You're My Baby Chapter 4.2

2728 คำ
ไหมเนี่ย แต่นะคนนี้ให้อภัยครับ อิอิ พี่นก คนนี้ผมปลื้มมากๆแต่แกไม่แลผม เออนั่นสิทำไมถึงไม่มองกูวะ ทั้งที่ผู้หญิงในโรงเรียนต่างก็มองกู แต่ผมพอจะรู้ด้วยความชาญฉลาดของผมเองล่ะครับว่าทำไม ผมว่านะมีผู้หญิงบางประเภท คือประเภทพี่นกนี่ไง ที่ชอบให้ตาย ก็จะทำเป็นเฉยๆไม่สนใจไม่แล แต่เฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่างั้นนะเพราะผมว่าผมอ่านสายตาของพี่เขาออก ฮ่าๆ เป็นไงล่ะทฤษฏีเรื่องผู้หญิงของไอ้เดี๋ยว เจ๋งมะ             “บ่เรียนเอื้อย เอาโค้กใส่น้ำแข็งถุงหนึ่ง” ผมบอกแกไปครับ ถ้าเดาไม่ผิด นี่คงเป็นคาบแนะแนวของพี่นก แกถึงมาเฝ้าสหกรณ์ให้คุยยายวรนารท ก็อาจารย์สอนภาษาไทย ม.ต้นล่ะครับ แว่นแกหนาๆตาดุๆเลยได้รับฉายานี้ไปไง ฮ่าๆ             “ได้ข่าวว่า สิไปแข่งภาษาอังกฤษแม่นบ่เดี๋ยว”             “แม่น” ผมยิ้มให้แกครับ เห็นไหมว่าแกอายแก้มแดงเลย ตอนนี้พี่นกคบอยู่กับไอ้มนห้องเดียวกับผมนั่นล่ะครับ ไอ้เชี่ยนี่เวลาชวนไปไหนไม่เคยไป เพราะมันบอกว่าติดแฟนมาก ท่าทางก็น่าติดอยู่หรอกนะ ขาวซะ เว้ยกู             “ขอให้ชนะเด้อ เอาใจซ่อย”             “คร้าบ ถ้าสิให้ดีโค้กฟรีได้บ่” กร๊ากนิสัยไม่ดีนะกู พี่แกทำหน้าเหวอๆ ผมเลยควักตังค์จ่ายไปครับ แหมๆ รีบเบะปากเลยนะพวกคุณ เขาเรียกว่าคนมันลื่นไหลเว้ย ให้ทำจริงไม่เอาหรอก เดี๋ยวหาว่ากูจนอีก เขาเรียกรู้จักใช้เงินเว้ยเฮ้ย             “บักเดี๋ยว พ่อมึงให้มาเอิ้นไปซ้อม” สัดเคนเพื่อนรักผมเองครับ ไรวะเพิ่งจะคาบเช้าต้องซ้อมแล้วเหรอวะเนี่ย             “เพิ่นป่วงติ๊ ซ้อมหยังแต่เซ้า บ่เป็นลมแดดตายเหมิดทีมบ่”             “เพิ่นสิพาไปซ้อมในโรงยิม เพิ่นว่าเพิ่นขอจารย์คาบเซ้าให้แล้ว”             “ป๊าด คือสิเอาคั่กเนาะ” คือประมาณว่า พ่อผมเอาจริงกับงานนี้น่ะครับ ผมก็บ่นไปงั้นล่ะ ก็ผมเคยบอกแล้วว่าเตะบอลเป็นอาชีพหลักเรียนเป็นงานอดิเรก ผมเดินไปที่ห้องของพ่อผมทันทีครับ เพื่อนๆในทีมก็กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เสียงเจี้ยวจ้าว เล่าคร่าวๆก็แล้วกันนะ ว่าเราไปซ้อมในโรงยิมครับ ก็วิ่งรอบโรงยิมก่อน แต่เอาไปเอามาก็ไม่ได้เรื่องเพราะเตะไซร้ก้อยไม่ได้ มันไปโดนนั่นนี่ รำคาญเลยตกลงใจกันว่าไปซ้อมมันแดดเปรี้ยงๆนั่นล่ะครับ พอเล่นจริงๆลืมร้อนไปเลยกู พ่อผมก็เน้นเรื่องไล่บอล ส่งบอล ครองบอลให้นาน ต่อลูกกันอย่าให้คู่ต่อสู้แย่งไปได้ง่ายๆ ตอนเย็นค่อยซ้อมเล่นเข้าทีม ตอนนี้ผมกำลังคิดลูกใหม่คือการเตะจากกราบซ้ายขวา เพื่อหวังผลในระยะที่หวังได้ โดยไม่ส่งลูกต่อให้เพื่อนประมาณนั้น แต่แม่กู ร้อนมากๆ เหงื่อนี่ไหลเหมือนอาบน้ำกลางแดด เสียงออดพักเที่ยงผมรีบวิ่งไปล้มตัวลงนอนใต้ต้นไม้ครับ             “โว้ย ฮ้อนหลาย ตายๆ สิยัดเข่าลงบ่น้อ” สัดเคนครับ เข่านี้ก็ข้าวนั่นล่ะครับเสียงในภาษาอีสานมันจะสั้นกว่า ยัดก็ แหมนะ ให้แปลด้วยเหรอคำนี้ ฮ่าๆ จิ้นเองเว้ย             “ไปเอาน้ำเย็นมาแดกแน่ะ แฮ่กๆ กูสิตาย” ผมนอนแผ่ลงกับพื้นครับ มันเหนื่อยจริงๆให้ตายเถอะ             “เดี๋ยวกูไปซื้อให้ มึงเอาน้ำหยัง สูแดกน้ำแล้วสิกินเข่าลงติ๊บักเคนบักเดี๋ยว” สัดไม้ครับ แหมๆ ที่มันจะไปซื้อให้นี่ ก็พี่นกไงครับที่อยู่ในสหกรณ์คือมันพยายามสีอยู่ ทั้งที่รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว แต่ไม่อยากจะบอกมันเลยว่าไปเอาป่านนี้ พี่แกไปกินข้าวแล้วล่ะ แต่ไม่ห้ามครับเดี๋ยวไม่ได้กินน้ำ ฮ่าๆ             “เออน่า เอามาดับกระหายก่อน ฟ้าวๆแน่ะ” สัดเคนได้ใจผมจริงๆครับมันนอนแผ่ลงข้างๆผม คนอื่นๆเขาทยอยกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันแล้ว จะอาบทำไมวะ ในเมื่อคาบบ่ายก็ต้องซ้อมอีก เปลี่ยนเสื้อเพื่อ เปลืองดิวะไอ้พวกนี้             “เล็ก นายจะเอาเส้นใหญ่เหรอ น้ำหรือแห้ง” เอ่อ คือผมไม่ได้ตั้งใจจะฟัง แต่มันหรือได้ยินแต่เสียงมันนะ แต่ทำไมวะ เสียงไอ้เตี้ยนี่มันถึงโดดเด่นกว่าใคร อีกอย่างเวลามันยืนอยู่ท่ามกลางเด็กนักเรียนที่นี่ มันเหมือนผ่องเปล่งออร่าขาวโอโม่กว่าใครนั่นล่ะมั้ง มันเลยเตะตาผม เฮ้ยๆ อย่าเข้าใจผิด เตะตาก็เด่นกว่าใครไงเว้ย             “เส้นใหญ่แห้ง” เสียงบักเล็กมันร้องอยู่ข้างๆครับ ผมเดินตรงดิ่งเข้าไปหาน้าผม เพราะมันคงไปสั่งที่ร้านน้าของผมแน่ๆ             “อย่เด้อบักเดี๋ยว” อ้าวกูยังไมได้ทำไรเลยนะ น้าผมร้องห้ามแล้วดูเอานะท่านผู้ชม             “หยังน้า สิมากินเตี๋ยว มาห้ามเฮ็ดหยัง” ผมยักคิ้วให้มันครับเพราะเรื่องเมื่อเช้ามันยังค้างคาอยู่ ไหนลองมองดูสายตาของคนอื่นซิว่าเขามองผมยังไง เอ๊ะ ปกตินี่หว่า แสดงว่ามันยังไม่ได้ไปนินทาผมหรือว่าพวกนี้มันยังไม่พูดวะ             “เออๆ สิแดกหยังล่ะ สิเฮ็ดให้” น้าติ๋วครับยิ้มให้ไอ้เตี้ยแต่ทำหน้ามารร้ายใส่ผม หมายความว่าไงเนี่ยน้า ผมหลานนะเว้ย             “อ้าว บ่ให้เฮ็ดเองติ๊ สิเฮ็ดให้บักนี่นำ” ผมบุ้ยปากไปหามันล่ะ             “บ่ได้เดี๋ยวสิเสียลูกค้า หนูกินไรคะวันนี้ หน้าใสจังเลยนะ เป็นตาฮักหลาย” เอาเข้าไป ไม่ยกก้นมันมาดมเลยล่ะน้า แหมๆ หลานตัวเองหล่อยังกะดารา ยืนหัวโด่อยู่นี่ไม่เห็นชมสักคำ เว้ยนะ             “ขอบคุณครับน้า ผมเอาเส้นเล็กน้ำตกหมูครับ ไม่เอาเครื่องใน เอาแต่เนื้อหมูไม่เอาลูกชิ้น ไม่เอาถั่วงอก ไม่”             “ไม่ต้องแดก” ผมสวนขึ้นครับ มันทำตาโตใส่ผม             “บักเดี๋ยว” อันนี้น้าติ๋วครับ             “เรื่องมากนักก็ไม่ต้องแดก โน่นไปสั่งร้านอื่นเว้ย ขวางทางตีน” ผมยักคิ้วใส่มันล่ะครับ             “น้าครับ น้าไม่อยากขายให้ผมเหรอ ผมไม่เอานั่นเอานี่ ผมว่าดีสำหรับน้าออก ประหยัดจะตาย ราคาก็เท่าเดิม” ป๊าดมันพูดกับน้าผมนะ แต่มองหน้าผมไม่วางตา บักห่านี่แหม่ะวอนๆ             “ว้าย แม่นค่าแม่น ถอยไปเลยมึงบักเดี๋ยว ของหนูน้าทำให้พิเศษเลยนะจ๊ะ ของเพื่อนล่ะเอาไร”             “ฮ่วยน้าติ๋ว อีหยังนี่”             “ไปพู้นเลย ไปไกลๆ เดี๋ยวสิให้น้าเต๋าเอาไปให้ ของมึงแดกธรรมดาแบบตัดทอน เข้าใจ๋” จุก ผมยืนกำหมัดแน่น หนอยแน่ เจอหน้าไอ้เตี้ยนี่ทีไร ผมต้องคันตีนคันมือตลอดเลยสิน่า ผมมองหน้ามันอย่างเคียดแค้นครับ คอยดูนะมึง คอยดูๆ ไปเข้าค่ายนี่ล่ะกูจะอัดให้น่วมเลย มึงคอยดู สรุปว่ากูต้องกินก๋วยเตี๋ยวกับลูกชิ้นสองลูก โหน้าผมนะ ใจร้ายว่ะ ว่าจะเอาเงินเก็บไว้เป็นค่าบำรุงคุณปู่กูซะหน่อย ต้องไปฟาดข้าวแกงร้านยายสีเลยกู อดๆๆ เพราะมันคนเดียว เว้ย ก่อนจะซ้อมคาบบ่ายกูไปของีบห้องพยาบาลสักตื่นสองตื่นก่อนละกัน สมองจะได้ปลอดโปร่ง แม่งเครียดๆ             “ใครเห็นนายเดี๋ยวบ้างคะนักเรียน” พอนอนไปได้กำลังจะเคลิ้มเสียงของอาจารย์พรฤดี ก็ดังแว่วเข้ามาหลอกหลอนผมทันที แม่งจะนอนสักหน่อยนี่ยัง ตามมาเข้าฝันเลยเหรอเนี่ย             “ไม่เห็นนี่คะจารย์ เดี๋ยวถ้าหนูเห็นจะบอกให้ค่ะ” เสียงของเด็กเฝ้าห้องแทนอาจารย์เวรล่ะครับ น้องเขาเข้ามาทีหลัง ตอนที่ผมเข้ามานอนแล้วนะ             “จ๊ะ ถ้าเจอบอกให้ไปหาครูที่ห้องหน่อยนะ จะเรียกไปคุย เนี่ยอุรดิศนักเรียนใหม่ก็ไปรออยู่แล้ว พี่ๆเขาก็ไปรอพร้อมแล้ว เหลือแต่นายเดี๋ยวคนเดียว เจอบอกให้ด้วยนะคะนักเรียน จะประกาศก็จะเกินไป” เหมือนแกบ่นเนอะ เล่าอะไรให้ใครที่มันไม่รู้เรื่องฟัง นี่มันจะได้ประโยชน์อะไรไหมเนี่ยป้า เฮ้อ กูล่ะเพลียใจ แต่เอ๊ะ เมื่อกี๊อาจารย์พูดถึงใครนะ ไอ้เตี้ยนี่ ไม่ได้ล่ะขึ้นไปราวีมันหน่อย อิอิ นอนไม่หลับแล้วล่ะกูน่ะ แต่เอ๊ะ ทำไมกูชอบไปวอแววุ่นวายกับมันจังวะ เอ้ย อย่ามาถาม ไม่มีคำตอบรู้แต่ว่ามันกวนตีน อีกอย่างมันท้าทายผมมากๆอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน             “มึงสิไปไสบักเดี๋ยว มาเบิ่งนี่ๆ” พอเดินผ่านห้องปกครอง (ห้องพ่อผมเอง) ไอ้แดนรุ่นพี่มันก็ร้องเรียกผมทันทีครับ บ๊ะ ไอ้นี่กูกำลังจะไปกวนไอ้เตี้ยเล่น             “มีหยังฟ้าวอยู่เด้นี่”             “จารย์เดช เพิ่นยึดของดีมาจากพวกบักเขียว บ่อยากเบิ่งกะตามใจ” จิ๊ ซี๊ดครับ ของใหม่ๆต้องแวบหน่อยล่ะ ผมตรงดิ่งเข้าไปหามันทันที เว้ย พ่อกูก็อยู่นั่งให้ทีมล้อมรอบเลยนะนั่น โหยนะพ่อกู             “อ้าวบ่เบิ่งติ๊ สุดยอด” มันยังชักชวนอยู่ครับ แต่ผมไม่ชอบดูคนเยอะๆ มันไม่มัน ฮ่าๆ รีดไม่ถนัดนั่นเอง             “เดี๋ยวมาเบิ่ง กูสิไปหาจารย์พร” ผมเดินออกจากห้องครับ พอเดินออกมา ก็นะป๊ะหน้ากับไอ้เตี้ยมัน เพิ่งจะเดินลงมาจากชั้นบนล่ะครับ             “วี๊ดวิ้ว เจี้ยวเด็ก” ปากแมวอย่างผมทักทายมันไปก่อนสิครับ จะรอให้มันทักนี่คงไม่มีทาง มันหันมามองผมแวบหนึ่ง แล้วทำเป็นเมิน แหมๆนะมึง ทำเป็นไม่ได้ยิน             “ไงมึง ไอ้เจี้ยวเด็ก ทำเมินนะ” มันไม่สนใจผมเลย ให้ตายเถอะ ผมต้องปรี่เข้าหาเองดึงแขนมันไว้             “ไรเหรอเป้าเน่า” ป๊าด เห็นไหมครับ ผมปากหมาน่ะผมยอมรับนะเว้ย แต่มันจะยอมรับไหม ว่ามันน่ะกวนส้นทีนที่สุดเหมือนกัน หรือคุณว่าไง หน้ามึนใส่ผมอีก คนแบบมันนี่มันสมควรโดนสถานเดียวใช่มะ             “เป้าเน่าแต่ก็ใหญ่เว้ย ไม่ใช่เจี้ยวเด็ก ไรมึงอายุเท่าไหร่ เจี้ยวเหมือนเด็กอนุบาล ฮ่าๆ”             “เวลามึงว่าวทำไงวะ เอานิ้วชี้จับแบบนี้อ่ะเหรอ ฮ่าๆ” ผมได้ทีครับล้อเลียนมัน หูมันเริ่มแดง แน่ะๆ มีกำหมัดๆ เอาดิ๊ ต่อยกูเลย             “สนุกนักหรือไงนาย ปล่อยนะ เราจะไปเรียน”             “จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะ อ้อ กูรู้แล้ว ที่มึงเจี้ยวเด็กนี่ มึงไมได้ใช้อ่ะดิ แสดงว่า หึหึ”            “อะไร แสดงว่าอะไร นายพูดดีๆนะ” มันทำตาถลึงโตใส่ผมครับ แก้มแดงปั๊ด เอาล่ะเว้ยเฮ้ย             “ทำไม มึงจะทำไมกู”             “หนอยแน่ ป๊าบ” “เฮ้ย” มันเตะผมครับแล้วผลักตัวผม เซเหมือนกันนะเนี่ย แม่งแข้งเล็กๆเตะก้นกบผม เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย             “เฮ้ย มึงกล้าเตะกูเหรอ”             “ถ้านายยังไม่เลิกล้อเรา เราจะเตะอีกนะ” มันทำท่าเอาจริงเอาจังครับ             “กูกลัวว่างั้น แน่จริงเตะอีกดิ” “ป๊าบ” ป๊าดติ๊โธ่ กูพูดยังไม่ทันขาดคำมันเตะเข้าอีกครั้ง ผมนี่กัดฟันแล้ว ง้างหมัดแล้ว             “นายจะต่อยเราคืนไม่ได้นะ เราร้องให้ผอ มาจัดการนายนะ” ซี๊ด มันขู่ผมครับ กล้ามากนะมึง แต่โกรธไหม ตอบตามตรงไม่เลยครับ ทำไมไม่รู้ว่ะ ผมว่าแกล้งมันแล้วสนุกดี มันทำท่าเหมือนโกรธ ถ้ามาเห็นจะถามว่า นี่มึงโกรธแล้วเหรอ คงเพราะแก้มมันแดงล่ะมั้งครับ ผมเลยไม่คิดว่ามันโกรธ             “แน่จริงมึงไล่เตะกูให้ทันดิ ไอ้เจี้ยวเด็ก” ผมล้อมันต่อครับ มาคิดๆดู แหย่มันให้แก้มแดงเล่นๆก็ดีเหมือนกันนะ มันกำหมัดกัดฟัน อ้าวเฮ้ย วิ่งมาทางผมแล้ว วิ่งสิกู เข้าไปในห้องพ่อกูดีกว่า             “ปากไม่ดีนะ นาย นี่แน่” ไม่คิดว่าไอ้นี่มันจะบ้าจี้ ไล่เตะผมจริงๆครับ ตัวเท่าลูกหมา วิ่งไล่คนตัวโตอย่างผมเนี่ยนะ มันเอาอะไรคิด ผมวิ่งเข้าในห้องทันที         “ผลั่ก โอ๊ย” เอ่อ กร๊าก เฮ้ย พ่อกู ฮ่าๆๆ โดนกลางยอดอกเลยเว้ย กูนี่อึ้งไปเลย             “อ่า จารย์ อ่า ผม ผม ผมไม่ ไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ” เอ่อ คือว่าตอนที่กูวิ่งเข้าห้องไปอ่ะนะ พ่อกูเหมือนจะออกไปเข้าห้องน้ำ ไอ้กูน่ะ มันหลบได้เพราะเกี่ยวประตูไว้แล้วเหวี่ยงตัวไปอีกทาง พ่อกูเลยโผล่เด่นออกมาจากประตู และมันก็เป็นจังหวะเดียวกัน กับที่ไอ้เตี้ยมันง้างเท้าลอยมา ให้บรรยายไหมว่าโดนตรงไหน แว้กก เข้ากลางอกพ่อกูเลยสิ ทุกคนในห้องอึ้ง เงียบ เหมือนวินาทีนั้นหยุดเดินไปชั่วครู่ กูยังอ้าปากค้างเลย             “เล่นอะไรกัน นี่อุรดิศนี่ เกเรเหรอเราน่ะ นี่ครูนะ” พอพ่อผมได้สติแกก็โวยวายขึ้นล่ะครับ คงจะอายเด็กๆด้วย             “เอ่อ ผม ผมขอโทษ ผมจะเตะนายเดี๋ยว ผม ฮือๆ” อ้าวสัด ร้องไห้ว่ะเฮ้ย มันน้ำตาไหลนั่งคุกเข่าลงพนมมือ พ่อกูก็นิ่งอยู่แล้วนั่งลงจับตัวมันขึ้น             “เอาล่ะๆ ครูรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจ อะไรกันร้องไห้ทำไม ไอ้พวกนี้มันยังเคยเตะบอลโดนครูหลายครั้ง ไม่เป็นไรหรอกน่า อุรดิศ แต่เท้าเรานี่ไม่เบานะ สนใจจะมาเป็นศูนย์หน้าให้ครูไหม” แหมนะ ยังมีหน้ามาพูดติดตลก ไอ้เตี้ยมันร้องไห้ไม่ยอมลุกครับ ผมเองก็สลดไปเหมือนกัน นี่กูเล่นเยอะไปเหรอวะเนี่ย เกี่ยวกะกูไหมวะ มันเสือกไม่ดูเองนี่หว่า เอ๊ะ หรือว่าเพราะกูวะเนี่ย พ่อผมปลอบมันอยู่นาน ดึงมันเข้ามาในห้องล่ะครับ ทั้งทีมฟุตบอลนั่งมองกันตาปริบๆ             “ผมกราบขอโทษอาจารย์ด้วยนะครับ ผมไม่น่าทำแบบนั้นเลย ผมเสียใจ” มันยังคร่ำครวญอยู่ครับ ผมไม่ได้ยอมันนะ แต่ท่าทางมันดูตกใจมากๆ แววตาของมัน ตัวของมันสั่นเหมือนคนหนาว น้ำตานี่เปรอะเปื้อนเต็มหน้า เอาไปเอามาพ่อผมก็กอดมันไว้ครับ             “เดี๋ยวกูไปห้องวิทย์หน่อย จะอยู่นี่ก่อนไหมอุรดิศ” พ่อผมลุกขึ้นล่ะครับหลังจากที่มันนิ่งขึ้น พอพ่อผมเดินพ้นออกจากห้องเท่านั้นล่ะ             “ฮ่าๆ ป๊าดเจ้านี่คั่กเนาะ เข้ากลางเอิก แม่นอีหลี” เสียงหัวเราะสิครับ ดังลั่นห้องผมเองก็ขำ ฮ่าๆ โอ๊ยเลวไปไหมเนี่ยกู แต่เวลานั้นนะไม่ขำ แต่พอมาคิดถาพนะมันขำสุดๆ ไอ้เตี้ยมันทนไม่ไหวครับมันวิ่งออกไปแล้ว             “มึงไปเฮ็ดหยังมันว่ะบักเดี๋ยว มันคือได้กระโดดเตะเอาปานนั้น” เสียงถามมาล่ะครับ             “ฮ่วย แสดงว่ามึงย้านมันติ๊นี่ มึงจึงแล่นเข้ามาในห้อง”             “สัด ไผย้านมัน กูล้อชื่อพ่อมันดอก มันจึงเคียด” ผมแก้ไปครับ โอ๊ยนะ วันนี้ผมขำสองสามรอบแล้วนะ ฮ่าๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม