PLAN 2

1860 คำ
“โทษทีว่ะมึง” เสียงพูดตรงหน้าผสมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ทำให้โดมที่กำลังอยู่ในภวังค์อดีตอันแสนหวานต้องหลุดออกจากความคิดของตัวเอง ก่อนจะเหลือบตาไปมองผู้มาใหม่ช้าๆ และเอ่ยปากทักทายด้วยสรรพนามที่เรียกกันมาตลอด “ช้าค่ะเพื่อนสาว...” รอยยิ้มยียวนและไอ้อาการที่เรียกว่าจีบปากจีบคอ น้ำเสียงที่จงใจดัดให้น่าหมั่นไส้เป็นพิเศษของโดม ทำเอาคิ้วของ ‘พีท’ กระตุกยิกๆ ลมหายใจหอบเหนื่อยที่เกิดจากการวิ่งมาอย่างเร่งรีบถึงกับสะดุด แบบนี้มันคงอยากจะแลกสักยกสองยกสินะ “แล้วมึงรอได้ไหมล่ะ อีตุ๊ดยักษ์” วาจาเผ็ดร้อนที่เข้าข่ายว่าปากกรรไกรไม่เป็นสองรองใคร เอ่ยสวนกลับแทบจะทันควัน ก่อนที่ร่างโปร่งจะกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แล้วส่งสายตามาฟาดฟันกับโดมไม่ลดละ “นั่งแรงขนาดนั้นช่วงล่างพัง ระวังผัวใช้งานไม่มันนะคะมึง...” โดมเองก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ จีบปากจีบคอดัดเสียงเล็กเสียงน้อยสาดคำพูดโต้กลับอย่างไม่ยอมลงง่ายๆ “ไม่ต้องมาห่วงเรื่องตูดกู พังไม่พัง ผัวกูก็เอามันตลอดเวลา ไม่ได้แห้งเหี่ยวหาคนเอาไม่ได้แบบมึง เข้าใจไหม” ทางพีทเองก็สวนกลับอย่างเจ็บแสบ จี้ใจดำของโดมเข้าอย่างจัง พร้อมกับยักคิ้วส่งให้อย่างเหนือกว่า ทำเอารอยยิ้มเย้าแหย่ของโดมหุบลงทันควัน ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่ๆ ของเจ้าตัวจะผลักเข้าที่หัวของพีทเต็มแรง จนร่างโปร่งผงะไปทางด้านหลัง แทบจะหงายตกจากเก้าอี้ “ปากมึงนี่นะ” โดมส่งเสียงลอดไรฟัน ท่าทางสาวแตกที่แสดงออกมีอันต้องสะดุดไปต่อไม่ได้ เหลือคงไว้แต่ภาพของหนุ่มเย็นชาที่กำลังจ้องหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาเอาเรื่อง อยากจะสวนกลับไปสักประโยคเด็ดๆ ให้อีกฝ่ายได้เจ็บแสบอยู่เหมือนกัน แต่ก็จนปัญญาที่จะสรรหาคำมาตอบโต้จริงๆ ยิ่งสิ่งที่โดนกระแทกใส่หน้าดันเป็นความจริงที่ตอกย้ำให้เจ็บใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเขาจะเถียงอะไรได้นอกจากยอมรับ สกิลปากเพื่อนเขายิ่งนับวันยิ่งเหลือร้าย ตั้งแต่แกรนด์โอเพนนิ่งเปิดตัวว่ามีผัว แถมผัวยังใหญ่สุดในวิศวฯ มันก็ยิ่งปากจัดขึ้นทุกวัน เพราะไม่ต้องแคร์ ไม่ต้องทำตัวแมนในสายตาใครอีกต่อไปแล้ว ด่ามัน มันด่ากลับได้แสบกว่า เหลือแค่ตบผู้หญิงแล้วล่ะมั้งที่มันยังไม่กล้าทำ ปากกรรไกรยิ่งกว่าคนที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นกะเทยแบบเขาซะอีก พีทเห็นว่าโดมถอนหายใจเสียงดัง หน้าตึง แล้วกลับมาใช้เสียงที่แท้จริงอันทุ้มต่ำกับตัวเอง ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจในชัยชนะของตัวเอง ที่ชนะไปอย่างขาดลอยในสงครามน้ำลายเมื่อครู่ ใบหน้าหล่อที่กระเดียดออกไปทางหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย วางท่าราวนางพญาเพื่อดื่มด่ำกับชัยชนะที่ได้รับ ซึ่งได้ภูมิใจยังไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ หน้าก็มีอันให้คะมำโขกเข้ากับโต๊ะตรงหน้าเต็มแรง “โอ๊ย!! สัด!” พีทสบถลั่นพร้อมกับตวัดมองโดมตาขวาง เมื่อตั้งหลักได้ก็ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นฝ่ามือของตัวเองไปตบกะโหลกอีกฝ่ายเป็นการเอาคืนทันที ทางด้านโดมที่โดนฝ่ามือพิฆาตซัดลงหัวไปเต็มเหนี่ยวก็ถึงกับนั่งมึน เหมือนจะเห็นดาวอยู่แวบๆ บินรอบหัว พอตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของพีทก่อนจะลากมาไว้ใต้รักแร้ แล้วใช้ท่อนแขนหนีบเอาไว้แน่น จากนั้นก็ใช้มือหยิกแก้มเนียนของพีทแรงๆ เป็นการเอาคืน ข้อหาที่บังอาจพูดจี้ปมในหัวใจ “มึงหยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เหี้ย!!” พีทดิ้นไปมาไม่หยุด ปากก็โวยวายเสียงดังลั่นไม่ขาดสาย เรียกความสนใจของคนรอบข้างที่สนใจอยู่แล้วให้สนใจเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว “แล้วนี่มองเหี้ยอะไร ไม่เคยเห็นคนทะเลาะกันเหรอ” เมื่อทำอะไรโดมไม่ได้ก็เกิดอาการที่เรียกว่าพาลขึ้นมาทันที ตวาดใส่วิศวฯ มุงจนแตกฮือพากันหลบหน้าหลบตากันเป็นแถบๆ ก็ใครมันจะกล้าไปยุ่งกับซ้อใหญ่กันล่ะ ใหญ่กว่าเฮียอาร์ตก็เมียเฮียเนี่ยแหละ! เห็นท่าทางพาลเป็นเด็ก 2 ขวบของเพื่อนแล้วโดมก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความระอา พร้อมกับถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ และยอมปล่อยตัวพีท ออกจากวงแขนในที่สุด ก่อนจะก้าวถอยห่างออกมาเพื่อป้องกันการโดนอีกฝ่ายประทุษร้ายร่างกาย ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะทันทีที่พีทได้รับอิสระ ร่างที่เล็กกว่าโดมเกือบ 10 เซนฯ ก็พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว สองมือเล็กที่มีแรงมหาศาลกระหน่ำทุบตีลงมาตามตัวของโดมไม่ยั้ง ซึ่งโดมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกแขนขึ้นมาป้องกัน แต่มากเกินไปมันก็ชักจะไม่ไหวเหมือนกัน “ถ้ามึงไม่หยุดทุบกูนะคะเพื่อนสาว กูจะกรี๊ด” และคำว่ากูจะกรี๊ดของโดมก็เหมือนมีมนตร์ขลัง เพราะมันสามารถหยุดกำปั้นของพีทได้ทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะขยับถอยห่างออกไปเล็กน้อย ตวัดสายตามองโดมอย่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกลัวว่าโดมจะกรี๊ดขึ้นมาจริงๆ “อย่ากรี๊ดนะมึง” พีทรีบเอ่ยห้ามพร้อมกับแสดงสีหน้าเหมือนคนกินยาขมออกมา ท่าทางหวาดระแวงผสมขยะแขยงนั้นทำเอาโดมหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ฮะๆ นี่มึงกลัวกูกรี๊ดขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตามเดิม “ไม่กลัวมั้งไอ้เหี้ย เอาดีๆ นะ มึงอย่ากรี๊ดเลย แล้วก็เลิกใช้เสียงสองของมึงคุยกับกูด้วย หัดสำเหนียกสักทีว่าสิ่งที่มึงมีติดตัวเนี่ย ใครๆ แม่งก็อิจฉาแล้วก็อยากได้ทั้งนั้น” ได้โอกาสแล้วพีทก็บ่นยาวเหยียดพร้อมกับส่งสายตามองโดมอย่างระอา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรหรือทำไมมันถึงได้มีความคิดแบบนี้ “กูเป็นแบบนี้แล้วมันไม่ดียังไง” โดมยิ้มมุมปากเล็กๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดั้งเดิมของตัวเองเพราะว่าเหนื่อยที่จะดัดแล้ว “แล้วแต่มึงเหอะ ว่าแต่เลิกดัดทำไมล่ะเสียงน่ะอีโดม…” พีททำเสียงยานคาง เหน็บโดมเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ “ติดใจเสียงหวานๆ ของกูเหรอคะมึ้ง...” โดนประชดประชันแล้วปล่อยเลยผ่านคงไม่ใช่โดม จากเมื่อครู่ที่เหนื่อยในการดัดเสียงก็กลับมาทำอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่าทำแล้วเพื่อนตัวเล็กของตัวเองจะค่อนข้างประสาทเสียกับมันพอควร “โอ๊ย!!! อีโดม อีกะเทยควาย!” ยังไม่ทันขาดคำของโดมดี พีทก็โวยวายออกมาอีกครั้งอย่างเหลืออด ท่าทางงุ่นง่านหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาอะไรสักอย่างที่มันจะเอามาขว้างใส่หน้าของอีกฝ่ายได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรอย่างใจนึก สายตาก็ดันไปสะดุดกับบรรดาพวกวิศวฯ มุงที่เริ่มหันมาสนใจพวกตัวเองอีกครั้งซะก่อน หน้าตาของแต่ละคนนั้นสะกดคำว่า ‘เสือก’ อย่างเต็มที่โดยที่พีทไม่ต้องอ้าปากถามให้เมื่อย หูนี่กระดิกเพื่อฟังว่าเขาจะคุยอะไรกับไอ้อดีตเดือนคณะอย่างจดจ่อ ซึ่งนั่นมันทำให้พีทรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากคำไหนออกไป คำที่รู้กันภายในและพีทไม่เคยปรารถนาให้ใครมารู้ด้วยสักนิด “อะแฮ่ม” พีทกระแอมออกมาเบาๆ เพื่อเรียกสติตัวเอง ปรับท่าทางตัวเองเล็กน้อยให้กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตามเดิม แต่ก็ไม่วายหันไปถลึงตาดุๆ ใส่พวกวิศวฯ มุงทั้งหลาย โดมเห็นแบบนั้นก็หัวเราะออกมาดังลั่น ร่างกายสั่นกระเพื่อมไปทั้งตัว เลยโดนพีทมองค้อนปะหลับปะเหลือกกลับมาวงใหญ่ แต่นั่นแหละ ใครสน ในเมื่อมันตลกก็ต้องหัวเราะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย คนที่ผิดน่ะมันคือไอ้คนที่พยายามจะปกปิดเรื่องพวกนี้ต่างหาก เขาไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องความลับบ้าๆ บอๆ นี่อีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจนทำให้เขากลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องปิดบังอีกแล้ว แต่ที่ยังทำตัวเหมือนเดิมเพราะมันเป็นนิสัยส่วนตัวต่างหาก ถ้าเผื่อวันไหนเหนื่อยหน่ายและรำคาญมากๆ เขาก็พร้อมที่จะเปิดเผยได้ตลอดเวลา เผื่อว่ามันจะช่วยเหลือชีวิตของเขาในตอนนี้ให้มันดีขึ้นมาบ้าง ช่วยกันๆ ผู้หญิงรวมถึงผู้ชายบางคนพวกนี้ให้ออกห่างจากชีวิตเขาสักที มันน่ารำคาญนะที่เดินไปไหน ขยับตัวทำอะไร จะต้องเจอคนพวกนี้ส่งสายตาให้ ถ้าพวกที่ใจกล้าหน่อยก็เป็นสายตาที่มาพร้อมกับการเชื้อเชิญ ถ้าพวกเข้าขั้นระดับเซียนก็เดินมาชวนขึ้นเตียงกันซะดื้อๆ เขาไม่ได้รังเกียจผู้หญิง แต่แน่นอนว่าไม่ได้พิศวาสเหมือนกัน ส่วนผู้ชายอันนี้ของแน่ว่าเขาสน และก็อีกนั่นแหละผู้ชายที่เข้าหาไม่ใช่แบบที่อยากได้ สรุปในสรุป เขาไม่เดือดร้อนที่คนจะรู้ว่าเป็นกะเทย แต่คนที่เดือดร้อนคือไอ้พีท ไอ้เพื่อนที่เคยนอนกับผู้หญิง ไอ้เพื่อนที่เคยมีเมีย และก็ไอ้เพื่อนที่มีผัวก่อนเขา…ต่างหาก “มองหน้ากูทำไมดัสกร” พีทถามเมื่อเห็นว่าโดมกำลังมองตัวอยู่ แถมตาเรียวๆ นั่นก็หรี่ลงจนแทบจะปิด เหมือนไม่พอใจหรือกำลังจับผิดอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นก็หาเรื่องกันแน่นอน “แหม…พอดีตะลึงในความสวยของเพื่อนน่ะค่ะ พีทซี่…” โดมตอบพร้อมกับฉีกยิ้มเล็กๆ ส่งให้ ก่อนจะหันหน้าหนีทันควัน เมินท่าทางคล้ายคนเป็นลมบ้าหมูของพีท ให้มันโกรธไปเถอะ ทีเขาละห้ามซ้ายห้ามขวา อ้างว่าห่วงภาพพจน์เขาบ้าง ห่วงคนอื่นที่เขาต้องมาเสียความรู้สึกที่โดนเขาหลอกบ้าง สารพัดข้ออ้างที่มันจะขุดขึ้นมาหว่านล้อม แต่ตัวมันน่ะเหรอ เหอะ! คนรู้กันทั่วว่ามันมีผัว ใครไม่รู้มันก็ไปบอกเขาให้รู้ แล้วทีแบบนี้มาห้ามคนอื่น ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองชัดๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม