EP 01 | พี่ชาย
ผักบุ้ง ชิดชนก เปรมจินดานักศึกษาสาววัย20ปี คณะศิลปศาสตร์ สาขาการโรงแรมชั้นปีที่ 3 อยู่ในชุดนักศึกษารัดรูปที่ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างอรชรอย่างชัดเจน กระโปรงทรงเอความยาวแค่สิบแปดนิ้วผ่าข้างขึ้นเล็กน้อยอวดเรียวขาขาวเนียน ทุกย่างก้าวของเธอโดนจับตามองอยู่ตลอดเวลา
ก็ดีกรีดาวคณะศิลปศาสตร์มาเรียนทั้งทีจะไม่ให้ถูกจับตามองได้ยังไง
"มอนิ่งงงง~"
ทักทายเพื่อนในกลุ่มด้วยอาการจีบปากจีบคอพลางทิ้งตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ว่าง มือเรียวเปิดกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่องโซเชียลอัปเดตเรื่องราวของเช้าวันนี้
"อารมณ์ดีแปลกๆ"
นับหนึ่งสาวสองสุดสวยที่ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง อยู่ในชุดนักศึกษาผู้หญิงนั่งไขว่ห้างมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาจับผิดสุดๆ
"มันอารมณ์ดีก็ดีแล้วป่ะ มึงอยากให้องค์แม่ประทับมันตลอดเวลาหรือไง"
ปันปันเจ้าของใบหน้าเรียวเล็ก เพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนของผักบุ้งแย้งขึ้น เธอชอบที่จะเห็นผักบุ้งอารมณ์ดีมากกว่าเพราะเวลาองค์แม่ลงประทับทีไร หัวใจเธอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวทุกที
"ให้กูเดาป่ะ" นับหนึ่งเอ่ยถาม
"เดาอะไร"
ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองเพื่อนสนิทอย่างไม่ไว้ใจ ไอ้ท่าทางรู้ทันแบบนี้แหละที่เธอกลัวนัก
"ก็เดาว่าอะไรที่ทำให้มึงอารมณ์ดีไง"
"ไหนมาว่า"
ปันปันเสริมขึ้นทันที สีหน้าบ่งบอกถึงความอยากรู้อยากเห็นอย่างปิดไว้ไม่มิด แม้ในใจจะพอเดาได้บ้างว่าผักบุ้งกำลังอารมณ์ดีเรื่องอะไร
"วันนี้หลัวขาของฉันมาส่งใช่มั้ย"
ริมฝีปากสวยคว่ำลงอย่างรวดเร็ว 'หลัวขา' ที่นับหนึ่งกำลังเอ่ยถึงคือไฟท์เตอร์พี่ชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันกับผักบุ้งเลยแม้แต่หยดเดียว แต่กลับดูแลเทคแคร์ประหนึ่งคนที่คลานตามกันออกมา เผลอๆอาจจะดีกว่าน้องชายแท้ๆของเขาเองด้วยซ้ำ
ไฟท์เตอร์ ชยพล ปรีชากุลหนุ่มหล่อวัย 23 ปีเจ้าของผับ T88 Club ลูกชายคนโตของกายและเฟิร์นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับบอสผู้เป็นพ่อของผักบุ้ง เพราะสองครอบครัวสนิทสนมกันมากจึงทำให้เธอและไฟท์เตอร์เจอกันตั้งแต่จำความได้ ในฐานะพี่ชายคนโตของกลุ่มไฟท์เตอร์จะรับหน้าที่ดูแลน้องๆทุกคนแต่ดูเหมือนคนที่พิเศษที่สุดจนทำให้เจ้าตัวคิดเกินไปไกลกว่าคำว่าพี่น้อง คงหนีไปพ้นคนที่กำลังนั่งทำหน้างออยู่ตอนนี้
"เออเฮียมาส่ง แต่หลัวขาของกูค่ะไม่ใช่ของมึงเนาะ"
คงไม่ต้องบอกว่าหวงมากแค่ไหน ขนาดนับหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทแค่พูดถึงก็ไม่ได้ เธอพร้อมจะแสดงความเป็นเจ้าของตลอดเวลา
"เฝ้ามาตั้งแต่ออกจากท้องแม่จนตอนนี้ยี่สิบปีก็ไม่มีวี่แววเนาะ"
นับหนึ่งไม่เข้าใจจริงๆว่าทั้งสองคนจะดูเชิงกันไปอีกนานแค่ไหน ลับหลังนี่แสดงความเป็นเจ้าของกันฉ่ำแต่ต่อหน้ากลับรับบทพี่ชายน้องสาวที่แสนดี
"อย่าพูดได้มั้ย! ท้อว่ะ"
ผักบุ้งเอนตัวนอนลงบนโต๊ะอย่างหมดแรง น้ำเสียงสะท้อนถึงความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง เธอใช้แขนเรียวหนุนต่างหมอน ใบหน้าสวยงอง้ำไม่สบอารมณ์สุดๆ
ไม่ว่าเธอจะพยายามอ่อย พยายามยั่วหรือลองเชิงชายหนุ่มสารพัดเขาก็ยังไม่คิดจะพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอไปมากกว่านี้ ทั้งๆที่การแสดงออกของเขาก็ชัดเจนจนมองมาจากดาวพลูโตยังดูออก
แต่ทำไม!
ทำไมถึงได้บอกว่าเธอเป็นน้องสาวตลอดเวลา!
"ฮีเสิร์ฟ ฮีเสิร์ฟ ฮีมารับมาส่ง ฮีดูแล ฮีเทคแคร์ประดุจเจ้าหญิงแต่ถามว่าคิดอะไรมั้ย ฮีบล็อก ฮีตบปึ้ง! เป็นแค่พี่ชาย คนดูงง"
นับหนึ่งแปลงประโยคที่กำลังฮิตอยู่ในโซเชียลให้เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้มากที่สุดเพื่อล้อเลียนเพื่อนสนิทของตัวเอง เล่นเอาคนฟังที่กำลังหงุดหงิด รู้สึกอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิม
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ทำให้ร่างบางเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที ผักบุ้งรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามาใหม่ ปันปันและนับหนึ่งชะเง้อมองหน้าจอจนเห็นชื่อแชทที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ยังอดหมั่นไส้ไม่ได้
Line | เฮียไฟท์หล่อที่สุดในปฐพี
ไฟท์เตอร์: วันนี้เลิกเรียนอยากกินอะไรมั้ย
ผักบุ้ง: อยากกินไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก
ผักบุ้ง: ฝีมือเฮีย
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด อาหารฝีมือของไฟท์เตอร์อร่อยทุกอย่างสำหรับเธอ ยิ่งเมนูไข่เจียวอร่อยที่สุดในโลก เมนูที่เขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อเธอยิ่งทำให้สามารถกินได้โดยไม่รู้จักเบื่อ
ไฟท์เตอร์: ไม่เบื่อเหรอ
ผักบุ้ง: ไม่เบื่อ เพราะฝีมือเฮียอร่อยมาก
ไฟท์เตอร์: จะทำที่ห้องหนูหรือห้องเฮียครับ
สมองด้านมืดทำงานอย่างรวดเร็ว ไฟท์เตอร์พิมพ์มาถามเรื่อง 'ทำ' อาหารแต่ผักบุ้งกำลังคิดถึงเรื่อง 'ทำ' อย่างอื่น
"เลิกนั่งม้วนแล้วขึ้นเรียนค่ะสาว"
นับหนึ่งเอ่ยท้วงหลังจากที่ก้มลงดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองซึ่งบ่งบอกว่าถึงเวลาเข้าคลาสเรียนแล้ว ผักบุ้งเงยหน้าขึ้นมาแบนปากใส่ก่อนจะยอมหยิบกระเป๋าสะพายแล้วลุกขึ้นสาวเท้าตามเพื่อนไปยังห้องเรียน
ผักบุ้ง: ห้องหนูค่ะ
ไฟท์เตอร์: งั้นคงต้องแวะซื้อของสดก่อน
ผักบุ้ง: รู้ทัน
ไฟท์เตอร์: มีอะไรเกี่ยวกับหนูที่เฮียไม่รู้บ้าง
"มีสิ!" จู่ๆก็พูดขึ้นมาคนเดียว ทำให้เพื่อนสนิทอีกสองคนถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะโคลงศีรษะอย่างเหนื่อยใจพร้อมกัน "หรือรู้แต่แกล้งโง่ก็ไม่รู้!"
ผักบุ้งบ่นพึมพำโดยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะหันมามองเธอด้วยสายตาแบบไหนเพราะปกติเธอก็ไม่เคยสนใจสายตาของใครอยู่แล้ว
••××××ו•
"มาเร็วมากกกก~"
ร่างบางพาตัวเองขึ้นมานั่งบนรถ Honda HR-V สีดำสนิทก่อนจะรีบหันมาทักทายคนขับรถทันที เธอเดินลงมาจากอาคารเรียนก็เห็นเขาจอดรถรออยู่แล้ว
สายตาคมมองทะลุแว่นตากันแดดที่สวมอยู่ ไฟท์เตอร์อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มให้สาวน้อยตรงหน้า ใบหน้าสวยที่เขามองกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ดวงตาหวานซึ้งรับกับจมูกเล็กๆบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวพยศไม่เบา แก้มสองข้างที่ปรากฏรอยบุ๋มทุกครั้งเวลาเธอยิ้มยิ่งชวนให้เขาหลงใหล
"เพราะถ้ามาช้าก็จะมีคนบ่นไงครับ"
คุณหนูผักบุ้งทายาทคนเดียวของโรงแรม The one Hotel ที่ได้รับการเลี้ยงดูประคบประหงมมาอย่างดีทำให้เธอมีนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจ วีนเก่งและความอดทนในการรอคอยเท่ากับศูนย์
แต่เขาจะรู้ไหมว่าเธอรอคอยอะไรบางอย่างจากเขามาเกือบสิบปี!
"ใครเอาแต่ใจขนาดนั้นเหรอคะ"
"ยังจะกล้าถามอีก"
มือหนายื่นไปขยี้ผมคนตัวเล็กด้วยความมันเขี้ยวก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ผักบุ้งเล่าเรื่องที่เธอเจอมาวันนี้ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วระหว่างทางที่กำลังไปซื้อของสดในซูเปอร์มาร์เก็ต
"ลงไปกัน"
ไฟท์เตอร์เอ่ยขึ้นเมื่อตัวเองจอดรถเสร็จเรียบร้อย เจ้าของร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีเทากับกางเกงวอร์มขายาวสีดำก้าวขาลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้น้องสาว
สำหรับเขาแล้วมันเป็นความเคยชินที่เขาทำเป็นประจำ การดูแลผักบุ้งไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องพยายาม มันจึงทำให้เขาไม่ได้คิดแปลกใจอะไรในการกระทำของตัวเอง
"ขอบคุณค่ะ"
ทั้งคู่พากันเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ไฟท์เตอร์ไม่ลืมที่จะแวะเอารถเข็นมาด้วยเพราะคิดว่ารายการที่ต้องซื้อน่าจะไม่ใช่แค่ของสดอย่างแน่นอน
"อย่าลืมซื้อสบู่ด้วยนะครับ"
"อ๊ะ! ใกล้จะหมดแล้วจริงๆด้วย เฮียรู้ได้ไงอ่ะ"
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ ผักบุ้งนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าสบู่เหลวในห้องน้ำของเธอกำลังจะหมด อุตส่าห์ย้ำตัวเองตั้งสองสามครั้งแล้วให้แวะซื้อแต่ก็ลืมจนได้
เรื่องที่น่าแปลกใจมากกว่าคือขวดสบู่เหลวอยู่ในห้องน้ำของเธอแต่ไฟท์เตอร์รู้ได้ยังไงว่ามันกำลังจะหมด จะคิดว่าเขาแอบเข้าไปดูก็คงไม่ใช่ เขาไม่ได้มีคีย์การ์ดห้องเธอเสียหน่อย
"ก็เมื่อวานซืนหนูบ่นว่ามันกำลังจะหมด เฮียรู้ว่าหนูยังไม่ซื้อแน่ๆ"
"ก็รอเฮียพามาซื้อไงคะ"
"ต่อไปถ้าเฮียไม่อยู่จะทำยังไงหื้ม?"