สองเดือนก่อน
ในมือของนรธิปถือปิ่นโตที่บรรจุงแกงเหลืองปลากะพงและต้มยำกุ้งกำแน่น หลายวันก่อนยายหมอดาวทองบ่นเสียงดังว่าอยากกิน เมื่อได้ปลากะพงสดๆมาคุณนายสุจิตราจึงสั่งให้ป้าสมัยทำมาให้ นรธิปอาสาถือมาให้เองเพราะอยากมาปะฝีปากกับหลานสาวคนสวยของแก แต่ทว่าเมื่อเดินมาถึงใต้ถุงเรือนกลับได้ยินยายดาวทองคุยกับป้าไก่ซึ่งเป็นคนใช้อยู่บนเรือน
“เรื่องเสี่ยสำราญที่มาทาบทามแม่หนูทองคุณนายหมอจะว่าอย่างไร”
“จะว่าอย่างไร ก็ต้องรอไปก่อน ตอนนี้แม่หนูทองของฉันยังเด็กนัก”
“ก็ไม่เด็กแล้วนะคุณนาย ปีหน้าก็จะยี่สิบแล้ว”
“เฮ้อ!นั่นสินะ ไอ้ฉันก็ชินยังคิดว่าหลานสาวเป็นเด็ก5ขวบอยู่ร่ำไป ฮ่าๆๆ”
“แล้วคุณนายจะตอบเสี่ยสำราญว่ายังไง จะยกให้ไหม”
“ก็ใครบ้างล่ะจะไม่อยากให้หลานสาวได้แต่งงานกับคนรวยๆ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงของยายดาวทอง ก็มีเสียงหนึ่งโพล่งขึ้น
“อ้าว!คุณเล็ก ยืนทำอะไรครับทำไมไม่ขึ้นบ้าน”
ลุงเสาผัวป้าไก่ร้องทักนรธิปเสียงดังลั่นขณะที่เขากำลังเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนบนบ้าน เสียงนั้นเรียกยายดาวทองและป้าไก่เดินออกมานอกระเบียง นรธิปจึงทำทีก้มหาของ
“กระดุมหล่นครับ แต่เจอแล้ว” เขาทำท่าเก็บบางสิ่งยัดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปที่บันไดทางขึ้น
“แม่ให้เอาแกงเหลืองปลากะพงมาให้คุณนายหมอครับ”
“อูย!!!ลาภปากจริ๊ง วันก่อนยายพึ่งบ่นว่าอยากกิน ขอบใจนะคุณเล็ก ฝากขอบคุณคุณนายด้วย มาก็ดีเลยวันนี้แม่หนูทองทำกล้วยบวชชี รอสุกเดี๋ยวก็ว่าจะแบ่งไปให้ คุณเล็กนั่งรอสักพักได้ไหมจะได้เอาติดมือกลับไปด้วยซะเลย”
“ได้ครับยาย หนูทองอยู่ในครัวหรือครับ เดี๋ยวผมเดินไปเอาก็ได้”
“จ้ะแม่ไก่เอาปิ่นโตไปเปลี่ยนไป พาคุณเล็กไปด้วย”
“จ้ะ เชิญจ้ะคุณเล็ก” นรธิปเดินตามป้าไก่ในใจยังครุ่นคิดถึงเรื่องที่พึ่งได้ยิน
จนกระทั่งเดินลงมาในครัวซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้าน ก็เห็นทองพันชั่งกำลังยืนคนกล้วยบวชชีอยู่หน้าเตา
“แม่หนูทองกล้วยบวชชีเสร็จหรือยังจ๊ะ?”
“เสร็จพอดีเลยจ้ะป้าไก่” สาวน้อยหันมาพูดกับป้าไก่ใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม แต่เมื่อเห็นหน้าแขกที่เดินมาด้วยเธอบึ้งตึงไปทันตา ได้ยินเสียงตาเสาเอ็ดตะโรเมื่อครู่แล้ว ภาวนาอยู่ว่าอย่าได้เจอสุดท้ายก็เจอจนได้
“คุณเล็กเอากับข้าวมาฝาก ยายก็เลยให้รอเอากล้วยบวชชีกลับไปด้วย”
ป้าไก่พูดขณะกำลังผลัดอาหารในปิ่นโตใส่ชามเอาไว้ แล้วจัดปิ่นโตส่งคืนให้นรธิปโดยไม่ล้าง โบราณว่าหากล้างปิ่นโตอาหารที่เพื่อนบ้านเอาใส่อาหารมาฝากจะเกลียดกันไม่ควรทำ
“งั้นเดี๋ยวป้าขึ้นไปช่วยคุณนายหมอจัดยาก่อนนะจ๊ะ”
ทองพันชั่งยิ้มหน้าเจื่อนส่งป้าไก่ เพราะเธอไม่อยากอยู่กับนรธิปเพียงลำพัง เกลียดเขา ใจมันบอกอย่างนั้น
นรธิปมองตามหลังป้าไก่ไปจนลับตา จึงหันกลับมาทางทองพันชั่งที่กำลังตักกล้วยบวชชีใส่ปิ่นโตของบ้านเธอให้เขา
“ได้ยินว่าหนูทองจะแต่งงานกับเสี่ยสำราญ? ”
“คุณเล็กเอาอะไรมาพูด” ทองพันชั่งตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“นั่นสินะ หนูทองปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลย จะไปแต่งงานกับใครได้” ยียวนตามแบบฉบับนรธิป
“จะแต่งไม่แต่งมันก็เรื่องของหนูทอง ไม่เกี่ยวกับคุณเล็กสักหน่อย เลิกมาพูดจาแบบนี้กับหนูทองสักที หนูทองไม่ใช่เด็กๆให้คุณเล็กแกล้งเล่นแล้วนะ”
“อืม.....” มองหน้าอกใต้เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีอย่างกะลิ้มกะเหลี่ย
จนคนถูกมองต้องยกทัพพีขึ้นมาป้องเอาไว้ข่มขู่
“ไม่ใช่เด็กจริงๆด้วย เท่ามะพร้าวน้ำหอมเลยแหละ งานนี้เสี่ยสำราญคงร้องเพลงเสียงดังข้ามคลองเพราะจะได้เมียเด็ก! สวยสมใจ”
“นี่ค่ะกล้วยบวชชี ฝากไปให้คุณนายด้วย” ทองพันชั่งยื่นปิ่นโตใส่กล้วยบวชชีให้เขาแล้วมองไปที่ประตู เพื่อขับไล่นรธิปทางอ้อม
“ปกติยายดาวทองไปนอนวัดช่วงวันพระใช่ไหม?”
อยู่ดีดีก็ถามปกติเขาไม่เคยสนใจ ทองพันชั่งจึงพยักหน้าไปแก้รำคาญ
“ค่ะ”
“หนูทองไปด้วยรึเปล่า?”
ทองพันชั่งไม่ตอบแต่สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ถามไว้ เผื่อมีใครเป็นอะไรช่วงยายดาวทองไม่อยู่”
“หนูทองไม่ได้ไปค่ะ ช่วงยายจำศีลต้องเฝ้าบ้าน ก็เผื่อมีคนไข้คนเจ็บนั่นแหละ” เธอตอบแล้วมองไปที่ประตูครัวอีกครั้ง ไล่กันโต้งๆ แบบนี้แหละ ถ้าขืนยังไม่ไปก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
“........”
นรธิปพยักหน้าก่อนจะค่อยๆถอยหลังกลับออกไปจากห้องครัวพร้อมกับความคิดเลวทรามในหัว
รวบหัวรวบหางให้จบๆ! เอาคืนวันพระนี่แหละเพราะได้ยินว่าคุณนายสุจิตราก็จะไปปฏิบัติธรรมที่สิงห์บุรีช่วงนั้น เรื่องอะไรจะยอมให้เสี่ยสำราญคาบไปกิน เขาอุตส่าห์เฝ้าจิกกัดทองพันชั่งมาอย่างทะนุถนอมตั้งแต่หน้าอกยังไม่ตั้งเต้า
ยายดาวทองรึก็กระไร ต่อหน้าคุณนายสุจิตราพูดคุยกับดิบดีว่าจะยกหลานสาวให้เขา แกน่ะปากหวานก้นเปรี้ยว ความจริงแกเกลียดเขายังกับอะไรดี แต่ก็ไม่ผิดนักหรอกใครมันจะไปเอ็นดูไอ้เด็กเวรที่ชอบแกล้งหลานสาวของตัวเองได้ลง ถ้าเป็นพี่โตแกคงจับทองพันชั่งใส่พานถวายให้ทีเดียว แต่ติดที่ว่าธนาธิปมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว
และถ้ามีเหตุผลเดียวที่ยายดาวทองจะยกหลานสาวให้เสี่ยสำราญคือมันรวย เขารวยกว่ามันหลายเท่า สมบัติซึ่งตกทอดมาตั้งแต่สมัยเจ้าคุณปู่ที่บิดาทิ้งไว้ให้ไม่ใช่น้อยๆ แบ่งกับแม่กับพี่ชายแล้วใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด