บทที่ 1.2 สวัสดี ยัยตัวแสบ
เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่บุตรชายคนรองของตระกูลหยวนขึ้นรับอำนาจ เขากลายเป็นคนที่อันตรายไม่น้อยไปกว่าคลอฟท์แห่งตะวันตกแต่เรื่องที่ยังพอจะมองว่าดีกว่าเล็กน้อย นั่นก็คือคลอฟท์กำลังจะได้เป็นพ่อคน…
หัวใจของเบลล่าชอกช้ำเหลือเกิน เธอได้แต่กรีดร้องตีอกชกหัวตัวเองอยู่ภายในใจกับโชคชะตาที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือกได้เลยสักครั้งในชีวิตของเธอเอง
“ประตูข้ามฝั่งอยู่นั่นแล้วครับ เดี๋ยว!!”
“มีอะไรหรือ ?”
เบลล่าพยายามเพ่งสายตามองไปเบื้องหน้า แต่ด้วยความที่ฟิล์มรถค่อนข้างทึบ ทำให้เธอมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ไม่ถนัดตา
“มีรถบรรทุก..แต่ทำไมถึงจอดอยู่อย่างนั้น คุณหนูรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ”
คนขับรถจอดรถลงข้างทาง และก้าวลงจากรถแล้วรีบวิ่งไปที่รถบรรทุกคันนั้นทันที เบลล่าใจจดใจจ่อรอคนขับรถกลับมา เธอได้ยินเสียงคนขับรถของเธอ ตะโกนโวยวายเพื่อไล่ให้รถคันนั้นหลีกทาง แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาที กลับได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้น
ปัง!!
ร่างของคนขับรถร่วงลงไปกองกับพื้น ในวินาทีนั้นหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว อาการตื่นตระหนกฉายให้เห็นบนใบหน้างามงด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสุกสกาวสั่นระริก จดจ้องไปเบื้องหน้า และเห็นได้ว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ในเงามืดนั้นเธอมองเห็นผู้ชายรูปร่างสูง เดินฝ่าแสงจันทร์ที่กำลังทอแสงลงมาทาบทุกสิ่งบนพื้นโลก
แสงของมันฉายทับรูปร่างสูงใหญ่ของชายคนนั้นให้เด่นสง่า แค่เพียงอึดใจเดียวร่างสูงก็มาหยุดยืนอยู่ตรงฝั่งประตูที่เธอนั่งอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับแววตาอำมหิตของเขาที่จ้องเข้ามา ทำให้เบลล่ารู้ได้ทันทีว่าเขาคือ..อเล็กซ์
ชายหนุ่มย่อกายลงเพื่อเพ่งดูคนที่อยู่ภายในรถ หัวใจของเบลล่าแทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นว่ามือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมมาเปิดประตูรถก่อนจะกระชากให้มันเปิดอ้าอย่างแรง
กรี๊ดดดดด
“สวัสดี ยัยตัวแสบ!! กล้าขัดคำสั่งพ่อของเธอเป็นด้วยเหรอเนี่ย แบบนี้การค้าของฉันจะล่มเอาน่ะสิ”
“หยวน ตระกูลหยวนเป็นพวกที่ไม่เอาไหน นอกจากแบรี่ คนอื่นก็ไม่มีท่าทีว่าจะปกครองเขตให้สงบได้ ยิ่งไม่ต้องนับรวมถึงลูกชายคนรองด้วยซ้ำ แกกล้ายิงคนของฉันได้ยังไง ?”
ร่างเล็กที่กำลังสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว ตวาดออกไป
“คนของฉัน ?… แต่จำได้ว่าเมื่อครู่มันบอกให้ฉันรู้ว่าเธออยู่ในรถคันนี้นะ เสียดาย..แค่โดนเป่าหัวนิดหน่อย ดันใจเสาะตายไปซะแล้ว ไม่งั้นคงลากคอมาถามให้เคลียร์ ว่าใช่คนของเธอจริงหรือเปล่า!!”
อเล็กซ์เบือนหน้าไปทางชายที่นอนแน่นิ่งอีกฝั่ง ก่อนจะหันมาสนทนากับคนในรถ
เบลล่าสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ฟัง และไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อมาอยู่ต่อหน้าคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตการปกครอง แม้แต่คนเก่าคนแก่ที่เคยคิดว่าไว้ใจได้ ก็ยังเอาความลับของเธอไปขาย หญิงสาวหวาดกลัวตัวสั่นนั่งอยู่ด้านในสุดของรถ คิดในใจเพียงอย่างเดียวว่า..ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ยอมลงจากรถเด็ดขาด
“ถอยไปซะ ฉันจะไม่มีวันไปไหนกับพวกคุณเด็ดขาด”
“ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นจะต้องลงจากรถก็ได้ เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่เคยคิดจะขับรถให้ผู้หญิงคนไหนนั่งอยู่แล้ว เอาแบบนี้ก็แล้วกัน”
อเล็กซ์ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา ก่อนจะกดเบอร์ที่ตั้งไว้เป็นเบอร์ด่วน แล้วพูดเสียงเรียบออกไป
“เหยื่อไม่เป็นอะไร เอารถมารับได้”
“ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ไปไหนกับพวกคุณทั้งนั้น ฉันจะกลับบ้าน”
“เสียใจด้วยนะคุณหนู คุณพ่อของเธอยืนยันแล้วว่า ก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่ม เขายอมให้ฉันสอนมารยาทการเป็นภรรยาที่ดี เพื่อไม่ให้เธอทำตัวให้เขาต้องขายหน้าในวันงาน”
เบลล่ารู้ได้ในทันทีว่ามารดาของตนไม่สามารถขวางทางบิดาได้อีกแล้ว และนั่นก็อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับผู้เป็นมารดาแน่ ทั้งที่เธอปรารถนาเพียงแค่จะเป็นผู้หญิงธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่ายไปจนกระทั่งวันตาย ไม่อยากจะเกี่ยวพันกับเรื่องร้ายแรงซึ่งหากินบนความทุกข์ยากของคนอื่น เมื่อคิดดังนั้นหากไร้ซึ่งที่พึ่งพาแล้ว เธอก็ต้องหยัดยืนเอาตัวรอดด้วยตัวของเธอเองให้จงได้
หญิงสาวตัดสินใจเปิดประตูรถฝั่งที่ตนนั่งแล้วรีบลงจากรถ วิ่งหนีไปด้วยพละกำลังที่คิดว่าเพียงพอ
แต่เพียงแค่อเล็กซ์เห็นเธอกำลังวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อที่จะข้ามไปอีกฝั่งให้ได้ เขากลับยกปืนขึ้นแล้วเล็งไปที่ร่างของหญิงสาว ก่อนจะเหนี่ยวไก…
ปัง!!
เสียงปืนนัดนั้นดังขึ้นแหวกอากาศและความเงียบสงัดในค่ำคืน ร่างของหญิงสาวค่อย ๆ ร่วงลงไปกับพื้น ก่อนจะนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินตามมาอย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนหรือวิตกกังวลอันใด เขาแหงนหน้าขึ้นมองแสงจันทร์สีเงินยวง
“น่าเบื่อชะมัด ทำไมฉันจะต้องมาทำเรื่องงี่เง่าอะไรแบบนี้ด้วย!!”
เขาพูดออกไปอย่างนั้น อเล็กซ์ก้มหน้าต่ำมองกลับไปยังร่างหญิงสาวเบื้องหน้า ในขณะที่รถยนต์หลายคันซึ่งมาจากสมาคมกำลังวิ่งมาตามทางตรงมายังเขา แสงของไฟหน้ารถสาดส่องมากระทบ ไม่มีคำถามซึ่งมาพร้อมกับคำตอบ ไม่มีความเรียบง่ายถ้าไม่ฟันฝ่าขวากหนาม เขารู้ดีว่าในอีกไม่นาน..ปัญหามากมายจะต้องตามมา เพราะเรื่องของผู้หญิง!!