“แต่ข้าไม่มีเวทมนตร์นี่ครับ”ไม่เคยมี ไม่คิดว่ามี แล้วที่สำคัญยังไม่มีใบอนุญาติด้วย!!!
ชายใส่หน้ากากเอามือจับหน้าพลางครุ่นคิด “น่าแปลกที่ท่านใช้มันออกมาโดยไม่รู้ตัว ปกติเวทมนตร์ไม่ได้ใช้ออกมาได้ง่ายๆแค่สะบัดปลายพู่กันแน่ๆ ยิ่งเป็นเวทมนตร์ระดับสูงแบบนี้ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่บอกว่าเป็นพรสวรรค์ก็ไม่รู้จะเรียกยังไงแล้ว”
“อา...งั้นช่างมันเถอะครับ เอาเป็นว่าข้าสามารถนำสิ่งนี้มาประมูลได้ก็พอแล้วใช่ไหม”ตอนนี้เขายังต้องการเงินอีกมากเพื่อปูหนทางสู่อิสระภาพ!!
“ได้แน่นอนครับ ยินดีที่ได้ทำธุรกิจกับท่าน ไม่ทราบว่านามของท่านคือ...”
เอวาลินครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบว่า “THE UNCLE เรียกข้าว่าแบบนั้นแล้วกันครับ”ตอนแรกที่ถูกเรียกว่าท่านลุงก็โกรธอยู่หรอก แต่จะว่าไปมันก็เท่ดีนะ ที่สำคัญมันยังสาวมาถึงตัวจริงของเขาได้ยากมากเลยอีกด้วย!
“ท่านมาได้เวลาพอดีกับช่วงที่ประมูลอยู่เลยครับ เราจะนำสินค้าของท่านไปประมูลในลำดับสุดท้ายจะได้ทันเวลาพอดี ท่านอยากจะเข้าไปชมในหอประมูลไหมครับ”
เอวาลินลังเลอยู่เล็กน้อยตอนแรกอยากรีบไปรีบกลับ แต่จะว่าไปหอประมูลนี่ก็น่าสนใจไม่น้อย น่าลองเข้าไปชมการประมูลอยู่เหมือนกัน “ตกลงครับนายท่านเจ้าของหอประมูล”
ชายใส่หน้ากากชะงักก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “วันนี้นายท่านไม่อยู่น่ะครับ ข้าเลยมาทำหน้าที่แทนเฉยๆ จริงๆแล้วข้าเป็นแค่ผู้ติดตามเขาเท่านั้น เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ ท่านอย่าไปบอกใครนะครับ”
เอวาลินทำหน้าสับสน “แล้วท่านจะบอกข้าทำไมล่ะ เนียนๆเป็นเจ้าของหอต่อไปก็ได้นิ ถ้าใส่หน้ากากปิดไว้ ข้าแยกไม่ออกหรอกว่าใครเป็นตัวจริงตัวปลอมน่ะ”
“ฮะๆ ลูกค้าที่มีบัตรทองแดงไปจนถึงบัตรทองไม่รู้หรอกครับ พวกเขาแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนที่ใส่หน้ากากอยู่เป็นผู้ติดตามหรือเจ้าของหอตัวจริง ปกติพวกเราจะสลับกันมาดูแลอยู่แล้ว แต่ลูกค้าที่มีบัตรเพชร ไม่ใช่แค่ลูกค้าทั่วไปที่ใช้การประมูลเยอะๆเพื่ออัพเลเวลบัตร แต่ลูกค้าบัตรเพชรคือคนที่มีของล้ำค่ามากๆมาประมูลหรือไม่ก็เจ้าของหอถูกใจอยากจะทำธุรกิจด้วยน่ะครับ ทางเราจึงต้องบอกตัวจริงภายใต้หน้ากากเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อลูกค้า”
“เออ...ไอ้พวกบัตรทองแดง เงิน ทอง เพชร นี่มันมีสรรพคุณอะไรบ้างน่ะ เห็นพูดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”
“บัตรส่วนลดราคาสินค้าน่ะครับ”
“หา!!”เอวาลินทำหน้าเหวอ ไม่คิดว่าจะธรรมดาขนาดนี้ ทำเป็นบัตรส่วนลดแบบโลกก่อนไปได้ แบบพวกที่มากินอาหารบ่อยๆแล้วจะได้ของแถมหรือส่วนลดค่าอาหารน่ะ
ชายสวมหน้ากากแม้จะไม่เห็นสีหน้าของเอวาลินเพราะมีหน้ากากบังอยู่แต่ก็พอเดาอารมณ์คนตรงหน้าได้จึงรีบอธิบายต่อ “โดยปกติมันเป็นทั้งใบผ่านทางหน้าประตู ที่จองห้องประมูลหรูๆหรือสั่งอาหารที่อร่อยและคุณภาพดีกว่าผู้ถือครองบัตรระดับต่ำกว่าได้น่ะครับนอกจากนี้ก็แค่สามารถลดราคาได้เฉยๆ”
“อา...เข้าใจแล้วๆ ขอโทษที่ตกใจแรงไปหน่อยนะ แหะๆ”
เอวาลินรับบัตรเพชรมาถือไว้ในมือ มันเป็นเพชรสมชื่อเลยล่ะ เพราะมันส่องประกายเจิดจ้าจนถ้าโลกนี้มีแว่นดำ เขาคงหยิบมาใส่เรียบร้อยแล้ว บัตรอะไรแสบตาขนาดนี้ มีลูกค้าตาบอดบ้างไหมเนี่ย
“ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขโมยน่ะครับ คนอื่นไม่สามารถใช้บัตรของท่านได้ เพราะมันบันทึกข้อมูลของท่านไว้หมดแล้ว ถ้าคนอื่นนำไปใช้จะถูกช็อตไฟฟ้าน่ะครับ”
“เอ้ะ บันทึกข้อมูลไปตอนไหนน่ะ”เขาจำได้ว่าบอกข้อมูลไปแค่นามแฝงเฉยๆเองนะ
“บัตรนั่นสามารถรับรู้ตัวตนของเจ้าของได้ตั้งแต่ท่านจับมันครับ แน่นอนว่ารวมถึงนามแฝงของท่านก็ถูกบันทึกลงเรียบร้อยแล้ว มันจะเปิดเผยข้อมูลของท่านเท่าที่ท่านอยากให้คนอื่นรู้ ลองดูที่บัตรสิครับ”
เอวาลินก้มลงไปมองบัตรเพชรในมือพบว่ามันมีนามแฝงของเขาสลักอยู่จริงๆ ส่วนข้อมูลนอกเหนือจากนั้นก็ไม่มี เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้
ว่าแต่เมื่อกี้แกล้งกันรึเปล่านะ ให้ก้มลงไปมองบัตรส่องแสงจ้าแบบนั้นน่ะ นี่มันแกล้งกันชัดๆ!!
เอวาลินถูกพาไปนั่งในห้องรับรองหรูหราในชั้นลอย มองลงไปข้างล่างเห็นกลุ่มฝูงชนกำลังยกมือเพื่อแย่งกันประมูลสินค้าอย่างดุเดือด ดูแล้วราวกับกำลังทำสงครามยังไงยังงั้น
[เอาล่ะ ท่านผู้ชมเงินหนาทั้งหลาย!!! ตอนนี้ทางเราพึ่งได้สินค้าหายากสุดล้ำค่าที่นานๆทีจะมีเข้ามาสักทีนึง เชิญพบกับ....ภาพวาดอิสระภาพของนกน้อยเคลือบเวทมนตร์ระดับสูง!!!]
“โอ้!!!!!!!!!!”เสียงผู้ชมตอบรับเป็นอย่างดี พิธีกรได้แต่ยิ้มกริ่มว่าสินค้าชิ้นนี้คงขายได้ราคาสูงแน่ๆ
“นั่นภาพเคลือบเวทมนตร์เลยนะ!”
“แถมระดับสูงอีก”
“ข้าต้องเอามันมาให้ได้!”
“10 ล้านเหรียญ!!!!!”
“15 ล้านเหรียญ!!”
“20ล้านเหรียญ!!”
“25 ล้านเหรียญ!!”
“30 ล้านเหรียญ!!!”
“50 ล้าน!!!!”
ทุกคนยังสู้กันอย่างดุเดือดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา “100 ล้านเหรียญ!!!”
“…”
[จะนับถอยหลังแล้วนะครับ]
[5]
[4]
[3]
[2]
[1]
[ปิดประมูล!!!]
เอวาลินอ้าปากค้างอย่างตกใจแล้วค่อยๆหันไปหาชายใส่หน้ากากแบบช็อคๆ “100 ล้านเหรียญเลยเหรอครับ”
ชายใส่หน้ากากพยักหน้า “ใช่ครับ แหมท่าน The uncle ประมูลครั้งแรกก็ได้ราคาสูงขนาดนี้เลยนะครับ”
“เออ...ถึงจะบอกว่ามีเวทมนตร์ระดับสูงเคลือบอยู่ก็เถอะ แต่มีแล้วมันทำอะไรได้ล่ะ เออ...จำเป็นต้องแย่งกันขนาดนั้นเลยเหรอ”คือตอนแรกที่คิดไว้คือขายภาพล่ะหมื่นเหรียญไรงี้อะ ไม่ได้คิดว่ามันเยอะขนาดนี้ นี่ขายภาพเดียวสร้างศูนย์วิจัยให้เมดิสันได้สบายเลย
“เวทมนตร์ระดับสูงมันยอดเยี่ยมอยู่แล้วครับ แล้วแต่ว่าผู้ร่ายจะต้องการให้มันเป็นแบบไหน ต่อสู้ รักษาหรือแม้กระทั่งความสามารถแปลกๆที่ยากจะเข้าถึง แต่นั่นต้องผ่านผู้ร่ายครับ แต่สำหรับเวทมนตร์ที่ฝังเข้าไปในภาพวาดแบบท่าน ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร่ายให้ มันก็จะแสดงผลออกมาเอง”
“แสดงผลออกมาเอง? หมายถึงแค่ตั้งภาพวาดไว้เฉยๆมันก็แสดงผลออกมาเลยโดยไม่ต้องร่ายใช่ไหม แล้วภาพของข้ามันแสดงผลอะไรออกมาล่ะในเมื่อข้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”
ที่สำคัญ...อย่ามีผลออะไรแปลกๆออกมาเลย เขารับผิดชอบไม่ไหวหรอก แหะ
“ดูเหมือนทางเราจะให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างนักเวทอันดับหนึ่งตรวจสอบก่อนนำขึ้นไปประมูลแล้วน่ะครับ เวทที่แสดงออกมาจะทำให้คนที่มองภาพนั้นหรืออยู่ใกล้จะรู้สึกมีความสุขน่ะครับ”
“ความสุข?”
“ครับ คนที่อยู่ใกล้ๆภาพนั้นจะรู้สึกสบายใจ รู้สึกปลดปล่อย ไม่เครียด แล้วก็มีความสุขน่ะครับ ถ้าเอาไปตั้งในห้องทำงาน คงทำให้เจ้าของห้องไม่เครียดมากจนไปเกินได้ครับ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ เออ...ตอนวาดภาพนี้ข้าไม่ได้คิดอะไรเลยนะ แบบว่า...หัวโล่งสุดๆ”
“นั่นอาจจะมีเป็นคีย์หลักก็ได้ครับ โดยปกติคนทั่วไปถ้าจะร่ายเวทอะไรก็ตามจะต้องนึกผลลัพธ์ของมันไว้ในหัวจากนั้นก็เค้นพลังเวทให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการน่ะครับ ภาพของท่านคงใช้หลักการเดียวกัน ท่านบอกว่าตอนวาดไม่ได้คิดอะไร หัวโล่งๆ ผลลัพธ์ของภาพเลยออกมาแบบนี้ คนที่มองมันจะไม่เครียด รู้สึกเบาสมองและมีความสุขครับ”
เอวาลินพยักหน้าเข้าใจแม้จะมึนๆอยู่ก็ตาม “ว่าแต่นักเวทอันดับหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”อะไรทำให้สามีคนที่สามมาอยู่ในที่แบบนี้ แถมทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้าให้เขาด้วยเนี่ย
“ออ ปกติเขาไม่ได้ทำงานที่นี่หรอกครับ เผอิญเขามาหาเจ้าของหอตัวจริงน่ะ ข้าเลยส่งภาพวาดตัวนี้ให้เขาตรวจสอบไปด้วยเลย ถ้าเป็นนักเวททั่วไปคงตรวจสอบไม่เร็วขนาดนี้แน่ๆ คนที่ประมูลภาพของท่านไปก็เป็นท่านวิลเลียมนะครับ”
อา...วิลเลียม คาร์เตอร์ นักเวทอันดับหนึ่งของอาณาจักร แถมยังเป็นเจ้าของหอเวทมนตร์ด้วย เป็นคนที่เขาอยากหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเลยล่ะ
“เขาเป็นถึงนักเวทอันดับหนึ่งจะขอซื้อหลังเวทีก็ได้นิ ไม่เห็นต้องเอามาประมูลเลย แบบนี้ก็จ่ายราคาที่แพงกว่าปกติน่ะสิ”
“ท่านวิลเลียมกล่าวว่า ‘ข้าอยากสนับสนุนนักเวทอัจฉริยะที่วาดภาพนี้ขึ้นมาได้’น่ะครับ”
“อัจฉริยะอะไรกัน มันได้มาแบบงงๆเลยนะ ฮะๆ”ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะทำแบบนี้ได้รึเปล่าด้วย
“ไม่ว่าจะได้มายังไง ท่านมาสามารถทำมันออกมาได้ครับ”
หลังจากหักส่วนแบ่งกันเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เงินมา 80 ล้านเหรียญแบบงงๆ ถึงจะหักให้หอประมูลไปตั้ง 20 ล้านก็เถอะ แต่ถ้ามองดูดีๆแล้วเขาเอาส่วนแบ่งไปแค่ 20 % เองแถมถ้าเอาไปขายเองคงไม่ได้มากขนาดนี้แน่ๆ
เอาเป็นว่ามันคุ้มค่าล่ะนะ
ก่อนกลับคุณหน้ากากเขาก็บอกมาว่าอย่าลืมไปทำใบอนุญาตใช้เวทมนตร์นะไม่งั้นจะโดนจับโยนเข้าคุกเอา...แต่ไว้ก่อนเถอะ วันนี้เหนื่อยแล้วล่ะ
หลังจากเอวาลินกลับออกไปแล้ว…
“เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าชอบมัน เจ้ายังเอาภาพวาดไปประมูลจนวิลเลียมเอามันไปได้อีกนะอเล็กซ์”
อเล็กซ์ยืนซับเหงื่อที่ไหลออกมาเป็นสายไม่ยั้งมือ รู้สึกวันนี้เจ้านายจะอารมณ์ไม่ดีมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด “เออ...นายท่าน ข้ารู้ว่าท่านชอบภาพวาดแต่...เออภาพวาดนั่นก็มีเวทมนตร์แล้วท่านวิลเลียมก็ดูจะชอบมันมากด้วย แหะๆ ข้าก็เลย...”
“เจ้าก็เลยนำมันไปประมูล? แถมไม่เอามาให้ข้าดูก่อนด้วย?”
“นะ นายท่าน แต่ถ้าเอาไปประมูลเราก็ได้เงินมากกว่า...”
“อเล็กซ์!! เจ้าคิดว่าข้ายากจนถึงขนาดอยากได้เงินส่วนแบ่ง 20 ล้านนั่นขนาดนั้น?”
“คือมันก็ไม่ใช่...นายท่านรวยมากข้ารู้ แต่ข้าให้บัตรเพชรเขาไปแล้ว ท่านอยากจะติดต่อให้ให้เขามาวาดภาพให้ท่านคนเดียวก็ได้นิครับ”
“วาดภาพให้ข้าคนเดียว? หึ น่าสนใจ งั้นเจ้าติดต่อเขาเลย ข้าต้องการภาพวาดของเขา เรื่องราคาข้าไม่เกี่ยง!”
อเล็กซ์ปาดเหงื่อเป็นรอบที่ล้านพลางแอบคิดในใจ ‘พวกคนรวยนี่เอาแต่ใจแบบนี้ทุกคนไหมนะ’
======================================
♡♡♡♡รายชื่อสามีที่พบแล้ว♡♡♡♡
สามีคนที่ 1 *************
สามีคนที่ 2 อัศวิน โลแกน ฮาร์
สามีคนที่ 3 นักเวท วิลเลียม คาร์เตอร์
สามีคนที่ 4 **************
สามีคนที่ 5 ทาส โคล
สามีคนที่ 6 สามัญชัน เมดิสัน คอนวาน
สามีคนที่ 7 ชนเผ่านาโตะ โนวา