ตอนที่ 3 ชีวิตใหม่

1425 คำ
ตอนที่ 3 ชีวิตใหม่ “ป้าเป็นใคร” เธออยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอนั้นเป็นใคร และก็อยากรู้ด้วยว่าที่นี่ที่ไหน และเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ทุกอย่างในนี้ดูไม่คุ้นตาเลยแม้แต่นิดเดียว แม่นมซิ่วเมื่อได้ยินหนิงฮวาถามออกมาแบบนั้น ถึงกับทำตัวไม่ถูก คุณหนูของนางเป็นอะไร ทั้งที่เมื่อวานตอนที่ป่วยอยู่ยังจำนางได้ปกติแท้ๆ แต่พอตอนนี้ ดูจากท่าทางของคุณหนูแล้ว อาการน่าจะดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก แต่ทำไมคุณหนูถึงจำนางไม่ได้ ซิ่วอิงคลานเข่าเข้ามาหาคุณหนูของนาง จากนั้นก็ยื่นมือมาจับมือของหนิงฮวา แต่หญิงสาวก็ชักมือออกด้วยความเร็ว ทั้งยังจ้องมองแม่นมซิ่วด้วยความระแวดระวัง แม่นมซิ่วเห็นคุณหนูของนางทำเช่นนี้ ยิ่งทำให้นางเจ็บปวดหัวใจ เพราะไม่รู้ว่าคุณหนูของตนนั้นเป็นอะไร ต้องโทษนาง ขนาดที่คุณหนูป่วยหนักขนาดนั้น แต่นางกลับไม่มีปัญญาพาคุณหนูไปพบหมอ ให้ท่านหมอรักษา “คุณหนู นี่นมอย่างไรเล่า นมซิ่วอิงแม่นมของคุณหนูไงเจ้าคะ” ไอริสนั่งมองคนที่อ้างตัวว่าเป็นแม่นมของเธอตาปริบๆ จะให้เธอเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไร จู่ๆ ก็มาทึกทักเรียกเธอว่าคุณหนู เธอไม่ใช่คุณหนู เธอเป็นนักฆ่า “ถิงถิงตื่น เจ้าตื่นขึ้นมาดูคุณหนูเร็ว ถิงถิง” แม่นมซิ่วที่เห็นว่าคุณหนูของนางไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่นางพูด ก็เลยต้องการปลุกถิงถิงขึ้นมาเป็นพยานอีกคน ถิงถิงที่พึ่งได้นอนไปไม่นาน ก็ตื่นมาด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย ก่อนที่จะตื่นเต็มตา เมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางสามารถนั่งเองได้ โดยที่ไม่ต้องให้พวกนางทั้งสองช่วยพยุง “คุณหนู คุณหนูหายดีแล้วหรือเจ้าคะ” ถิงถิงถลาเข้ามาหาคุณหนูของนางด้วยความดีใจ แต่สุดท้ายนางก็คว้าได้เพียงลม เฉกเช่นเดียวกันกับแม่นมซิ่วก่อนหน้านี้ เพราะคุณหนูของนางได้ย้ายตัวเองออกจากที่นอนอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ไอริสลุกพรวดขึ้น เธอก็ยืนได้เพียงแค่ครู่เดียวก็ล้มลงไป ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวคือเธอถูกวางยา และคนที่วางยาเธอก็คือผู้หญิงที่นำน้ำมาให้เธอตอนนั้น แต่พอมองเห็นสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยของคนที่อ้างตนว่าเป็นแม่นมของเธอ ความคิดที่ว่าถูกผู้หญิงคนนี้วางยาก็หมดไป แม่นมและถิงถิงต่างก็เข้ามาช่วยกันพยุงเธอ และแม้ว่าเธออยากจะขัดขืนเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ เพราะดูจากอาการเมื่อสักครู่นี้แล้ว กล้ามเนื้อขาเธอน่าจะอ่อนแรง ไม่มีทางที่จะช่วยเหลือตนเองได้อย่างแน่นอน ทั้งสองพาไอริสกลับมานั่งที่เตียงเช่นเดิม ก่อนที่คนที่อ้างตัวว่าเป็นแม่นมจะนั่งลงข้างๆ เธอ ส่วนคนที่ตื่นเมื่อครู่นี้นั่งอยู่บนพื้น “คุณหนูเจ้าคะ นั่นถิงถิงเจ้าค่ะ เป็นสาวใช้ของคุณหนู” “มีอะไรหรือเจ้าคะแม่นม” ถิงถิงถามขึ้นด้วยความสงสัย นางสงสัยตั้งแต่ที่คุณหนูของนางขยับตัวหนี แล้วก็นี่อีกทำไมแม่นมถึงได้พูดเหมือนกับว่าคุณหนูจำอะไรไม่ได้ “ถ้าป้าเป็นแม่นม นางเป็นสาวใช้ แล้วฉันเป็นใคร” ที่ไอริสถามไปแบบนั้น เพราะนางเริ่มสังเกตุได้แล้วว่า ชุดที่ทั้งสองคนใส่อยู่นั้นไม่ปกติ คนปกติที่ไหนจะใส่ชุดจีนโบราณกัน และชุดที่เธอใส่อยู่นี่ก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะดูดีกว่าชุดของทั้งสองคน แต่มันก็สั้นเต่อไม่สมกับเป็นชุดของผู้ใหญ่เลยสักนิดเดียว “คุณหนูชื่อหลี่หนิงฮวา เป็นคุณหนูรองของจวนหลี่เจ้าค่ะ บิดาของคุณหนูคือเสนาบดีหลี่ หลี่เจี้ยน มารดาชื่อเถาเป่าเจ้าค่ะ” ยิ่งเล่าไอริสก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ จะไม่ให้งงได้อย่างไร ก็จู่ๆ ได้ทั้งเป็นคุณหนู แล้วก็มีทั้งพ่อทั้งแม่เช่นนี้ เธอเป็นเด็กกำพร้านะ จะไปมีได้อย่างไรพ่อกับแม่น่ะ ถึงจะรู้ว่าเคยมีก็เถอะแต่ทั้งสองก็ตายไปตั้งแต่เธออายุสี่ขวบ แล้วนี่อะไร แม้ว่าจะงุนงงกับสถานะการณ์ตรงหน้า แต่ด้วยความฉลาดระดับหัวกระทิของเธอ ก็สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเธอจะเคยอ่านหนังสือนิยายของเฟิงเยว่ เรื่องที่มีคนตายแล้วย้อนเวลามาอยู่ในร่างของคนอื่น จากนั้นก็ไปผจญภัยต่างๆ นาๆ ต้องใช่มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ก็ตอนนั้นเธอดื่มยาพิษเข้าไปแล้วนี่น่า แล้วเธอก็มั่นใจว่า ยาพิษนั้นทำให้เธอตายแล้วแน่ๆ แต่เรื่องที่เธอเคยอ่าน พอทะลุเข้าร่างของคนอื่นแล้ว มันก็ต้องมีความทรงจำของเจ้าของร่างไม่ใช่หรือ แล้วทำไมสมองของเธอถึงได้ว่างเปล่าล่ะ นอกจากความทรงจำของเธอ ก็ไม่มีความทรงจำอื่นๆ ติดค้างอยู่เลย เอ่อดูเหมือนว่าไอริสจะจะอินเรื่องในนิยายจนเกินไปสักหน่อย เมื่อคิดได้ดังนั้น ไอริสก็มองสำรวจตนเองในความมืด แต่เพราะว่าในห้องมืดเกินไป ทำให้มองได้ไม่ชัดเจนนัก “เปิดไฟให้ฉันหน่อยสิ” “เปิดไฟ…คืออะไรเจ้าคะ” “เปิดไฟไง เปิดไฟ แสงสว่างอ่ะแสงสว่าง” “แสงสว่าง แบบนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจที่ไอริสพูดสักเท่าไหร่ แต่แม่นมซิ่วก็พอจะเข้าใจว่าหญิงสาวต้องการจะให้ทำอะไร นางจึงเดินไปจุดตะเกียง เพื่อให้สามารถมองเห็นกันได้ชัดยิ่งขึ้น พอแม่นมจุดตะเกียงเรียบร้อยแล้ว ห้องที่เคยมืดมิดก็สว่างขึ้นมา แม้ว่าจะไม่เทียบเท่ากับไฟฟ้าที่เธอเคยใช้ แต่ก็พอให้มองเห็นหน้ากันและกันได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น “ใช่ๆๆ แบบนี้แหละ” เมื่อมองเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้ว ไอริสก็เริ่มสำรวจตัวเอง ไอริสถึงกับงุนงงกับสิ่งที่เห็น สองคนนี้บอกว่าเธอเป็นคุณหนูไม่ใช่รึไง แล้วทำไมสภาพของเธอถึงไม่ต่างจากขอทานเช่นนี้หล่ะ ผิวของเธอขาวซีดเหมือนกระดาษ มือเล็กแกรนมีเพียงแค่หนังหุ้มกระดูก เสื้อผ้าที่สวมใส่แม้จะดูสะอาดสะอ้าน แต่ก็มีรอยปะชุนมากมาย สภาพเช่นนี้เรียกคุณหนูได้อย่างนั้นหรือ เธอลงจากเตียง จากนั้นก็หมุนตัวรอบหนึ่งครั้ง ชุดที่เธอใส่ก็สั้นเต่อ แขนเสื้อสั้นจนเกือบถึงข้อศอก หากเธอเป็นคุณหนูจริง ก็คงเป็นคุณหนูที่พ่อไม่รักเป็นแน่ ดูเหมือนว่า นอกจากจิตนาการจะสูงแล้ว ไอริสก็ยังคาดเดาได้อย่างแม่นยำอีกด้วย “ข้าอายุเท่าไหร่” ตอนนี้ไอริสมั่นใจแล้วว่าตนเองได้เข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่นแล้วแน่ๆ ฉะนั้นเธอต้องรู้ข้อมูลของเด็กคนนี้ให้เยอะที่สุด การที่จะสวมรอยเป็นใคร ก่อนอื่นก็ต้องรู้ว่าคนคนนั้นเป็นคนอย่างไร มีนิสัยใจคอเช่นไร แม่นมซิ่วกับถิงถิงถึงกับกระพริบตาปริบๆ แม้จะดีใจที่คุณหนูของพวกนางหายดีแล้ว แต่รู้สึกว่าความทรงจำทั้งหมดจะหายไปด้วยเช่นกัน ทั้งสองก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจก่อนดี “คุณหนูอายุสิบห้าเจ้าค่ะ” “สิบห้า!!!” ไอริสอุทานด้วยความตกใจอย่างสุดขีด เป็นใครก็ต้องตกใจมั้ยล่ะ เด็กนี่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเกินสิบสองปีด้วยซ้ำ ถึงจะบอกว่าร่างกายโตช้ากว่าคนอื่นก็เถอะ แต่จะโตช้าเกินไปมั้ย “เจ้าค่ะ สิบห้า วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบสิบห้าของคุณหนูพอดีเจ้าค่ะ” ดูท่าแล้วความเป็นอยู่ของเด็กนี่จะไม่ได้ดี เหมือนกับที่คุณหนูคนหนึ่งต้องได้รับสินะ ไม่เป็นไร เมื่อเธอเข้ามาแทนที่แล้ว เธอจะทำให้ความเป็นอยู่ของเธอดีขึ้นกว่านี้เอง จ๊อกกกก ขณะที่ไอริสกำลังสำรวจร่างกายของเธออยู่นั้น จู่ๆ ท้องเจ้ากรรมของเธอก็ร้องขึ้นมา “แหะๆๆ ข้าหิวอ่ะ มีอะไรให้ข้ากินบ้าง”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม