อะไรคือการที่พี่อุ้ยอ้ายบอกวีรดาว่าหล่อนโชคดีในโชคดี?
นับแต่ตอบตกลงที่จะขาย หล่อนก็ถูกพี่อุ้ยอ้ายเรียกตัวมานัดแนะบางอย่าง วีรดารู้มาจากเจ๊ๆวงการพริตตี้ที่เคยขายแชร์ประสบการณ์ว่ารายได้จากแขกส่วนหนึ่งนั้นต้องให้ค่านายหน้าแก่พี่อุ้ยอ้าย
"ทำไมพี่ถึงบอกว่าหนูโชคดี?"
"โชคดีมาก ก.ไก่ล้านตัวค่ะ...น้องรู้มะ? ว่าปกติน่ะพี่ต้องมาหักค่านายหน้าจากเงินค่าตัวเด็กในสังกัด แต่กับหนูเนี่ยคือลืมไปได้เลย เพราะลูกค้าสายเปย์ของหนูจ่ายให้พี่ต่างหากตั้งห้าหมื่น แถมยังกำชับอย่างกับกลัวพี่จะโกงงั้นแหละ โนค่ะ ใครจะไปกล้า ก็รู้อยู่ว่ารายนั้นน่ะ..."
ทำราวกับจะพูดต่อแต่กลับไม่พูดต่อ กระเทยสาวใหญ่ก็ตัดสินใจมุบมิบใจความสำคัญที่จะเอ่ยต่อไว้เพียงเท่านั้น
"เขาทำไมคะ?...."
คนสงสัยทำหน้าเหยเก เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงเขาก็จะมาเยือนณ.ห้องหรูในโรงแรมระดับห้าดาวที่หล่อนนั่งอยู่ในชุดเว้าอกแทบไม่ต้องใส่อะไร กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วยังถูกแหวกขึ้นมาจนแทบไม่ปกปิดอะไร
"ไม่มีอะไรหรอกน่า...เขาก็เป็นพวกเจ้าพ่อมีอิทธิพลธรรมดาๆที่อยากได้เด็กสดๆซิงๆอย่างหนูนั่นแหละ เอาเป็นว่าทันทีที่เสร็จเรื่องเขาก็จะโอนเงินเข้าบัญชีหนูทันที พี่ไปนะจ๊ะ หมดหน้าที่แล้ว"
ว่าจบแม่เล้าก็รีบมูฟออนตัวเองออกมาราวกับติดจรวด เหลือเพียงวีรดาที่หายใจไม่เป็นจังหวะ นั่งท่าสวยๆรออยู่บนโซฟาหนังอย่างดีด้วยอาการหายใจขาดห้วง
นับหนึ่งถึงร้อยด้วยอาการหวาดผวา.....เรื่องเสียตัวน่ะหนีไม่พ้นอยู่แล้ว แต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือยังไม่รู้หน้าค่าตาอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
มือเรียวหยิบซองแวววาวที่ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายออกมาซุกมันลงในบราย์เก็บไว้ใช้ยามปฏิบัติภาระกิจ อย่างไรเสียก็ต้องให้เขาใส่ถุง....ถึงจะเป็นครั้งแรกก็ควรปลอดภัยไว้ก่อน
"เอาล่ะ....หายใจเข้าลึกๆ....หายใจออกยาวๆ"
คนที่พยายามกดอาการตื่นกลัวสูดหายใจเข้าลึกๆ นับเลขในใจอย่างสม่ำเสมอ
98.....99....100.....
แกร๊กกกกกกก......
เสียงประตูบานใหญ่เปิดอ้าเข้ามาปรากฏร่างสูงใหญ่ของเขา ดวงตาคู่คมกวาดมองเข้ามาในห้องที่ประดับด้วยแชนเดอเรียชั้นดีสาดทอแสงสีทอง
เขามองมาที่วีรดาอย่างโลมเลีย...สายตาถูกใจนั้นแทบปิดไม่มิด
"สวัสดี...สาวน้อย"
เขาเอ่ยทักทาย ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาใกล้ๆกัน จงใจบดเบียดร่างมาจนวีรดาต้องล่าถอยเอง
"เอ่อ...สวัสดีค่ะคะคุณ..อ..อโศก"
หล่อนเรียกเขาด้วยชื่อที่พี่อุ้ยอ้ายบอกมาแต่แรก
"อื้ม..."
คนตัวสูงทิ้งน้ำหนักลงบนพนักพิงของโซฟาเกรดดี หยิบเครื่องดื่มในขวดสีม่วงอมแดงมาเปิดรินมันใส่แก้วอย่างคล่องแคล่ว
พออีกฝ่ายละสายตาจากหล่อน เป็นเวลาที่เหมาะเจาะที่วีรดาได้ใช้สายตาลอบมองเขาบ้าง ผู้ชายข้างกายงามสง่าหรือที่เรียกว่าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเลยก็ได้ มือเรียวที่โผล่พ้นแขนเสื้อศูทนั้นขาวหมดจด ผิวเขาขาวสม่ำเสมอไปทั้งตัว ทั้งวงหน้าสะอาดสะอ้านนั้นก็ทำวีรดาเคลิบเคลิ้มได้ชะงัดทีเดียว
"วีด้าใช่มั้ย?"
"หือ....ค่ะ"
วีรดาต้อบรับแบบงงงวย แน่ล่ะ ต้องเป็นกลิ่นน้ำหอมที่โชยมาจากกายสูง มันหอมอย่างที่ทำให้เคลิ้มหลับข้างกายเขาได้สบายๆเลยทีเดียว
เขาระบายยิ้มน้อยๆยกไวน์ขึ้นจิบช้าๆ กวาดสายตามองวีรดาที่ไม่รู้จะเอาแขนขาไปไว้ที่ไหน รู้สึกเงอะงะไปหมด
"กินไวน์ไหม?"
"ตามสบายเลยค่ะ"
วีรดาพยายามยิ้มอย่างที่ซ้อมมาหน้ากระจกเมื่อคืน ใช่ๆ หล่อนต้องกรีดยิ้มและส่งสายตาเป็นแม่เสือสาวโฮกๆแบบนี้ล่ะ
"อย่าปฏิเสธฉัน....ไม่เคยมีใครปฏิเสธฉัน"
เขาบอกอย่างนั่น….สายตาทรงอำนาจนั้นมองมาอย่สงแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ