ตอนที่ 2กลับบ้าน

1144 คำ
300 ปีต่อมา สำนักคุ้มภัยฉีอัน บรรยากาศยามเช้าที่แสนสดใส แต่ใจคนกลับรู้สึกหดหู่ใจหาย อู๋หวังหมิ่นได้รับจดหมายจากทางบ้านอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เห็นทีเขาจะเลี่ยงปฏิเสธได้ยาก อู๋หวังหมิ่น บุตรชายคนโตของคหบดีอู๋ พ่อค้าเครื่องหอมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ด้วยความชื่นชอบในแบบบุรุษ จึงลาครอบครัวมาศึกษาวิชากับสำนักคุ้มภัยตั้งแต่เริ่มย่างเข้าวัยหนุ่ม จนเวลาเลยล่วงผ่านมาหลายปี ผู้เป็นบิดามารดา ก็รอคอยการกลับมาของลูกชาย หวังใจอยากให้สืบทอดกิจการต่อ บัดนี้เขาอายุ 22 แล้ว เที่ยวเล่นหาความรู้นอกบ้านมาเกินพอ ก็ควรจะกลับเพื่อให้พ่อแม่ได้วางใจเสียที "จดหมายเรียกกลับบ้านอีกแล้วหรือ" ลู่หย่งจวิน สหายสนิทของอู๋หวังหมิ่น ตบไหล่เขาเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ "ใช่ หลบสามวันได้ แต่หลบทั้งปีไม่ได้ เราคงต้องลากันจริงๆแล้ว" หวังหมิ่นทำสีหน้าสลด การใช้พลังปราณดีดลูกคิด มันช่างไม่เหมาะกับเขาเอาเสียเลย แม้ผิวพรรณของเขาจะขาวราวหิมะ รูปร่างหน้าตาก็ฉ่ำหวานราวอิสตรี แต่เขาก็ชื่นชอบกับการที่ได้จับหอกดาบเสียมากกว่าการจับกระดาษ พู่กัน และเงินทอง "เมื่อถึงเวลาก็ต้องจาก จะอาลัยไปไย ในเมื่อต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ ก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด ได้กลับบ้านเจ้าควรจะดีใจถึงจะถูก" "อืม" หวังหมิ่นพยักหน้ายิ้มรับ อันที่จริงเขาก็อยากกลับบ้าน เพียงแต่กลัวความเปลี่ยนแปลง เลยเกิดเป็นความกังวล แต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้มของผู้เป็นน้องสาว มันก็ทำให้เขาทำใจจากลาได้ง่ายขึ้น "ดี ถ้าอย่างนั้น ข้าจะไปพร้อมกับเจ้าด้วย จะไปขอบคุณคหบดีที่สนับสนุนสำนักมาด้วยดีตลอด และขอบคุณที่พวกเขายอมให้เจ้าได้มาที่นี่ มารู้จักข้า และเป็นสหายรักของข้า" สายตาทราบซึ้งของลู่หย่งจวิน ทำเอาหวังหมิ่นขนลุกชี้ชันไปทั้งตัว "อย่ามองข้าแบบนั้น ถึงอย่างไรข้าก็ไม่แต่งเจ้าเป็นฮูหยินแน่" "เจ้าบ้า ใครอยากเป็นสามีของเจ้ากัน ไปเก็บของเถอะ อย่าชักช้า ข้าก็จะรีบไปเตรียมของฝากเช่นกัน" "ขอรับ....นายน้อยลู่" หวังหมิ่นทำทีเอ่ยแซะเจ้าสำนักน้อยอย่างหย่งจวิน ที่ชอบออกคำสั่ง แต่พวกเขาก็หยอกล้อเล่นกันเช่นนี้เป็นประจำ จนบางครั้ง คนอื่นๆก็อดไม่ได้ที่จะคิดไปว่า ว่าบุรุษรูปหยกสองคนอาจเป็นยวนยางหลงป่า ด้วยพวกเขาพ้นวัยออกเรือนมาสองปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีสตรีมาเคียงข้าง .................... เรือนสกุลอู๋ เมื่อรถม้าของสำนักคุ้มภัยฉีอันมาจอดเทียบเรือนสกุลอู๋ ไม่เพียงแต่บ่าวไพร่ ที่ออกมายืนรอต้อนรับ แต่คหบดีอู๋และฮูหยิน ก็ออกมายืนรอต้อนรับการกลับมาของบุตรชายด้วย สีหน้าของทุกคนดูตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดพวกเขาก็มีวันนี้ " คารวะท่านพ่อท่านแม่" บุรุษผิวหิมะกล่าวทักทายบิดามารดาด้วยความเคารพ เป็นฮูหยินที่น้ำตารื้น ดีใจจนพูดไม่ออก นางรีบกวักมือเรียงลูกชายให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด "ท่านแม่ จากบ้านไปนาน คราวนี้ข้ากลับมาจริงๆ แล้ว" "ดีแล้วลูก มาก็ดีแล้ว" นายท่านอู๋ก็ดีใจไม่ต่าง เขาเข้าใจดีถึงเหตุผลในใจของผู้เป็นลูกชาย "มาเหนื่อยๆ เข้าบ้านกันเถอะ เรื่องอื่นๆ หายเหนื่อยแล้วค่อยคุยกัน" หวังหมิ่นยิ้มกว้างให้ผู้เป็นบิดา ก่อนจะหันกลับมามองยังรถม้า ที่ยังมีอีกหนึ่งบุรุษที่ติดตามเขามาด้วย "อ้าว นายน้อยลู่ เจ้าก็มาด้วยหรือนี่" ลู่หย่งจวินยิ้มกว้างอารมณ์ดี พร้อมโค้งคำนับทักทายอย่างมีมารยาท "ไม่แปลกหรอก ก็รัศมีเจ้าหิมะกลบข้าเสียหมด พวกท่านจะมองเห็นข้าได้อย่างไร" หย่งจวินเอ่ยเย้า แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้ไม่น้อย อู๋ฮูหยินจึงเดินตรงเข้ามาหาเขา "นายน้อยถ่อมตนไปแล้ว หวังหมิ่นหน้าตาเรียบราวกระดาษ ไหนเลยจะเทียบบุรุษคมเข้มสมชายชาตรีเช่นเจ้าได้ โตเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว หล่อเหลาเอาการเสียด้วย คงมีอนุล้นเรือนแล้วสินะ" คำทักทายของอู๋ฮูหยินทำเอาทั้งหย่งจวินและหวังหมิ่นกระอักกลั้นขำไว้แทบไม่ทัน "ฮูหยินล้อข้าเล่นแล้ว วันๆ อยู่แต่กับดาบจับแต่ธนู ไม่มีเวลาว่างไปกุมมือสตรีนางใดหรอกขอรับ" "แหม ข้าก็หวังจะให้เจ้าช่วยหาให้หวังหมิ่นสักคน เจ้าเองก็เป็นพวกไม่ชายตามองสตรีเช่นกันหรอกหรือ น่าเสียดาย" ฮูหยินถอนหายใจยาว ดังรู้สึกเสียดายในความหนุ่มแน่นหล่อเหลาที่ไม่ได้ใช้งาน "ท่านแม่ ท่านก็พูดเกินไป พวกเราแค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ หาได้เป็นเช่นที่ท่านคิดไม่" หวังหมิ่นเอ่ยปรามผู้เป็นมารดา เรื่องแต่งสตรีเข้าบ้านก็เป็นอีกหนึ่งความคาดหวังของครอบครัว ที่เขาหนักใจเช่นกัน "เอาหละๆ เข้าไปคุยกันต่อข้างในดีกว่า ทักกันยาวขนาดนี้ คงคอแห้งกันหมดแล้ว ไปกันเถอะ" นายท่านอู๋ตัดบทชวนทุกคนเข้าบ้าน ..... ชาดีหอมกรุ่น ถูกรินในถ้วยจัดยกมาวางต่อหน้านายท่านทั้งสี่ ทั้งนายท่านอู๋และฮูหยิน ต่างกล่าวขอบคุณนายน้อยลู ที่ช่วยดูแลบุตรชายตนด้วดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ไม่เป็นไรไม่ได้ขอรับ หวังหมิ่นเขาเป็นคนมีความสามารถดูแลตัวเองได้ดีครับ ข้าต่างหากที่ต้องให้เขาคอยช่วยอยู่บ่อยๆ" "อ่อ ดีแล้วๆ มีอะไรช่วยเหลือกัน นายน้อยมีภาระมาก ให้หวังหมิ่นช่วยแบ่งเบาก็สมควรแล้ว" นายท่านอู๋เอ่ยเสริม "ท่านแม่ อิงเออร์เล่า ตั้งแต่มาข้ายังมิเห็นนางเลย" มัวแต่ตื่นเต้นดีใจ หวังหมิ่นลืมไปเลยว่ายังมีน้องสาวเขาอีกคน ที่ยังไม่ได้พบเจอ "นั่นสิข้ามัวแต่ดีใจจนลืมนางไปเลย นางน่าจะอยู่ศาลาริมน้ำ เสี่ยวหง ตามนางมาที" ฮูหยินเอ่ยสั่งกับสาวใช้ "ไม่เป็นไรท่านแม่ เดียวข้าไปตามนางเอง ข้ามีของจะให้นางด้วย" หวังหมิ่นกล่าวจบก็รีบลุกไปหาน้องสาว ทิ้งให้พ่อแม่ต้อนรับแขกกันต่อ แต่หนุ่มสาวคุยกัน ก็คงจะสนุกกว่าอยู่คุยกับคนแก่ "เจ้าก็ไปกับเขาสิ นายน้อย" "อ่อ ขอรับ" ..........
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม