ตอนที่2 อาหารมื้อแรก

1985 คำ
สภาพในครัวเน่าได้มากกว่าที่ลี่ชุนคิดเอาไว้อีก สภาพคราบอาหารที่เกาะแล้วเกาะอีก ที่ปากกระทะสาบานเถอะว่านี่มันเป็นภาชนะประกอบอาหารของมนุษย์จริงๆ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสามารถสกปรกได้ถึงขนาดนี้ เธอไม่สามารถที่จะทนใช้สิ่งสกปรกที่ไม่ได้สุขอนามัยพวกนี้ประกอบอาหารให้เด็กๆ เด็ดขาด แล้วกระทะก็ใบโตขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ที่เธอจะลากมันไปล้างที่ลำธาร เว้นเสียว่า เธอจะขอให้คนเป็นสามีไปตักน้ำมาให้เธอล้างกระทะ ลี่ชุนรีบหันหน้าไปหาไป๋จวิ้นผู้เป็นสามีอย่างขอความช่วยเหลือ "กระทะนี่สกปรกเกินกว่าที่จะทำอาหารได้ คุณช่วยไปเอาน้ำมาให้ฉันล้างกระทะสักถังได้ไหมคะ" สามีพยักหน้ารับ แม้รู้สึกว่าตั้งแต่ภรรยาของเขาตื่นมาครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ นั่นอาจเป็นเพราะตอนที่เธอล้ม หัวอาจไปกระแทกกับก้อนหินมากเกินไป มันจึงอาจทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมกับน้ำที่เต็มถังถึงสองถัง อย่างไรอีกถังก็เป็นน้ำ ที่เก็บไว้สำหรับดื่มกิน บ่อน้ำข้างบ้าน น้ำแห้งเขือดจนเหม็นกลิ่นโคลนแล้ว คาดว่าไม่นานคงไม่เหลือน้ำอีกแล้ว การที่ต้องการใช้น้ำแต่ละครั้ง มีหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องเดินทางไกลไปถึงท้ายหมู่บ้าน "ขอบคุณค่ะ" เมื่อน้ำมาถึงลี่ชุนรีบจัดการขัดกระทะกับฝอยไม้ที่ฉีกรอเขาเอาไว้ เมื่อขัดจนมั่นใจว่าสะอาดสองรอบเธอก็ต้มน้ำลวกกระทะก่อน ความเน่าก่อนหน้านี้ มันทำให้เธอตัดใจใช้กระทะใบนี้โดยไม่ผ่านความร้อน ไม่ไหวจริงๆ เด็กๆ มาเกาะขอบประตู เพื่อรอลุ้นว่า เมื่อไหร่แม่ของพวกเขาถึงจะเริ่มปรุงอาหารสักที ปกติแล้วแม่ไม่มานั่งสนใจความสกปรกของกระทะอยู่หรอก มีบางครั้งที่เขาพูดถึงความสกปรกของคราบอาหารเก่า แม่กลับไม่พอใจและตบปากของพวกเขา จากนั้นไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยท้วงเรื่องนี้อีกเลย เมื่อกระทะสะอาดจนน่าพอใจ แม่ของพวกเขา เริ่มที่จะปอกเปลือกหัวสีขาวที่มีกลิ่นฉุนนั่น ทุบและสับจนละเอียด ก่อนที่จะดึงส่วนมันของไก่ไปผัดในกระทะ ให้คลายน้ำมันออก เหมือนว่าแม่ของพวกเขากำลังมองหาเครื่องปรุงในบ้าน ที่ตอนนี้มีแต่เพียงแค่เกลือหยิบมือเดียว ส่วนน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลแดงไม่ต้องไปถามถึง ของมีค่าขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะหลงเหลือถึงมือถึงปากครอบครัวของพวกเขาเป็นอันขาด เมื่อเจอเพียงเกลือแค่เพียงหยิบมือ ลี่ชุนถอนหายใจอย่าผิดหวัง แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็ยังมีเกลืออยู่ ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเขาต้องทนกินอาหารรสชาติจืดชืดอย่างแน่นอน หลังจากโยนเกลือทั้งหมด ใส่กระทะ ก็ตามด้วยกระเทียมที่ทุบและสับจนละเอียด เมื่อกระเทียมเจอกับน้ำมันไก่ มันเกิดความหอมขึ้นมา เด็กๆ แค่ได้กลิ่นของกระเทียมเจียว ก็แอบลอบกลืนน้ำลายกันแล้ว ต่อมาเมื่อได้ที่ ก็ใส่ไก่ที่สับเป็นชิ้นพอดีคำลงไป ก่อนที่จะผัดให้สุก และตามด้วยต้นกระเทียม ที่หั่นเป็นชิ้นเท่าๆ กัน เมื่อใส่ผักลงไปก็ผัดสองสามครั้ง ให้น้ำผัดของไก่ แทรกซึมเป็นเนื้อเดียวกับผัก โชคดีที่สามีร่างเดิม ทำเครื่องในไก่มาอย่างสะอาด การที่ตับไก่กับเครื่องในไก่ ผัดกับต้นกระเทียม ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันอย่างยิ่งยวด ลี่ชุนเติมน้ำลงไป เพื่อให้ได้ปริมาณที่มากยิ่งขึ้น แต่รสชาติอาหารก็ดีไม่แตกต่างจากตอนที่น้ำน้อยๆ เลย เธอดึงไฟออกจากเตา เมื่อเห็นได้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี กลิ่นหอมๆ ลอยโชยไปทั่วบริเวณ โชคดีหน่อยที่บ้านตระกูลไป๋อยู่ห่างจากชาวบ้านคนอื่นมากพอสมควร "อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว" น่าสนใจ ที่สามีของลี่ชุน จัดการถ้วยชามที่วางสกปรกก่อนหน้านี้เรียบร้อยหมดแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ อาหารที่รวมกับผักแล้ว เป็นกระทะที่ใหญ่มากๆ ถึงเขาทั้งสี่คนกินจนอิ่มแล้ว คาดว่ามันน่าจะยังคงเหลืออยู่จนถึงวันพรุ่งนี้ "ไก่ตัวเดียว เมื่อรวมกับผักก็ได้กระทะใหญ่เหมือนกันนะ" ไป่หยวนเอ่ยกับน้องชาย ที่ยืนเช็ดน้ำลายอยู่ข้างๆ เขา เมื่อพ่อกับแม่จัดการของทุกอย่างเรียบร้อย จึงเรียกพวกเขาเข้าไปทาน แม้ว่าจะกลัวกลิ่นฉุนของผัก แต่เท่าที่ได้กลิ่น มันไม่ได้มีกลิ่นฉุนอย่างที่คิดเอาไว้มาก่อน กลับกันแล้ว มันกลับรู้สึกว่าเมื่อไก่นี่ผัดกับผักกลิ่นเหม็นพวกนี้ กลับรู้สึกน่ากินมากยิ่งขึ้น แม่ตักให้พวกเขามากกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะเนื้อไก่ ที่ดูเหมือนว่าแม่จะจงใจตักให้พวกเขามากกว่าเป็นพิเศษ "ผักนี่มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย แต่เชื่อแม่เถอะว่ามันกินได้ และรสชาติของมันอร่อยมากๆ พวกลูกต้องชอบมัน" "ครับ" อาหารคำแรกเข้าปาก ตอนนี้เขาเชื่อแม่อย่างสนิทใจ ว่าผักที่ชาวบ้านพากันรังเกียจ และต่อว่าพวกมันหลายครั้ง ว่าขึ้นมาเป็นวัชพืชให้รกชัก และน่ารำคาญ ตอนนี้มันจะกายเป็นแหล่งอาหารที่ยอดเยี่ยม สำหรับครอบครัวของพวกเขา "มันอร่อยจริงๆ ครับแม่" "จริงครับ ผักนี่อร่อยมาก พวกเราอยากกินมันอีก" "ไม่ต้องห่วงนะ หลังจากอิ่มอาหาร แม่จะพาพวกลุกไปถอนหัวของมันเพื่อมาทำอาหาร มันสามารถตากแห้งและเก็บเอาไว้กินได้นานมากๆ ส่วนดอกของมัน เอามาผัดกับเนื้อสัตว์แบบนี้ อร่อยมากที่สุดแล้ว" ส่วนไป๋จวิ้น ที่ตอนนี้นั่งมองอาหารในชามนิ่ง ขาไม่ใช่ไม่เชื่อ ว่าอาหารที่ภรรยาทำ จะอร่อยตามที่ลูกพูดกัน แต่เขารู้สึกได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ภรรยาของเขาคนเดียว ลี่ชุนไม่ได้มีความรู้ และทักษะมากมายขนาดนี้ "คุณก็รีบกินเถอะ เดี๋ยวก็ต้องเป็นคุณที่ต้องขนหัวกระเทียมกลับมาบ้าน เด็กๆ คงแบกน้ำหนักมากขนาดนั้นไม่ได้ ฉันเห็นไว้แล้วนะคะ ว่าหัวของมันสามารถเก็บเกี่ยวได้อยู่อีกมากทีเดียว" ทันทีที่คีบอาหารเข้าปาก เหมือนกับว่าไป๋จวิ้นหลุดลอยขึ้นไปบนชั้นอากาศ นี่มันอาหารที่รสชาติอร่อยมากที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมา แม้เป็นเนื้อสัตว์ แต่ถ้าไม่รู้วิธีการปรุง มันก็ออกมาไม่อร่อยได้เหมือนกัน ไม่นานอาหารก็ถูกกินจนหมดชาม และพวกเขาถูกถามอีกว่าต้องการที่จะกินมันเพิ่มอีกชามหรือเปล่า เหมือนว่าสิ่งนี้มันคือความฝัน พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดว่าต้องการเพิ่ม แต่แม่ก็เดินไปตักมันมาเพิ่มให้พวกเขาปริมาณพอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ในส่วนของพ่อเด็กก็ถูกเติมอีกชามโต หลังจากกินจนอิ่ม ทีนี้ก็ถึงเวลา ที่ต้องช่วยกันทำงานแล้ว พวกเขาต้องช่วยกันเก็บกระเทียม ก่อนที่คนอื่นๆ จะรู้ว่ามันเป็นของกลิ่นฉุน ที่รสชาติวิเศษมากจริงๆ เด็กๆ ได้รับตะกร้าใบเล็กคนละใบ ส่วนของลี่ชุนกับสามี เป็นตะกร้าที่ใช้สำหรับใส่ผักในคอมมูน มันมีขนาดที่ใหญ่มาก และถูกเห็นร่องตาชิดกัน เชื่อว่ามันสามารถใส่กระเทียมได้พอดี โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหล่นระหว่างทาง เด็กๆ เมื่อไปถึงถิ่นกระเทียม ก็ยืนมองอย่างมึนงง เพราะไม่แน่ใจว่าของพวกนี้ เขาเก็บเกี่ยวมันอย่างไร และรู้ได้ยังไงว่าต้นไหนจะมีหัวของมันที่ใต้ดิน "เอาล่ะ ตอนนี้เราก็หาต้นที่ใบมันเหี่ยวๆ ใกล้ตาย ต้นพวกนั้นจะมีหัวของกระเทียมอยู่ใต้ดิน ถอนระวังสัตว์มีพิษด้วย ไม่ต้องเร่งรีบ" ไป๋จวิ้นตั้งใจฟังในสิ่งที่ภรรยา อธิบายกับลูกๆ เขารีบเข้าไปถอนและตัดใบมันออก ก่อนที่จะโยนหัวกระเทียมเข้าตะกร้าลงไป พวกมันไปกองรวมกันที่ท้องตะกร้า มันมากมายจนเผลอๆ ก็เต็มตะกร้า จนแทบเดินไม่ไหวแล้ว ไป๋จวิ้น มีหน้าที่ลำเลียงกระเทียมกลับบ้าน ส่วนลี่ชุนกับเด็กแฝดมีหน้าที่เก็บเกี่ยวกระเทียมพวกนี้ต่อไป แม้ว่าจะเต็มตะกร้าหมดทุกใบแล้วก็ตาม พวกเขาก็เก็บและกองเอาไว้เป็นที่ อย่างเรียบร้อย ไป๋จวิ้นขนถึงสามรอบ และรอบสุดท้าย ทั้งสี่คนก็ช่วยกับแบกกระเทียมในตะกร้าของตนกลับบ้าน เมื่อไปถึง กระเทียมสีขาวหัวใหญ่ๆ มากมายถูกกองอยู่เต็มลานบ้านเต็มไปหมด ลี่ชุนเห็นแล้ว ก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้ อย่างน้องเธอก็มีเครื่องเทศเช่นกระเทียมให้กิน อย่างไม่อดอยาก ส่วนอาหารอย่างอื่นก็ต้องดิ้นรนหาอีกต่อไป บ้านเดิมอย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรจากลี่ชุนคนนี้อีกต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือปากท้องของเด็กๆ และสามีที่เอาการเอางาน ถึงเขาจะพูดไม่ได้ นั่นก็ไม่เป็นปัญหา ขอเพียงเขาเป็นพ่อที่ดี และเป็นสามีที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวแบบนี้ "เอาล่ะ เด็กๆ ไปล้างตัว ส่วนที่เหลือแม่จะจัดการเอง ให้พ่อของลูกพาลูกไปอาบน้ำ" พวกเขาไม่คิดว่า แม่จะจริงจังกับความสะอาดขนาดนี้ ก่อนหน้านี้พวกเขาพึ่งอาบน้ำไปหนึ่งครั้ง เท่ากับว่าวันนี้พวกเขาต้องอาบน้ำอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง ไม่ผิดพวกเขาอาบน้ำถึงสองครั้งในหนึ่งวัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แม้เป็นครึ่งเดือนกับการไม่อาบน้ำ ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร หรือแม่เองก็เป็นแบบนั้น แม้แต่พ่อเอง ตอนนี้ก็เชื่อฟังแม่อย่างเรียบง่าย เมื่อมองมือและเท้าของตัวเอง ตอนนี้ก็พึ่งเข้าใจ ว่าทำไมแม่ถึงต้องการให้พวกเขาไปล้างตัวอีกครั้ง มันเลอะมาก จนมองไม่เห็นสีเนื้อของตัวเองแล้ว คงเพราะพื้นที่ในการถอนกระเทียม มีความชื้นระหว่างทางเดิน หลังจากที่เด็กๆ กับสามีของร่างเดิมเดินกลับไปที่ลำธาร ทีนี้ลี่ชุนก็มีเวลาในการสำรวจบ้านหลังนี้มากยิ่งขึ้น จากในความทรงจำ บ้านหลังนี้ และพื้นที่รอบๆ เป็นของสามีของลี่ชุนโดยชอบธรรม เพราะฉะนั้น เธอสามารถที่จะปลูกอะไรรอบๆ บ้านก็ได้ สิ่งที่ขาดเหลือมากที่สุดตอนนี้ น่าจะเป็นข้าวและเครื่องปรุง และเท่าที่จำได้ ในบ้านนี้ไม่มีแม้แต่เงินหรือคูปองหลงเหลือไว้แม้แต่ใบเดียว เป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวดใจ แม้บ้านเดิมจะรู้ว่าลี่ชุนบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครหน้าไหน ที่จะโผล่หน้าเข้ามาดูว่าลี่ชุนอาการเป็นแบบไหนบ้าง แค่นี้ก็พอจะดูออกแล้วว่า คนที่บ้านลี่ไม่สมควรที่จะได้รับอะไรจากลี่ชุนอีกต่อไป เชื่อเถอะว่าหลังจากที่คนบ้านนั้น รู้ว่าลี่ชุนฟื้นตัวดี ต้องรีบพากันมาขอข้าวของในบ้านอีก ครั้งนี้เลิกหวังไปได้เลย ครั้งนี้เธอจะให้บทเรียนคนเห็นแก่ตัวพวกนั้นเอง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม