นางร้ายหวนคืน

1762 คำ
“ร้อน…ร้อน…” น้ำเสียงเบาหวิวแหบแห้งดังขึ้นหลังจากสลบไปด้วยพิษไข้นานสองวัน เส้นผมยาวดุจแพรไหมแผ่สยายเต็มหมอน ใบหน้างามพริ้งเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่เกาะตามกรอบหน้า เปลือกตายังคงปิดสนิท ทว่ากลับสั่นไหวคล้ายกำลังเผชิญความทุกข์ทรมานอยู่ในห้วงฝัน “ร้อน…ข้าร้อน…ทรมาน…” เจาเจาที่เผลอสัปหงกได้ยินเสียงครวญเบา ๆ จึงรีบวิ่งมาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้าของคนป่วยเพื่อลดความร้อนภายในร่างกายลงด้วยท่าทีกระวนกระวาย “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู!” เพียงแต่เรียกเท่าไรคุณหนูก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเสียที นางรีบเรียกป้าถงที่กำลังถืออ่างใบเล็กใส่น้ำเข้ามาในเรือนทันที “ป้าถงรีบไปแจ้งนายท่านเถอะ คุณหนูตัวร้อนมาก” เจาเจาบอกก่อนหันมาเช็ดตัวให้คุณหนูของตนต่อ “ร้อน…อย่าทำข้า…อย่า อย่า!” ทันใดนั้นหญิงสาวที่นอนจับไข้อยู่ก็เบิกตาโพลง ลมหายใจหอบถี่กระชั้นชิดจนเจาเจาต้องรีบเข้ามาลูบหลังมือบอบบางเป็นการปลอบประโลม “คุณหนู ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ปลอดภัยแล้วนะเจ้าคะ” ปลอดภัยแล้วหรือ? หลัวม่านอวี้เลื่อนสายตามายังเจ้าของเสียงคุ้นหูข้างกาย เรียวคิ้วงามขมวดมุ่น พลันความปวดหัวแล่นปราดขึ้นมาไม่ทันได้ตั้งตัว นางยกมือกุมศีรษะ พยายามตั้งสติใคร่ครวญทุกอย่างที่พอจะนึกออก นางนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ ไม่สามารถขยับร่างกายได้ พวกชั่วช้าสามานย์สองคนนั้นตั้งใจสังหารนางในกองเพลิงเพื่อปกปิดความชั่วของตัวเอง เอากิจการและเงินทองของนางไปเป็นของตน นางควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวเลื่อนสายตาสำรวจมือเท้าของตนเองทันที ก่อนจะประหลาดใจ เหตุใดจึงไม่มีรอยไหม้ อีกทั้งยังกลับมาอยู่ที่จวนกั๋วกง มิใช่ว่าเวลานี้จะต้องอยู่ในปรโลกแล้วหรอกหรือ แล้วเจาเจานี่อีก หลังจากแต่งให้หลิวเย่ เจาเจาก็ติดตามนางไปด้วย บัดนี้ควรจะอยู่ที่เรือนของหลิวเย่มิใช่หรือ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่!? “ข้ากับเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เด็กสาวงุนงง “คุณหนูหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ พวกเราอยู่ที่จวนกั๋วกงกันมาตลอด คุณหนูหมดสติเพราะเล่นหิมะข้างนอกจนจับไข้ หลับไปสองวันเต็ม ๆ เจ้าค่ะ” “ข้าเล่นหิมะจนเป็นไข้หรือ” หลัวม่านอวี้ขมวดคิ้วจนใบหน้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม นางจำได้ว่าเหตุการณ์ที่นางป่วยนี้คือเมื่อหกเดือนก่อนที่จะได้แต่งกับหลิวเย่มิใช่หรือ พลันมือบางขยุ้มผ้าห่มแน่น ใจดวงน้อยเต้นโครมครามครั้งใหญ่ ทว่ายังไม่ทันได้ถามอะไรมากไปกว่านี้ เสียงวุ่นวายหน้าเรือนก็ดึงความสนใจของหญิงสาวไป “ไหน อวี้เอ๋อร์ของข้ายังไหวหรือไม่ ไปเร็วไปตามท่านหมอมา” เสียงกระวนกระวายของหลัวรุ่นหมิงหรือจิ้นกั๋วกงดังขึ้นพร้อมเร่งให้คนไปตามท่านหมอมารักษาบุตรสาว บุรุษวัยกลางคนรีบสาวเท้าเข้ามาด้านในห้องด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นดรุณีน้อยนอนลืมตามองมาทางนี้ก็รีบรุดไปนั่งข้างเตียงบุตรสาวตามด้วยหลัวฮูหยินที่นั่งข้างกัน “อวี้เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าหลับไปสองวันเต็ม ๆ ทำเอาพ่อใจไม่ดีเลย” หลัวรุ่นหมิงลูบหน้าลูบตาบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง ความร้อนผ่าวจากพิษไข้ยังคงแผ่ออกมาจากร่างเล็กชวนให้รู้สึกใจหาย “นั่นน่ะสิ แม่ก็ได้แต่สวดภาวนาให้เจ้าปลอดภัย ต่อไปอย่าทำเช่นนี้อีกนะ แม่จวนจะร้องไห้แล้ว” หลัวฮูหยินหรือเหอชูหลิงลูบอกตัวเองป้อย ๆ พลางยกยิ้มให้บุตรสาว หลัวม่านอวี้ส่งยิ้มจาง ๆ นางยันกายลุกขึ้นนั่งโดยมีบิดาช่วยประคอง มือเล็กเอื้อมไปจับมือของบุพการีทั้งสองเอาไว้ “ลูกขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วงเจ้าค่ะ ต่อไปจะเชื่อฟังคำของพวกท่านทั้งหมด” จิ้นกั๋วกงและฮูหยินมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา บุตรสาวของพวกเขาเดิมทีค่อนข้างเอาแต่ใจพอสมควร ไม่นึกเลยว่าชาตินี้จะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกมาจากปากของบุตรสาว เมื่อท่านหมอมาถึงก็ทำการตรวจอาการของหญิงสาวอย่างละเอียด ทว่าหลัวม่านอวี้ฝืนความหนักของเปลือกตาไม่ไหว สุดท้ายก็หลับไปอีกครั้ง “ร่างกายคุณหนูได้รับไอเย็นเป็นเวลานาน กินยาพวกนี้สักสี่ถึงห้าวันอาการก็จะดีขึ้นขอรับ ทางที่ดีก็เตรียมเตาถ่านขนาดเล็กตั้งไว้ใกล้เตียงของคุณหนูสักระยะให้ร่างกายได้รับไออุ่นจะหายไวขึ้นขอรับ” “ขอบคุณท่านหมอมาก เจาเจาส่งแขก” หลัวรุ่นหมิงให้ป้าถงไปต้มยาตามที่ท่านหมอสั่ง ส่วนเจาเจาหลังจากส่งท่านหมอแล้วก็ไปเตรียมเตาถ่านขนาดเล็กตามคำสั่ง เมื่อเตาถ่านพร้อมได้ที่ เจาเจาก็ยกไปวางไว้ใกล้เตียงของคนที่หลับไปแล้ว จิ้นกั๋วกงดูอาการบุตรสาวคล้ายจะดีขึ้นจึงปลีกตัวไปจัดการงานต่อ ส่วนเหอชูหลิงเข้าครัวทำอาหารจานโปรดของบุตรสาวด้วยตนเอง บัดนี้เรือนนอนของบุตรสาวเพียงคนเดียวของจิ้นกั๋วกงอยู่ในความสงบอีกครั้ง ทว่าหลัวม่านอวี้ที่หลับไปเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวเท่าใดนัก หญิงสาวนอนกระสับกระส่าย ความร้อนจากเตาถ่านสัมผัสผิวกายจนเหงื่อไหลท่วม คนป่วยพลิกกายหันมาอีกทาง พลันดวงตาคู่สวยลืมตาขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง “กรี๊ดด! เอาออกไป เอาออกไป!” มือเล็กคว้าผ้าห่มขึ้นมากอดแน่น ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เหอชูหลิงเดินเข้ามาในห้องนอนของบุตรสาวพอดี นางรีบปรี่เข้าไปแล้วคว้าตัวหลัวม่านอวี้มากอดไว้ “อวี้เอ๋อร์เป็นอะไรไปเจ้าบอกแม่” “เอาออกไปเจ้าค่ะ ฮือ เอาออกไป” “เอาอะไรออกไป” หลัวม่านอวี้หลับตาชี้ไปยังเตาถ่านเบื้องหน้าที่ตั้งไว้ใกล้ระยะสายตา “เอาออกไป ลูกไม่เอา อย่าเอาเข้ามาในห้องนี้อีก” เหอชูหลิงสีหน้าเครียด พยายามปลอบประโลม “แต่ท่านหมอบอกว่าจะต้องเอาไว้ใกล้เจ้า จะได้ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้ อวี้เอ๋อร์ทนหน่อยนะลูก” หญิงสาวฟังดังนั้นจึงส่ายหน้าพรืด น้ำตาไหลอาบใบหน้า “ลูกไม่เอา ท่านแม่ ลูกกลัว…” ว่าแล้วก็โผเข้ากอดมารดา ฝังใบหน้าลงกับไหล่เล็กราวเด็กทารกต้องการการปลอบประโลม สิ่งที่หลิวเย่และสตรีนางนั้นทำกับนางมันฝังลึกไปแล้ว นางไม่มีวันลืมความเจ็บปวดทรมานในวันนั้นเด็ดขาด! เหอชูหลิงไม่รู้จะทำอย่างไรจึงสั่งให้คนยกเตาถ่านออกไป ปลอบกันอยู่นานอวี้เอ๋อร์ถึงยอมนอนอีกครั้ง “ช่วงนี้เจ้าดูแลคุณหนูให้ดี หากเกิดอะไรขึ้นให้รีบแจ้งนายท่านกับข้าทันที” หลัวฮูหยินกำชับเจาเจา นางบีบนวดมือของตนที่เพิ่งดึงออกจากการเกาะกุมของบุตรสาวได้ ตั้งแต่ฟื้นไข้ท่าทางของอวี้เอ๋อร์ก็เปลี่ยนไป จะว่าบุตรสาวของนางกลัวไฟ นางก็ไม่เคยรู้มาก่อน อวี้เอ๋อร์ของนางเคยกลัวอะไรด้วยหรืออย่างไร หลัวม่านอวี้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็รุ่งสางของอีกวันพอดี ร่างบางหยัดกายลุกขึ้น พยายามตั้งสติไตร่ตรองอีกครั้ง นางมั่นใจหลายส่วนว่าตนเองได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง และเหตุการณ์อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างการตัดสินใจชิงตัวหลิวเย่มาอยู่ข้างกายให้สตรีคนอื่นริษยา ชาติก่อนหลังจากหายป่วย นางได้เข้าร่วมงานชมบุปผา ซาบซึ้งใจที่คุณชายหลิวส่งของมาเยี่ยม จากที่สนใจเพียงหน้าตาก็เริ่มมองอีกฝ่ายดีขึ้น และสนใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าสตรีมากมายหมายปองเขาอยู่ ชาติก่อนนางชื่นชอบเขา แต่ชาตินี้นางขยะแขยงเต็มทน เพื่อให้แน่ใจว่านี่คือชีวิตครั้งที่สองจริง ๆ หลัวม่านอวี้จำเป็นต้องพิสูจน์ว่านางไม่ได้กำลังเพ้อฝันไป “เจาเจา เจ้ารู้จักหลิวเย่หรือไม่” นางเอ่ยถามหลังจากเจาเจาวางอ่างใส่น้ำลงที่โต๊ะเล็กข้างเตียง “รู้จักเจ้าค่ะ คุณชายหลิวที่คุณหนูเคยบอกว่าเขาหน้าตาหล่อเหลากว่าบุรุษทุกคนในเมืองหลวง วันนี้เขาก็ส่งของมาเยี่ยมท่านด้วยนะเจ้าคะ” แผ่นหลังบางพลันแข็งเกร็ง นางกำผ้าห่มแน่น “ข้า…ข้าเคยบอกเช่นนั้นหรือ” นั่นมันความคิดตื้นเขินจริง ๆ “ใช่เจ้าค่ะ หลังจากรู้ว่าคุณหนูล้มป่วย คุณชายหลิวเป็นห่วงคุณหนูมาก เขาฝากคนมาบอกว่าหากคุณหนูฟื้นแล้วให้แจ้งข่าวเขาทันที เช่นนั้นคุณหนูจะให้บ่าวไปจัดการเลยหรือไม่เจ้าคะ” หลัวม่านอวี้เผลอตวัดตามองเจาเจา นางเค้นเสียงตอบกลับไป “ไม่ต้อง!” เจาเจาชะงักกับท่าทีของคุณหนูของตน ประสานมือที่หน้าท้องด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม “ต่อไปไม่ต้องแจ้งอะไรเกี่ยวกับข้าให้เขารู้อีก เจ้าเป็นคนของข้า กินข้าวของจวนกั๋วกง อย่าให้เขาใช้เงินมาซื้อความภักดีของเจ้าเด็ดขาด หากข้ารู้ว่าเจ้าหรือผู้ใดยังคงเอาเรื่องของข้าไปรายงาน ข้าจะขายพวกเจ้าทั้งหมดออกไปทันที” หลัวม่านอวี้โบกมือให้เจาเจาออกไปข้างนอก เมื่อได้อยู่ตามลำพัง ร่างบางพลิกกายนอนตะแคงน้ำตาพลันไหลริน นางไม่ได้ร้องไห้เพราะความเสียใจ ไม่ได้ร้องไห้เพราะอาลัยอาวรณ์ แต่นางร้องไห้เพราะนางยังคงได้รับความยุติธรรม ได้รับโอกาสให้กลับมาอีกครั้งตามคำร้องขอ ให้มันรู้กันไปว่าบุตรสาวของจิ้นกั๋วกงแห่งราชสำนักจะพ่ายแพ้ต่อคนพวกนั้นเป็นครั้งที่สอง นางจะทำให้พวกสารเลวทั้งคู่ทุกข์ระทมยิ่งกว่านางในชาติก่อน ต้องคุกเข่าอ้อนวอนและเจ็บปวดเจียนตายยิ่งกว่านางให้ได้!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม