ์ยิ้มน้อย ๆ พลันพยักหน้าเบา ๆ “ครับ” เจ้าของหุ่นนาฬิกาทรายยืนขึ้น เดินอ้อมไปฝั่งตรงข้ามก่อนจะทิ้งสะโพกอวบแน่นลงบนหน้าขาชายชาตรี เธอยกขาเรียวสวยไขว่ห้างอยู่บนนั้น ลูกชายของเจตนิพัทธ์ลืมตาตื่นทันที มันเริ่มแข็งอยู่ภายในกางเกง ลำคอผุดเส้นเลือดของเจตนิพัทธ์เร่าร้อนชวนฝัน คนบนตักยกสองแขนคล้องมันไว้หลวม ๆ จากนั้นเธอก็โน้มใบหน้าของเขาเข้าใกล้หน้าตัวเอง…ใกล้จนได้ใช้ลมหายใจร่วมกัน มือใหญ่โอบเอวคอดอย่างเบามือ…เปรมิการ์รู้สึกได้ วินาทีต่อจากนั้นเองที่เจ้าหล่อนคิดว่าสามารถใช้สายตาสะกดเจ้าของหน้าขาแข็งแรงได้อยู่หมัด สายตาของเปรมิการ์หวานซึ้งพราวระยับ แฝงเสน่ห์ยั่วยวนอยู่ในที เจตนิพัทธ์คาดว่าวันนี้ตนไปไหนไม่รอด เขาสบนัยน์ตาร้อนแรงของเธอขณะที่นัยน์ตาของเขามากล้านความหมาย "เจตบอกว่าเมื่อคืนเจตนอนไม่ค่อยหลับ ถ้าอย่างนั้น...มิก้าจะช่วยให้เจตหลับสบายเองค่ะ"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม