ยิ่งดิ้นพี่ยิ่งมีอารมณ์ NC

1196 คำ
​ คืนวันพระ! คนบาปหนาเดินลัดสวนส้มโอมายังบ้านของยายดาวทองในตอนโพล้เพล้ บ้านนี้มีตาเสาคนเดียวที่คอยเฝ้า นรธิปจึงให้สมจิตรลูกน้องคนสนิทชวนแกไปกินเหล้าเป็นที่เรียบร้อย ตอนเมียไม่อยู่ตาเสาอะไรก็ได้ง่ายๆ วันนี้ป้าไก่ไปจำศีลกับยายดาวทองทางสะดวกยิ่งกว่าวันไหนๆ “แม่พี่ตัวร้อนไม่สบาย อาเจียนด้วย ช่วยไปดูอาการให้หน่อย จะพาไปโรงพยาบาลท่านก็ไม่ยอม เรียกหาแต่แม่หนูทอง” นรธิปเดินมาปดถึงบ้านขณะที่ทองพันชั่งกำลังนั่งจัดยาอยู่ “อ้าว!ได้ยินว่าคุณนายไปปฏิบัติธรรมที่สิงห์บุรีนี่คะ” “ไปยังไม่พ้นตำบลก็เมารถคนขับเลยพากลับมา” ไม่พบพิรุธแม้แต่น้อย เรื่องโกหกไว้ใจนรธิป “ค่ะๆ งั้นเดี๋ยวหนูทองเตรียมของก่อนนะคะ” ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ที่บ้านของคุณนายสุจิตราตอนนั้นไม่มีใครอยู่ ป้าอำนวยกับป้าสมัยตามเจ้านายไปสิงห์บุรี ส่วนคนอื่นๆ ได้รับเงินค่าขนมจากนรธิปพร้อมอนุญาตให้หยุดพักหนึ่งคืนหนึ่งวัน คนตัวใหญ่เดินนำทองพันชั่งขึ้นมาบนบ้านไม้สักทองหลังงามอร่ามตาวิจิตรที่สุดในจังหวัดชัยนาท ความเงียบทำให้หญิงสาวเอะใจไม่น้อย แต่เมื่อถามเขาก็ตอบว่า บ้านมีคนป่วยใครร้องแรกแหกกระเชอ ดูเอาเถิดถึงขนาดแช่งแม่ของตัวเองนรธิปก็ยังทำ รางวัลลูกอกตัญญูแห่งปีจะไปไหนเสีย “แม่นอนอยู่ในห้องนั้น” นรธิปชี้ไปที่ห้องนอนของตนเมื่อเห็นทองพันชั่งทำท่าจะเดินตรงไปยังห้องของคุณนายสุจิตรา “คุณนายย้ายห้องหรือคะ?” “อืม ห้องนั้นลมไม่พัดผ่าน อุดอู้ แม่ไม่ชอบเลยย้ายมาห้องนี้” หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องของนรธิปตามแผนของเขา เพียงพ้นธรณีประตูคนเจ้าแผนการก็ก้าวตามเข้าไปแล้วปิดประตูลงกลอนทันที! ปึ่ก! ........... “อย่า!” ทองพันชั่งผวาตื่นขึ้นกลางดึกเม็ดเหงื่อโซมกายเพราะฝันร้ายที่พึ่งเผชิญ แผลฉีกขาดที่ผู้ชายสารเลวคนนั้นสร้างเอาไว้ในส่วนลึกยังตึงความเจ็บปวดล้อมรอบจิตวิญญาณของหญิงสาว ไม่มีคืนไหนเลยที่เธอลืมมันได้ ความรู้สึกน่ารังเกียจ มันช่างน่ารังเกียจ! แต่บ่อยครั้งเธอกลับโหยหาอย่างไม่ละอาย ที่สุดแห่งความเกลียดชังคือเกลียดชังตัวเองที่เผลอหลงใหลในการกระทำอย่างสัตว์เดรัจฉานของเขา “อย่าค่ะคุณเล็ก อย่าเลียตรงนั้น อ๊า.....” เสียงของเธอที่เปล่งออกไป ความรู้สึกเมื่อโดนจับโดนสัมผัสจุดหวงแหน แรกสะดุ้งไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อเขาแตะลิ้นอุ่นกระตุ้นจุดกระสันดันมันจมลึกลงไปในตัวของเธอ ทองพันชั่งไม่เคยลืมความรู้สึกเหล่านั้นได้สักคืน จนกระทั่งวันนี้เขากลับมากระทำอย่างเดิมแม้ไม่อุกอาจเท่าเดิม แต่มันเหมือนเชื้อเพลิงอย่างกล้าที่ราดรดลงในเปลวเพลิงที่ไม่เคยมอดไหม้ เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ หากเขายังอยู่ที่นี่ บ่ายสามโมงของวันต่อมา ทองพันชั่งขี่จักรยานมาที่ตลาดตามคำสั่งของนรธิป การมาตลาดของเธอเป็นเรื่องปกติไม่ผิดวิสัยจึงไม่มีใครจับสังเกต เมื่อมาถึงนรธิปที่รออยู่ก็ยกจักรยานของเธอใส่ท้ายรถแล้วพูดบังคับให้หญิงสาวขึ้นรถของตนอย่างไม่อายปาก “รีบขึ้นรถสิเดี๋ยวพี่จะพาไปขึ้นสวรรค์ ขืนเสร็จช้ากลับบ้านค่ำมีคนสงสัยพี่ไม่รู้ด้วยนะ” ทองพันชั่งพูดอะไรไม่ออก ความจริงเธอไม่มีอะไรจะพูดกับเขา รู้ทั้งรู้ว่าออกมาจะโดนอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพื่อเก็บรักษาความลับเอาไว้ “..........” นรธิปขับรถพาทองพันชั่งเข้ามาในสวนส้มโอแห่งหนึ่งซึ่งเขาซื้อเอาไว้เมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องไม่มีใครรู้แม้กระทั่งมารดาและพี่ชาย รอเวลาเหมาะสมก่อนค่อยบอก รถผ่านซุ้มประตูเข้ามาลึกพอสมควรด้วยเป็นสวนขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 120 ไร่ เมื่อรถวิ่งเข้ามาถึงท้ายสวนจึงเจอกระท่อมหลังน้อยที่น่าจะพึ่งสร้างเสร็จเร็วๆนี้ ระเบียงกระท่อมยื่นเกยลำธารสายเล็กๆที่ไหลผ่านสวน บรรยากาศน่าอภิรมย์เหมาะแก่การพลอดรักของหนุ่มสาว นรธิปตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมสรรพในช่วงระยะเวลาสองเดือนที่เขาหายไป เขาเคยคิดว่าเรื่องมันอาจจะง่ายหากบอกผู้ใหญ่ให้รับรู้ ทุกอย่างจบแค่เราสองคนแต่งงานกัน แต่เมื่อถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าจะได้เข้าหอกับคนหรือกับศพ ทองพันชั่งที่คนภายนอกหรือแม้แต่คนภายในอย่างยายดาวทองคิดว่าอ่อนปวกเปียก น่ารัก อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย แต่แท้จริงใจใหญ่กว่าที่ใครคิด มุมนี้มีเพียงนรธิปเท่านั้นที่รู้จัก ด้วยครั้งหนึ่งสมัยเด็กเธอเคยเอาไม้แพ่นกบาลเขาจนแตก เพราะเหลืออดที่โดนเขาแกล้งเอาเม็ดแมงลักยีหัว พอเรื่องมันแดงขึ้นเด็กหญิงทองพันชั่งในวัย8ขวบก็โกหกผู้ใหญ่หน้าตายว่าเขาปีนต้นไม้แล้วตกลงมาหัวแตกเอง คราวนี้ถ้าไอ้เด็กเวรที่ตอนนั้นอายุแค่13ขวบอย่างเขาพูดความจริงออกไปใครจะเชื่อ แม่หนูทองคนดีของทุกคนเกลียดเขายิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือ นรธิปรู้ตัวดี แต่ทำไมยังทำตัวระยำให้เธอเกลียดน่ะหรือ เพราะรักไง!ก็เลยหวังว่าสักวันเธอจะรักไอ้ตัวร้ายเหมือนอย่างละครน้ำเน่าในวิทยุที่คุณนายสุจิตราเปิดกรอกหูอยู่บ่อยๆยังไงเล่า “ลงมาสิเดี๋ยวพี่จะพาไปดูอะไร” วายร้ายเปิดประตูรถให้โฉมงามที่นั่งบึ้งมาตลอดทาง เธอขยับลงจากรถอย่างฝืนใจเพื่อให้เรื่องมันจบๆ เมื่อปิดประตูแล้วเขาก็ฉวยโอกาสอุ้มเธอขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ “คุณเล็ก!” “ทำไมต้องทำหน้าบึ้งขนาดนั้น พี่ไม่ได้จะพามาฆ่าสักหน่อย บอกแล้วว่าจะพามาขึ้นสวรรค์” “ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกกันแน่! ” ทองพันชั่งค้อนปะหลับปะเหลือก “เถอะน่าบอกว่าขึ้นสวรรค์ก็ขึ้นสวรรค์สิ” ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเดินขึ้นไปบนกระท่อมก่อนจะวางเธอลงที่ระเบียงแล้วพาเดินต่อไปยังส่วนที่ยื่นเกยลำธาร “สวยไหม?” เขาถามขณะโอบกอดเธอจากด้านหลัง ร่างบางจมมิดลงในอ้อมแขนใหญ่หนาอัดแน่นด้วยมัดกล้าม “ไม่รู้ค่ะ หนูทองอยากกลับบ้านแล้ว” “จะรีบไปไหน ก่อนจะเริ่มบทรักมันก็ต้องสร้างบรรยากาศกันก่อน จะปุ๊บปั๊บเหมือนครั้งแรกไม่ได้แล้วนะ หนูทองไม่ซิงแล้วพี่ก็ไม่ค่อยตื่นเต้น ฉะนั้นเราต้องค่อยๆปลุกเร้าอารมณ์” ​
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม