ร่างใหญ่ยืนอยู่ริมระเบียงในห้องทำงานท้ายไร่ ในมือของเขาคือเอกสารข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวริษา ประวัติครอบครัว การศึกษา และญาติพี่น้อง เขาจึงได้ทราบว่าแท้จริงแล้ว คนที่ถูกส่งตัวมาเป็นเมียเขาแทนวริษาตัวจริง ก็คือ ขิม พริมา อัศวโกศล ลูกสาวเพียงคนเดียวของ ดนัย อัศวโกศล ส่วนวริษานั้น หล่อนรังเกียจเขา คิดว่าเขาเป็นชายแก่รอบจัด ตัณหากลับหวังจะมีเมียเด็ก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังรบกวน ไกรสรจึงเดินกลับเข้ามาในห้อง
“เข้ามาได้”
“นายครับ มีม้าสองตัวหลุดออกจากคอกครับ”
สมชายเห็นหน้าเจ้านาย ก็รีบละล่ำละลักบอก
“บ้าชิบ!”
ไกรสรได้ยินดังนั้นก็กัดกรามแน่น
“พวกมึงดูแลกันยังไงวะ คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว”
ม้าสองตัวนี้ชอบวิ่งเข้าป่าและทะลุไปยังไร่ข้างๆ เพราะเขาไม่อยากมีปัญหากับไร่สมิงเมือง
“ผมขอโทษครับนาย แต่ม้าสองตัวนี้มันพยศตั้งแต่เพิ่งได้มา ทั้งพังคอก ดีดคนงานบาดเจ็บไปหลายคน”
สมชายกลัวโดนไล่ออก แต่ก็จนปัญญาจริงๆ เมื่อม้าพยศยากเกินกว่าจะควบคุมให้อยู่ในคอกได้
“มึงไปตามไอ้อ่ำมา กูจะล่วงหน้าไปก่อน”
ร่างสูงเดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วกระโดดขึ้นรถจิ๊บ
“ครับนาย”
สมชายรีบวิ่งไปยังเรือนคนงานทันที
พออยู่ในบ้านเบื่อๆ พริมาจึงออกมาเดินเล่น เธอเดินตามผีเสื้อไปเรื่อยๆ จนพบเข้ากับหนองน้ำขนาดใหญ่ ที่มีดอกบัวหลวงบานสะพรั่งทั้งสีขาวและสีชมพู เป็นภาพที่สวยงามมาก เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
พริมายืนทึ่งกับความอัศจรรย์ได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังเข้ามาใกล้ จนเธอต้องหันหลังกลับไปมอง
ม้าสีหมอกสองตัวกำลังวิ่งหน้าตั้งมาหา เธอตกใจมากพยายามจะก้าวขาวิ่งหนี แต่ก็ชาไปหมดทั้งตัว เธอจึงทำได้แต่หลับตาแน่น กระทั่งเสียงของฝีเท้าได้หยุดลง
เจ้าม้าตัวใหญ่ มันยืนอยู่ตรงหน้าเธอ สายตาคู่นั่นมองมา และมันก็นิ่งไป
“ม้าที่ไหนกัน ในไร่มีม้าด้วยเหรอ”
พริมารู้สึกกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะเห็นว่าม้าสองตัวน่ารักดี จึงวางมือลูบบนหัวของมัน แต่แล้วม้าก็ส่งเสียงร้องดังขึ้น จนเธอตกใจ
ไกรสรที่ขับรถตามมา ได้ยินเสียงม้าก็รีบเลี้ยวรถเปลี่ยนทิศทางตามเสียงนั้นไป
เขาเห็นม้าพยศวิ่งผ่านร่างของพริมาไปทางไร่สมิงเมือง และเธอก็ทำท่าเหมือนกับว่ากำลังเงื้อมมือตีหัวม้าของเขาอยู่ จึงเข้าใจผิดคิดว่าเธอไล่สองตัวนี้ไปทางอื่น
“ทำอะไรของเธอ เห็นไหมว่าม้ามันวิ่งเตลิดไปไกลแล้ว”
ไกรสรเหยียบเบรก แล้วตะคอกเสียงใส่
“ดิฉันเปล่าทำนะคะ ดิฉันก็แค่...”
พริมากำลังจะอธิบาย แต่คนเจ้าอารมณ์ก็พูดตัดบทไม่ยอมฟัง
“หุบปากซะ แล้วขึ้นรถมา”
“ไม่ค่ะ คุณรีบไปตามม้าของคุณเถอะ”
ร่างบางเดินกลับไปทางเดิน แต่ทว่าไกรสรก็ลงมาจากรถ แล้วกระชากแขนเธอไว้
“อย่ายั่วโมโหฉัน ฉันสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ”
เขาลากพริมาขึ้นรถมาด้วยจนได้ ก่อนจะรีบออกรถมุ่งหน้าไปยังไร่สมิงเมือง
เธอได้แต่นั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จา มือทั้งสองข้างจับรถแน่น เมื่อไกรสรขับรถหักพวงมาลัยหลบหลุมบนถนนลูกรังอย่างทุลักทุเล กระทั่งเห็นม้าสองตัวกินหญ้าอยู่ในทุ่งกว้างไกลๆ
ไกรสรเห็นดังนั้น ก็รีบโทรหาอ่ำให้มาช่วยกันเอาม้ากลับไร่ และทันทีที่พริมาเห็นเขาใช้โทรศัพท์มือถือ เธอก็มองจ้องมาไม่วางตา
“ไหนคุณบอกว่าที่ไร่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์”
“ที่ไร่มีเสาสัญญาณใช้เอง แต่ต้องมีรหัสเข้า”
เขาตอบเธอโดยไม่มองหน้า ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับคำถามมากนัก
“ดิฉัน...”
เพียงแค่เธออ้าปาก เขาก็รู้ว่าเธอจะพูดอะไร
“ฉันไม่ให้ เธอไม่ได้รับสิทธิ์ให้ใช้โทรศัพท์”
สิ่งที่ไกรสรทำกับเธอ มันไม่ต่างอะไรกับการถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว เธอไม่ได้อยากเป็นภรรยาของคนป่าเถื่อนแบบนี้สักนิด
“ดิฉันมาที่นี่เพื่อเป็นภรรยาของคุณ ไม่ใช่ทาส เผื่อว่าคุณจะลืมไป”
“หึ! อยากเป็นเมียฉันมากสินะ ถึงว่าค่าตัวเธอแพงลิบลิ่ว”
หนุ่มใหญ่มองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อประเมินราคา สายตาคมดุหยาบกระด้างเปิดเผย
“คุณไกรสร กรุณาให้เกียรติดิฉันด้วยค่ะ”
พริมารู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังโลมเลียเธอด้วยสายตา เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด
“เงินฉันก็เสียไปแล้ว ฉันต้องให้เกียรติอะไรเธออีก พริมา”
“คุณรู้”
พอได้ยินชื่อตัวเอง เธอก็ตกใจอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก
“ใช่ ฉันรู้ว่าเธอชื่อพริมา ถูกส่งตัวมาเป็นเมียฉันแทนพี่สาวอย่างวริษา ฉันไม่ได้โง่นะ พวกเธอคิดผิดแล้วที่มาเล่นกับฉัน”
พูดจบ เขาก็ดึงร่างบางมานั่งบนตักแกร่งอย่างทุลักทุเล จนแล้วจนรอดเธอก็สู้แรงเขาไม่ได้
“คุณ...คุณจะทำอะไร”
พริมาตกใจสั่นกลัว พยายามจะดันร่างใหญ่ออกห่าง
“จริงๆแล้ว เธอก็สวยดีนะ ถึงจะสวยน้อยกว่าวริษา แต่ฉันก็ไม่ติด”
เธอโดนเขาปล้ำจูบบนรถ ริมฝีปากหยักแตะต้องแก้มเนียน เขาเพียงต้องการเอาเปรียบเธอให้รู้สำนึกเสียบ้าง
“อย่าค่ะ คุณไกรสร”
หญิงสาวเอียงใบหน้าหลบหลีก จึงโดนคนใจร้ายซุกไซร้ซองคอแทน สัมผัสวาบหวิวแตะต้องผิวเนื้อนุ่ม ทำให้ขนลุกเกรียว เกิด ความรู้สึกบางอย่างให้เธอรีบหนีบสองขาเข้าหากัน แต่ก็มีร่างของไกรสรแทรกตรงกลาง
เสียงรถยนต์ที่ขับมา ทำให้สองร่างผละออกจากกัน และเป็นไกรสรเองที่แสดงอาการรังเกียจเธอ สวนทางกับร่างกายที่มันคัดแข็งเมื่อได้อยู่ใกล้ๆสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่น
“รอฉันอยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด”
เขาลงจากรถแล้วหันกลับไปกำชับเธอ
พริมามองตามร่างใหญ่ ที่เดินไปหาลูกน้องอย่างอ่ำ ตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงมาก และไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนไม่ว่ากับใคร เธอรู้สึกหวั่นไหวกับไกรสร ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น รู้ทั่งรู้ว่าเขาร้ายกาจขนาดไหน