ข้อเสนอร้าย ครั้งที่ 1

1875 คำ
                วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมทำงานอย่างเดียวโดยไม่สนว่าใครจะชวนไปไหนหรือจะชวนผมไปทำอะไร  เพราะผมไม่เคยสนใจอะไรนอกจากครอบครัวของผมและก็การทำงานเพราะที่ผมไม่สนใจก็เพราะว่าผมคิดอยู่เสมอว่าครอบครัวกับงานต่อมาก่อนผมเลยทุ้มเทให้กับการบริหารบริษัทของครอบครัวเป็นอย่างมาก    และด้วยความที่ผมทำงานมาตั้งแต่อายุ 18 ปี  ผมได้ประสบความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานเพียงแค่อายุ 25 ปีเท่านั้น  แต่วันนี้ผมจะหยุดทำงานหนึ่งวันเพื่อไปรับน้องสาวสุดหน้ารักของผมเพราะว่าเธอกำลังจะกลับมาจากเมืองนอก  เพราะผมส่งให้เธอไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษ  สงสัยจะไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแล้วมั่งที่หยุดงาน “สวัสดีครับพี่มอคค่า”ชายหนุ่มหน้าตาทะเล้นเดินยิ้มเข้ามาในห้องของผมโดยที่ไม่ขออนุญาตก่อนเข้าห้องเลย “ไม่คิดจะเคาะปะตูก่อนเลยใช่มั๊ย”ผมถามกลับไปอย่างดุๆ “โห!! พี่มอคจะซีอะไรนักกะอิแค่เคาะปะตูเนี่ย  แล้วเมื่อไหร่พี่เอสเพรสโซ่จะมาเนี่ยเดี๋ยวไปรับยัยคาเฟ่ช้าก็โดนบ่นอีก” “เดี๋ยวก็มาแหละเมื่อกี้เอสโทรมาบอกพี่แล้วว่าจะรีบมาแล้วค่อยไปพร้อมกันเลย  แล้วแกละรีบมาเนี่ยเคลียงานเสร็จแล้วไง” “ระดับคาปูชิโน่แล้วมีหรอที่จะไม่เสร็จ  ผมทำงานเสร็จแล้วก็เลยเดินมาหาพี่นี่ไง”คาปูชิโน่พูดออกมาอย่างทีเล่นทีจริง    แล้วทั้งสองคนก็นั่งคุยกันไปเรื่อยเพราะปกติทั้งคู่ไม่ค่อยได้มานั่งคุยกันแบบนี้ซักเท่าไหร่  เพราะส่วนใหญ่ก็ต่างคนต่างทำงานกันซะมากกว่า  ไม่นานปะตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง “สวัสดีครับพี่มอคค่า  โทษทีครับที่มาช้าไปหน่อย”ผู้มาใหม่กล่าวขึ้น “ไม่เป็นไร งั้นเรารีบไปที่สนามบินเถอะ  เดี๋ยวยัยคาเฟ่ก็จะลงเครื่องแล้ว”มอคค่าพูดขึ้นแล้วทุกคนก็พากันเดินออกมาเพื่อที่จะไปสนามบิน ณ สนามบิน xxx สองสาวที่กำลังจะเดินออกมาจากสนามบินไม่ใช่สิต้องบอกว่าหนึ่งสาวกับหนึ่งหนุ่มถึงจะถูก  ถึงหน้าของชายหนุ่มจะหวานกว่าผู้หญิงก็เถอะ “นี่คาเฟ่เธอจะให้ชั้นไปพักที่บ้านของเธอจริงหรอ  ชั้นเกรงใจพี่ๆของเธอ”ช็อคชิพพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง  เพราตนเองก็เกรงใจเพื่อนสาวคนนี้จริงๆ “นี่แกจะเกรงใจชั้นทำไม  เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอบ้านชั้นก็เหมือนบ้านแกนั้นแหละ อย่าคิดมากเลย  เดี๋ยวรออีกแป๊ปพี่ๆของชั้นก็มาแล้ว  ชั้นจะถือโอกาสนี้แนะนำพี่ๆของชั้นให้รู้จักเลย  ไม่รู้ว่าวันนี้พี่ๆจะมากันทุกคนหรือเปล่า”คาเฟ่พูดออกมาอย่างจริงจัง เพราะเธอก็รู้ดีว่าพวกพี่ๆของเธอนั้นงานยุ้งแค่ไหน    เธอเองก็ดีใจมากที่รู้ว่าพี่ๆจะมารับที่สนามบินส่วนเรื่องจะมารับคบทุกครบหรือเปล่านั้นก็ไม่เป็นไรหลอก  เพราะว่ายังไงกลับไปก็ต้องเจอกันอยู่ดี Rrrrrrrrrrrrr **(มอคค่า)** “ฮัลโหลค่ะพี่มอคค่า  ตอนนี้คาเฟ่ยืนอยู่ตรงทางออกของสนามบินค่ะ” “โอเคร ยืนรอตรงนั้นแหละเดี๋ยวพี่เดินไปหา”มอคค่าพูดจบก็กดวางสายแล้วก็บอกให้ทุกคนเดินไปหาน้องสาวกัน    ทั้งสามคนใช้เวลาไม่นานในการเดินมาตรงทางออก  ตอนนี้ทุกคนเห็นคาเฟ่แล้วแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ายัยคาเฟ่พาเพื่อนสาวมาด้วยหรอ  เพราะปกติน้องสาวของเขาไม่ค่อยจะมีเพื่อนซักเท่าไหร่  ที่ไม่มีเพื่อนเพราะนิสัยของยัยคาเฟ่นั้นแหละเพราะชอบคิดว่าคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนกับเธอเพราะหวังผลประโยชน์จากตนเอง   ไม่นานหนุ่มๆก็เดินมาถึง “สวัสดีค่ะพี่มอคค่า พี่เอสเพรสโซ่ พี่คาปูชิโน่”คาเฟ่เอ๋ยชื่อพี่ชายของเธออย่างเต็มยศ  ทำให้คนที่ยืนข้างๆถึงกับงงเลยทีเดียว  นี่มันชื่อคนหรือชื่อกาแฟกันว่ะเนี่ยช็อคชิพได้แต่คิดในใจไม่กล้ามองหน้าใครเลย  โดยเฉพาะคนที่ชื่อมอคค่านั้นหน้านี่นิ่งอย่างเดียวเลย “แล้วนี่เราพาเพื่อนมาด้วยหรอ  ไม่เห็นบอกพี่ก่อนเลย”มอคค่าถามไปตาก็มองคนที่ยืนอยู่ข้างๆน้องสาวของตนอย่างไม่วางตา “ก็คาเฟ่กะจะพามาเซอร์ไพร์ไงค่ะ  ว่าคาเฟ่มีเพื่อนแล้วแถมยังเป็นเพื่อนรักของคาเฟ่อีกด้วย”คาเฟ่พูดจบก็หอมแก้มช็อคชิพไปหนึ่งครึ่ง  ช็อคชิพก็เลยว่าคาเฟ่อย่างไม่จริงจังนัก “นี่คาเฟ่ทำแบบนี้อีกแล้วนะ  เดี๋ยวคนอื่นเข้าก็มองไม่ดีหลอก”ช็อคชิพพูดว่าคาเฟ่อย่างไม่จริงจัง  เพราะตนเองไม่อยากให้ใครมองเพื่อนของเธอไม่ดี  เพราะยังไงตนเองก็เป็นผู้ชาย “เราไม่สนใจคนอื่นหลอก  ก็ช็อคชิพหน้ารักนิคาเฟ่เลยอยากหอมแก้ม”คาเฟ่พูดคุยกับช็อคชิพจนลืมไปเลยว่ามีสามหนุ่มยืนมองอยู่ข้างหลัง “นี่ยัยคาเฟ่ลืมพี่กันแล้วมั่ง  ยัยน้องคนนี้นิหน้าจับตีจริงเลย”คาปูชิโน่พูดแซวน้องสาวของตน “คาเฟ่ไม่ลืมพี่ๆหลอก  งั้นเดี๋ยวคาเฟ่จะแนะนำเพื่อนรักของคาเฟ่ให้รู้จักนะค่ะ”คาเฟ่กำลังจะเอ๋ยปากแนะนำช็อคชิพกับทุกคนแต่ก็มีเสียงนึ่งดังขึ้นมาก่อน “ทำไมไม่ให้เพื่อนของเราแนะนำตัวเองล่ะ  หรือว่าพูดแนะนำตัวไม่เป็น”มอคค่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง เพราะน้ำเสียงแบบนั้นแหละที่ทำให้ช็อคชิพเกิดกลัวขึ้นมา “เดี๋ยวเราแนะนำตัวเองก็ได้คาเฟ่  สวัสดีครับผมชื่อ ช็อคชิพ เรียวเฮครับ”ช็อคชิพกล่าวแนะนำตัวกับทุกคนพร้อมกันยกมือขึ้นไหว้     ช็อคชิพก็งงว่าทำไมไม่มีใครพุดอะไรเลยได้แต่ยืนมองหน้าของตนอย่างอึ้งๆ  จนช็อคชิพทำตัวไม่ค่อยถูก “เฮ้ย!! เด็กผู้ชายหรอว่ะเนี่ย”คาปูชิโน่อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้  เพราะเค้าคิดว่าเป็นเด็กหญิงตั้งแต่เห็นแล้ว  เพราะน้ำเสียงก็ใช้เด็กผู้หญิงแน่นอนเลย “นี่นายเป็นผู้ชายหรอ”เอสเพรสโซ่คนที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้น  จนเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้จะบอกว่าทอมก็ไม่หน้าใช้เพราะหน้าหวานขนานนี้ “ครับ  ผมเป็นผู้ชายครับ”ช็อคชิพตอบกลับ “โห!! หน้าหวานกว่ายัยคาเฟ่อีกเนี่ย   พี่ชื่อคาปูชิโน่นะครับจะเรียกพี่แบบไหนก็ได้นะครับน้องช็อคชิพ”คาปูชิโน่พูดแนะนำตัวอย่างสุภาพ เป็นการทำคะแนนไปในตัว “โห!พี่คาปู  คาเฟ่ก็หน้ารักเถอะ  ใช่มั๊ยพี่มอคพี่เอส”คาเฟ่รีบหันไปขอความสนใจจากพี่ๆทั้งสอง “หน้ารักอยู่แล้วน้องสาวพี่  ป่ะๆงั้นกลับบ้านกันดีกว่าจะได้พักผ่อนเดินทางมาเหนื่อยๆ”มอคค่าเอ๋ยขึ้นเพื่อให้ทุกคนเลิกสนใจเด็กนั้นซักที  ตอนแรกเขาเองก็ตกใจเช่นกันที่บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายแต่จะว่าไปเขาก็ถูกใจเด็กนี่อยู่นิดๆเหมือนกัน ทั้ง 4 คนเดินทางกลับมาที่บ้านของคาเฟ่    ตลอดทั้งทางกลับมาช็อคชิพก็แอบมองหน้าของมอคค่าอยู่เรื่อยๆ  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากมองหน้าผู้ชายคนนี้จัง  ทั้งที่รู้สึกเหมือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่ชอบหน้าตนซักเท่าไหร่    ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้านของคาเฟ่ “นี่คาเฟ่เดี๋ยวพี่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้นะ  แต่ต้องเป็นวันพรุ่งนี้นะวันนี้เราพาเพื่อนเราไปพักผ่อนก่อนเถอะ  เดี๋ยวพี่จะกลับไปทำงานต่อ  นายก็ด้วยคาปูชิโน่”มอคค่าพูดกับคาเฟ่จบก็หันมาหาน้องชายตัวดีของตน  ที่เอาแต่ยืนคุยกับเด็กนั้นอยู่ตลอด  ก็พอจะดูออกเหมือนกันว่าคาปูชิโน่ถูกใจเด็กนั้นไม่น้อย “ค่ะพี่มอคค่า  งั้นเดี๋ยวคาเฟ่กับช็อคชิพของตัวก่อนนะค่ะ  ป่ะช็อคชิพเดี๋ยวเราพาไปดูห้องเรา”คาเฟ่พูดอย่างร่าเริง “นี่คาเฟ่ก็ให้เพื่อนเรานอนห้องรับแขกสิ  ทำไมต้องนอนห้องเดียวกันด้วยเราเป็นผู้หญิงนะ”มอคค่ากล่าวว่าน้องสาวของตนอย่างดุๆ “โหขนานตอนที่อยู่อังกฤษคาเฟ่ยังนอนกับช็อคชิพเลย  ใช่มั๊ยช็อคชิพบอกพี่มอคค่าไปสิ”คาเฟ่พูดอย่างเดียวไม่พอ  ยังโยนมาให้ช็อคชิพอีกด้วยแค่มองหน้ายังไม่กล้ามองเลยแล้วจะไปให้คุยฝันไปเถอะ “นี่คาเฟ่เดี๋ยวเรานอนห้องรับแขกก็ได้   ยังไงเราก็เป็นผู้ชายนะ”ช็อคชิพพูดออกอย่างอย่างเกร็งๆ  หวังว่าเพื่อนรักของตนจะฟังที่ตนพูดบ้าง  เพราะช็อคชิพเองก็รู้นิสัยของคาเฟ่ดี “แต่เราอยากนอนกอดช็อคชิพนี่  พี่มอคค่าคาเฟ่ขอนอนไม่ได้หรออย่าใจร้ายกับน้องสาวคนนี้นักเลย”คาเฟ่เริ่มอ้อนพี่ชายคนโตของเธอ  ช็อคชิพที่ยืนมองก็อดยิ้มออกมาไม่ได้  ใจจริงช็อคชิพก็อยากมีพี่น้องบ้างเหมือนกัน  เพราะตอนนี้มันทำให้ช็อคชิพรู้สึกว่าเหลือตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ “โอเคร  งั้นให้ช็อคชิพนอนห้องรับแขกก็ได้  แต่วันพรุ่งนี้ต้องให้คาเฟ่ดื่มด้วยนะ”คาเฟ่ยื่นข้อเสนอให้พี่ชายของตนเอง “พี่ตกลง  เพราะยังไงก็ดื่มอยู่ที่บ้านนิ  แล้วตอนที่ไปเรียนออกไปเที่ยวบ่อยมั๊ยเนี่ย”มอคค่าถามน้องสาวของตน “ไม่ได้ออกไปไหนเลย  ก็เวลาคาเฟ่ชวนช็อคชิพก็บอกว่าไม่อยากออกไปเพราะเวลาไปผับหรือสถานบังเทิงช็อคชิพชอบโดนพวกผู้ชายเลวลวนลาม”คาเฟ่อธิบายให้พี่ชายของตนฟัง  มอคค่าที่ได้ยินน้องสาวเล่ามาแบบนี้ก็ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กนี่จะอ่อนประสบนิดๆ   สุดท้ายทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน  แล้วเดี๋ยวค่อยลงมาเจอกันตอนทานอาหารเย็น  ช็อตชิพเดินเข้ามาในห้องที่คาเฟ่เลือกให้ภายในถูกตกแต่งขึ้นอย่างสวยงาม  แต่ช็อคชิพก็ต้องมาสะดุดตรงที่เตียงนอนขนานใหญ่  ช็อคชิพรู้สึกชอบเตียงนอนอันนี้มาก  ดีไซร์ของเตียงนอนจะออกไปแนวทางโบราณนิดๆเพราะด้วยความที่มีเสา 4 เสามันเลยทำให้ดูไม่โบราณมากไป  ช็อคชิพเดินขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างมีความสุข  อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้จังเลย  เพราะบ้างทีอยู่ในความฝันมันก็อาจดีกว่าต้องไปเผชิญกับโลกแห่งความจริง  เพราะความจริงมันโหดร้ายเสมอ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม