ตอนที่ 6 บทลงโทษ

3542 คำ
ที่ลานเลือดหมูของคณะ “ปรี๊ดดดดดดดด!!!” เสียงเป่านกหวีดลากยาวดังขึ้นเป็นสัญญาณเรียกเด็กปีหนึ่งให้มาเข้าแถวเพื่อทำกิจกรรมรับน้อง ซึ่งเด็กปีหนึ่งต่างก็พากันเดินเรียงแถวตามเสียงนกหวีดมา “ปีหนึ่งทั้งหมด จัดแถว!” น้ำเสียงสุดดุดันอันแสนคุ้นเคยที่รินลดาชอบฟังดังขึ้นจากปฐพีเพื่อเป็นการออกคำสั่ง “ไปกันเถอะน้อยหน่า พี่พีเรียกแล้ว” ตอนนี้นิ้วชี้ของรินลดากำลังสะกิดแขนของชลดาอยู่พร้อมกับสีหน้ายิ้มโลกสดใสสุดๆ “เขาเรียกเธอตอนไหนไม่ทราบยัยโรส!? นั่นเขาพูดกับเด็กปีหนึ่งทุกคนย๊ะ! ยัยขี้มโน” ชลดากลอกตามองบนใส่รินลดาทันที เพราะหมั่นไส้กับความคลั่งรักสองพันเปอร์เซ็นต์ของเธอ ทันทีที่เด็กปีหนึ่งทุกคนจัดแถวเสร็จเรียบร้อยเหล่าบรรดาพี่ว๊ากก็เดินมาเรียงแถวหน้ากระดานกันแบบครบทีม “สวัสดีครับน้องๆ” ปฐพีซึ่งเป็นหัวหน้าพี่ว๊ากเอ่ยทักทายกับเด็กปีหนึ่งตามปกติ “สวัสดีครับ/ค่ะ” เด็กปีหนึ่งทุกคนต่างเอ่ยทักทายกลับอย่างพร้อมเพรียงกัน “วันนี้เป็นวันอะไร น้องๆ ทราบไหมครับ” “นั่นไงยัยโรส! เปิดประเด็นมาแล้ว งานเข้าเราสองคนแน่ๆ” ทันทีที่ชลดาเริ่มรู้ตัวว่าวันนี้เป็นวันที่จะต้องเฉลยสายรหัส เธอกับรินลดาก็เริ่มมีอาการวิตกกังวลคล้ายคนกำลังจะเป็นไข้ เพราะทั้งสองสาวต่างก็รู้ตัวดีว่าวันนี้คือวันที่พวกเธอต้องถูกบูชายัน “ทำใจดีๆ ไว้น้อยหน่า คงไม่ได้มีแค่เราสองคนหรอกที่หาพี่รหัสไม่เจอ” รินลดายังทำเฉย เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางที่จะมีแค่เธอกับชลดาสองเท่านั้นที่จะตามหาพี่รหัสของตัวเองไม่เจอ เพราะพี่ๆ ปีสองมีกันตั้งหลายร้อยคน ต้องมีเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ เหมือนเธอบ้างแหละที่หาพี่รหัสตัวเองไม่เจอ “หลังจากวันที่พวกพี่ประกาศว่าให้น้องๆ ปีหนึ่งทุกคนเริ่มออกขอลายเซ็นต์เพื่อตามหาพี่รหัสของตัวเองโดยให้เวลาทั้งหมดหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งวันนี้ครบกำหนดนั้นแล้วนะครับ น้องๆ ได้ตั้งใจตามหาพี่รหัสของตัวเองกันทุกคนใช่ไหมครับ” ‘เฮือก! มักกี้พี่เขาแอบด่าเราหรือเปล่านะ’ รินลดาสะดุ้งอยู่ในใจเล็กน้อยกับประโยคคำถามเมื่อสักครู่ของปฐพี “เพราะตัวพี่เองยังไม่มีน้องปีหนึ่งคนไหนเข้ามาขอลายเซ็นต์เลย” ‘นั่นไง! แอบด่ากระทบเราแน่ๆ’ ถึงตอนนี้รินลดามั่นใจเลยว่าปฐพีจะต้องกำลังน้อยใจที่น้องรหัสของเขาเองไม่ยอมเข้าไปหาหรือพยายามทำความรู้จักกับเขา ซึ่งน้องรหัสคนที่ว่านั้นก็คือเธอเอง แค่เริ่มต้นยังรู้สึกว่าจะไปกันไม่รอดแล้ว แบบนี้มีหรือที่พี่รหัสสุดหล่อของเธอจะยอมรับเธอเข้าสายรหัส “วันนี้เราจะมีกิจกรรมเฉลยสายรหัสจนครบทุกสายนะครับเพื่อจะให้น้องๆ ปีหนึ่งทุกคนได้มีที่ปรึกษาทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย พวกพี่ทุกคนได้ผ่านชีวิตเฟรชชี่มาแล้ว มีประสบการณ์พอที่จะช่วยแนะนำให้น้องผ่านทั้งเรื่องการเรียนและการทำกิจกรรมไปได้อย่างราบรื่นครับ” เสียงที่เอ่ยขึ้นตอนนี้เป็นของธนากรหนึ่งในบรรดาพี่ว๊ากสุดหล่อที่ยืนอยู่ข้างปฐพี แต่มีรังสีความโหดเหี้ยมน้อยกว่า ทำให้มีเด็กผู้หญิงปีหนึ่งหลายๆ คนเผลอยิ้มออกมา “และถ้าน้องคนไหนที่ตอบชื่อพี่รหัสตัวเองผิด น้องก็จะถูกลงโทษนะครับ ซึ่งบทลงโทษจะเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าพี่รหัสตัวจริงของน้องจะสั่งมานะครับ” ‘แล้วแต่พี่รหัสของตัวเองจะสั่งบทลงโทษมาอย่างนั้นหรอ? ซวยแล้วเรา! จะทำยังไงดีเนี้ย!?’ รินลดาทำหน้าเหวอไปต่อไม่ถูก ขณะทวนประโยคเมื่อสักครู่ที่ปฐพีได้พูดมาอยู่ในใจ เพราะเธอไม่มีทางรู้ว่าพี่รหัสของเธอจะลงโทษอย่างไร แต่มันคงไม่ง่ายแน่ๆ ก็พี่รหัสของเธอเป็นถึงหัวหน้าพี่ว๊าก โหด ดุ และดิบขนาดนั้น มีหวังชีวิตเธอจะต้องจบลงวันนี้แน่ๆ “และนอกจากวันนี้จะเฉลยสายรหัสแล้ว พี่ๆ สโมสรนิสิตของคณะจะขอตรวจสมุดเล่มแดงของน้องๆ ด้วยนะครับ ถ้าหากว่าสมุดของน้องคนไหนไม่มีลายเซ็นต์ของพี่ปีสองเลยแม้แต่ลายเซ็นต์เดียว น้องคนนั้นจะต้องอยู่ทำความสะอาดลานเลือดหมูครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงของปฐพี รินลดากับชลดาก็หันมามองหน้ากันพร้อมกับทำตาโตอ้าปากค้างแล้วสีหน้าก็เริ่มซีดเหมือนคนป่วยทันที เพราะพวกเธอทั้งสองคนนั้นมัวแต่มายืนเม้าท์กันตลอดสัปดาห์ ไม่ได้เข้าไปขอลายเซ็นต์พี่ๆ ปีสองเลยสักคน ทำให้สมุดเล่มแดงของทั้งสองสาวนั้นว่างเปล่าไม่มีรอยขีดเขียนใดๆ เลย ‘อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนกันขนาดนี้นะ’ แค่มองตากันประโยคนี้ก็ดังขึ้นในใจของรินลดาและชลดาอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะตอนนี้ทั้งสองสาวมีความคิดที่เหมือนกันคือจะหาทางรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร “เริ่มการเฉลยสายรหัสเลยนะครับ” พอปฐพีเอ่ยจบก็เดินหลบไปทางด้านข้างสองก้าวแล้วธนากรก็ถือกระดาษหนึ่งแผ่นออกมากางไว้ข้างหน้าปฐพี “ปีหนึ่งคนที่หนึ่ง รหัสนิสิตห้าแปดหนึ่งศูนย์เก้าศูนย์ศูนย์ศูนย์ศูนย์หนึ่ง เชิญครับ” สิ้นเสียงของปฐพีก็มีเด็กปีหนึ่งผู้ชายยืนขึ้นอยู่ในแถวที่รินลดานั่งอยู่แล้วเขาก็เอ่ยชื่อของตนเองและโค้ดสายรหัสที่จับได้อย่างมั่นใจแล้วเดินเข้าไปหาคนที่คิดว่าน่าจะเป็นพี่รหัสของตัวเองพร้อมกับยื่นสมุดเล่มแดงให้ ปรากฎว่าพี่ปีสองคนนั้นรับสมุดเล่มแดงไว้แล้วก็มีเสียงโห่วิดวิ้วพร้อมเสียงกรี๊ดจากพี่ปีสองคนอื่นๆ เป็นการบ่งบอกว่าเขาตามหาพี่รหัสของตัวเองเจอและถูกต้อง ‘ต้องเดินเข้าไปหาพี่รหัสของตัวเองด้วยหรอ? งือออ ฉันจะกล้าเดินไปหาพี่เขาได้ยังไง? แล้วถ้าเกิดเดินเข้าไปแล้วพี่เขาทำนิ่ง ไม่สนใจจะทำยังไงดีนะ!?’ ตอนนี้มีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของรินลดาไม่หยุด เพราะถ้าหากว่าเธอต้องเดินเข้าไปหาปฐพีโดยที่สมุดเล่มแดงของเธอไม่มีลายเซ็นต์ของเขาเลยนั้น เธอก็กลัวเขาจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจเธอแล้วเธอคงจะทำตัวต่อไม่ถูก แต่อาการเหวอๆ ของเธอตอนนี้กำลังถูกว่าที่พี่รหัสของเธอแอบมองอยู่ ‘เหอะ! สมุดไม่มีแม้แต่ลายเซ็นต์เดียวแบบนั้น ดูสิว่าเธอจะเดินไปหาใคร? หรือถ้าเธอฉลาดพอที่จะเดาโค้ดถูกก็คงจะเดินมาหาฉันเองสินะ ยัยคุณหนูแรดเงียบ!’ ปฐพีแอบสะใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาเหวอๆ ตอนนี้ของรินลดาและยังคงแอบสังเกตเธอต่อไปแบบไม่ให้เธอรู้ตัว “คนต่อไป รหัสนิสิตห้าแปดหนึ่งศูนย์เก้าศูนย์หนึ่งสามห้าหก เชิญครับ” พอได้ยินปฐพีเอ่ยเรียกรหัสนิสิตของตนเอง รินลดาก็สะดุ้งตกใจเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยืนขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ “เอ่อ...หนูชื่อโรสนะคะ โค้ดสายรหัสที่จับได้คือแผ่นดินไหวค่ะ” ตอนนี้รินลดากำลังตื่นเต้นแบบสุดๆ เธอมั่นใจและแน่ใจมาโดยตลอดว่าโค้ดสายรหัสที่จับได้คือของปฐพี แต่เธอกำลังคิดว่าจะเดินเข้าไปหาเขาดีไหม เพราะก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้เข้าไปขอลายเซ็นต์จากเขา มิหนำซ้ำสมุดเล่มแดงของเธอยังว่างเปล่า ไม่มีลายเซ็นต์ของพี่ๆ ปีสองคนอื่นอีก ก็เหมือนเป็นการเพิ่มความผิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก ‘ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว สู้เขายัยโรส’ รินลดาสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้าสุดที่มีเหล่าบรรดาพี่ว๊ากมาดโหดยืนเก็กหน้าขรึมเรียงกันอยู่แบบครบทีม โดยมีปฐพียืนอยู่ตรงกลางและที่ข้างๆ เขาก็มีธนากรเพื่อนซี้ของเขายืนอยู่ถัดมา ‘เหอะ! จะเดินมาหาฉันอย่างนั้นหรอ!? เธอกล้ากว่าที่ฉันที่คิดไว้อีกนะยัยคุณหนูแรดเงียบ’ ปฐพีกำลังคิดว่าตอนนี้รินลดากำลังเดินเข้ามาหาเขา แต่ดูสีหน้าของเธอตอนนี้ช่างดูกล้าๆ กลัวๆ ‘อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว เอายังไงดีนะ!?’ หัวใจของรินลดาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก เธอกำลังกลัวและดีใจไปพร้อมๆ กัน ถ้าหากว่าเธอเดินเข้าไปหาเขาแล้วเขาใจดีเฉลยออกมาอย่างง่ายดายว่าเขาคือพี่รหัสของเธอก็ดีไป แต่ถ้าเขาทำเฉยชาไม่สนใจแล้วเกิดถามเรื่องสมุดเล่มแดงที่ไม่มีลายเซ็นต์ของเขาอยู่เธอจะทำอย่างไรดี จนวินาทีสุดท้ายรินลดาได้ตัดสินใจเดินเลยผ่านปฐพีไปแล้วเดินไปหยุดข้างหน้าธนากรแทน “พี่ใช่พี่รหัสของโรสไหมคะ” รินลดาเอ่ยถามธนากรออกไป ทำให้ธนากรแอบงงๆ อยู่สักพัก ก่อนที่จะยิ้มออกมาและตอบไปว่า “ไม่ใช่ครับ” แต่หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มของธนากรทำให้บางคนรู้สึกหงุดหงิด เพราะนอกจากมันจะผิดกฎระเบียบของพี่ว๊ากแล้ว มันยังดูน่าหมั่นไส้ในสายตาของปฐพีอีกต่างหาก “เอ่อ...” ถึงรินลดาจะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าธนากรไม่ใช่พี่รหัสของตัวเอง แต่ที่เดินมาหาเขานั้นเป็นเพราะว่าเธอไม่กล้าเดินเข้าไปหาปฐพี แต่เพื่อเป็นการแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน เธอเลยเลือกเดินมาที่เขาแทน และนั่นมันทำให้เธอถึงกับเป็นใบ้จนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนสบตากับธนากรจนมีเสียงจากพี่ว๊ากคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ใครคือเจ้าของโค้ดแผ่นดินไหวครับ” “ฉันเอง!!!” ปฐพีตอบรับประโยคคำถามเมื่อสักครู่พร้อมกับสีหน้านิ่งแต่ดูมีอารมณ์หงุดหงิดปนอยู่บ้างเล็กน้อย เขาชำเลืองตามองมายังรินลดาที่ตอนนี้ยืนนิ่งไม่ไหวติง ‘ว่าแล้วว่าต้องใช่พี่พีแน่ๆ’ รินลดายืนนิ่งคิดอยู่ในใจ ไม่แสดงอาการดีใจออกมาให้เห็น ซึ่งอาการนั้นของเธอกลับทำให้ปฐพีคิดว่าเธอน่าจะกำลังเสียใจที่ธนากรไม่ใช่พี่รหัสของตนเอง แล้วเขาก็หันกลับไปทำหน้าที่พี่ว๊ากต่อและไม่ได้สนใจเธออีกเลย เธอจึงทำได้แค่เดินไปรอที่ด้านหลังของเขา “คนต่อไป รหัสนิสิตห้าแปดหนึ่งศูนย์เก้าศูนย์หนึ่งสี่สองแปด เชิญครับ” “ถึงคิวฉันแล้วหรอเนี้ย” ชลดาสะดุ้งหลุดออกจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ของรินลดากับปฐพี เธอกังวลกลัวว่าถ้าหากพี่รหัสของเธอเป็นพี่ว๊ากแบบเดียวกับของรินลดาแล้วเกิดว่าเธอเดินเข้าไปหาเขาแล้วทำเฉยแบบที่ปฐพีทำใส่รินลดา เธอก็คงมีอาการเป็นใบ้ทำอะไรต่อไม่ถูกเช่นเดียวกัน “หนูชื่อน้อยหน่านะคะ โค้ดสายรหัสที่จับได้คือศูนย์แปดหนึ่งสามสี่หนึ่งเก้าศูนย์หนึ่งสี่” พอชลดาเอ่ยโค้ดสายรหัสจบก็มีเสียงโห่เป็นการแซวให้เจ้าของโค้ดที่กล้าใช้เบอร์โทรศัพท์มาเป็นโค้ดสายรหัส แถมยังได้น้องรหัสที่สวยอีกต่างหาก ชลดาจึงได้แต่ยืนอ้ำอึ้งเขินบิดไปมาอยู่สักพักก่อนที่จะค่อยๆ เดินก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังจุดธนากรยืนอยู่ ส่วนรินลดาที่พอรู้ว่าเพื่อนสาวของเธอได้โค้ดแสนง่ายที่แค่กดโทรออกก็รู้แล้วว่าใครเป็นพี่รหัส แต่เพื่อนกลับไม่ยอมบอกเธอให้รู้ ทำให้เธอแอบหมั่นไส้อยู่เล็กน้อย “เอ่อ...พี่ใช่พี่รหัสของน้อยหน่าใช่ไหมคะ” ชลดาแกล้งถามธนากรแก้เขิน เพราะอันที่จริงเธอก็รู้ตั้งแต่วันแรกที่จับได้โค้ดสายรหัสอยู่แล้วว่าธนากรคือพี่รหัส เพราะพอกลับไปถึงหอพักชลดาก็แอบโทรหาพี่รหัสทันที พอได้ยินเสียงแค่เพียงนิดเดียวเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคือธนากร “ตอนนี้เฉลยสายรหัสครบทุกสายแล้วนะครับ ส่วนน้องๆ คนไหนที่ไปหาพี่รหัสผิดคนก็พยายามอ้อนวอนขอความเมตตาให้ลงโทษเบาๆ จากพี่ดูนะครับ” ปฐพีเอ่ยเป็นเชิงประชดประชันเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคดังกล่าวกระทบกับรินลดาหนึ่งในคนที่ทายชื่อพี่รหัสของตัวเองผิด เพื่อให้เธอคิดได้ว่าควรจะมาขอร้องอ้อนวอนเขาดีๆ ให้ลงโทษเธออย่างนุ่มนวล ซึ่งต่อให้เธอจะทำอย่างนั้นจริงแต่เขาก็จะยังลงโทษเธอให้สาสมกับที่ไม่ตั้งใจตามหาพี่รหัสอยู่ดี ทันทีที่เด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ ต่างก็กำลังแยกย้ายเพื่อพูดคุยและนัดแนะกับพี่รหัสของตัวเองเพื่อไปเลี้ยงต้อนรับเข้าสายรหัสอยู่นั้น รินลดากลับทำได้แค่นั่งอยู่ด้านหลังของปฐพีนิ่งๆ เพื่อรอเขาพูดคุยถึงกิจกรรมในขั้นตอนต่อไปกับนัทและฝ้ายจากฝ่ายสโมสรนิสิต จนในที่สุดเขาก็หันหน้ามามองที่เธอทำเอาเธอสะดุ้งจากความเบื่อหน่ายเมื่อสักครู่แล้วกลับรู้สึกตื่นเต้นที่ถูกเขาจ้องมองอยู่แบบนั้น “เอ่อ...คือว่าโรส” ยังไม่ทันที่รินลดาจะเอ่ยจบประโยค ปฐพีก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “เมื่อวานฉันทำเกียร์ประจำตัวหล่นลงไปที่บ่อน้ำตรงลานเกียร์ เธอไปงมหาให้ฉันหน่อยสิ” ปฐพียกยิ้มมุมปากขึ้นดูสะใจกับบทลงโทษนี้เป็นอย่างมาก ต่างกับรินลดาที่ถึงแม้เธอจะคลั่งเขามากขนาดไหน แต่การที่จะให้เธอไปลงบ่อน้ำที่ทั้งดำทั้งเหม็นเพื่อหาของที่มันเล็กจิ๋วเดียวแบบนั้น มันเหมือนว่าเขาตั้งใจแกล้งเธอชัดๆ “แต่เกียร์เล็กนิดเดียวเองนะคะ แถมยังตกลงไปในบ่อน้ำสีดำปิ๊ดปี๋แบบนั้นคงหาไม่เจอแล้วค่ะ พี่ไปซื้อเอาใหม่ในลาซาด้าไม่ได้หรอคะ?” รินลดาพยายามจะหาเหตุผลดีๆ มาต่อรองให้ปฐพีเปลี่ยนใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย “ไม่ได้!! เธอรู้ไหมว่ากว่าจะได้เกียร์มาพวกเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าที่พวกพี่ๆ เขาจะยอมมอบรุ่นให้มาและเกียร์ก็บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของคณะเรา ที่เกียร์ของแต่ละคนจะมีรหัสนิสิตของแต่ละคนสลักไว้ อีกหนึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จกิจกรรมรับน้องของวันนี้แล้ว ฉันคงไม่ต้องบอกเธอหรอกนะว่าเธอมีเวลาในการหามันเท่าไหร่” เขาพูดด้วยอารมณ์โมโห เพราะดูเหมือนว่ารินลดาจะไม่ยอมทำตามบทลงโทษสุดโหดของเขา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไปหนึ่งวินาที ทันทีที่รินลดาลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปยังบ่อน้ำที่ลานเกียร์ทันทีโดยไม่พูดไม่จากับเขา “เพราะโรสเห็นว่ามันสำคัญกับพี่พีมาก โรสถึงยอมหรอกนะคะ” รินลดาบ่นไปด้วยขณะที่กำลังงมหาโดยใช้มือทั้งสองข้างกวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอาเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ และพวกรุ่นพี่ต่างงงกันไปหมดว่าเธอลงไปทำอะไรที่บ่อน้ำที่แสนจะเหม็นเน่า เพราะนิสิตสาขาสิ่งแวดล้อมต่างชอบมาตักน้ำในบ่อนี้เพื่อไปใช้ทดสอบน้ำเน่าในห้องแลป ‘สมน้ำหน้ายัยคุณหนูแรดเงียบ! ตอนนี้เธอก็เน่าไปทั้งนิสัยและร่างกายแล้ว’ ปฐพียืนมองอย่างสะใจ เพราะเขาได้สั่งลงโทษอย่างสมใจอยาก แถมยังทำให้เธออับอายต่อหน้าคนอื่นๆ ได้อีกด้วย “ไม่เกินไปหน่อยหรอว่ะ!?” จู่ๆ ก็มีเสียงแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของปฐพี ซึ่งเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคือเสียงของธนากรเพื่อนรักของเขานั่นเอง “นั่นสิค่ะพี่ น้ำก็สกปรกขนาดนั้นด้วย ยัยโรสคงเป็นผื่นคันทั้งตัวแน่เลย” ชลดาได้ทีก็เอ่ยเสริมร่วมกับธนากรทันที “ถ้าพวกเธอกลัวจะต้องถูกลงโทษกันจริงๆ พวกเธอก็คงตั้งใจตามหาพี่รหัสกันมากกว่านี้แล้ว ไม่มัวยืนเม้าท์กันอย่างสนุกปากตลอดสัปดาห์หรอก จริงไหม?” ปฐพีพูดประชดเหน็บแนมการกระทำของทั้งสองสาว ทำให้ชลดาผู้ที่มีความผิดเช่นเดียวกับรินลดา แต่กลับได้รับบทลงโทษแค่เพียงให้เต้นตลกโปกฮาเพียงเท่านั้น ทำได้แค่ยิ้มแหยๆ แล้วบอกเพื่อนว่า ‘สู้ๆ’ อยู่ในใจเท่านั้น “ปรี๊ดๆๆๆๆ หมดเวลาแล้ว เรียกน้องๆ มาเข้าแถวเถอะ” เสียงเป่านกหวีดจากธนากรดังขึ้นเพื่อช่วยชีวิตของรินลดาจากบทลงโทษน้ำเน่าในบ่อนั้น เธอหันมามองตามเสียงนกหวีดจึงได้สบตากับปฐพีซึ่ งมีสายตาดุเดือดคาดคั้นจะเอาชีวิตจากเธอให้ได้ เธอจึงได้แค่เดินก้มหน้าวิ่งมาเข้าแถวก็เท่านั้น “โรส แกไปเข้าแถวด้านหลังสุดดีกว่านะ” ชลดานำมือขึ้นมาบีบจมูก ทำให้มีเสียงพูดแบบแหบอู้อี้บ่งบอกว่าตอนนี้กลิ่นของรินลดาช่างไม่น่าพึงประสงค์เอาเสียเลย รินลดาจึงทำหน้าหงิกหน้างอเดินไปเข้าแถวด้านหลังสุด ซึ่งเด็กปีหนึ่งอีกสองสามคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต่างก็พากันเอามือปิดจมูกบ้าง ปัดไปมาที่จมูกบ้าง เธอเลยรู้สึกอายกับสภาพของตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างมาก “สำหรับน้องๆ คนไหนที่สมุดเล่มแดงไม่มีลายเซ็นต์ของพี่ๆ ปีสองแม้แต่ลายเซ็นต์เดียวเลยให้น้องๆ อยู่ทำความสะอาดที่ลานทำกิจกรรมในวันนี้ด้วยนะครับ ซึ่งน้องๆ ก็น่าจะรู้ตัวเองนะครับ เพราะความซื่อสัตย์คือหนึ่งในจรรยาบรรณของคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเรานะครับ” ‘เหอะๆ ไม่ต้องบอกรู้ว่าพี่คงหมายความว่าไม่ให้โรสแอบหนีกลับไปที่หอพักก่อนสินะคะ!?’ รินลดารู้สึกสมเพชกับประโยคประชดประชันเหน็บแนมของปฐพี แต่ต่อให้เขาไม่พูดแบบนี้เธอก็พร้อมอยู่รับบทลงโทษจากเขาอยู่แล้ว เพราะเธออยากอยู่ใกล้เขาให้มากที่สุดยังไงล่ะ ขณะที่รินลดาและชลดากับเด็กปีหนึ่งอีกสี่ถึงห้าคนกำลังช่วยกันทำความสะอาดลานเลือดหมูอยู่นั้น ทั้งหมดก็ได้เดินเข้ามาจับกลุ่มคุยกันหัวเราะคิกคักแลดูสนุกสนานกับบทลงโทษนี้นักหนา ทำให้ธนากรผู้ซึ่งแอบมองดูด้วยความเป็นห่วงน้องรหัสของตนเองอยู่นั้นยิ้มไปกับท่าทางหัวเราะและเป็นมิตรของรินลดาที่เธอสามารถเข้ากับผู้อื่นได้อย่างง่ายดายและเป็นกันเองมาก จนทำให้คนบางคนรู้สึกหมั่นไส้ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง “สงสัยจะลงโทษเบาไปสินะ ถึงได้มีความสุขกับบทลงโทษกันนักหนา มึงคิดเหมือนกูไหม!?” ปฐพีเอ่ยถามลองเชิงของธนากร เพราะเห็นเพื่อนเอาแต่จ้องมองไปทางสองสาวนั้น แล้วทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้ “กูว่าวันนี้มึงทำกับน้องโรสเกินไปนะไอ้พี” ธนากรพูดออกมาด้วยเสียงเรียบเย็นชา “ชอบหรอ?” ปฐพีถามธนากรออกไปแบบโต้งๆ จนทำให้อีกฝ่ายถึงกับต้องหันควับมามอง แต่ธนากรก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป แต่กลับยกนกหวีดขึ้นมาเป่าทันที “ปรี๊ดดดดดด วันนี้พอแค่นี้ก็พอครับ กลับหอไปพักผ่อนกันได้เลยครับ” ธนากรตะโกนเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยิน รินลดาจึงหันมายิ้มเล็กน้อยให้เขา แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่ามีพี่ว๊ากอีกคนกำลังเดินหันหลังกลับไป โดยไม่ได้สนใจเสียงนกหวีดนั้นเลย ซึ่งมองแค่แผ่นหลังรินลดาก็รู้ได้ทันทีว่าคือปฐพี ‘เหอะ! เธอมันก็เก่งแค่อ่อยผู้ชายไปทั่วนั่นแหละ ยัยคุณหนูแรดเงียบ!’ เสียงสบถในใจของปฐพีที่บ่งบอกให้รู้ว่าเขานั้นได้เกลียดรินลดาเข้าไส้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม