สองหนุ่มหมาป่ารูปหล่อตื่นแต่เช้าทั้ง ๆ ที่ปกติทั้งคู่นอนตื่นตอนตะวันแทบอยู่กลางฟ้า
เหตุผลน่ะหรือ?
วันนี้เป็นวันเกิด ‘ตัวกลม’ ของพวกเขา จันทร์เจ้าอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ในวันนี้ ด้วยเวลาที่ห่างกันถึง 24 ชั่วโมงเพราะอยู่คนละมุมโลก หากพวกเขานอนตื่นสายมีหวังตัวกลมของพวกเขาเข้านอนก่อน พวกเขาอดอวยพรสุขสันต์วันเกิดเธอแน่ ๆ
สองหนุ่มหล่อสั่งของไปส่งที่บ้านของคริสเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้น้อง ภูวินท์สั่งซื้อตุ๊กตาหมีขนาดใหญ่ 3 ฟุต ในขณะที่ภูดิสสั่งรถบังคับแบบที่เธออ้อนให้เขาซื้อให้บ่อย ๆ ตอนเป็นเด็กส่งไปให้
พวกเขาหวังว่าน้องน้อยของพวกเขาได้รับของแล้วจะต้องดีใจ กระโดดโลดเต้นเป็นการใหญ่และรักพวกเขาขึ้นมากไปอีกหลายเท่า
แค่คิดสองหนุ่มก็ยิ้มแก้มแทบปริแล้ว พวกเขารีบต่อวิดีโอคอลไปหาคริสเพื่อจะคุยกับน้อง เพราะช่วงหลังจันทร์เจ้าไม่ค่อยรับสายพวกเขา อ้างว่าปิดโทรศัพท์เพราะเรียนหนัก พวกเขาจึงต้องอาศัยเพื่อนรักให้เป็นสื่อให้
“ว่าไงไอ้คริส? น้องกูอยู่ไหน?” คือประโยคแรกที่ภูดิสเอ่ยทักทายเพื่อน
‘เชี่ย! มึงไม่ถามหากูเลยนะ อ้าปากก็ถามถึงน้องมึงเลย’ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหน้าตาเหมือนลูกครึ่งอเมริกันพูดแล้วหัวเราะน้อย ๆ ขัดกับคำสบถที่กล่าวออกไป
“ก็กูถามแล้วไงว่า ‘ว่าไงไอ้คริส?’ สรุปจั่นอยู่ไหน?” ภูดิสขมวดคิ้วหนาเข้มแล้วถามต่อ เขาได้ยินเสียงลูกหมาป่าวิ่งไล่กันไปมาในบ้าน ไม่บอกก็รู้ว่าลูก ๆ ของไอ้คริสคงยังไม่สามารถควบคุมพลังได้ดี เวลาทะเลาะกันคงกลายร่างเป็นลูกหมาป่าตัวน้อย ๆ กัดกันชุลมุนเหมือนกับเขาและภูวินท์เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก
‘เออ... คือ... จั่น...’ คริสทำหน้าเหมือนครุ่นคิดแล้วพูดขาดเป็นช่วงเหมือนปิดบังอะไรอยู่
“จั่นทำไม? จั่นเป็นอะไร? ทำไมมึงอ้ำอึ้งวะไอ้คริส?” คราวนี้เป็นภูวินท์ที่ดันตัวน้องชายออกแล้วรีบรัวคำถามใส่คริสด้วยความร้อนใจ
‘คือ... จั่น... จั่นไม่อยู่แล้ว... มึงก็รู้... จั่น 20 แล้ว ตัดสินใจเองได้แล้ว กูกับแอนนาพูดอะไรก็ไม่ฟัง มึงต้องเข้าใจกูในจุดนี้ด้วยนะ กูกับเมียพยายามห้ามจั่นแล้ว’ คริสพูดน้ำเสียงเหมือนกังวลใจ
“เชี่ย! ไอ้เหี้ยคริส! มึงปล่อยน้องกูไปอยู่กับผู้ชายเหรอ?!” ภูดิสถามขึ้น น้ำเสียงโมโหสุดขีด
‘เฮ้ย! ไม่ใช่สิวะ! คือจั่น... จั่น...’ คริสพูดตะกุกตะกักเหมือนลำบากใจ
ติ๊งต่อง!
จู่ ๆ เสียงกริ่งหน้าคฤหาสน์ใหญ่ที่ไม่เคยดังมาเนิ่นนานก็ดังขึ้น
“ใครมาวะ? ไอ้ทอม! ไอ้เดียว! ไปเปิดประตูให้หน่อยสิวะ!” ภูดิสตะโกนเรียกพวกลิ่วล้อเบต้าของเขาที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของเขาและพี่ชาย
ทั้งทอมและเดียวต่างก็เข้ามารับใช้นายในตอนกลางวัน ตอนกลางคืนบางครั้งก็แปลงกายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ออกล่าเหยื่อบ้าง หรือไม่ก็แวะเวียนไปเกี้ยวหมาป่าตัวเมียจากฝูงอื่นบ้าง แต่วันนี้ท่าทางสองหมาป่าหนุ่มจะยังไม่ได้เข้ามาหานาย ทั้งภูดิสและภูวินท์จึงไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากลูกสมุนทั้งสองเลย
“สงสัยไอ้ทอมกับไอ้เดียวยังไม่มา ปกติกูกับมึงตื่นตอนใกล้เที่ยง พวกมันคงคิดว่ากูกับมึงยังไม่ตื่น มึงเดินไปเปิดประตูสิ” ภูวินท์สั่งน้อง
“ไม่! กูจะคุยกับไอ้คริสก่อนว่าจั่นหายไปไหน มันปล่อยให้จั่นไปกับใคร มึงไปเปิดประตูเองดิ” ภูดิสปฏิเสธทันทีอย่างดื้อรั้น
“เชี่ย! กูไปเองก็ได้ ไอ้คริส มึงอย่าวางสายนะ เดี๋ยวกูกลับมา” ภูวินท์สบถพลางสั่งย้ำกับเพื่อนที่อยู่คนละซีกโลกผ่านหน้าจอแล็ปท็อป
ห้องรับแขกและประตูคฤหาสน์อยู่ไกลกันพอสมควร กว่าหนุ่มหล่อผมยาวจะเดินไปถึงหน้าบ้านก็นานพอดู แต่พอเขาห่างจากประตูบ้านได้แค่ไม่กี่ก้าว ใจของภูวินท์ก็มีอันต้องเต้นรัว
เขาได้กลิ่นบางอย่าง... กลิ่นที่เขาไม่เคยได้สูดดมมาเนิ่นนาน มันเป็นกลิ่นหอมที่บอกไม่ถูก ใช่ว่าจะหอมเหมือนดอกไม้ มันเหมือนกลิ่นหอมหวานของขนมอบ น่ากิน... น่าเลียสักที แล้วกัดสักคำ มันเป็นกลิ่นที่เร้าให้เขาตื่นตัวและความเป็นชายพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติหลายเท่า
เมื่อได้กลิ่นนั้นภูวินท์ก็รีบพุ่งตรงไปที่ประตูบ้านทันทีเพราะเขารู้แน่ว่าคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูคือใคร
ชายหนุ่มรูปงามเปิดประตูด้วยความรวดเร็ว เขาบอกไม่ถูกกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันทั้งดีใจ ตกใจ ประหลาดใจ คละเคล้ากันไป
คนที่เขาเห็นคือสาวน้อยน่ารักที่เขาไม่ได้เจอตัวเป็น ๆ มาถึงสี่ปี เธอยืนยิ้มหน้าแป้นอยู่เบื้องหน้าของเขา เธอสูงขึ้นจากตอนอายุ 15 นิดหน่อย แต่ก็ยังนับว่าเป็นสาวไซซ์มินิอยู่ดี ดวงตากลมโตมีแววสดใส สวมเสื้อครอปสีขาวพร้อมกางเกงยีนขาสั้นยาวแค่คืบอวดเรียวขาเนียน ผมดำสลวยหยิกเป็นลอนสวยของเธอยาวเลยไปถึงสะโพกแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อสี่ปีก่อนตอนเธอบินกลับมาหาพวกเขาที่ไทยมันยังยาวไม่ถึงกลางหลังเลยเสียด้วยซ้ำ
“จั่น...” ภูวินท์เรียกน้องเสียงแผ่วเบา ไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริง ๆ
“พี่วินขา!” จันทร์เจ้าฉีกยิ้มกว้างแล้วกระโดดกอดคอพี่วินของเธอทันที
ความรักความคิดถึงมันส่งผ่านอ้อมกอดของวงแขนเล็กสู่ร่างใหญ่ที่สูงกว่าเธอหนึ่งไม้บรรทัดเห็นจะได้
ภูวินท์ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไรกับสาวน้อยตรงหน้าดี ครั้งสุดท้ายที่เจอเธอ จันทร์เจ้ายังคงเป็นเด็กน้อยสำหรับเขาแต่วันนี้เธอเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง ไม่ได้เป็นตุ๊กตาน้อย ๆ ที่เขาชอบแต่งตัวให้อีกต่อไป
เธอแต่งตัวในแบบที่เธอชอบ ท่าทางกิริยาก็ผิดแผกไปจากเดิมมาก มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ยิ้มของเธอก็ส่องประกายสวยงามมากขึ้นด้วย
“จั่น!” ภูดิสวิ่งตามออกมาที่หน้าบ้านเพราะทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกเขาก็รู้ว่าคนที่กดกริ่งคือใคร จมูกหมาป่ามันจับกลิ่นได้ว่องไวกว่ามนุษย์ทั่วไปมากนัก
“พี่ดินขา!” จันทร์เจ้าคลายอ้อมแขนจากลำคอหนาของหนุ่มหน้าหวานแล้ววิ่งเข้าไปกระโดดกอดควบกอดภูดิสทันที แถมยังไม่พอเธอยังกระหวัดสองขาเรียวเกาะเกี่ยวเอวสอบของคนเป็นพี่พร้อม ๆ กับกอดคอเขาแน่นแล้วเกยคางอยู่ที่บ่าของหนุ่มหล่อผมทองอีกด้วย
“จั่น... จั่นกลับมาได้ยังไง?” ภูวินท์เดินไปหาเด็กสาวที่กำลังประกบกอดร่างน้องชายของเขาเหนียวหนึบเหมือนลูกหมีโคอาล่าเกาะแม่หมี
“ก็ขึ้นเครื่องมาจากอเมริกา พอมาถึงสนามบินก็ขึ้นแท็กซี่ ให้เขามาส่งที่นี่” สาวน้อยพูดแล้วบุ้ยหน้าไปทางแท็กซี่ที่ยังจอดรอเงินค่าโดยสารอยู่
“พี่วินไปจ่ายค่าแท็กซี่ให้หนูหน่อยสิ หนูยังไม่ได้แลกเงินบาทไทยเลย ไม่มีเงินสักบาท...” สาวน้อยหันหน้าออกไปบอกพี่วินของเธอแล้วซุกหัวน้อย ๆ เข้ากับซอกคอของพี่ดิน
“ยัยเด็กดื้อคนนี้นี่ นั่งแท็กซี่มาไกลขนาดนี้ได้ยังไง? บ้านอยู่กลางป่า เปลี่ยวด้วย ถ้าโดนคนขับทำอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?” พี่ดินดุเธอแต่สองมือกลับโอบร่างน้องอย่างอ่อนโยน
“เชยจังพี่ดิน สมัยนี้เขามี Lady Taxi ค่ะ ผู้หญิงขับ อ้อ! พี่วินขา อย่าลืมเอากระเป๋าหลังรถลงมาให้หนูด้วยนะ” สาวน้อยตอบพี่ดินแล้วย่นจมูกใส่เขาก่อนจะหันกลับไปสั่งพี่วินต่อ
พี่วินรีบวิ่งไปที่รถแท็กซี่คันใหญ่ หนุ่มหล่อผมยาวช่วยคนขับรถสาวใหญ่วัยกลางคนขนกระเป๋าน้องที่มีถึงสี่ใบด้วยกันลงมาจากหลังรถแล้วจัดการจ่ายค่าแท็กซี่พร้อมทิปเรียบร้อย
“ไอ้ดิน มาช่วยกันลากกระเป๋าน้องเข้าบ้านสิวะ แม่ง! กระเตงน้องอยู่ได้ ปล่อยน้องลงได้แล้ว!” ภูวินท์ตะโกนเรียกน้องชายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดที่น้องไม่ช่วย แต่หงุดหงิดที่ไอ้ดินมันโอบกอดจันทร์เจ้าอยู่คนเดียวมาพักใหญ่ไม่แบ่งปันเขาเลย
“เออ! รู้แล้วน่า ลงก่อนตัวกลม ฉันจะไปช่วยไอ้วินขนกระเป๋า” ภูดิสตอบรับคำพี่ชายก่อนจะตบก้นจันทร์เบา ๆ แล้วบอกเธอให้ปล่อยเขา
จันทร์เจ้าทำตามอย่างว่าง่าย ถึงภูดิสจะเสียดายไออุ่นและกลิ่นกรุ่นนวลเนียนจากตัวน้องแต่เขาก็ยังต้องทำตัวให้เป็นปกติเหมือนกับจันทร์เจ้ายังเป็นเด็กน้อยตัวกลมวัยห้าขวบ เขาปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงอกอิ่มที่เบียดกับแผงอกแน่นกล้ามของเขายามเธอโอบกอด ปฏิเสธกลิ่นกายที่เร้าอารมณ์ของเขาให้พลุ่งพล่าน และปฏิเสธหัวใจที่ลิงโลดเมื่อเห็นสาวน้อยกลับมา
“ปิดเทอมนี้จะมาอยู่กี่วันคะจั่น? จะกลับอเมริกาวันไหน? ทำไมขนของกลับมามากขนาดนี้ ตั้งสี่กระเป๋า?” ภูวินท์เห็นจำนวนกระเป๋าลากใบใหญ่ของจันทร์เจ้าแล้วอดถามไม่ได้
จันทร์เจ้าฉีกยิ้มเมื่อได้ยินคำถามจากปากพี่ เห็นฟันขาวเรียงสวยแทบทุกซี่
“อยู่ตลอดไปค่ะ! ไม่กลับอเมริกาแล้ว หนูจะอยู่กับพวกพี่ตลอดชีวิต!”