ตอนที่ 1 เดาตัวตน
ก๊อกๆๆๆ
“โรสตื่นหรือยัง วันนี้ต้องไปอยู่หอแล้วนะลูก” เสียงหญิงวัยกลางคนหน้าตาสวยงาม ร่างกายอยู่ภายใต้ชุดกระโปรงสุดพลิ้วเข้ารูป เป็นชุดแบรนด์ดัง ลุคดูสง่างามเอ่ยเสียงเรียกผ่านประตูพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตูห้องไปด้วย
“อือ ขออีกห้านาทีนะคะแม่” เสียงหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยตอบกลับในขณะที่ยังนอนอยู่บนเตียง
“ห้านาทีอะไรกันลูก เดี๋ยวสายนะคะ ยังมีของบางส่วนที่ลูกจะต้องไปซื้อเพิ่มที่ห้างด้วยนะ เดี๋ยวจะไปมหาลัยสายนะลูก”
“ตื่นแล้วค่ะ ตื่นแล้วค่ะ”
“รีบอาบน้ำเข้านะลูก แม่ให้ลุงพลยกของของลูกขึ้นรถหมดแล้วจ๊ะ ทานข้าวเสร็จจะได้ออกไปกันเลยนะ”
“รับทราบค่ะ ท่านแม่”
น้ำเสียงเอ่ยเชิงประชดประชันรีบตอบกลับผู้เป็นแม่อย่างทันควัน พร้อมกับดีดตัวลุกจากเตียงขึ้นไปอาบน้ำในทันที
รินลดาสวมใส่ชุดกระโปรงสั้นสีหวานพร้อมกับม้วนผมเป็นลอนเบาๆ ใช้โบว์สีชมพูรวบปอยผมด้านหน้าไปไขว้ติดไว้ที่หลังศีรษะ ให้ลุคที่ดูหวานและคุณหนู ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ซึ่งเธอก็ได้แต่แอบดีใจอยู่เล็กน้อยว่าเธอจะได้เป็นสาวมหาวิทยาลัยสักที
‘จะได้เจอผู้ชายและมีเพื่อนเป็นผู้ชายสักที เรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่มัธยมปีที่หนึ่งถึงมัธยมปีที่หกเลย คราวนี้เธอจะได้เจอผู้ชายในชีวิตประจำวันเสียบ้าง ไม่แน่ฉันอาจจะมีแฟนตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเลยก็ได้นะ’ รินลดาแอบคิดอยู่ในใจขณะที่กำลังนั่งมองตัวเองอยู่หน้ากระจก แต่ก็ต้องหยุดคิดเมื่อเงยหน้ามองดูนาฬิกาและพบว่าต้องรีบลงไปหาแม่ของเธอที่ชั้นล่างแล้ว
“เราไปซื้อของที่ห้างใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยได้ไหมคะแม่ โรสยังไม่เคยไปเดินเลย อยากลองไปดูสักครั้งให้ชินเผื่อเวลาที่เข้าไปอยู่ในมอแล้วจะได้ไม่เดินหลงค่ะ” รินลดาทำหน้าตาออดอ้อนผู้เป็นแม่พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างมาจับรอบแขนแม่ของตัวเองไว้
“ได้จ๊ะ”
“ดีเหมือนกันนะคุณ ซื้อเสร็จจะได้เลี้ยวเข้าไปมหาลัยของลูกเลย” เสียงชายวัยกลางคนผู้เป็นพ่อเอ่ยตอบเพื่อร่วมสนทนาด้วย
ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ พ่อของรินลดาได้ทำการติดเครื่องยนต์ แล้วรถยนต์แบรนด์หรูก็ได้เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ที่สุดในถนนสายนี้ออกไป
ระหว่างทางรินลดานั่งมองวิวบนถนนที่ไม่คุ้นตาที่จะพาเธอไปยังมหาวิทยาลัยในฝันของเธอ ที่เธอพยายามอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะสอบเข้าในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผ่านตึกแล้วตึกเล่าพ่อของรินลดาก็ได้ขับรถยนต์แบรนด์หรูมาถึงตึกทรงกลมดีไซน์โมเดิร์นเข้ากับตึกอื่นๆ ในบริเวณนี้ ห้างชื่อดังที่พึ่งจะเริ่มเปิดได้ไม่นานที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยของเธอนั่นเอง
“วันนี้คงมีพ่อแม่คนอื่นๆ มาส่งลูกเข้าหอด้วย รถคงจะเยอะ หาที่จอดอยากน่าดูเลยนะคะคุณ” แม่ของรินลดาบ่นพึมพำกับผู้เป็นสามี
“เดี๋ยวผมวนไปจอดที่ข้างหลังห้างดีกว่านะ น่าจะยังมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง”
หลังจากพูดจบประโยคพ่อของรินลดาก็เลี้ยวรถยนต์แบรนด์หรูวนมาที่ข้างหลังห้าง ขณะที่ผู้เป็นพ่อกำลังขับรถวนไปหาที่จอดอยู่ ท่านก็ได้เหลือบมองไปเห็นเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อตรามหาวิทยาลัยเดียวกับที่ลูกสาวของเขากำลังจะเข้าเรียนยืนจับกลุ่มสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆ กับลานจอดรถ
“ไอ้เด็กพวกนี้นี่ทำตัวแย่ไปวันๆ อุตส่าห์สอบติดมหาวิทยาลัยดังๆ แล้วแทนที่จะทำตัวดีๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ แต่นี่ยังใส่เสื้อตรามหาวิทยาลัยมายื่นสูบบุหรี่อยู่อีก โรสถ้าลูกเข้าหอไปแล้ว อยู่ให้ห่างๆ พวกผู้ชายแบบนั้นเลยนะลูก” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถึงผู้ชายสามคนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดังพร้อมเอ่ยเตือนลูกสาวตนเองให้อยู่ห่างๆ ผู้ชายแบบนั้น
“…” รินลดาไม่ได้ตอบกลับผู้เป็นพ่อ เพราะกำลังแอบคิดในใจอยู่ว่า ‘ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนที่อยู่ตรงกลางนั่นหล่อชะมัดญาติ’ เขาทั้งตัวสูง คิ้วเข้ม หน้าคมเป็นสันตามแบบฉบับผู้ชายลุคแบดบอยอย่างที่เธอชอบเลย ที่สำคัญเขาใส่เสื้อช็อปของคณะวิศวกรรมศาสตร์อีกด้วย คณะเดียวกับเธอเลย ไม่แน่ถ้าโลกยังกลมอยู่ เธออาจจะได้เจอเขาตอนที่เข้าเรียนแล้วหรือถ้าโชคดีเธออาจจะได้เขาเป็นพี่รหัสก็ได้ มันคงจะเป็นอะไรที่ทำให้ดีใจและรู้สึกอยากจะไปเรียนในทุกๆ วัน
ขณะที่ฝั่งของชายหนุ่มผู้ที่ถูกรินลดาซุ่มมองจากภายในรถยนต์แบรนด์หรูอยู่ ก็ได้เอียงตาขึ้นจากการสูบบุหรี่ที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เอื้อมมองมาผ่านกระจกรถแล้วเห็นว่ามีหญิงสาววัยรุ่น หน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังจ้องเขาอยู่อย่างไม่วางตา
“หึ พวกลูกคุณหนูดีแตก ขนาดอยู่กับพ่อแม่ในรถยังกล้าจ้องผู้ชายเหมือนจะกินเข้าไปขนาดนี้ ถ้าออกมาอยู่ไกลตาพ่อแม่คงจะแรดน่าดู” ปฐพีหนุ่มหล่อดีกรีเดือนของคณะวิศวกรรมศาสตร์และยังครองตำแหน่งรองอันดับหนึ่งเดือนของมหาวิทยาลัยอีกด้วย กำลังพูดและทำหน้าตาเยาะเย้ยพร้อมกับพูดบ่นพึมพำออกมา ทำให้เพื่อนของเขาอีกสองคนเกิดความสงสัย
“บ่นอะไรของมึงว่ะไอ้พี” เพื่อนอีกคนหนึ่งด้านซ้ายของปฐพีที่ชื่อว่าธนากรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไร ก็แค่กำลังดูเด็กแรดในคราบของคุณหนูอยู่”
“ไหน สวยไหมว่ะ” เพื่อนอีกคนด้านขวามือของปฐพีที่ชื่อว่าแดเนียลเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“งั้นๆ หน้าตาบ้านๆ” ปฐพีเอ่ยตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก แล้วรีบดึงบุหรี่ในมือขึ้นมาจ่อไว้ที่ปากแล้วสูดเข้าไปสุดลมหายใจ พร้อมพ่นควันออกมาเป็นทางยาว
“โอ้โห้ บ้านอะไรล่ะไอ้พี สวยเลยแหละ นี่ขนาดมองผ่านกระจกรถยังสวยขนาดนี้เลยนะ ถ้าเจอใกล้ๆ จะสวยขนาดไหน” เพื่อนคนที่ยืนอยู่ซ้ายมือพูดสวนกลับปฐพีด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับเผยรอยยิ้มและทำสีหน้าตื่นตาตื่นใจ
ขณะที่ทางรินลดากำลังเปิดประตูและก้าวลงจากรถยนต์แบรนด์หรูอยู่นั้น เธอก็ได้แอบชำเลืองมองผู้ชายสามคนที่กำลังยื่นสูบบุหรี่อยู่โดยใช้แค่หางตา เพราะกลัวว่าจะถูกชายหนุ่มรูปหล่อลุคแบดบอยแอบเห็นว่าเธอกำลังจ้องเขาอยู่
“เตี้ย นมก็เล็ก ไม้กระดาน” หลังจากพ่นควันบุหรี่ออกจากปากแล้ว ปฐพีเอ่ยตอบสวนกลับเพื่อนของเขาพร้อมกับใช้มือข้างที่ถนัดยกบุหรี่ในมือขึ้นมาสูบอีกครั้ง
“แต่หน้าสวยไง ไอ้กรมันถึงบอกว่าสวย แถมดูคุณหนูเรียบร้อยอีกต่างหาก” เพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ด้านขวามือของปฐพีเอ่ยสวนกลับเพื่อร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน
“หึ! เรียบร้อยหรอ แรดลึกน่ะสิไม่ว่า แค่แอบซ่อนอาการคันของตัวเองไว้ใต้ร่างเตี้ยๆ พวกมึงถึงดูกันไม่ออกไงล่ะ”
“มึงก็ว่าน้องเขาเกินไปไอ้พี กูว่าน้องเขาสวยมากเลยนะ สวยพอๆ กับฝ้ายเลยนะ ฝ้ายที่เป็นดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์คู่กับไอ้พีปีที่แล้วอ่ะไอ้แดน รู้จักไหม” ธนากรพูดเปรียบเทียบเพื่อให้เพื่อนลูกครึ่งสุดหล่อของเขาอีกคนนึกถึงความสวยของรินลดาออก
“อ่อ กูว่าสวยกว่าฝ้ายอีกนะ” แดเนียลหนุ่มลูกครึ่งตาดำผมสีน้ำตาลทอง เพื่อนชายต่างคณะของปฐพีและธนากรที่สนิทสนมมาตั้งแต่สมัยมัธยมเพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันมา แต่นิสัยตรงกันข้ามกับปฐพีและธนากรโดยสิ้นเชิง เพราะเค้าทั้งหล่อ เนี๊ยบ สุภาพ และสุดอบอุ่น เป็นสเปกในฝันของสาวๆ หลายคน และด้วยความที่เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ ทำให้สาวๆ หลายคนอยากป่วยบ่อยมาก เพื่อที่จะได้ไปขอรับยาที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเพื่อจะได้เจอกับแดเนียลนั่นเอง
“เห้ย! พวกมึงสามคนมายืนสูบบุหรี่ตรงนี้ได้ยังไง ใครอนุญาตพวกมึง” ชายหนุ่มปริศนาเดินมาพร้อมพรรคพวกอีกสี่คนที่ดูโตกว่าผู้ชายทั้งสามคนสวมเสื้อช็อปของวิทยาลัยอาชีวะเดินเข้ามาหาทั้งสามคนพร้อมกับตะโกนถาม
“ไม่มี เพราะไม่จำเป็นต้องขอใคร ที่นี่เป็นที่สาธารณะ ใครจะมาใช้ก็ได้” ปฐพีรีบเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงแข็งตึงแต่ก็ยังก้มหน้าก้มตามสูบบุหรี่ต่อไปโดยที่ไม่ได้สนใจจะหันไปมองกลุ่มผู้ชายแปลกหน้าที่เดินเข้ามาหาเขาเลยแม้แต่น้อย
“ไปกันเถอะไอ้พี เจ้าถิ่นมาแล้ว มึงใส่เสื้อของคณะอยู่ด้วยนะ ถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมาเดี๋ยวจะเสียชื่อคณะกับมหาวิทยาลัยเอานะ” ด้วยความสุขุมและใจเย็นของแดเนียล เขารีบชวนปฐพีและธนากรออกจากพื้นที่ตรงนี้ทันทีที่เห็นว่ากลุ่มชายหนุ่มทั้งห้าคนเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องต่อยตีกันขึ้นทั้งๆ ที่ยังสวมเสื้อที่มีตราคณะและมหาวิทยาลัยติดอยู่บนอกของเพื่อนทั้งสอง
“…” ปฐพีไม่ตอบกลับแดเนียลและยังทำหน้าเมินเฉยแล้วสูบบุหรี่ต่อไปอย่างไม่สนใจคำพูดของเพื่อน และไม่เกรงกลัวพวกเด็กอาชีวะนั้นเลยแม้แต่น้อย
แดเนียลเห็นท่าทีของปฐพีแล้วก็รู้ในทันทีทันใดว่าเพื่อนคนนี้พร้อมสู้เสมอเมื่อมีคนมาหาเรื่องเขาก่อนอย่างแน่นอน
ด้วยความที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายก็ทำให้รู้ว่าคนอย่างปฐพีก็เป็นคนที่ไม่ยอมคนอย่างแน่นอน และด้วยประสบการณ์สมัยมัธยมปลายของปฐพีแล้วนั้นที่มีเรื่องชกต่อยอยู่เป็นประจำชนิดที่ว่าคุณครูที่ห้องปกครองเจอหน้าพ่อแม่ของปฐพีแทบทุกสัปดาห์จนสนิทสนม บวกกับที่มีธนากรเพื่อนที่สนิทมากที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขทุกสถานการณ์กับปฐพีแล้วนั้น พวกเขาทั้งสองคนคงพร้อมสู้แน่ถ้าหากโดนกลุ่มเด็กอาชีวะรังแก แต่ด้วยความที่แดเนียลเป็นคนสุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตนจึงได้เอื้อมมือข้างหนึ่งไปดึงแขนของปฐพีไว้
“ไอ้พี มึงคิดดีๆ นะ พวกมันมีกันตั้งห้าคน แต่เรามีแค่สามคนเองนะ”
“แล้วยังไงว่ะ” ปฐพีหันไปพูดกับแดเนียลพร้อมกับสะบัดแขนข้างที่แดเนียลดึงไว้ให้หลุดจากมือของแดเนียล
“ที่ตรงนี้พวกกูใช้อยู่ ยังสูบไม่เสร็จ พวกมึงเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา มีอีกมุม น่าจะว่างอยู่” ปฐพีหันไปพูดกับหนึ่งในผู้ชายที่สวมเสื้ออาชีวะที่ดูจะเป็นหัวหน้าแก๊งของทั้งหมด
“แต่พวกกูสูบอยู่ตรงนี้เป็นประจำ พวกมึงต่างหากที่ต้องย้ายไปที่อื่น” ผู้ชายหนึ่งในแก๊งนั้นเอ่ยตอบสวนกลับปฐพีในทันที
ปฐพีเริ่มมีอารมณ์โมโหมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามทำตัวใหญ่ตัวโตแสดงความเป็นเจ้าของที่ใส่เขา
“แต่วันนี้พวกกูยืนอยู่ตรงนี้ แล้วก็กำลังใช้พื้นที่ตรงนี้อยู่ มึงไม่เห็นหรอว่าพวกกูยังสูบไม่เสร็จ” ปฐพีเริ่มขึ้นเสียงดังใส่กลุ่มเด็กอาชีวะพวกนั้น
“พอเหอะไอ้พี กูว่าเราไปที่อื่นกันก็ได้” แดเนียลเห็นท่าทางไม่ดีแล้วว่าปฐพีเริ่มมีอารมณ์โมโหมากขึ้นเลยพยายามหาทางพาเพื่อนออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
“…” ปฐพีไม่ได้ตอบกลับแดเนียลแต่กำลังยืนจ้องหน้าชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้าแก๊งอยู่
“มึงมองหน้ากูแบบนี้มึงอยากมีเรื่องหรอว่ะ” ชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้าแก๊งตะโกนตอบกลับใส่หน้าปฐพี
“ก็ถ้าพวกมึงไปที่อื่นก็หมดเรื่อง” ปฐพียังคงไม่ยอมและยืนกรานจะใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อสูบบุหรี่ต่อไป
“เห้ย!!! มึงอยากโดนสั่งสอนหรอว่ะ มึงคิดว่ามึงแน่มาจากไหน” ชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้าแก๊งตะโกนตอบกลับใส่หน้าปฐพี
“แล้วมึงเป็นใคร แน่มาจากไหนว่ะ”
สิ้นสุดที่คำนั้น ปฐพีก็ทิ้งบุหรี่ที่ถืออยู่ในมือตอนแรกลงพื้นทันทีและถลาตัวเข้าใส่ชายผู้เป็นเสมือนหัวหน้าแก๊งพร้อมกับเหวี่ยงกำปั้นอันหนักแน่นเข้าใส่ที่หน้าทันที
เพื่อนๆ อีกสี่คนที่มาด้วยกันกับชายที่ถูกหมัดของปฐพีใส่เข้าที่หน้าแล้ว ไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าใส่เพื่อนทั้งสองของปฐพีในทันที หนึ่งในนั้นวิ่งเข้าใส่แล้วกระโดดถีบกลางอกของแดเนียล และด้วยความที่แดเนียลไม่ค่อยจะมีเรื่องชกตีกับใครทำให้เขาหลบหลีกไม่ทันและสู้กลับอีกฝ่ายไม่ได้
แต่ในทางกลับกันทางด้านของธนากร สมัยมัธยมปลายเขามีเรื่องชกต่อยและเป็นคู่ซี้ของปฐพี ต่อยตีมานับไม่ถ้วน เรียกว่ามีการชกต่อยจนชำนาญเลยล่ะ เขาได้ใช้เท้าข้างหนึ่งยันชายที่สวมเสื้ออาชีวะคนหนึ่งไว้แล้วหันไปสาดหมัดใส่หน้าชายอีกคนอย่างเต็มแรง
ด้านปฐพีก็พยายามคุกวงในกับชายผู้เป็นหัวหน้าแก๊งของกลุ่มเด็กอาชีวะนั้นอย่างเมามันจนทำให้ล้มไปชนถังขยะที่ใช้เป็นที่เขี่ยบุหรี่ล้มลงเทระเนระนาดไปกับพื้นทำให้เสียงเกินเสียงดังขึ้นจนครอบครัวของรินลดาได้ยินเข้า
“ว๊าย!!” แม่ของรินลดาตกใจกรี๊ดในทันทีที่มองไปเห็นภาพเด็กทั้งสองกลุ่มกำลังชกตีกันอยู่กลางห้างสรรพสินค้า ในขณะที่รินลดาได้แต่ยืนอึ้งอยู่ ทำหน้าตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับภาพที่เห็นอยู่ในขณะนั้น
“โรสมานี่เร็วลูก ออกมารอให้ห่างๆ นักเลงพวกนั้น เดี๋ยวพ่อจะไปเรียก รปภ. ก่อน” พ่อของรินลดาเรียกรินลดาที่กำลังยืนอึ้งอยู่แน่นิ่งขยับไปไหนไม่ถูกให้รีบออกห่างพวกเด็กเสื้อสวมช็อปที่กำลังตีกันอย่างน่ากลัวให้ออกห่างในทันที เพราะกลัวว่าลูกสาวของตนเองจะถูกลูกหลงเข้า
ทางด้านปฐพีนั้นได้ถีบเด็กอาชีวะที่มาหาเรื่องเขาจนล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น แล้วปฐพีก็รีบนั่งคร่อมร่างชายคู่ต่อสู้ใช้มือข้างหนึ่งดึงคอเสื้อของคู่ต่อสู้ไว้แล้วใช้มือข้างที่ถนัดสาดหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มมีเลือดออกอยู่ที่มุมปาก
“หยุดนะคะ อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ” รินลดาที่พึ่งจะตั้งสติได้รีบตะโกนออกไปห้ามชายทั้งแปดคนที่กำลังชกต่อยกันอย่างเมามัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจหรือได้ยินคำพูดของเธอแม้แต่น้อย เธอจึงรีบจ้ำฝีเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มผู้ที่ก่อนหน้านี้เธอจ้องเขาไม่วางตา
“โรสอย่าเข้าไปนะลูก เดี๋ยวจะเจ็บตัวนะลูก” แม่ของรินลดารีบร้องห้ามรินลดาไว้แต่เธอก็ไม่ฟัง ยังคงเดินจ้ำเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
“หยุดเถอะนะคะ เดี๋ยวตำรวจมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ” รินลดาเดินมาหยุดข้างหลังปฐพีแล้วตะโกนห้ามไว้ แต่เขาก็ไม่ได้ยินเพราะกำลังเมามันกับการสาดหมัดใส่คู่ต่อสู้อยู่ เธอจึงได้เอื้อมมือไปขว้าคอเสื้อของปฐพีไว้
“อย่าเสือก!!!” ปฐพีหันกลับมาตะโกนใส่หน้ารินลดาอย่างหยาบคายทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน แต่เขาพูดจาหยาบคายกับคนแปลกหน้าแบบนี้เลยหรอ รินลดาได้ยินคำนั้นถึงกับหน้าเหวอไปชั่วขณะ
ปฐพีเสียหลักถูกชายคู่ต่อสู้ใช้เท้าถีบจนกระเด็นออกมาชนกับรินลดาเข้าจนทั้งสองล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น
“โอ๊ย!!” รินลดาเมื่อถูกชนเข้ากับร่างหนากำยำและหนักอึ้ง เธอก็ล้มหงายหลังลงไปอยู่แนบกับพื้นคอนกรีต
“ว๊าย!! โรสลูก ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยมาห้ามเด็กพวกนี้ทีค่ะ” แม่ของรินลดาตกใจที่เห็นลูกสาวล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตะโกนเรียกให้คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นเลยแม้แต่คนเดียว
ด้านปฐพีที่เสียหลักหลังจากที่หันมาตอบกลับรินลดา เขาก็ถูกชายคู่ต่อสู้ขึ้นนั่งคร่อมบนตัวแล้วสาดหมัดใส่หน้าปฐพีอย่างไม่ยั้ง ทำให้ปฐพีมีเลือดไหลออกมาจากปาก แต่เขาก็ยังที่จะพยายามหาช่องว่างเพื่อตอบโต้กลับใส่คู่ต่อสู้ ด้วยพละกำลังที่มากกว่า เขาได้ทีใช้ตัวดันอีกฝ่ายให้หลุดพ้นกระเด็นออกไป เขาหันไปเห็นที่เขี่ยบุหรี่กลิ้งอยู่ใกล้ๆ เขาจึงหยิบมันขึ้นมาไว้ในมือข้างที่ถนัดเดินเข้าไปหาคู่อริ จากนั้นเขาก็ใช้ที่เขี่ยบุหรี่ที่ทำจากสแตนเลตฟาดใส่หน้าชายคู่ต่อสู้จนทำทำให้เกิดเสียงดังขึ้น
“มึงคิดว่ามึงแน่มาจากไหนว่ะ กล้าดีมามีเรื่องกับกู” ปฐพีพูดพึมพำไปพร้อมๆ กับที่ใช้ที่เขี่ยบุหรี่สแตนเลตฟาดใส่หน้าคู่ต่อของเขาไปด้วย เขาตั้งใจว่าจะต้องสั่งสอนชายคนนี้ให้รู้ว่าไม่ควรจะมามีเรื่องกับเขาอีกเลย
ด้านรินลดาได้แต่ใช้แขนทั้งสองข้างยันตัวเองที่ลุกขึ้นนั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นแล้วมองผู้ชายที่เธอปลาบปลื้มในตอนแรกกำลังรัวมือพร้อมด้วยใช้ที่เขี่ยบุหรี่เป็นอาวุธฟาดใส่อีกฝ่าย เธอตกใจอยู่จนทำอะไรไม่ถูก พอพูดห้ามไปแล้วปฐพีก็ไม่ฟังและยังตอกกลับเธอด้วยประโยคที่สุดแสนจะหยาบคายอีกด้วย
“โรสลูก!! นั่นครับ อยู่ตรงนั้นเลยครับ” พ่อของรินลดาวิ่งตะโกนเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างและทำหน้าตาตกใจเมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนนั่งกองอยู่ที่พื้น
“ปี๊ดๆๆๆๆๆ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเป่านกหวีดเสียงดังเพื่อส่งสัญญาณว่าให้ผู้ชายที่กำลังชกต่อยกันอยู่แปดคนนั้นหยุดเสียที
“ยกมือไขว้กันไว้บนหลังศีรษะ” หนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างตะโกนขึ้นและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็รีบกรูกันเข้าไปแยกคู่มวยออกจากกันพร้อมกับจับทุกคนไว้ให้นั่งคุกเข่ามือไขว้อยู่หลังศีรษะนั่งอยู่บนพื้น
“โรสเป็นอะไรมากไหมลูก? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” พ่อของรินลดาเอ่ยถามเธอด้วยความตกใจพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างประคองลูกสาวให้ลุกขึ้นยืน
แม่ของรินลดาพึ่งหายจากอาการตกใจรีบวิ่งกรูเข้ามาหาลูกสาวพร้อมโอบกอดไว้
“เจ็บมากไหมลูก”
“โรสไม่ได้เป็นอะไรค่ะแม่ แค่ล้มแล้วข้อศอกถลอกนิดหน่อยเองค่ะ”
“พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่ห่างๆ ผู้ชายแบบนี้ ลูกเลยต้องมาเจ็บตัวเลยเห็นไหม”
“โรสไม่ได้เป็นอะไรค่ะพ่อ”
“จับส่งตำรวจให้หมดเลยนะครับ ในที่สาธารณะแท้ๆ ยังกล้ามีเรื่องชกต่อยกันอีก” พ่อของรินลดาหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้นะคะพ่อ ทุกๆ คนยังอยู่มหาลัยกันอยู่เลย เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้นะคะพ่อ” รินลดาพยายามขอร้องพ่อของตนเองเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มที่เธอแอบปลื้มเขาอยู่ต้องเดือดร้อนมากไปกว่านี้
“ยุ่ง!!”