ลิขิตรักนางมารน้อย

2246 คำ
หลังจากกำเนิดจอมมารได้หนึ่งเดือนเต็ม ราชามารก็ขึ้นไปสวรรค์ชั้นเก้า เพื่อปรึกษาเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับมหาเทพตงหัว และเรื่องตั้งชื่อจอมมารน้อยทั้งสองด้วย            “คารวะมหาเทพ” ราชามารเข้ามาหาเทพตงหัวที่วังมหาอรุณ            “วันนี้มีเหตุอันใด พัดเอาจอมมาที่วังมหาอรุณของข้าได้”            “เรื่องสัญญาหมั้นหมาย”            “หือ...เจ้าให้กำเนิดจอมมารแล้วหรือ ดีจริงๆ” มหาเทพที่เป็นที่ถูกอกถูกใจเรื่องที่จอมมารได้ลูกสาวแล้ว            “ใช่ข้าได้ทั้งลูกสาวและลูกชาย หากท่านคิดจะให้ลูกสาวข้าแต่งเข้าตำหนักสวรรค์ เช่นนั้นก็ควรให้องค์หญิงแดนสวรรค์แต่งเข้าตำหนักบูรพาของข้าด้วยเช่นกัน”            มหาเทพยิ้มกับข้อเสนอของจอมมารหยวนกงเหวียน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดี นั่นนับว่าดี แต่ทว่าหากลิขิตชะตารักโดยเผ่าสวรรค์เสียหมดแล้ว เผ่ามารจะเป็นเช่นไรต่อไป            “เรื่องนี้ข้าไม่อาจจะรับปากเจ้าได้ แต่ข้ามีข้อแม้ เมื่อลูกชายเจ้าอายุครบหนึ่งหมื่นปี ให้มาฝากตัวเป็นศิษย์ข้าที่วังมหาอรุณ หากทว่าลูกชายท่านมีชะตาต้องกับองค์หญิงเผ่าสวรรค์แล้วละก็ ข้ามิห้ามอันใด” มหาเทพที่อยู่คนเดียวเปลี่ยวกาย คิดอยากเลี้ยงลูกจอมมารสักระยะก็ดีเหมือนกัน            “เช่นนั้นก็ตกลงตามนั้น แต่ว่าชื่อของลูกข้า...” จอมมารยังไม่ทันได้เอ่ยจบ มหาเทพก็พูดขึ้นมาทันที            “ลูกสาวฝูอ้ายเหริน ลูกชายฝูอ้ายหราน” มหาเทพคิดไว้แล้ว ชื่อที่อยากตั้งมีสองชื่อนี้            “เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อน” จอมมารเมื่อคุยธุระกับมหาเทพเสร็จก็ไม่รั้งอยู่ต่อ รีบกลับตำหนักบูรพา บัดนี้ลูกๆ ของเขาเริ่มโตบ้างแล้ว เสียงอ้อแอ้ๆ นั้นทำให้เขาหลงใหลจนไม่อาจจะห่างตำหนักบูรพาได้นาน            “ซูเหยา เมียรักของข้า ข้ากลับมาแล้ว” จอมมารวิ่งเข้าไปหาเมียรักทันที            “ท่านไปที่ใดมา” ซูเหยาที่เห็นสามีออกไปนานจึงถามขึ้น            “วังมหาอรุณ”            “ไปหามหาเทพตงหัว เหตุอันใด” ซูเหยาเริ่มไม่ไว้ใจสามีไม่รู้ว่าคิดอ่านการณ์ใดไว้            “ข้อตกลงเรื่องแต่งงาน วังมหาอรุณจะรับตัวลูกชายเป็นศิษย์ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ส่วนลูกสาวเราได้เชื่อมสัมพันธ์แต่งงานกับองค์ชายสาม”            “จะดีหรือท่านพี่”            “ดีสิ ลูกสาวได้เป็นชายาตำหนักสวรรค์ ไม่มีใครกล้ามาดูถูกเผ่ามารของเราได้อีก”            ซูเหยากังวลเล็กน้อย เรื่องนี้แม้เป็นชะตาที่สวรรค์กำหนด เหมือนนางกับสามี แต่ทว่าหากลูกของนางไม่ได้ชมชอบกับองค์ชายสามเล่า จะเกิดอันใดขึ้น หวังว่าคงไม่มีเรื่องเช่นนั้นหรอกนะ            นางได้แต่ทอดถอนใจเพราะไม่มีทางเลือกอื่น เพราะชีวิตของนาง สามีผู้เสี่ยงชีวิตไปเอามันมา หากเขาไม่ตกลงนอกจากนางจะตายแล้ว เขาก็เช่นกัน ยามนี้มีลูกทำให้ครอบครัวอบอุ่น นางจึงไม่คิดอันใดมากอีกต่อไป            เวลาอีกสองหมื่นปี ยาวนานนักกว่าลูกๆ ของนางจะเติบโต ไว้ค่อยถึงเวลาจริงๆ ค่อยคิดหาทางแก้ปัญหาก็ได้            “มหาเทพตงหัว ตั้งชื่อลูกของเราว่า ฝูอ้ายเหริน กับฝูอ้ายหราน เจ้าว่าเพราะหรือไม่” จอมมารบอกนางด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข            “ไพเราะมาก ข้าชอบมากเจ้าค่ะ” นางบอกสามี ตลอดหนึ่งเดือนเต็มเขายังไม่เอ่ยเรื่องชื่อบุตรชายและบุตรสาว เพียงแต่เรียกตาหนูและยายหนู ทำให้นางติดปากเรียกเช่นกัน เพราะอยากให้มหาเทพตงหัวเป็นผู้ตั้งให้นี่เอง จึงยังไม่เอ่ยนามออกมา            เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน นางจักได้เบาใจ เมื่อเป็นชื่อที่มหาเทพตั้งใจ แสดงว่าลูกนางทั้งสองคนก็ได้รับความกรุณาจากมหาเทพแล้ว ผู้ใดในอีกสามพิภพจักกล้ารังแกลูกนางได้            นางอุ้มลูกกล่อมให้หลับ โดยลูกชายนางกล่อมเอง ส่วนลูกสาวสามีนางเป็นผู้ขับกล่อม สองคนช่วยกันเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ขึ้น            “ลูกเราก็โตแล้ว มีพี่เลี้ยงเช่นนั้นข้าควรมีความสุขกับเจ้าบ้างได้หรือไม่” จอมมารผู้อดอยากมานาน เพราะทั้งคู่ต่างเลี้ยงลูก เมื่อเวลาพ่อจักเกี้ยวแม่ ลูกก็ร้องกวนตลอด ทำให้ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา ไม่ได้รักนางเลย            “บ้า!! ท่านพี่” ซูเหยาเมื่อสามีชวนเข้าหอ ก็รู้สึกเขินอาย นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น เพราะว่าเลี้ยงลูกจนแทบไม่มีเวลา บางครั้งก็หลับไปพร้อมกับลูกๆ ตอนนี้ลูกๆ ของนางได้แยกไปนอนตำหนักส่วนตัวของแต่ละคน โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแล นางก็เบาใจไปได้เยอะ            “ซื่อจื่อ เจ้าดูแลลูกข้าด้วย ข้าจักไปทำลูกเพิ่ม” จอมมารพูดจบก็อุ้มเมียรักเข้าห้องไปทันที ไม่ได้รักมานานความกระหายอยากก็ไม่จางลง นางเหมือนสาวอายูเพียง 18 ปีตลอดเพราะหลินจือสวรรค์ นั่นทำให้เขาหลงใหลนางยิ่งนัก เหล่ามารทั้งหลายหากใครกล้ามาคิดเกินเลยละก็ ได้โดนจอมมารสั่งสอนไปเสียหมด            เขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียง จัดการปิดหน้าต่างประตูปิดม่าน พร้อมกับใส่ครอบแก้วกันเสียงเล็ดลอดออกไป กลัวลูกน้อยของเขาจะตกใจ เหตุใดพ่อและแม่กรีดร้องอย่างทรมาน            “อ๊ะ...ท่านพี่...ท่านใจเย็นๆ” ซูเหยาที่เห็นสามีดึงทึ้งเสื้อผ้านางออกจนหมด ลมหายใจหืดหอบราวกับจะกลืนกินนาง            “เย็นไม่ไหวแล้ว เมียรักของข้า” จอมมารจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ปิดบังกายนางออก ส่วนตัวเองนั้นเปลือยกายนานแล้ว            ลำกายแกร่งตั้งตรง ถูบดเบียดกับร่องรักของนาง จนนางเองก็รู้สึกวาบหวิวในกายเช่นกัน นางต้องการเขามาก ร่างแน่งน้อยเบียดเข้าหาลำกายแกร่ง ราวกับว่าต้องการให้มันตอกตรึงลงมาโดยเร็ว            “หึ...เจ้าบอกให้ข้าใจเย็น เหตุใดเจ้าถึงเบียดกายเข้าหาข้าเช่นนี้” จอมมารหนุ่มล้อนาง นางและเขาเหมาะที่จะเป็นคู่เพราะความต้องการในกาย ต่างเรียกร้องหากัน            แส้จอมมารลำใหญ่ กับดอกไม้งามต่างเป็นเจ้าของของกันและกัน            ร่างเล็กอ้าขาโอบลำตัวเขาไว้ ให้ลำกายของเขาบดเบียดเข้าหาร่องรักของนางอย่างถนัดถนี่            ริมฝีปากของหยวนกงเหวียน โลมเลียเต้างามอวบตึงที่ปลายถันชูช่อตั้งรอให้เขาครอบครองมัน            “อื้อ..อ่าห์...ท่านพี่...อื้อ...” นางกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน ที่เขาบรรจงมอบให้ สองมือเล็กบีบเต้างามคลายความรัญจวน            ริมฝีปากจอมมารหนุ่ม ปรนเปรอเต้างามของนาง ร่างกายท่อนล่างก็บดเบียดเข้าหา ร่องรักของนาง จนบัดนี้ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำรักที่ไหลออกมารอเขาอยู่แล้ว            จอมมารไม่อาจจะรั้งรออีกต่อไปได้ เขาจับลำกายเสียบตรงกลาง ยัดเข้าอย่างไม่ปราณี เอวสอบโยกเข้าหาร่างบางของนางถี่รัว            ตับ ตับ ตับ ตับ !!!            ปึก ปึก ปึก ปึก !!!            เอี๊ยด เอี๊ยด เอี๊ยด !!!            แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ !!!            เสียงทั้งเนื้อกระทบเนื้อ ที่ดังแน่นหนึบกระทบกัน เสียงเตียงที่ดังโยกเพราะว่าเขาเอานางแรง และเสียงที่สอดประสานในร่องรักของนาง ยามลำกายโดนเคลือบด้วยน้ำรัก ทั้งหมดเรียกความเสียวซ่าน และอารมณ์หื่นกระหายได้เป็นอย่างดี            “โอ๊ย...ซูเหยาของข้า ...เจ้าอร่อยเหลือเกิน กินเท่าไหร่ข้าก็ไม่เบื่อ” จอมมารขย่มไป ก็พร่ำพรรณนาเกี่ยวกับเมียรักไป            ขึ้นชื่อว่ารักและหลงเมีย พิภพมารแห่งนี้ไม่มีใครเกินจอมมารหยวนกงเหวียน เป็นแน่            “ข้าเสียว...อื้อ...ท่าน...แรงอีก” ซูเหยาเองก็มีอารมณ์ หนักมากเช่นกัน นางไม่อาจจะทนได้อีก อยากให้เขาตอกตรึงนางลงมาให้เร็วและแรงอีก            “ได้เลยเมียรักของข้า เจ้าจงรับมันไป” จอมมารจัดการตอกลำกายเข้าหาร่องรักของนางทั้งเร็วและรัว            ตับ ตับ ตับ !!!            ขาของนางแบะอ้าออก ชี้ขึ้นด้านบน เพราะแรงกระแทกของเขา            “ดีหรือไม่เมียรักของข้า”            “ดีสิ...ดีมากๆ ข้าชอบยิ่งนัก” ซูเหยาที่โดนจอมมารรักแบบชนิดไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเขารักนางอย่างหนักหน่วง เสียงโรมรันในตำหนัก ไม่อาจจะออกไปด้านนอกได้ ด้วยเกราะกันเสียงถึงสองชั้น ดังนั้นเสียงครางของนางและเขา ทำเอาตำหนักแทบแตก            “โอววว...ร่องรักเจ้าข้าโยกมันอะไรเช่นนี้”            “อื้อ...ท่านพี่ ซี๊ดอ่าห์...อื้อ...” ซูเหยาครางจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ก็ไม่อาจทานทนได้ มือน้อยจกเล็บเข้ากับหลังของสามี เพื่อผ่อนปรนความเสียวซ่า ปากอวบอิ่มของนาง กัดจนบวมเจื่อ จนเขาต้องจูบนางเพื่อไม่ให้กัดได้อีก            เรียวลิ้นสัมผัสไปทั่วโพรงปากของนาง ดูดกลืนความหอมหวานรัญจวนใจ นางน่าหลงใหลนัก            สายตาคมเข้มเหลือบมองต่ำลงที่กลางกาย ที่มีลำกายแกร่งกระแทกเข้าไปหาร่องรักของนางอย่างไม่หยุดหย่อน            “โอ๊ย...เสียวอันใดเช่นนี้เมียรักของข้า ร่องเจ้ามันตอดรัดลำกายข้าจนข้าเจ็บไปหมด” ยิ่งโดนตอดรัด เขาก็ยิ่งรักนางแรงขึ้น            “ท่านพี่อื้อ..ท่านรักข้า..แรงมาก...ข้าใกล้แล้ว...อ๊า..ท่านพี่” ซูเหยาไม่อาจจะเก็บความเสียวไว้ได้อีกต่อไป นางจวนเจียนจะถึงแล้ว            ร่องรักของนางตอดรัดเขาถี่รัว นั่นทำให้จอมมารเร่งเร้าขึ้นอีก เขาอยากเสร็จพร้อมนาง            “อ๊ายยยซูเหยา เมียรักของข้า เจ้าเสร็จพร้อมข้าเถิด” จอมมารกระแทกเข้าไปจนเต็มที เพื่อพร้อมผลิตจอมมารน้อยรุ่นต่อไป            “ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านพี่ อ๊าย...ข้า...ข้าไม่ไหวแล้วท่านพี่ อึ๋ยยยยยย อ๊า...” ซูเหยาปล่อยน้ำรักออกมาเคลือบลำกายเขาจนเต็ม            จอมมารเองก็ปล่อยลูกหลานฝังไว้เช่นกัน เขาทรุดเข้าซบหน้าอกอุ่นของนาง หอบหายใจ ไม่ได้รักนางมานานแล้วไม่คิดว่าจะมันขนาดนี้ เอาได้ไม่เบื่อก็เมียรักของเขานี่แหละ            “เหนื่อยมากเลยท่านพี่” ซูเหยากอดเขาไว้ หายใจหน้าอกกระเพื่อม            จอมมารจอมหื่นเห็นหน้าอกนางกระเพื่อมอยู่ตรงหน้า ก็จัดการกลืนกินมันอย่างหมั่นเขี้ยว เขาขบกัดปลายถัน จนเป็นรอยแดง            “อ๊า...ท่านพี่ข้าเสียว” ซูเหยาจิกปลายเท้าทันที เพราะเขาขบกัดที่หัวนมของนาง            “เจ้ามันน่ารัก จนข้าอยากรังแกไปทั้งตัว”            “ท่านพี่ใจร้าย”            “ไม่ได้ใจร้าย แต่ว่าข้ารักเจ้าต่างหาก” จอมมารบอกนาง ดึงนางเข้ามากอดไว้แนบออก            ทั้งคู่นอนพักหลังจากเสร็จศึกกามอันหนักหน่วง            ซื่อจื่อที่ทำหน้าที่ดูแลจอมมารน้อยทั้งสอง ก็ทำหน้าที่อย่างดี จนนางมารน้อยตัวแสบถามถึงพ่อและแม่            “ท่านพ่อกับท่านแม่ไปไหน” เสียงจอมมารน้อยถามอย่างสงสัย            “ท่านพ่อกับท่านแม่ของท่าน กำลังผลิตจอมมารรุ่นต่อไป ท่านเล่นกันไปก่อนเถอะ”            “ข้าอยากไปดูท่านพ่อกับท่านแม่ ผลิตจอมมาร” ฝูอ้าย เหรินพูดขึ้น            ซื่อจื่อลำบากใจนัก เขาจะให้ไปดูได้อย่างไร ก็ในเมื่อทั้งสองกำลังเข้าหอกัน จนท่านกงซือต้องมาช่วย            “จอมมารน้อย พวกท่านไปเล่นที่สวนสมุนไพรของข้าดีหรือไม่”            “โอว..ท่านกงซือมาช่วยชีวิตข้าแล้ว” ซื่อจื่อหายใจอย่างโล่งอกไปที จอมมารน้อยทั้งสองจะชมการผลิตทายาทจอมมาร หากเป็นเช่นนั้นเขาหัวขาดพอดี            “ท่านปู่กงซือ ข้าจะไปกับท่าน” ทั้งสองจอมมารดีใจที่จะได้ออกไปเที่ยวแล้ว            ท่านกงซือยิ้มให้กับเด็กน้อยที่ตอนนี้วัยกำลังซน อยากรู้อยากเห็น จนซื่อจื่อเองก็ไม่อาจจะรับมือได้            เมื่อสองจอมมารไปแล้ว ซื่อจื่อจึงได้ทำความสะอาดตำหนักบูรพา บัดนี้เละยิ่งกว่าสนามรบย่อยๆ สองจอมมารซนเหลือเกินจริงๆ แต่เขาก็ไม่เคยบ่น ยิ่งไปกว่านั้นกลับชอบทำเสียอีก            ได้มีจอมมารน้อยวิ่งเล่น ทำให้บรรยาการครึกครื้นขึ้นเป็นกอง ผิดกับเมื่อก่อนที่เงียบเหงา ไร้ความสุข            ตำหนักบูรพาจันทรา จากที่เมื่อก่อนเป็นที่พำนักของราชามารหยวนกงเหวียนเพียงอย่างเดียว บัดนี้มีจอมมารน้อยค่อยๆ ออกมาทีละคนทีละคน จนซื่อจื่อเองเริ่มปวดหัว            ผู้ผลิตจอมมารทั้งสองได้แต่นั่งหัวเราะ ขบขันกับซื่อจื่อ เมื่อบอกว่าจะหาคนมาช่วยก็ไม่ยอม บอกว่าไม่ไว้ใจใครให้เลี้ยงลูกเขาทั้งนั้น            เขาทั้งคู่จึงตามใจ แต่ก็ต้องคอยปรามเหล่าลูกๆ ด้วยเพราะหากทำให้ซื่อจื่อวุ่นวายมากไป ก็จะโดนทำโทษ จบบริบูรณ์
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม