ตอนที่ 3

1642 คำ
สองปีต่อมา... เวลาสิบแปดนาฬิกาตรง รถโดยสารปรับอากาศสองชั้นทะยานเข้ามาจอดยังสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้งขาเข้าและออก เมื่อรถจอดนิ่งสนิทพวกเขาเริ่มพากันลุกจากที่นั่งลงมายังด้านล่าง ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตายืนรออยู่ก่อนนี้ บ้างก็มารับและมาช่วยขนสัมภาระ ยกเว้นหญิงสาวรูปร่างบอบบาง ซึ่งเธอกำลังยืนงงและลังเลว่าจะเดินไปทางทิศไหนต่อ เพราะนี่คือการมาเยือนกรุงเทพเป็นครั้งแรก “จะไปไหนครับ” หนุ่มขับรถแท็กซี่เอ่ยถาม “เอ่อ” ไอรินอึกอักให้คำตอบอีกฝ่ายไม่ได้ เธอจึงเลือกเดินหนีเสียก่อน “แบตดันมาหมดซะนี่” เธอบ่นงึมงำพลางมองหาตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อติดต่อหาญาติ แต่ยังไม่ทันได้หาหรอก ก็มีคนเรียกชื่อเจ้าหล่อน “ไอรินทางนี้ พี่ตามหาตั้งนาน” “พี่อุ้ม รินกลัวแทบแย่” เธอบอกความรู้สึกกับพี่สาวพลางสวมกอดไว้แนบแน่น ‘อุ้มรัก’ มีความเกี่ยวข้องเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอ “แล้วมือถือเป็นไร ทำไมโทรไม่ติด พี่ก็เป็นห่วงแกแทบตาย” น้องยิ้มแห้ง ๆ ผละกอดออกมาก่อนตอบแบบไม่เต็มเสียงนัก “แบตมันหมดค่ะ” “เออ ๆ ส่งกระเป๋าแล้วเดินตามพี่มา” อุ้มรักรับกระเป๋ามาจากมือน้อง ก่อนเดินนำไปยังรถยนต์ส่วนตัว “โห นี่รถของพี่เหรอจ๊ะ” ไอรินทำเสียงตื่นเต้นจ้องมองรถตรงหน้าตาไม่กะพริบ รถคันใหญ่สีก็สวยราคาคงแพงเอามาก ๆ พลางคิดไว้ว่าสักวันฉันต้องมีแบบนี้บ้าง “ก็ใช่น่ะสิ ขึ้นรถพี่มีธุระต้องรีบไปทำต่อ” จบคำนั้นเจ้าหล่อนก็รีบขึ้นไปนั่งอย่างไว "ว้าว!" ตลอดการเดินทางหญิงสาวรู้สึกตื่นตากับมหานครนี้มาก ๆ กวาดตามองเมืองหลวงของประเทศไทย ทำไมมันช่างโอ่อ่าเช่นนี้ ไนท์คลับ... "อุ้มรักมันหายหัวไปไหน ทำไมยังมาไม่ถึงอีก" เสียงห้าวของสาวทอมบอยเอ่ยถามเด็กในร้าน พลางมองหาคนที่ต้องการพบ "เห็นพี่อุ้มบอกว่า จะไปรับน้องสาวที่หมอชิตจ้ะ" "น้องสาว? คนที่จะมาทำงานแทนมันน่ะเหรอ" "อันนี้ฉันก็ไม่รู้ ไปก่อนนะพี่" "เออ ๆ รีบ ๆ เข้าละ" พอคล้อยหลังหล่อน สาวหล่อก็ล้วงเอาเครื่องมือสื่อสารออกจากกระเป๋ากางเกง กำลังจะโทรหาอุ้มทว่าเจ้าหล่อนนั้นโพล่หน้ามาในร้านพอดี "พี่แอ๋ว ฉันมาแล้ว" "แล้วนั่นใครล่ะ" "อ่อ น้องฉันเองพี่ ชื่อไอริน ไหว้พี่เขาสิ คนนี้แหละที่จะรับแกเข้าทำงาน" อุ้มแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน พอพูดคุยกันไม่นานก็แยกย้าย "นอนพักเถอะ พี่จะไปทำงาน" "พี่จะให้ฉันทำงานที่นี่เหรอ" "เปล่า งานเปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้ ไม่เหมาะกับแกหรอกริน" เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้าหล่อนก็คลายความกังวล "พรุ่งนี้ พี่จะพาไปฝากงานที่ร้านอาหาร" "จริง ๆ นะพี่อุ้ม" ไอรินเขย่าแขนเรียวคนเป็นพี่ "เออ พี่ไม่หลอกแกหรอกน่า" "ฉันรักพี่จัง" พลางเอาแก้มแนบแขนเรียวอีกฝ่าย หล่อนหน้าสลดที่น้องบอกรัก พลางยกมือขึ้นมาลูบศีรษะทุย “พี่ก็รักแกไอริน” หลังจากอุ้มรักพาน้องมายังห้องพัก เธอก็ปลีกตัวออกมาพบแอ๋วที่ห้องทำงาน ทว่าไอรินเหลือบตาไปเห็นโทรศัพท์ของอุ้มรักเข้า จึงรีบนำมันมาให้พี่สาวยังสถานที่ทำงาน “โทษนะจ๊ะพี่ คือฉันเป็นน้องสาวของพี่อุ้ม พอดีว่า...” “แล้วไงวะ มาบอกเพื่อ” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกวนตีนเพียงแค่เป็นคนพูดจาแบบนั้น พลางหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะทำงาน ไอรินทำตัวไม่ถูก “เอ่อ พี่ฉันลืมไอ้นี่ไว้ที่ห้องน่ะ” “มันเดินไปห้องทำงานผู้จัดการ” เขาชี้ทางบอกไอริน “ขอบคุณจ้ะพี่ ฉันไปก่อนนะ” หญิงสาวกล่าวอย่างเป็นมิตรพร้อมรอยยิ้มละไมส่งให้ อีกฝ่ายก็เฉยเมยทำงานของตัวเองต่อ “เด็กนั่นเป็นไงบ้าง คิดว่าจะร่วงหรือรอด” "ต้องรอดสิ ยังไงฉันฝากมันด้วยนะพี่" สีหน้าของอุ้มรักดูไม่ค่อยสู้ดี สืบเนื่องจากเรื่องส่วนตัวที่กำลังรุ่มเร้าหล่อน "แน่ใจนะอุ้ม ว่าไอรินเต็มใจจะทำงานนี้แทน" "บอกตามตรง ว่าไม่แน่ใจ" "นี่แกยังไม่ได้บอกน้องมันเหรอ" "อื้อ ฉันกะว่าจะบอกมันคืนนี้" "แล้วถ้ามันไม่ทำล่ะ" อีกฝ่ายย้อนถามให้คิด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะยอมขายตัว ชดใช้หนีให้คนอื่น "ฉันรู้จักมันดี มันเป็นเด็กที่กตัญญู ฉันเคยช่วยเหลือเรื่องเงินทอง ยังไงซะมันก็ต้องตอบแทนกันบ้าง" "เอาเรื่องบุญคุณมาต่อรองเนี่ยนะ เจริญ" แอ๋วไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่พูดมากไม่ได้เพราะนั่นเป็นปัญหาของอุ้มรัก ที่ต้องจัดการหาทางแก้ไขเอาเอง "มันจำเป็นนี่พี่ ชาตินี้ฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมากมาย มาใช้หนี้เฮียเขาหมดหรอก" "หึ ตอนเอาไม่คิด" แอ๋วไม่วายพูดแขวะ "อย่าซ้ำเติมกันสิ แค่นี้ฉันก็เครียดจะตายแล้ว" "ฉันสงสารไอรินมันจริง ๆ" สาวหล่อนึกเห็นอกเห็นใจคนเพิ่งเคยรู้จัก และแน่นอนว่าอุ้มรักเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน หล่อนลังเลอย่างมาก ความคิดเห็นประเดประดังมาพร้อมกัน สุดท้ายหล่อนเลือกเห็นแก่ตัวเอง ผลักไอรินไปสู่ขุมนรกเพื่อชดใช้หนี้สิน หน้าห้องทำงาน หญิงสาวร่างบางยืนน้ำตาคลอเบ้า เมื่อได้รู้ความจริงว่าตนกำลังถูกหลอก พี่อุ้มไม่ได้อยากหางานให้หล่อนทำจริง ๆ ทั้งหมดก็เพื่อชดใช้หนี้สินที่ก่อ "พี่คิดจะขายฉันงั้นเหรอ" น้ำเสียงสั่นเครือหลั่งน้ำตาเป็นสาย รีบพาตัวเองกลับมาเก็บสัมภาระ ไอรินตัดสินใจแน่วแน่หอบกระเป๋าออกเดินทางไปจากที่นี่ เธอเร่ร่อนไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง กระทั่งมาหยุดพักยังป้ายรถเมล์ ขณะเดียวกันนั้นน้ำพีชกำลังยืนโบกรถแท็กซี่ เพื่อเดินทางกลับที่พัก เนื่องจากรถยนต์ส่วนตัวเสียอยู่ที่ศูนย์ซ่อม พลันสายตาเห็นไอรินที่หน้าเหมือนหลานสาว จึงเข้าใจว่าเป็นน้ำหวาน "นี่ยัยหวาน อาโทรหาแกทำไมไม่รับสาย" คนถูกทักเงยหน้าขึ้นระคนสงสัย "คุณทักคนผิดแล้วค่ะ" แล้วเมินหน้าหนี แววตาเธอเศร้าสร้อย รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกญาติเพียงคนเดียวหลอก "นี่ อย่ามาหลอกอาให้ยาก แค่เปลี่ยนการแต่งตัว ไม่ทำให้อาดูแกไม่ออกหรอกนะ" น้ำพีชยังคงไม่เชื่อในคำพูดของอีกฝ่าย "หนูไม่รู้จักคุณจริง ๆ ค่ะ" ไอรินข่มอารมณ์เอาไว้ หมายจะลุกหนีไปเสีย ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคิดว่าหล่อนแกล้ง "ยังไม่เลิกเล่นอีก ก็อาเห็นว่าเป็นแกจริง ๆ" น้ำพีชส่ายหน้าระอากับพฤติกรรมที่ขี้โกหกของหลานสาว ฝ่ายไอรินลอบถอนหายใจระคนเหนื่อยหน่าย ก่อนเอ่ย "คุณคงเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันชื่อไอริน ไม่ได้ชื่อน้ำหวาน แล้วก็ไม่ใช่หลานของคุณด้วย" น้ำเสียงติดรำคาญ ชวนให้อีกฝ่ายชะงักและหรี่ตามองคนตรงหน้า ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หญิงสาวคนนี้ดูมอมแมมรวมถึงผิวพรรณก็ออกจะคล้ำกว่า ระหว่างที่กำลังคิดวิเคราะห์ จู่ ๆ ก็มีสายเข้าเป็นเบอร์พร้อมระบุชื่อของหลานสาว น้ำพีชกดรับก่อนจะกรอกเสียงไปในสาย "ฮัลโหล..." (อาพีช คืนนี้หวานไม่กลับบ้านนะคะ) จบประโยคนั้น น้ำพีชก็มึนตึบ ก่อนพูดว่า "แกไม่ได้อยู่นี่ แล้ว..." ปรายตามองคนหน้าเหมือนหลาน (หวานแค่จะโทรมาบอกแค่นี้) แล้วสายก็ตัดไปทันที พอสายตัดน้ำพีชยืนตัวแข็งทื่อ หล่อนกำลังอึ้งกับเรื่องเหลือเชื่อที่พบเจอ พลางคิดว่ามี 'มีเมลิน สองคนงั้นเหรอ?' เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อหลานสาวไม่เคยมีแฝดแน่นอน ขณะที่ยืนมึนงงและสับสนอยู่นั้น ไอรินได้ลุกหนีเดินไปก่อนหน้าสักพัก พอได้สติน้ำพีชรีบเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ กระทั่งตัดสินใจเข้าไปดักหน้าแล้วเอ่ย "ฉันขอโทษนะหนู คือฉันดื่มมาเลยเบลอทักคนผิดน่ะ" "........" ไอรินไม่ได้สนใจเตรียมจะเดินหนีอีกครั้ง "แล้วหนูจะไปไหน" "ไม่รู้สิคะ" ใบหน้าหม่นหมอง "อ้าว" คนได้คำตอบก็จุก "หนูเพิ่ง...ฮึก!" ไอรินกลั้นความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่ ร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อาย ระบายความอัดอั้นให้อีกฝ่ายได้รู้ เธอเพิ่งเคยมากรุงเทพครั้งแรก ถูกหลอกมาขาย และคิดว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัด น้ำพีชได้ฟังก็ตกใจรีบปลอบโยนเป็นการใหญ่ กระทั่งไอรินหยุดร้องเอง "งั้นเอาอย่างงี้ ไปทำงานร้านอาหารกับฉัน" น้ำพีชเสนองานให้ทำ เป็นงานง่าย ๆ ได้ค่าตอบแทนดี นั่นคือพนักงานล้างจานและเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ทีแรกไอรินกลัวว่าจะถูกหลอกซ้ำ ทว่าน้ำพีชก็พิสูจน์ให้เด็กสาวเชื่อจนไว้วางใจ นับตั้งแต่นั้นมาไอรินก็ตั้งใจทำงานมาอย่างดี เธอเป็นที่รักของทุกคน วันเวลาผ่านมาหลายปี ตอนนี้ไอรินเปลี่ยนสถานที่ทำงานจากร้านอาหารมาเป็นผับหรู เพราะเธออยากได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิม โดยมีน้ำพีชดูแลอย่างใกล้ชิด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม