EP : 03 แม่เลี้ยงสาว

1400 คำ
ไกรสรเดินเข้ามาในไร่ เขาโมโหมากที่โดนสองแม่ลูกหัวหมอต้มจนเปื่อย รู้จักคนอย่างไกรสรน้อยไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่ถูกส่งมาหน้าตาจะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่เขาก็ไม่ชอบที่โดนหยามเกียรติแบบนี้ “พ่อเลี้ยงคะ พรทำน้ำกระเจหวานๆเย็นๆมาให้พ่อเลี้ยงค่ะ” พรประไพเห็นไกรสรอยู่ลำพัง หล่อนจึงถือโอกาสยกน้ำมาให้ดื่มเย็นๆ “ขอบใจ” เขาถือแก้วน้ำกระเจี๊ยบจากถาดที่หล่อนถือ ทว่าสายตาคมกลับมองไปทางอื่น ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไร ส่วนพรประไพ ก็พยายามจะให้ท่าพ่อเลี้ยงหนุ่ม โดยการดึงคอเสื้อกระเช้าให้ต่ำลง จนเผยให้เห็นเนินหน้าอกรำไร “อุ้ย พ่อเลี้ยงคะ มีตัวอะไรไต่เข้ามาในเสื้อพรก็ไม่รู้ค่ะ” หล่อนดีดดิ้นหวังให้ไกรสรช่วย “อ่ำมาพอดี” ทว่าเขากลับรู้ทัน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรประไพคิดจะให้ท่าเขา หากจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ เขาคงไม่อยู่เป็นพ่อเลี้ยงไกรสรจนถึงทุกวันนี้ “อ่ำมาช่วยดูหน่อยว่าตัวอะไรเข้าไปในเสื้อพร” เมื่ออ่ำได้ยิน ก็รีบวิ่งมา “ไหนตัวอะไร น้องพรอยู่นิ่งๆก่อนนะ” อ่ำชอบพรประไพ จึงยินดีช่วย ถึงแม้ว่าสาวสวยอย่างหล่อนจะรังเกียจเขาก็ตาม ไกรสรอมยิ้ม เมื่อเห็นพรประไพทำหน้าไม่ถูก ก่อนเดินเข้าออฟฟิศส่วนตัว แล้วปล่อยให้สองคนเคลียร์กันเอง “มันคงวิ่งออกไปแล้วค่ะ” พรประไพแสดงสีหน้าหงุดหงิด แล้วเดินหนีอ่ำไปทันที “น้องพร” ส่วนอ่ำก็ได้แต่ยืนมองตามหลังด้วยสายตาละห้อย พริมานั่งๆนอนๆอยู่ในห้องพักส่วนตัว เธอพยายามหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่มีเลย เธอจึงออกมาข้างนอกบ้าน แล้วเดินเข้ามาในไร่กาแฟ แต่ยิ่งเธอเดินเข้าลึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำทางกลับไม่ได้ พอจะหาทางออกก็ดันมาโผล่อีกที่ซึ่งไม่คุ้นตาเลย “เธอมาทำอะไรที่นี่ วริษา” เสียงกระหึ่มของไกรสรที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก เธอหันไปมองต้นตอของเสียง ก่อนจะก้มหน้าลงมองปลายเท้า ด้วยความเกรงกลัว “ดิฉันมาเดินเล่นค่ะ” “แล้วนั่นอะไร โทรศัพท์มือถือ” เขาถามเธอ ก่อนจะเอื้อมคว้ามา “อ๊ะ” พริมาไม่ทันตั้งตัว เขาก็ได้โทรศัพท์มือถือของเธอไปแล้ว “ฉันคงต้องขอยึด เพราะกฎในไร่ของเราหนึ่งในนั้นคือห้ามคนงานพกโทรศัพท์มือถือ ยังไงที่นี่ก็ไม่มีสัญญาณ อย่าเสียเวลาเดินหาให้เมื่อยขาเลย” เขาพูดอย่างคนที่รู้ทัน “แต่ดิฉันไม่ใช่คนงาน” เธอยืดคอเถียง ในใจก็สั่นหวิว เพราะพูดโกหกได้ไม่เต็มปาก “หึ! ทำไม อยากเป็นแม่เลี้ยงของไร่นักใช่ไหม” กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนเล็ก แล้วออกแรงบีบเค้น “คุณไกรสร ดิฉันเจ็บนะคะ” กระดูกแขนเธอ แทบแหลกละเอียดไปกับมือของเขา “อีกไม่นานหรอก ฉันจะได้รู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ วริษา” เขาเรียกชื่อเธอ ด้วยความจงใจ ก่อนจะผลักร่างบางออกห่างทีนที ราวกับว่ารังเกียจเสียเต็มประดา “เดี๋ยวค่ะ คุณไกรสร” ร่างบางเดินตามเขาไป เพราะกลัวจะหลงทางอีก พอพลบค่ำอะไรๆในป่าเขาก็ดูน่ากลัวไปหมด “มีอะไรอีก” เขาตัดรำคาญ “ดิฉันจะกลับบ้าน ต้องไปทางไหนคะ” “ตามฉันมา” ไกรสรเดินนำไปก่อน ทว่าเขากลับไม่พาเธอกลับบ้านอย่างที่คิด ช่วงหัวค่ำแบบนี้ เป็นเวลาอาหารเย็นของพวกคนงานในไร่ ที่ตรากตรำทำงานกลางแดดร้อนจ้า เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เขาเลยจะใช้งานเธอให้ช่วยตักอาหารเสิร์ฟพวกคนงานเสียหน่อย “ไปช่วยป้าสำอางตักอาหารให้คนงาน” พอมาถึง เขาก็หันไปบอกหล่อน “ดิฉันคิดว่าคุณจะพากลับบ้าน” เธอท้วง เพราะไม่ชอบสายตาของพวกผู้ชายวันกลัดมันที่มองมา “แค่ช่วยงานในไร่นิดๆหน่อยๆ ทำไม่ได้หรือไง จะอยู่ฟรีกินฟรีไม่ได้หรอกนะ” ไกรสรพูดจบ ก็หันไปบอกกับแม่ครัวร่างท้วม “ฉันฝากด้วยนะป้าสำอาง” “พ่อเลี้ยงรับคนงานมาใหม่เหรอคะ” สำอางมองใบหน้าเด็กสาวที่สะอาดสะอ้านหมดจด ผิวพรรณขาวใสดูเป็นผู้รากมากดี เกินกว่าจะมาสมัครทำงานในไร่ “หึ! คงใช่มั้ง” ร่างใหญ่เดินกลับไปนั่งอยู่รวมกับคนงาน โดยมีอ่ำที่คอยจัดสำรับอาหารแยกต่างหากให้ “งั้นมานี่เลยหนู ป้าตักแกง ส่วนหนูตักข้าวหุงนะ” สำอางจัดแจงทุกอย่าง เพราะวันนี้หลานสาวตัวดีแอบอู้ไม่ยอมมาช่วยงาน “ค่ะป้า” พริมาทำได้ทุกอย่าง เรื่องงานบ้านงานเรือนไม่มีขาดตกบกพร่อง หากเขาจะกลั่นแกล้ง ก็คงคิดผิด ในขณะที่มือจองเธอตักข้าวอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นไกรสร ที่เอาแต่จ้องมองมาที่เธอไม่วางตา เขากำลังจับผิดเธออยู่ “นายครับ” อ่ำสะกิดแขนคนเป็นนาย “อะไรอ่ำ” “ผมว่าคุณวริษาก็ดูเป็นงานใช้ได้เลยนะครับ ถึงจะเป็นตัวปลอมก็เถอะ” “หึ!” ไกรสรไม่พูดอะไร แต่กลับทำเสียงในลำคอ แสดงถึงความเกลียดชัง ในท่าทางใสซื่อของเธอ อาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่สำหรับเขาไม่มีทาง คนที่ยอมเอาตัวเองเข้าแลกเงินแทนคนอื่นได้ ต้องเป็นคนประเภทไหนกันนะ “ฉันอิ่มละ จะกลับบ้าน” จู่ๆร่างสูงก็พรวดพราดลุกขึ้นมา แล้วเดินไปที่รถจิ๊บ ทำให้พริมาต้องรีบวางทัพพีลง “ดิฉันกลับก่อนนะคะป้าสำอาง” “อ้าว หนู...” สำอางมองตามเด็กสาวกับพ่อเลี้ยงด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ “ป้าๆ งงใช่ไหม อยากรู้ไหมล่ะ” อ่ำเดินมาหาป้าสำอาง คันปากอยากเล่ามาก “อะไรของเอ็งไอ้อ่ำ ฉันก็อยากรู้สิ ตกลงยายหนูคนนั้นเป็นใครมาจากไหน” “แหมๆ ก็ว่าที่แม่เลี้ยงของไร่เราไงล่ะป้า” พออ่ำพูดจบ ทัพพีก็หล่นลงจากมือของป้าสำอาง แต่โชคดีที่ตกลงในหม้อ แทนที่ตะเป็นพื้นข้างล่าง “จริงรึไอ้อ่ำ” “จริงสิป้า พ่อเลี้ยงเพิ่งให้คนรถไปรับจากสนามบินมาเมื่อเช้า” “ว่าแต่อย่าไปบอกใครนะ เดี๋ยวอ่ำจะโดนพ่อเลี้ยงดุเอา” เสียงกระซิบกระซาบไม่ได้ดังมาก จึงทำให้คนงานไม่ได้ยิน “อย่างนี้นังพรหลานป้าก็อกหักแย่สิ” สำอางเห็นใจหลานสาวตัวเองเป็นไหนๆ แต่อย่างไกรสรน่ะหรือจะมาสนใจพรประไพ จะดูยังไงก็ไกลเกินเอื้อม “น้องพรก็มีอ่ำอยู่นี่ไงครับป้า อ่ำพร้อมจะดูแลหัวใจน้องพรเสมอ” อ่ำยืนยิ้ม ทำท่ามินิฮาร์ทส่งให้สำอาง ตามประสาคนอารมณ์ดี “เออๆ ฉันตักอาหารต่อละ ถ้าเอ็งว่างมากก็มาช่วยตักข้าวแทนแม่หนูคนนั้นละกัน” สำอางรู้สึกลำบากใจ แต่เรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาว คนแก่ไม่ยุ่งอยู่แล้ว “ได้เลยป้า อ่ำจัดให้” อ่ำลงมือช่วยป้าสำอางอย่างขะมักเขม้น กว่าจะเสร็จงานในครัวก็ปาไปเกือบสามทุ่ม คืนแรกในไร่กลางหุบเขา ร่างบางนอนพลิกตัวไปมา เพราะไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ และอากาศก็หนาวเหน็บจนต้องห่มผ้านวมหนาๆ ต่างจากช่วงกลางวันที่ร้อนจ้า ในห้องนอนอีกฟากฝั่งของบ้านหลังเดียวกัน ร่างใหญ่นอนหงายอยู่บนโซฟาหนัง แขนข้างหนึ่งของเขายกขึ้นวางมือก่ายหน้าผาก ส่วนมืออีกข้างก็ถือรูปของวริษาเอาไว้ เขาไม่น่าทนรอเธอถึงสองปีเต็ม ทั้งที่คนอย่างเขาจะเลือกเอาผู้หญิงคนไหนมาเป็นเมียก็ได้ “วริษา” พรุ่งนี้เขาก็จะได้รู้แล้วว่าเธอไปอยู่ที่ไหน แล้วคนที่มาอยู่ไร่กับเขาตอนนี้เป็นใคร
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม