Jupjaeng talk.
"ว้ายยยย!!!"
"เฮ้ย!!!"
ฉันกำลังก้าวเท้าเดินไปทางห้องน้ำผู้หญิงที่อยู่ไม่ไกลจากบาร์เครื่องดื่มที่ฉันนั่งอยู่เมื้อกี้ แต่ใครไม่รู้ทำน้ำหกไว้บนพื้น แล้วฉันที่ใส่ส้นสูงเกือบสี่นิ้ว แถมเพิ่งดื่มเหล้ามานิดหน่อย ไม่ทันได้ระวังเลยลื่นเกือบหงายหลังแล้ว ดีนะที่มีคนช่วยฉันไว้ ไม่งั้นคงได้อับอายแน่เลย ฉันกำลังจะพูดขอบคุณคนที่คว้าเอวฉันไว้ได้ทันเวลา
"น่าดูด" แต่พอได้ยินเขาพึมพำเหมือนคนละเมอแบบนั่น ฉันเลยมองที่มือของเขา ก็เขาคว้าตัวฉันไว้แล้วเสื้อเกาะอกที่ฉันใส่มันเลื่อนลงไปตามมือเขาน่ะสิ เลยทำให้เต้านมเกือบครึ่งนึงของฉันโผล่ออกมา ฉันเลยรีบตั้งหลัก แล้วผลักตัวออกจากเขา ก่อนจะจัดชุดให้เข้าที แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำทันที
โดยที่ไม่ได้สนใจว่าไอ้บ้าที่ช่วยฉันไว้จะพูดอะไรตามหลังฉันมา ได้ยินแค่ว่าอะไรขาวๆใหญ่ๆเนี่ยแหละ ก็อยากจะขอบคุณอยู่หรอกนะ ที่ช่วยฉันเมื่อกี้ แต่พอเห็นความหื่นของเขา ที่ใช้สายตามองนมฉันแล้ว ฉันขอบคุณไม่ลงอ่ะ ว่าแต่ทำไมหน้าเขามันคุ้นๆเหมือนจะเคยเห็น แต่ฉันนึกไม่ออก ฉันรีบทำธุระให้เสร็จเร็วๆ ป่านนี้เพื่อนรักฉันเมาไม่รู้เรื่องแล้วมั้ง
Mixer talk.
ผมโดนไอ้ดีเซลล์ลากออกมาจากมหาลัยทันทีที่สอนเสร็จ ผมเป็นอาจารย์พิเศษของคณะสถาปัต มหาลัยCM ก็ไอ้ดีเซลล์มันกลัวผมจะว่างเลยหาอะไรให้ผมทำแก้เบื่อ อ้างว่ากลัวความรู้ที่ผมมีมันจะศูนย์เปล่าเลยเอาประวัติผมไปให้ทางมหาลัยดูแบบที่ไม่ถามกูสักนิดว่าเต็มใจรึป่าว พอทางนั่นตกลงมันก็บังคับผมให้ไปช่วยมันสอน
เพราะมันก็เป็นอาจารย์ที่นั่นเหมือนกัน ทั้งที่มีบริษัทเป็นของตัวเองมันเสือกอยากลำบาก ก็อย่างว่าแหละครับเพื่อนผมมันรักในงานศิลป์ ซึ่งผมก็ไม่ต่างจากมันเท่าไร อีกอย่างผมเห็นว่าสอนแค่อาทิตย์ละไม่กี่ชั่วโมงผมเลยตกลง ก็ทำแก้เบื่อไปแบบนั่นแหละครับ ปกติผมก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว นอกจากมีงานสำคัญผมถึงจะเข้าไปที่บริษัท
ผมมาอยู่ที่ไทยเพราะคุณพ่อขอร้องผมไว้ก่อนท่านจะเสียให้ผมมาดูแลน้องชายคนละแม่ แต่ผมกับมันเหมือนน้ำกับไฟเข้าใกล้กันไม่ค่อยจะได้ เร็วๆนี้ผมเพิ่งโดนมันยิงแขนมา นี่ก็เพิ่งหายดี
"ยิ้มเหี้ยไรไอ้สัส ไปเข้าห้องน้ำแปบเดียวเสือกเดินยิ้มออกมา มีอะไรดีๆรึไงวะ"จะไม่ยิ้มได้ยังไงครับ เมื่อกี้ผมไปเจอแมวยั่วสวาทมาน่ะสิ คนอะไรน่ารักเป็นบ้า แต่งตัวน่าจัดให้สักหลายๆดอก เมื่อกี้เธอจะล้มผมเลยคว้าเอวเธอไว้แต่เกาะอกที่เธอใส่ดันเลื่อนติดมือผมลงมาด้วย หน้าอกหน้าใจของเธอเลยโชว์ให้ผมเห็น มันทั้งขาวทั้งใหญ่น่าดูดชิบหาย ที่จริงผมเคยเจอเธอที่สนามบินมาแล้วนะครับ แต่ผมรีบไปหน่อยเลยไม่ได้อยู่มองหน้าเธอชัดๆ
"หึ!!!แมวยั่วสวาท"ผมตอบก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆไอ้ดีเซลล์
"มึงว่าอะไรนะไอ้มิค"
"ป่าวๆ"ผมรีบปฏิเสธทันที ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะถามผมไม่เลิกอีก
"เออแล้วไป เมื่อกี้กูลงไปสั่งเครื่องดื่ม เห็นว่าที่คู่หมั้นมึงนั่งกินอยู่ที่บาร์ด้านล่างวะ"ผมหันไปมองหน้าคนพูด น้องมะปรางค์มาที่นี่หรอวะ เธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของผมครับผมชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็นวันนั่นผมไปประชุมหุ้นส่วนบริษัทที่เธอเป็นเจ้าของ
ก็หุ้นที่พ่อผมซื้อไว้นั่นแหละครับ พอท่านเสียก็แบ่งให้ผมกับน้อง พ่อผมท่านมีหุ้นอยู่หลายบริษัท ส่วนมากจะตกเป็นของไอ้แบงค์น้องชายผมที่เป็นลูกชายของเมียหลวง ผมจะได้น้อยกว่าเสมอถ้าถามว่าน้อยใจรึป่าว ก็ไม่นะครับสำหรับผมแค่แม่ผมอยู่สุขสบายก็พอแล้ว
แต่เรื่องที่ยอมไม่ได้คือมันเสือกชอบผู้หญิงคนเดียวกับผมไง ผมเลยพยายามทำทุกทางให้เธอเป็นของผม ก่อนไอ้น้องชายตัวดีจะแย้งผมไป พอไอ้ดีเซลล์พูด ผมเลยลุกไปยื่นมองที่กระจกก็เห็นเธอกำลังจับแขนไอ้แบงค์ไว้พอดี แถมคุยกันสนิทสนมอีกต่างหาก สงสัยผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วก่อนที่เธอจะไปชอบมันแล้วยกเลิกเรื่องที่เราตกลงกันไว้
Jupjaeng talk.
ฉันกำลังยืนมองเพื่อนรักคุยกับผู้ชายหน้าตาดีคนนึง ท่าทางเหมือนหล่อนกำลังงอนๆอะไรเขาสักอย่างเลยอ่ะ อย่าบอกนะว่าคนนี้ตัวจริง แล้วว่าที่คู่หมั้นที่ยัยปรางค์พูดถึงล่ะจะทำไง ฉันไม่เคยเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นของหล่อนหรอก แค่ได้ยินยัยปรางค์บ่นให้ฟังว่าไม่ชอบ
แต่ผู้ชายที่นั่งกอดเอวเพื่อนฉันอยู่ ฉันว่ามันเกินคำว่าไม่ชอบไปเยอะเลยอ่ะ ยัยนี่หวงตัวจะตาย ปล่อยให้เขากอดเอวแบบนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว พอผู้ชายคนนั่นจะลุกเดินไปเพื่อนฉันกลับดึงแขนเขาไว้ พอเขาก้มลงพูดอะไรสักอย่างหล่อนก็เขินขึ้นมาก่อนจะยอมปล่อยมือให้เขาเดินออกไป ฉันเลยเดินเข้าไปหาเพื่อนฉันก่อนจะถามด้วยความอยากรู้
"ใครยะ คนเมื่อกี้"
"พี่แบงค์"
"แฟนแก หรอยะ"
"ยังไม่ใช่สักหน่อย"
"อ้าวแล้วไอ้ที่ดึงแขนเขาไว้เนี่ยคืออะไรไหนเล่ามาสิ"ยัยปรางค์มองหน้าฉันก่อนจะยอมบอกว่าเขาเป็นใคร เคยช่วยหล่อนจากคู่หมั้นที่คิดไม่ดีกับหล่อนยังไงบ้าง
"แกชอบพี่เขารึป่าวล่ะ"
"อือ"
"งั้นก็ทำตามหัวใจตัวเองสิ จะไปกลัวอะไร แกอายุป่านนี้แล้วนะมะปรางค์หาความสุขให้ตัวเองบ้างก็ดีนะ แกน่ะทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว"ฉันพูดเรื่องจริงนี่น่าเพื่อนฉันดูเคลียดตลอดเวลา ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งบ้าบอนั่นเพื่อนฉันแทบไม่เคยหาความสุขให้ตัวเองเลย โทรไปแต่ละทีไม่ทำงาน ก็ติดประชุม เสียงหัวเราะที่ฉันเคยได้ยิน ก็แทบจะไม่ได้ยินอีกเลย
"แต่คุณพ่อ"
"คุณลุงท่านรักแกจะตาย ฉันว่าท่านจะดีใจซะมากกว่าที่ลูกสาวสุดที่รักมีความสุข"
ฉันนั่งคุยกับยัยปรางค์จนผู้ชายคนนั่นเดินมานั่งด้วยแถมเพื่อนฉันทำท่าจะอยากอยู่กับเขามากกว่าฉันซะอีก ก็ดูตอนนี้นั่งเอาหลังพิงอกเขาซะแล้ว แถมพี่แบงค์ก็กอดเอวยัยปรางค์ไว้ไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก
"หนูฝากพี่แบงค์เอายัยขี้เมานี่ไปด้วยนะคะ หนูคงแบกไม่ไหว"ก็ฉันไม่อยากขัดจังหวะเพื่อนรักนี่น่า เห็นเพื่อนมีความสุขฉันก็มีความสุขไปด้วยน่ะสิ
"แล้วแกจะกลับยังไง ฉันพาแกมานะ"
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวฉันขับรถแกกลับก็ได้"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ยะ เอากุญแจรถมาฉันง่วงนอนแล้วอ่ะ"ยัยปรางค์ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็ยอมหยิบกุญแจรถในกระเป๋าส่งให้ฉัน เราแยกย้ายกันที่ลานจอดรถ ฉันเลยขับรถยัยปรางค์กลับคอนโด แต่ระหว่างทางดันมีรถสามสี่คันจอดขวางทางอยู่ ฉันเลยต้องหยุดรถเพราะขับต่อไปไม่ได้ พวกเขาจอดรถขวางทางคนอื่นทำไมเนี่ย ฉันง่วงนอนจะแย่แล้วนะ