คืนวันพระ!
คนบาปหนาเดินลัดสวนส้มโอมายังบ้านของยายดาวทองในตอนโพล้เพล้ บ้านนี้มีตาเสาคนเดียวที่คอยเฝ้า นรธิปจึงให้สมจิตรลูกน้องคนสนิทชวนแกไปกินเหล้าเป็นที่เรียบร้อย ตอนเมียไม่อยู่ตาเสาอะไรก็ได้ง่ายๆ วันนี้ป้าไก่ไปจำศีลกับยายดาวทองทางสะดวกยิ่งกว่าวันไหนๆ
“แม่พี่ตัวร้อนไม่สบาย อาเจียนด้วย ช่วยไปดูอาการให้หน่อย จะพาไปโรงพยาบาลท่านก็ไม่ยอม เรียกหาแต่แม่หนูทอง” นรธิปเดินมาปดถึงบ้านขณะที่ทองพันชั่งกำลังนั่งจัดยาอยู่
“อ้าว!ได้ยินว่าคุณนายไปปฏิบัติธรรมที่สิงห์บุรีนี่คะ”
“ไปยังไม่พ้นตำบลก็เมารถคนขับเลยพากลับมา” ไม่พบพิรุธแม้แต่น้อย เรื่องโกหกไว้ใจนรธิป
“ค่ะๆ งั้นเดี๋ยวหนูทองเตรียมของก่อนนะคะ”
ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ที่บ้านของคุณนายสุจิตราตอนนั้นไม่มีใครอยู่ ป้าอำนวยกับป้าสมัยตามเจ้านายไปสิงห์บุรี ส่วนคนอื่นๆ ได้รับเงินค่าขนมจากนรธิปพร้อมอนุญาตให้หยุดพักหนึ่งคืนหนึ่งวัน
คนตัวใหญ่เดินนำทองพันชั่งขึ้นมาบนบ้านไม้สักทองหลังงามอร่ามตาวิจิตรที่สุดในจังหวัดชัยนาท ความเงียบทำให้หญิงสาวเอะใจไม่น้อย แต่เมื่อถามเขาก็ตอบว่า บ้านมีคนป่วยใครร้องแรกแหกกระเชอ
ดูเอาเถิดถึงขนาดแช่งแม่ของตัวเองนรธิปก็ยังทำ รางวัลลูกอกตัญญูแห่งปีจะไปไหนเสีย
“แม่นอนอยู่ในห้องนั้น” นรธิปชี้ไปที่ห้องนอนของตนเมื่อเห็นทองพันชั่งทำท่าจะเดินตรงไปยังห้องของคุณนายสุจิตรา
“คุณนายย้ายห้องหรือคะ?”
“อืม ห้องนั้นลมไม่พัดผ่าน อุดอู้ แม่ไม่ชอบเลยย้ายมาห้องนี้”
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องของนรธิปตามแผนของเขา เพียงพ้นธรณีประตูคนเจ้าแผนการก็ก้าวตามเข้าไปแล้วปิดประตูลงกลอนทันที!
ปึ่ก!
...........
“อย่า!”
ทองพันชั่งผวาตื่นขึ้นกลางดึกเม็ดเหงื่อโซมกายเพราะฝันร้ายที่พึ่งเผชิญ แผลฉีกขาดที่ผู้ชายสารเลวคนนั้นสร้างเอาไว้ในส่วนลึกยังตึงความเจ็บปวดล้อมรอบจิตวิญญาณของหญิงสาว ไม่มีคืนไหนเลยที่เธอลืมมันได้
ความรู้สึกน่ารังเกียจ
มันช่างน่ารังเกียจ! แต่บ่อยครั้งเธอกลับโหยหาอย่างไม่ละอาย ที่สุดแห่งความเกลียดชังคือเกลียดชังตัวเองที่เผลอหลงใหลในการกระทำอย่างสัตว์เดรัจฉานของเขา
“อย่าค่ะคุณเล็ก อย่าเลียตรงนั้น อ๊า.....” เสียงของเธอที่เปล่งออกไป ความรู้สึกเมื่อโดนจับโดนสัมผัสจุดหวงแหน แรกสะดุ้งไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อเขาแตะลิ้นอุ่นกระตุ้นจุดกระสันดันมันจมลึกลงไปในตัวของเธอ
ทองพันชั่งไม่เคยลืมความรู้สึกเหล่านั้นได้สักคืน จนกระทั่งวันนี้เขากลับมากระทำอย่างเดิมแม้ไม่อุกอาจเท่าเดิม แต่มันเหมือนเชื้อเพลิงอย่างกล้าที่ราดรดลงในเปลวเพลิงที่ไม่เคยมอดไหม้
เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ หากเขายังอยู่ที่นี่
บ่ายสามโมงของวันต่อมา
ทองพันชั่งขี่จักรยานมาที่ตลาดตามคำสั่งของนรธิป การมาตลาดของเธอเป็นเรื่องปกติไม่ผิดวิสัยจึงไม่มีใครจับสังเกต
เมื่อมาถึงนรธิปที่รออยู่ก็ยกจักรยานของเธอใส่ท้ายรถแล้วพูดบังคับให้หญิงสาวขึ้นรถของตนอย่างไม่อายปาก
“รีบขึ้นรถสิเดี๋ยวพี่จะพาไปขึ้นสวรรค์ ขืนเสร็จช้ากลับบ้านค่ำมีคนสงสัยพี่ไม่รู้ด้วยนะ”
ทองพันชั่งพูดอะไรไม่ออก ความจริงเธอไม่มีอะไรจะพูดกับเขา รู้ทั้งรู้ว่าออกมาจะโดนอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพื่อเก็บรักษาความลับเอาไว้
“..........”
นรธิปขับรถพาทองพันชั่งเข้ามาในสวนส้มโอแห่งหนึ่งซึ่งเขาซื้อเอาไว้เมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องไม่มีใครรู้แม้กระทั่งมารดาและพี่ชาย รอเวลาเหมาะสมก่อนค่อยบอก รถผ่านซุ้มประตูเข้ามาลึกพอสมควรด้วยเป็นสวนขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 120 ไร่
เมื่อรถวิ่งเข้ามาถึงท้ายสวนจึงเจอกระท่อมหลังน้อยที่น่าจะพึ่งสร้างเสร็จเร็วๆนี้ ระเบียงกระท่อมยื่นเกยลำธารสายเล็กๆที่ไหลผ่านสวน บรรยากาศน่าอภิรมย์เหมาะแก่การพลอดรักของหนุ่มสาว
นรธิปตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมสรรพในช่วงระยะเวลาสองเดือนที่เขาหายไป
เขาเคยคิดว่าเรื่องมันอาจจะง่ายหากบอกผู้ใหญ่ให้รับรู้ ทุกอย่างจบแค่เราสองคนแต่งงานกัน แต่เมื่อถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าจะได้เข้าหอกับคนหรือกับศพ
ทองพันชั่งที่คนภายนอกหรือแม้แต่คนภายในอย่างยายดาวทองคิดว่าอ่อนปวกเปียก น่ารัก อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย แต่แท้จริงใจใหญ่กว่าที่ใครคิด
มุมนี้มีเพียงนรธิปเท่านั้นที่รู้จัก ด้วยครั้งหนึ่งสมัยเด็กเธอเคยเอาไม้แพ่นกบาลเขาจนแตก เพราะเหลืออดที่โดนเขาแกล้งเอาเม็ดแมงลักยีหัว พอเรื่องมันแดงขึ้นเด็กหญิงทองพันชั่งในวัย8ขวบก็โกหกผู้ใหญ่หน้าตายว่าเขาปีนต้นไม้แล้วตกลงมาหัวแตกเอง คราวนี้ถ้าไอ้เด็กเวรที่ตอนนั้นอายุแค่13ขวบอย่างเขาพูดความจริงออกไปใครจะเชื่อ
แม่หนูทองคนดีของทุกคนเกลียดเขายิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือ นรธิปรู้ตัวดี แต่ทำไมยังทำตัวระยำให้เธอเกลียดน่ะหรือ เพราะรักไง!ก็เลยหวังว่าสักวันเธอจะรักไอ้ตัวร้ายเหมือนอย่างละครน้ำเน่าในวิทยุที่คุณนายสุจิตราเปิดกรอกหูอยู่บ่อยๆยังไงเล่า
“ลงมาสิเดี๋ยวพี่จะพาไปดูอะไร”
วายร้ายเปิดประตูรถให้โฉมงามที่นั่งบึ้งมาตลอดทาง
เธอขยับลงจากรถอย่างฝืนใจเพื่อให้เรื่องมันจบๆ
เมื่อปิดประตูแล้วเขาก็ฉวยโอกาสอุ้มเธอขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่
“คุณเล็ก!”
“ทำไมต้องทำหน้าบึ้งขนาดนั้น พี่ไม่ได้จะพามาฆ่าสักหน่อย บอกแล้วว่าจะพามาขึ้นสวรรค์”
“ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกกันแน่! ” ทองพันชั่งค้อนปะหลับปะเหลือก
“เถอะน่าบอกว่าขึ้นสวรรค์ก็ขึ้นสวรรค์สิ”
ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเดินขึ้นไปบนกระท่อมก่อนจะวางเธอลงที่ระเบียงแล้วพาเดินต่อไปยังส่วนที่ยื่นเกยลำธาร
“สวยไหม?” เขาถามขณะโอบกอดเธอจากด้านหลัง ร่างบางจมมิดลงในอ้อมแขนใหญ่หนาอัดแน่นด้วยมัดกล้าม
“ไม่รู้ค่ะ หนูทองอยากกลับบ้านแล้ว”
“จะรีบไปไหน ก่อนจะเริ่มบทรักมันก็ต้องสร้างบรรยากาศกันก่อน จะปุ๊บปั๊บเหมือนครั้งแรกไม่ได้แล้วนะ หนูทองไม่ซิงแล้วพี่ก็ไม่ค่อยตื่นเต้น ฉะนั้นเราต้องค่อยๆปลุกเร้าอารมณ์”