เอวาลินเดินกลับห้องแบบอึนๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสภาพเขาวันนี้คือเหนื่อยมาก ตั้งหาทางทำสี ทั้งเอาไปขาย ไหนจะเรื่องสามีที่เหมือนระเบิดเวลานั่นอีก
แก๊ก!
สิ่งที่เอวาลินพบหลังจากกลับมาไม่ใช่โนวา แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง!!! ใช่!! ผู้หญิง! นางมีผมสีชมพูยาวเป็นลอนอ่อนๆ ดวงตาสีแดงทับทิม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือจักรพรรดินี!!! แม่ของเขานั่นเอง! ถ้าถามว่ารู้ได้ไงน่ะเหรอ...แหะ หน้าเหมือนกันขนาดนี้ DNA มันอยู่บนใบหน้าแล้วแหละ
“ท่านแม่...”จักรพรรดินีนั่งรอเขาอยู่บนเตียง เมื่อนางสังเกตเห็นเขา นางก็รีบพุ่งมากอดเขาแน่นทันที
“แม่ขอโทษนะที่ไม่ได้มาเยี่ยมเจ้าตั้งแต่ตอนฟื้นใหม่ๆ ตลอดทางที่นั่งรถม้ามามีนักฆ่าดักอยู่ตลอดทาง การเดินทางเลยล้าช้า...แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ เจ้าเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บหัวอยู่ไหม แล้วโลแกนได้มาขอโทษเจ้ารึเปล่า”
คำถามที่รัวมาเหมือนปืนกลทำเอาเขาต้องยกมือท่าปางห้ามญาติห้ามนางไว้ก่อน “คือ...ข้ายังเจ็บหัวอยู่หน่อยๆแล้วอาการช้ำยังไม่หายดีแต่ก็จางลงไปบ้าง ส่วนโลแกน...ข้ายังไม่เห็นเขาเลยครับ”จริงๆลืมไปแล้วนะเนี่ย
จักรพรรดินีเมื่อได้ยินก็โกรธมาก “ทำแบบนี้ได้ยังไง เขาทำเจ้าบาดเจ็บเกือบตาย นอกจากจะไม่ขอโทษเจ้าแล้วเขายังไม่ยอมมาเยี่ยมอีกหรือ!”
ใจเย็นก่อน เด็ดแม่ ลูกรู้ว่าแม่โมโห แต่ไม่ต้องให้เขามาเยี่ยมแหละดีแล้ว เดธ แฟลกจะได้อยู่ไกลๆ “เออ...ลูกว่าปล่อยเขาไปเถอะครับ หากเขาไม่เต็มใจ ขอโทษไปก็เท่านั้น”
“เจ้าจะยอมแบบนี้ไม่ได้นะเอวาลิน เจ้าอยากให้พวกขุนนางหัวเราะเยาะเจ้ารึไง เจ้าเป็นถึงเจ้าชายลำดับหนึ่งของอาณาจักรฟอร์ลันเทีย แค่โดนทำร้ายจนบาดเจ็บหนักยังเอาเรื่องไม่ได้เลย ต่อไปนี้ถ้าพวกเขาบุกมาฆ่าเจ้าจะทำยังไง!”
‘มันก็ทำอะไรไม่ได้น่ะสิแม่!! ข้าเลยจะวางแผนหนีไปอยู่ไกลๆนี่ไง’
“ท่านแม่คือ...”
“ไม่รู้ล่ะ แม่จะเอาเรื่องกับโลแกน!”
“ท่านแม่!! อย่าเลย ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเอาเรื่องโลแกนไม่ได้เหรอ ข้า...อยากอยู่อย่างสงบๆ ไม่อยากยุ่งวุ่นวายอีกแล้ว ถ้าเอาเรื่อง เขาต้องเกลียดข้ามากแน่ๆเลย”จริงๆเขาก็แค่ไม่อยากให้เจ้าตัวเกลียดเขาจนต้องลากไปประหารแบบในเกมน่ะ อีกอย่างการไปบังคับให้คนที่ไม่รู้สึกผิดมาขอโทษมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร
‘มันก็แค่คำขอโทษที่ว่างเปล่า’
“เจ้ามันหัวอ่อนแบบนี้ไงถึงได้มีแต่คนรังแก แม่จะไปบังคับให้เขามาขอโทษเจ้า เขาจะได้ไม่กล้าทำอะไรเจ้าแรงๆแบบนี้อีก”ว่าจบจักรพรรดินีก็ออกจากห้องไปทิ้งเอวาลินให้ยืนอึ้งอยู่คนเดียว
เฮ้อได้ตายเถอะ เอาเป็นว่าช่างมันล่ะกัน ถ้าเขามาที่นี่ก็ค่อยบอกว่าให้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกก็ได้
เออ...จะว่าไปโนวาล่ะ!!
แก๊ก!
โนวาค่อยๆเดินออกมาจากตู้ด้วยสภาพยุ่งเหยิงคงรีบไปซ่อนตอนที่ท่านแม่เข้ามาสินะ...
“มันเป็นความจริงรึเปล่า”โนวามาสีหน้าค่อนข้างไม่พอใจนัก
เอวาลินขมวดคิ้ว “ความจริงอะไรเหรอ..”
โนวาลูบผ้าพันแผลบนตัวเอวาลินเบาๆ “เรื่องที่อัศวินโลแกนทำเจ้าบาดเจ็บน่ะ แถมยังไม่ขอโทษเจ้าด้วย”
“อ่อ เรื่องนั้นเอง ข้าไปยุ่งกับเขาก่อนเองนั่นแหละ เขารำคาญก็เลยสะบัดแขนออก ข้าเลยกระเด็นไปโดนหินแถวๆนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาโกรธแค้นอะไรขนาดนั้นหรอก...ช่างมันเถอะ”
“คำว่าช่างมันเถอะเป็นคำติดปากเจ้ารึไง ข้าเห็นเมื่อเช้าเมดเอาของกินเหลือมาให้เจ้า เจ้าก็บอกว่าช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะตลอด...เจ้าบอกให้ข้าไม่ยอมคนที่มารังแกข้า แต่เจ้าก็ยอมมันซะเองเหรอ”โนวาจ้องเข้าไปในดวงตาเขาจนยากจะหลบสายตา
“เออ...ข้ามีเหตุผลของข้านี่”ไม่มีใครเข้าใจหัวอกของคนที่มีเดธ แฟลกติดตัวหรอก! ถ้าไม่ยอมมันก็เหมือนเจ้าของร่างคนเก่าไม่ใช่รึไง! โดนรังแกเลยรังแกคนอื่นคืน สุดท้ายก็โดนประหาร...
‘ข้าก็แค่อยากมีชีวิตอย่างสงบ...ถ้าทำให้คนอื่นรักตัวเองไม่ได้ ก็ตีตัวออกห่างไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงเขาก็ไม่ใช่นางเอกซะหน่อย’
“เฮ้อ” โนวาถอนหายใจออกมาแล้วดึงเขาเข้ามาไปกอด เพราะโนวาตัวใหญ่พอโดนกอดตัวของเขาก็แทบจะมิดอกเลยก็ว่าได้ “ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
“ปกป้องข้าเหรอ?”
“ถ้ามีคนมารังแกเจ้า ข้าจะปกป้องเอง ยังไงข้าก็เป็นเผ่านาโตะ ทุกคนเกลียดข้าอยู่แล้ว ให้ทุกคนพุ่งเป้าโจมตีมาที่ข้า พวกเขาจะได้ไม่พลอยเกลียดเจ้าไปด้วย”
“ทำแบบนั้นได้ไงล่ะ เจ้าไม่ใช่สนามอารมณ์นะ อีกอย่างถ้าเจ้าทำอะไรที่คนอื่นไม่พอใจ เจ้าต้องโดนทำร้ายแน่ หรือบางทีอาจจะหนักกว่านั้น...”อย่างเช่นโดนฆ่าตาย สถานะคนเผ่านาโตะที่นี่มันต่ำยิ่งกว่าทาส จนกว่านางเอกจะมาช่วย โนวาคงทำอะไรตามใจได้ไม่มาก
“แล้วเจ้าจะปล่อยให้ข้ามองดูเจ้าโดนกลั่นแกล้งเฉยๆเหรอ”
“อีกไม่นานข้าก็หนีออกไปจากที่นี่แล้วน่า ทนหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวก็ได้เป็นอิสระแล้ว”
“เจ้าจะหนีออกไปจากที่นี่?”
“ใช่ ออกไปอยู่ข้างนอกน่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องนี้แล้วไง อา...แต่ถ้าเจ้าไม่สะดวกใจ ไม่ต้องไปกับข้าก็ได้นะ”นายควรจะรอนางเอกมาปักธงจะดีกว่า
“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”โนวาเพิ่มแรงกอดมากขึ้นจนเขาแทบจะจมอกเจ้าตัวไปจริงๆ
“ทะ ทำไมล่ะ”
“ข้าเป็นสามีเจ้านะ อีกอย่างเจ้าจะจากไปโดยทิ้งข้าไว้จริงๆเหรอ อยู่ที่นี่ข้าไม่มีใครเลย ข้ามีแต่เจ้าเท่านั้น ข้า...”
เอวาลินดันหน้าออกจากอกของโนวาก่อนจะหันมามองเจ้าตัวดีๆ “ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่มเลือดร้อน เราพึ่งพูดคุยกันจริงจังแค่วันเดียวเองนะ เออ...บางทีอาจจะยังไม่ถึงวัน แบบ...หลังจากชวนมาทำสีด้วยกัน ข้าวาดรูป จากนั้นก็ออกไปข้างนอกและพึ่งกลับมาตะกี้ เจ้าผูกพันกับข้าขนาดนั้นเลยเหรอ เจ้าอยากไปกับข้าจริงๆน่ะเหรอ เราแค่...มีชะตากรรมหมาหัวเน่าเหมือนกัน เจ้าก็เลย...”
โนวาพยักหน้า “ใช่ เพราะเรามีชะตากรรมเหมือนกัน ข้าเลยคิดว่าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ ที่สำคัญข้าก็ไม่ได้เกลียดเจ้า ค่อนข้างชอบด้วยซ้ำ ยะ..ยังไงเราก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว ข้าเลยอยาก...อยู่ข้างเจ้า เราอาจจะไม่ได้รักกันในวันเดียว แต่ข้าอยากให้เราค่อยๆเรียนรู้กันไป เจ้าให้ข้าตามไปด้วยได้ไหม”
เอวาลินมีสีหน้าลำบากใจ ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติเขาคงตอบตกลง แต่โนวาเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นางเอกอยากช่วยเผ่านาโตะ ถ้าไม่มีโนวา นางเอกจะช่วยรึเปล่า...
ถึงเขาจะไม่รู้ว่านางเอกจะช่วยยังไงก็เถอะ เพราะนางบอกว่าจะช่วยหลังจากได้เป็นจักรพรรดินี แถมเนื้อเรื่องไม่ได้บอกอะไรหลังจากนั้น ส่วนหนึ่งเพราะเขาจีบตัวละครได้ไม่ครบ มันเลยไม่ปลดล็อคเนื้อเรื่องจนหมด
โว้ย!! ไม่รู้แล้ว เดี๋ยวนางเอกก็คงช่วยเผ่านาโตะตามเนื้อเรื่องเองนั่นแหละ ถึงไม่เจอโนวา แต่ในเกมนางเอกก็บอกกับโนวาว่าตอนเป็นจักรพรรดินีได้ก็ตั้งใจจะช่วยเผ่าโนวาตั้งแต่แรกแล้ว ถึงไม่มีโนวานางก็ทำ แค่ตัวกระตุ้นให้ทำไม่มี มันเลยจะช้าหน่อย...
เอาเป็นว่า...ขอทำตามใจตัวเองหน่อยเถอะ มีคนมาขออยู่ข้างๆเลยนะ ยังไงก็ดีกว่าโดดเดี่ยวไม่ใช่เหรอ...
“ตกลง...ก็ได้ ถ้าข้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราหนีออกไปด้วยกันนะ”
“ขอบคุณนะ”โนวายิ้ม
“ขอบคุณอะไรกันเล่า! คะ แค่หนีออกไปอยู่ด้วยกันเองน่า! ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรสักหน่อย...”มาโดนขอบคุณแบบนี้มันก็เขินนะ...
“ก็ข้ามีคนอยู่ข้างๆแล้วนิ ตั้งแต่โดนตระกูลมอนโรลจับตัวมา เจ้าเป็นคนแรกที่ไม่รังเกียจข้า แล้วก็เป็นคนแรกที่ทำดีกับข้าด้วย ถึงจะแค่นิดเดียว..แต่มันก็มีความหมายกับข้ามาก”
“ตอนอยู่ที่นั่น โคลก็เกลียดเจ้าเหรอ ทาสคนอื่นๆล่ะ”
“ตอนอยู่ที่นั่น ถึงข้ากับโคลจะเป็นทาสในตระกูลเดียวกัน แต่เราไม่ค่อยเจอหน้ากันหรอก โคลเป็นคนโปรดของคุณหญิงน่ะ แถมพอเจอหน้ากันพวกเราก็แทบไม่ได้คุยกันเลย ทาสคนอื่นๆก็ไม่คุยกันเท่าไหร่ พวกเขาวุ่นอยู่กับการรับใช้เจ้านายของตัวเองในตระกูลนั้น”
เพราะแบบนี้เลยบอกว่าไม่เคยเจอคนใจดีด้วยสินะ...แต่นายไม่รู้หรอกโนวา นอกจากเขายังมีนางเอกสุดแสนแมรี่ซูอยู่นะ ตัวละครจีบได้บางคนแค่มองตาก็หลงรักแล้ว ถ้าให้ยกตัวอย่างก็...เมดิสัน!!! หมอนั่นหลงในความสวยของแม่นางเอก ยิ่งพอนางบอกว่าพอเป็นจักรพรรดินีแล้วจะสนับสนุนงานวิจัยก็ดีใจยกใหญ่จากนั้นก็หลงรักเข้าเต็มเปาเลย
“แล้ววันนี้...ให้ข้านอนตรงไหนเหรอ”โนวาถามอย่างเขินๆ
เอวาลินหันซ้ายหันขวามองดูห้องตัวเองที่ตอนนี้ยัง...เออ..ค่อนข้างเละ แค่กๆ ยังดีที่เขาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วมันเลยเป็นจุดเดียวที่สะอาด “นอนเตียงเดียวกับข้าล่ะกัน”เอวาลินตอบหน้าตาย
“ห้ะ เออ..เจ้า...มันจะดีเหรอ นอนเตียงเดียวกันมัน...ข้าลงไปนอนข้างล่างดีกว่าไหม”โนวามีสีหน้าลุกลี้ลุกลนมากกว่าปกติทำเอาเอวาลินขมวดคิ้วมึนงงก่อนจะร้องอ๋อ...
คนในอาณาจักรฟอร์ลันเทีย ถ้านอนด้วยกันหมายถึงสามีภรรยาหรือคนรักกันเท่านั้น แต่นั่นมันในกรณีของชายหญิงต่างหาก!! ถึงเขาจะไม่นับว่าเป็นผู้ชายแล้วก็เถอะ ก็ชอบผู้ชายนี่ แค่กๆ ชาติก่อนน่ะ เขาเล่น one night stand กับคนไปทั่ว ไม่ได้จริงจังกับใครมากมาย การนอนด้วยกันแบบนี้นับว่าธรรมดามาก ใช่ เขายังไม่เคยรักใครจริงจังเลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่เชื่อใจในความรัก ทั้งๆที่ไม่เคยถูกทิ้ง ไม่เคยอกหัก แถมเป็นฝ่ายทิ้งเขาเองอีก แต่ไม่เคยเลย...ไม่เคยเชื่อในความรัก บางทีการกระทำของคนเรามันก็ไม่มีเหตุผลแบบนี้ล่ะมั่ง
แต่สำหรับโนวาคงต้องเป็นคนรักเท่านั้นสินะ...
“ถึงเราจะไม่ใช่คนรักกัน แต่วันนี้ทนๆไปหน่อยนะ ข้าทำใจให้เจ้าลงไปนอนพื้นไม่ได้จริงๆ แบบนั้นคงรู้สึกผิดจนนอนไม่หลับแน่ๆ”
โนวาพยักหน้าหงึกพลางซ่อนสีหน้าแดงจัดเอาไว้
หลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็ออกไปด้วยเสื้อเชิ้ตยาวเลยเอวมานิดหน่อย ส่วนท่อนล่างมีแค่กางเกงใน แค่กๆ ทุกคนใจเย็น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเจ้าชายอย่างเอวาลิน ชุดนอนสักตัวยังไม่มีเลย เจ้าตัวนอนใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวแบบนี้มาตลอด ส่วนเสื้อผ้าทั่วไปก็มีไม่กี่ตัว จริงๆมันเยอะกว่านี้นะ แต่พวกแม่บ้านขโมยเสื้อของเขาไปหมด บางคนเอาไปทำลาย ถ้าส่งไปซักบางทีก็ไม่ได้กลับมา มันเลยเหลือไม่กี่ตัว เจ้าของร่างอาละวาดจนเหนื่อยแล้วเลยต้องทำใจซักผ้าด้วยตนเอง
ถ้าใช้พวกนั้นมีหวังไม่เหลือเสื้อสักตัวแน่...
โนวาที่เห็นสภาพพึ่งอาบน้ำเสร็จของเอวาลินก็ได้แต่หลบหน้าหนีด้วยความเขินอาย เสื้อเชิ๊ตสีขาวเปียกน้ำเล็กน้อยถึงมันจะทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรได้ไม่มาก แต่สำหรับโนวา มันเซ็กซี่มาก...
ท่าทีของโนวาทำเอาเอวาลินอยากแกล้งขึ้นมาทันที
เขาเดินไปนั่งบนเตียงแล้วดึงคนขี้อายที่ไม่ยอมขึ้นเตียงสักทีลงมาด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้โนวาร่วงมาลงทับเขาจนหน้าแทบจะติดกัน
“ทะ ทำอะไรของเจ้าน่ะ!!”โนวาถามอย่างลนลาน
“ก็เจ้าไม่ยอมขึ้นมานอนบนเตียงสักทีน่ะสิ ข้าเลยลากลงมาซะเลย”เอวาลินตอบทีเล่นทีจริง
“เจ้ามัน...”
“หือ...ข้าทำไมหรือ”เอวาลินพลิกตัวขึ้นมาข้างบนแล้วไล่ปลายนิ้วเชิดคางของโนวาไว้ เจ้าตัวหน้าแดงก่ำ แถมหลบตาเขาอีกต่างหาก
เอวาลินรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังดุนก้นเขาอยู่ และก็เดาได้ไม่ยากว่าสิ่งนั้นคืออะไร...เฮ้ยๆๆ นี่แค่แกล้งเล่นเฉยๆนะ ทำไมมันตื่นเร็วขนาดนี้ล่ะ!!
ดันไปปลุกสิ่งที่ไม่ควรปลุกขึ้นมาซะแล้ว...แต่เราก็ควรรับผิดชอบมันใช่ไหม?
“เอวา...คือข้า—”
เอวาลินเอื้อมไปจูบคนตรงหน้าเพื่อปิดปากหนา “ไม่ต้องพูดแล้ว แค่บอกมาว่าอยากให้ช่วยไหม”