2.ข้าไม่ใช่ปีศาจร้าย (1)

1367 คำ
“เอ่อ ทะ...ท่านเข้าใจผิด” เป็นผู้ที่อยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยเสียงตะกุกตะกัก ขณะผู้ที่ถูกจับได้กลับยืนเฉย “พวกเจ้าเป็นปีศาจชัดๆ ยังคิดปฏิเสธอีกหรือ คิดว่ากลายร่างเป็นหญิงรูปร่างบอบบางแล้วข้าจะมองไม่ออกเช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มดันกระบี่ประชิดคอผู้ที่ถูกจับตัวได้จนเลือดซิบขึ้นมา แม้เพียงน้อยนิดหากก็ทำเอาคนเห็นรีบร้องห้าม หากผู้เจ็บก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใด “อย่า...” เกาถิงแทบกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเลือดบนคอของนายตนแล้วรีบเอ่ยอย่างหวาดหวั่น “อย่าทำอะไรพวกข้าเลย” “แม้เป็นปีศาจ ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายข้า” ซีหรูเสียงแข็งต่างกับคนของตน นั่นยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับเกาถิง ด้วยคมกระบี่ประชิดคอเล็กจนได้เลือด “พวกเจ้าทำร้ายคน” ชายหนุ่มผู้เอ่ยนั้นมีใบหน้าเลิศล้ำยากจะหาผู้เทียบได้ง่ายนักหากกลับเข้มดุดัน ทั้งเรือนร่างก็สูงใหญ่น่าเกรงขาม ดวงตาคมจ้องมายังนางราวต้องการคาดคั้น “ข้าไม่ได้ทำสิ่งใด” “พวกข้าเพิ่งมาถึง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่เกิดเหตุอันใดขึ้น” เกาถึงรีบสำทับเพื่อหาทางช่วยธิดาน้อยของนาง สายตาคมเหลือบมองเลือดสีแดงที่ซึมไหลลงเล็กน้อยแนบคอขาวพลางครุ่นคิด กระบี่เวทย์คู่กายที่สร้างจากเกล็ดมังกรเงินของตนนั้น แตะต้องผิวเนื้อกายทิพย์เซียนหรือร่างแปลงปีศาจเพียงน้อยนิดก็สร้างบาดแผลเหวอะหวะ ทว่านางกลับเกิดรอยบาดราวมนุษย์มีเลือดเนื้อ แม้แคลงใจสงสัย หากอย่างไรพวกนางก็เป็นปีศาจ เขาจิ่นลี่ย่อมมองไม่ผิดเป็นแน่ “เพียงคำพูดไม่อาจเชื่อถือได้ พวกเจ้าเป็นปีศาจ ทั้งยังมาอยู่ในป่าขณะที่พวกข้าไล่ตามปีศาจฆ่าคน ช่างดูน่าสงสัย” “ฆ่าคน พวกข้าน่ะหรือ” ซีหรูเสียงดัง ไม่หวั่นต่อคอที่สามารถถูกตัดได้ทุกเมื่อของตน “ปรักปรำผู้อื่น ตาถั่วนัก” “นี่เจ้า...ช่างกล้านัก ข้าขยับนิดเดียวคอเจ้าอาจหลุดจากบ่าก็เป็นได้” ผู้เป็นถึงไท่จื่อสวรรค์และเทพสงครามเข่นเสียงขึ้น ดวงตาวาวโรจน์ ทว่าขณะนั้นคนของตนกลับมาพอดี “ปีศาจตนนั้นรู้พื้นที่หลบสายตาในป่านี้ดียิ่งนัก ข้าไม่อาจตามได้ทัน” แม้จะแปลกใจกับสถานการณ์ที่เห็นหากหวังหย่งก็รายงาน แล้วเหลือบมองหญิงสาวสองนางที่อยู่ในการควบคุมของนายตน เขามองออกว่านี่คือปีศาจ “หรือป่าแห่งนี้เป็นแหล่งกบดานของปีศาจ” หวังหย่งออกความเห็น “มีมากกว่าหนึ่งก็ต้องกำจัดให้หมด” จิ่นลี่เอ่ยอย่างจริงจัง พร้อมมองปีศาจน้อยตรงหน้าเขม็ง “ได้โปรดนายท่าน อย่าทำอะไรพวกข้าเลย” แล้วก็เป็นเกาถิงที่รีบคุกเข่าลงอย่างอ้อนวอน หากไม่เพราะคอของธิดาน้อยแนบอยู่กับคมกระบี่ นางไม่มีวันคุกเข่าให้ผู้ใดนอกจากนายของตนแน่ “อาถิง เจ้าทำอะไร ลุกขึ้นดี๋ยวนี้” ซีหรูมองพี่เลี้ยงตนอย่างคาดไม่ถึง ปีศาจก็มีศักดิ์ศรี ไม่ควรคุกเข่าให้ใครง่ายดายเช่นนี้ แถมยังไม่มีความผิดใด คิดแล้วก็ยิ่งไม่พอใจคนที่จับตนไว้ “จะฆ่าก็ฆ่าเลย ไม่ต้องขู่ แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่าท่านฆ่าคนผิด” เจ้าของสายตาคมดุนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ฆ่าเจ้านั้นไม่ยาก แต่ในเมื่อเจ้ายืนยันว่าไม่ผิด ข้าก็จะให้โอกาสพิสูจน์ตนเอง เจ้าต้องตามหาปีศาจตนนั้นกับพวกข้า กำจัดให้สิ้น” “เพียงช่วยตามหาปีศาจน่ะหรือ” ซีหรูไม่อยากเชื่อนักว่าเขาจะปล่อยพวกนาง “หากพวกเจ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน ย่อมลงมือฆ่าปีศาจตนนั้นได้” เขาบอกพร้อมลดกระบี่ลง เกาถิงรีบเข้ามาดูแผลของนายตนอย่างเป็นห่วง ทว่าซีหรูไม่สนใจ นางขยับไปใกล้ร่างสูงใหญ่อีกนิดเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ “ได้ ข้าจะฆ่าปีศาจร้ายนั่นด้วยมือของข้าเอง” ชายหนุ่มกวาดมองผู้พูดด้วยสายตาไม่เชื่อถือ แต่หากพวกนางคิดไม่ซื่อย่อมไม่มีทางหนีพ้นมือตน แล้วจึงพูดราวท้าทาย “หากเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี อย่าคิดแอบหนีก็แล้วกัน” “ข้าไม่ผิด ไม่จำเป็นต้องหนี” เมื่อปีศาจน้อยเอ่ยอย่างมั่นใจ เขาจึงเพียงส่งเสียงในลำคอแล้วหันไปพูดกับคนของตน “ปีศาจนั่นไปทางไหน เจ้านำทางก็แล้วกัน” หวังหย่งพยักหน้ารับ ทุกครั้งที่ลงมาจัดการปัญหายังโลกมนุษย์ หากต้องแปลงกายเป็นมนุษย์ธรรมดา นายของตนมักให้พูดคุยเหมือนเป็นสหายกัน แม้ครั้งนี้ผู้เป็นทั้งเทพสงครามและไท่จื่อสวรรค์ไม่ถึงขั้นต้องลงมาดูแลด้วยตนเอง ทว่านายของเขานั้นต้องการเลี่ยงบางสิ่งบนสวรรค์จึงมากับตนด้วย “เจ้าสองคนตามสหายข้าไป ข้าจะรั้งท้ายคอยจับตาดูพวกเจ้าเอง” ไท่จื่อสวรรค์จิ่นลี่เอ่ยเมื่อคนของตนเดินนำไปก่อน ปีศาจน้อยแสนงดงามตาขุ่นขวางใส่เขาเพียงชั่วอึดใจก็ขยับตามหวังหย่งโดยมีปีศาจอีกตนประคอง ท่าทางการเอาใจใส่นั้นราวนายกับบ่าว ที่สำคัญเขายังติดใจกับบาดแผลของนางที่ต่างจากปีศาจเมื่อถูกกระบี่เวทย์ จับปีศาจร้ายไม่ใช่งานยาก เขาไม่จำเป็นต้องให้พวกนางมาช่วยเหลือ ทว่าจิ่นลี่ยังเคลือบแคลงใจว่าหากไม่ใช่พวกเดียวกันกับปีศาจตนนั้นเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ในเวลาเหมาะเจาะเช่นนี้ “ข้ารักษาแผลให้นะเจ้าคะ” เกาถิงขยับมาชิดแล้วกระซิบกับนายตนด้วยท่าทางกังวล ซีหรูพยักหน้ารับ ในใจยังเคืองคนของตนที่ถึงกับคุกเข่าขอชีวิต หากก็เหลือบมองไปยังเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้านหลังอย่างโมโหเช่นกัน “แปลกนัก นักล่าปีศาจก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่หรือ เหตุใดเขาถึงเร็วกว่าข้า” นางรู้ว่าอีกฝ่ายยั้งมือในตอนที่นางรีบหยุดด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นตนคงไม่มีคออยู่บนบ่าแล้ว แอบหนีบิดามาครั้งนี้เกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งเพียงชั่วอึดใจเสียแล้ว “พวกเขาอาจเป็นจอมยุทธ์หรือเซียนนักล่าปีศาจก็ได้เจ้าค่ะ” เกาถิงร่ายเวทย์รักษาแผลให้กับนายตนจนหายสนิทแล้วเอ่ย นางไม่สบายใจนักที่อีกฝ่ายเลือดตกยางออก “คนพวกนี้เก่งกาจกว่าปีศาจหรือ” ซีหรูเคยพบเห็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอ “บางคนฝึกพลังปราณจนแข็งแกร่งสามารถสำเร็จเซียนขั้นสูง ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ได้เจ้าค่ะ” “งั้นเขาก็คงฝึกมามากกว่าข้าสินะ” พูดแล้วก็นึกน้อยใจตัวเอง นางนั้นอ่อนแอมาตั้งแต่อายุยังน้อย หากไม่ได้บิดาคอยมอบพลังปราณให้คงไม่อาจฝึกปรือจิตเวทย์ของเผ่าปีศาจได้ แม้จะทำได้ดีทว่าตัวนางเองกลับรู้สึกถึงร่างกายที่เปราะบางกว่าปีศาจตนอื่น ทั้งบิดายังไม่ให้นางฝึกใช้อาวุธมีคมใดเพราะเหตุนี้ “ข้าอ่อนแอกว่ามนุษย์เสียอีก” เสียงหวานนั้นแฝงความเศร้าจนเกาถิงต้องจับมือนายตนไว้ “ไม่หรอกเจ้าค่ะ พวกเขาอายุมากกว่าและฝึกฝนปราณมานานแล้วต่างหาก” นางเอ่ยพลางยิ้มในหน้าอยากให้ซีหรูอารมณ์ดี แล้วก็ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายหลุดยิ้มถูกใจ “นั่นสิ ข้าเห็นเขามีตีนกาหน่อยๆ แล้วด้วย หากเป็นปีศาจอายุคงราวท่านอาจางฉวน” ซีหรูนึกถึงหนึ่งในผู้คุมกฎแดนปีศาจผู้ช่วยบิดาตน อารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้แอบค่อนคนที่จับตน แม้เขาจะดูอายุน้อยกว่าจางฉวนก็ตาม =====
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม