ทุกอย่างในร่างกายหยุดชะงัก แม้กระทั่งหัวใจก็เหมือนจะหยุดเต้นไปด้วย ผักบุ้งหมุนตัวกลับมามองร่างสูง เธอนึกตงิดใจแววตาซ่อนความฉงนฉงายไว้ไม่มิด
แค่คิดว่าจะไม่มีเขาในชีวิต ความหวาดกลัวอนาคตบีบรัดจิตใจของเธอราวกับยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน
"ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย"
เห็นคนน้องเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันก็รีบเอ่ยถาม เขาพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ ทำไมคนตัวเล็กถึงทำราวกับได้ยินเรื่องคอขาดบาดตาย
"เฮียจะไปไหน"
น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน มือเรียวกำแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ คนภายนอกมองเข้ามาอาจจะคิดว่าเธอกำลังโกรธ แต่เปล่าเลยผักบุ้งรู้ดีว่าตอนนี้เธอกำลังระงับความกลัวในใจของตัวเองต่างหาก
"ไม่ได้จะไปไหน เฮียก็พูดไปเฉยๆ"
ไฟท์เตอร์ยื่นมือเข้าไปจับมือเรียวที่กำลังกำแน่นให้คลายออก ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปีผักบุ้งก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ชอบตามติดพี่ชายต้อยๆในสายตาเขาอยู่เสมอ
"งั้นเฮียเลือกของสดไปนะคะ หนูจะไปหยิบสบู่"
"เดี๋ยว!" ยังคงจับมือเรียวเอาไว้เพราะใบหน้าบูดบึ้ง ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงของเธอบ่งบอกว่ายังรู้สึกไม่ดีกับประโยคของเขา "ยิ้มหวานก่อนครับ"
"ยังไม่อยากยิ้ม"
"ทำไม"
"ก็ยังไม่อยากยิ้มไงคะ"
"แต่เฮียอยากเห็นนี่ครับ" เอียงคอยิ้มกริ่มจนผักบุ้งหลุดยิ้มตาม
"ยิ้มแล้ว โอเคนะคะ"
เขาก็เป็นซะแบบนี้ไงจะให้เธอมูฟออนไปไหนได้ จะสารภาพรักก็กลัวว่าเธอจะเสียเขาไป เลยต้องทนอยู่ในสถานะที่เธอไม่อยากยอมรับ
บริเวณลานกว้างชั้นหนึ่งคึกคักด้วยซุ้มจับฉลากของรางวัล ผักบุ้งเดินหลีกเลี่ยงผู้คนออกมายังล็อกของใช้ที่เรียงรายไปด้วยยาสระผม ครีมนวด สบู่ เรียกได้ว่าอุปกรณ์สำหรับการอาบน้ำครบครัน
"โห~ แล้วก็วางซะสูงเลย"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองขวดสบู่ยี่ห้อประจำของเธอ วันนี้พนักงานย้ายขึ้นไปวางที่ชั้นบนสุดไม่คิดจะเห็นใจคนสูงน้อยอย่างเธอเลย
ร่างบางพยายามเขย่งคว้าขวดสบู่แต่ก็ไม่เป็นผลจนสุดท้ายเธอตัดสินใจที่จะกระโดดคว้ามันลงมาแทน
"Yes! กรี๊ดดด"
"คุณครับ!"
ผักบุ้งหลับตาปี๋ทันทีที่เธอเสียหลักเกือบจะล้มลง ในใจคิดเอาไว้ว่าเธอจะต้องหล่นกระแทกพื้นอย่างแรงแน่ๆแต่สิ่งที่ร่างกายสัมผัสกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น
"ผักบุ้ง"
เสียงทุ้มไม่คุ้นหูแต่ดันเรียกชื่อเธอราวกับรู้จักกันทำให้ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมตามอง เธอเผลอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยแม้จะรู้สึกเหมือนเคยเห็นบุคคลตรงหน้าแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
ใบหน้าหล่อเหลาละมุนละไม เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมดวงตาเป็นประกายชวนให้คนมองใจสั่น ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะใจละลายไปแล้ว
ผักบุ้งค่อยๆดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของร่างสูงเพราะท่าทางที่ทั้งคู่ยืนค้างกันอยู่ดูล่อแหลมเกินไปหน่อย
"เป็นอะไรมั้ย"
"ไมเป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ"
หญิงสาวเว้นระยะห่างออกมาเล็กน้อยและท่าทางของเธอก็ดูห่างเหินจนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมา เขารู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะจำเขาไม่ได้
"เราซันไง เอกภาษาจีน"
"..." ผักบุ้งพยายามค้นข้อมูลในสมอง
"ประกวดดาวเดือนคณะด้วยกันไง"
"อ่อออออ~"
ดวงตาคู่สวยเป็นประกายด้วยความดีใจที่ตัวเองคิดออก โดยไม่รู้เลยว่ารอยบุ๋มบนแก้มเนียนกำลังสะกดให้คนตรงหน้าเกิดอาการใจเต้นแรง
"ผักบุ้ง!"
เสียงกระด้างดังขึ้นก่อนที่ไฟท์เตอร์จะเดินเข้ามาโดยทิ้งรถเข็นเอาไว้ข้างหลัง สายตาคมจ้องมองซันราวกับจะอ่านให้ทะลุถึงสิ่งที่อยู่ข้างในใจ ถ้าสายตาของเขาเปรียบเสมือนมีดแหลมคม ตอนนี้ซันคงจะมีบาดแผลเต็มตัว
"มีอะไร"
เอ่ยถามผักบุ้งแต่สายตายังคงมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ไฟท์เตอร์ได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วๆแต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่เสียงของผักบุ้งหรือเปล่า
"อ่อ หนูหยิบขวดสบู่แต่เสียหลักค่ะ ซันเค้าเลยมาช่วย" ผักบุ้งตอบกลับเสียงหวานโดยไม่ลืมที่จะหันไปหาเพื่อนร่วมคณะฯ "ขอบคุณนะซัน"
เธอเอ่ยขอบคุณเพราะก่อนหน้านี้มัวแต่นึกชื่อของเขาอยู่ ไฟท์เตอร์หันมองน้องสาวไม่แท้ของตัวเองสลับกลับเด็กหนุ่มตรงหน้า แค่เห็นสายตาเขาก็รู้แล้วว่าคนตรงหน้าจะต้องคิดไม่ซื่อกับผักบุ้งแน่ๆ
"รู้จักกันเหรอครับ"
แม้เสียงจะฟังรื่นหูขึ้นแต่แววตายังคงเชือดเฉือดจนซันรู้สึกขนลุก เขาเคยเห็นไฟท์เตอร์มารับผักบุ้งที่คณะฯอยู่บ่อยๆและเพื่อนส่วนใหญ่ก็บอกว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน
แต่ท่าทางของชายหนุ่มรุ่นพี่ตอนนี้เริ่มทำให้เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายคิดแค่พี่ชายจริงหรือเปล่า
ผีเห็นผี!
คงเป็นคำที่แทนความรู้สึกของทั้งสองคนได้ดีที่สุดในตอนนี้
"ซันเป็นเพื่อนในคณะหนูเอง"
ผักบุ้งตอบกลับพลางลอบมองอาการของคนพี่ แสดงออกว่าหวงเธอชัดขนาดนี้เมื่อไหร่เขาจะยอมรับความจริงเสียทีว่าตัวเองก็คิดกับเธอเกินคำว่าพี่ชายไปนานแล้ว
"นี่สบู่ของบุ้ง" มือหนายื่นขวดสบู่ที่เขาคว้าเอาไว้พร้อมร่างบางของหญิงสาวเมื่อสักครู่คืนให้ "วันหลังให้ซันมาช่วยหยิบของให้ก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องกระโดด"
"หยุดล้อนะซัน!"
"ฮ่าๆ ไม่ได้ล้อครับ"
ไฟท์เตอร์กระแอมไอแทรกขึ้นมาเพราะดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะคุยกันโดยไม่สนใจเขาที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เลย แถมสายตาของผักบุ้งที่มองซันยังมีประกายบางอย่างที่เขาเคยเห็นมัน
แต่เป็นเฉพาะเวลาที่เธอใช้มองเขา!
ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะ แค่คิดว่าผักบุ้งกำลังมองคนอื่นด้วยสายตาแบบเดียวกันกับเขาในสมองก็ปรากฏสารพัดคำด่าทอที่อยากจะมอบให้คนตรงหน้า
"งั้นเราไปก่อนนะ"
ผักบุ้งเอ่ยลาเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของไฟท์เตอร์ ใจจริงก็อยากจะแกล้งต่อแต่กลัวว่าเขาจะหงุดหงิดจนพาลไม่ทำอาหารมื้อเย็นให้เธอ
บรรยากาศในรถปกคลุมไปด้วยความเงียบ ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง ก่อนหน้านี้ผักบุ้งไม่เคยคิดที่จะดึงใครเข้ามาเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกอีกฝ่าย แต่คราวนี้ซันดันเข้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี
พลขับตอนนี้สมาธิไม่ได้จดจ่ออยู่กับการขับรถเท่าไรนัก ในสมองคิดไม่ตกกับสายตาที่ผักบุ้งใช้มองซัน ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยหวั่นใจเพราะไม่ว่าจะมีใครเข้ามาจีบสาวเจ้าก็ไม่เคยสนใจ แต่ครั้งนี้สายตาของเธอต่างออกไป
มันเริ่มทำให้ความตั้งใจว่าจะเป็นพี่ชายที่ดีของเขาสั่นคลอน!
Rrrr Rrrr~
สายเรียกเข้า 'นับหนึ่ง'
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือทำให้ผักบุ้งตื่นจากภวังค์ นิ้วเรียวกดรับสายก่อนจะจีบปากจีบคอพูดอย่างที่ชอบทำ
"ว่าไงคะเทย"
(หล่อนไปทำอะไรมา นังทัวดี!)
น้ำเสียงไม่พอใจจากปลายสายทำให้ผักบุ้งกลอกตาไปมาราวกับกำลังเค้นความทรงจำในสมอง ตั้งแต่แยกกันในมหาวิทยาลัยเธอก็ยังไม่ได้ไปสร้างเรื่องที่ไหนเลยนะ
"ทำอะไร ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"
(กรี๊ดดดด!)
เสียงกรีดร้องจากปลายสายทำให้มือเรียวรีบยกโทรศัพท์ออกจากหูของตัวเองทันที เสียงของนับหนึ่งดังทะลุออกมาจนไฟท์เตอร์ยังหันมองด้วยความสงสัย
(แล้วแกไปทำอิท่าไหน ซันสุดหล่อเอกจีนเค้าถึงมาตามหาเบอร์โทรเธอจากเพื่อนในสาขายะ!)
"ซันเหรอ?" ผักบุ้งทวนชื่อด้วยความตกใจ ที่เจอกันเมื่อกี้เขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอซะหน่อย "ซันเอกภาษาจีนอ่ะนะ"
ชื่อ 'ซัน' ราวกับเป็นชื่อต้องห้ามที่ได้ยินแล้วไฟท์เตอร์รู้สึกแสลงหู เพิ่งเจอกันเมื่อกี้ทำไมจู่ๆเพื่อนสนิทอย่างนับหนึ่งถึงโทรมาถามเรื่องนี้ได้
(ค่ะ! เค้าขอเบอร์เธอจากยัยเข็มแล้วนางก็เลยไลน์มาขอฉัน)
"ก็เจอกันเมื่อกี้ในซูเปอร์ แต่เขาไม่เห็นพูดอะไรเลย"
(แล้วจะให้มั้ยล่ะ)
ผักบุ้งเหลือบตามองอาการของคนข้างๆ สีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับไม่ได้สนใจบทสนทนาของเธอทำให้สาวเจ้าเลือกที่จะตอบกลับไปเพื่อลองใจ
"ให้ไปเถอะ ซันเขาก็น่ารักดี"
"ไม่ได้!"