บทที่ 2 เป็นห่วงหลาน
หลังจากฟรังค์ชงเหล้าให้พัตเสร็จเขาก็ยืนอยู่ข้างๆโซฟาตามที่พัตสั่งพัตที่เห็นฟรังค์ยืนนิ่งทำหน้าตาเซ็งๆพัตก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะกวักมือเรียกให้ฟรังค์เข้ามาใกล้ๆฟรังค์หันไปพอดีจึงเดินเข้ามาใกล้ๆพัตฟรังค์ได้สังเกตเห็นว่าเหล้าที่เขาชงให้พัตนั้นพัตไม่ได้ยกมันขึ้นดื่มเลย
"จะเอาอะไรอีกล่ะลุง ผมชงเหล้าไม่ได้เรื่องเหรอไม่เห็นลุงดื่มมันเลย" ด้วยความที่เสียงดังฟรังค์จึงขยับเข้าไปใกล้พัตมากขึ้น
"นั่งลง" พัตพูดจบฟรังค์ก็นั่งลงที่โซฟาข้างๆพัตแบบงงๆ
"กลับบ้านยังไง" พัตถามพลางหันไปมองหน้าของฟรังค์
“เรียกรถในแอพครับ" ฟรังค์ตอบ
"ไม่มีรถ ?"
"พ่อเอาไปครับ"
"พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง" พัตยังถามต่อ
"พรุ่งนี้มีเรียนเช้าอย่างเดียว ลุงมีอะไรหรือเปล่า" ฟรังค์พูดด้วยน้ำเสียงสงสัย พัตไม่ได้ตอบอะไร เพียงก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ
"เลิกงานได้ กลับบ้านไปนอนซะ" พัตกล่าวเสียงเรียบ ฟรังค์ก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง
"เพิ่งห้าทุ่มเองนะครับ บาร์ปิดตีสองไม่ใช่เหรอลุง"
"ฉันเป็นเจ้าของร้าน ฉันบอกให้นายกลับนายก็กลับไปเถอะไม่ต้องมีคำถามถ้ายังไม่กลับพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมา" พัตกล่าวเสียงเรียบ
" ก็ได้ๆ กลับก็ได้แต่ลุงห้ามหักเงินผมนะ" ฟรังค์กล่าวจบก็เตรียมจะลุกขึ้น
"เดี๋ยว !" พัตกล่าวพลางยืนโทรศัพท์ของเขาให้ฟรังค์และพูดต่อ "ช่องทางการติดต่อ" ฟรังค์ได้ยินดังนั้นก็รับโทรศัพท์มาจากมือของพัต
"เอาช่องทางไหนดีล่ะครับเบอร์โทร ไลน์ เฟซบุ๊ค หรือ ไอจีดี" ฟรังค์กล่าวอย่างกวนๆ
"ทั้งหมดที่ฉันจะติดต่อได้"
ฟรังค์ก็ให้ช่องทางการติดต่อทั้งหมดของเขาให้กับพัตจริงๆหลังจากฟรังค์กลับพัตก็ได้เรียกแซมมาหาเขาแซมเดินมาหาเขาแซมได้สังเกตเหล้าที่อยู่บนโต๊ะ
"บอสไม่ดื่มเหล้า ไม่ใช่เหรอครับทำไมถึงมีแก้วเหล้าล่ะ”
"ไม่มีอะไรพรุ่งนี้ไม่ต้องให้เจ้าเด็กนั่นไปเป็นพนักงานเสริฟ์แล้ว”
"บอสจะให้เขาเป็นโฮสเหรอครับ ดูจากฟีดแบคของวันนี้แล้ว ดูท่าร้านเราจะคนแน่นกว่านี้แน่ๆ"
"ไม่ใช่ ให้อยู่ในเคาน์เตอร์บาร์เป็นผู้ช่วยทิวไป ไม่ต้องให้ออกมา" พัตกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆ
"แต่น้องน่าตาดีมากเลยนะครับ ถ้าเป็นโฮสคงจะรวยภายในไม่ถึงปีแน่ๆ ว่าแต่น้องเขาเป็นอะไรกับบอสเหรอครับ"
"หลาน เขาเป็นหลานฉัน"
"ห๊ะ หลาน ลูกคุณภัคก็ไม่ใช่หน้าตาแบบนี้ คุณแพ็คก็ไม่ยังไม่ได้แต่งงาน หลาน?" แซมกล่าวพลางทำหน้าสงสัย
"ลูกชายเพื่อนน่ะ ไม่ต้องสงสัยมาก"
"อ้อ แบบนี้นี่เอง"
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟรังค์ก็ไปเรียนตามปกติตอนนี้ฟรังค์เรียนอยู่ปี 3 แล้ว เขาเรียนเกี่ยวกับการออกแบบและถ่ายภาพด้วยความที่น่าตาดีเขามีคนเข้าหาอยู่ไม่น้อยเวลาอยู่ที่มหาลัยก็ฮอตไม่แพ้กันและเขานั้นก็มีคนที่กำลังคุยอยู่เหมือนกัน
"ฟรังค์ วันนี้มาสายนะ” ผู้หญิงคนหนึ่งน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยนกล่าวทักเขา
"เมื่อคืนเราทำงานพิเศษน่ะ ดิวมานานแล้วเหรอ" ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ดิว หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวใบหน้าได้รูป ดูน่าทะนุถนอม เป็นดาวคณะบริหาร เธอคนนี้คือคนที่
ฟรังค์กำลังคุยด้วยแต่ทั้งคู่ยังไม่มีสถานะที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าจะนอนด้วยกันหลายครั้งแล้วก็ตาม
"ถึงว่าวันนี้โทรมเชียว" ดิวยิ้มให้ฟรังค์พลางเอามือมาขยี้ผมของฟรังค์
"เอ่อ...ดิว พอดีเรามีเรื่องให้ช่วยน่ะ เราต้องส่งงานถ่ายภาพ portrait ดิวเป็นแบบให้เราได้ไหม"
"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ วันไหนฟรังค์ก็บอกดิวนะ" ไม่นานก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งเรียกดิวทั้งคู่หันไปผู้ชายตัวสูงหน้าคมคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาพวกเขา
"อ้าว เอ็มมีอะไรหรือเปล่า" ดิวกล่าวทัก
"พอดีเรามีเรื่องปรึกษา ดิวไปกับเราหน่อยได้ป่าว" เอ็มตอบ
"ได้" และหันมาบอกกับกับฟรังค์ "เดี๋ยวเราไปก่อนนะฟรังค์" ฟรังค์ไม่ได้ตอบอะไรจากนั้นดิวก็ลุกไปกับเอ็มก่อนทั้งคู่จะเดินจากไปเอ็มได้หันมามองฟรังค์ยักคิ้วและยกยิ้มมุมปากคล้ายจะบอกว่าเป็นผู้ชนะฟรังค์ส่ายหัวเบาๆทั้งคู่เดินจากไปไม่ทันไร ก็มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา
"มีรูปเป็นทรัพย์แต่เสือกใช้ไม่เป็น" ฟรังค์หันไปมองเสียงนั้น แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินมานั่งข้างๆ และพูดต่อ "กูเป็นมึงนะกูไม่ดักดานคุยอยู่คนเดียวหรอกมึงคิดว่าไอ้คนเมื่อกี้เป็นเพื่อนดิวงั้นสิ"
"มึงจะมาประชดชันกูเพื่ออะไร ไอ้เวร !!" คนคนนี้คือ เกมส์เพื่อนสนิทของฟรังค์
"ก็กูไม่อยากให้มึงเสียใจกูเห็นเมื่อวานยังควงกับเด็กวิศวะอยู่เลยน้องดิวมึงเนี่ยมึงคุยกับเขามากี่เดือนล่ะได้กันมากี่รอบเขาเคยพูดถึงเรื่องสถานะกับมึงบ้างไหม "
"ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินจากปากดิว กูเชื่อว่าเขาคงมีใจให้กูบ้างแหละนะ"
"ไอ้ควายเอ้ย ด่าว่าควายยังสงสารควายเลยเถอะ"
"เกมส์นี่เพื่อนไง ไอ้เวร ด่ากูเป็นลูกเชียว !"
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไปเรียนตามปกติ พอเลิกเรียนพวกเขาก็แยกย้ายกัน พอตกเย็นฟรังค์ก็เตรียมตัวไปทำงานที่บาร์
บาร์ Infinity
ฟรังค์ได้เดินตรงเข้าไปที่ห้องพนักงาน เจอพนักงานหลายคน ฟรังค์เข้ากับคนง่ายเลยไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
"นี่ยูนิฟอร์มจะได้เหมือนคนอื่นๆ" แซมยื่นชุดฟอร์มให้กับฟรังค์แซมได้พูดต่อ "วันนี้เราไม่ต้องไปเสริฟ์แล้วนะ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ"
"คำสั่งบอสน่ะ"
"แล้วให้ผมทำอะไรเหรอ"
"บอสบอกให้ เป็นผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์อยู่ตรงเคาวน์เตอร์บาร์น่ะ"
หลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำงานวันนี้พัตก็ออกมานั่งที่ประจำเช่นเคยพอเห็นฟรังค์อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์สีหน้าพัตก็พอใจอยู่ไม่น้อยทางด้านฟรังค์ที่สังเกตเห็นว่าวันนี้พัตแต่งตัวเต็มเป็นพิเศษ
"พี่ทิวๆ ทำไมวันนี้ลุงเขาแต่งตัวเต็มเป็นพิเศษล่ะ" ฟรังค์ถามขนาดสายตายังจับจ้องอยู่ที่พัต
"อ้อ คงมี VIP มานั่นแหละถ้ามีพวกลูกค้า VIP มาบอสเราจะดูดีเป็นพิเศษว่าแต่เรียกลุงมันดูแก่ไปไหมถึงบอสจะเป็นเพื่อนกับพ่อเราแต่บอสของเราหน้ายังเด็กอยู่เลยนะ" ทุกคนในร้านรู้หมดแล้วว่าฟรังค์เป็นลูกของเพื่อนพัต
"ก็ลุงเขาอายุเยอะแล้วเรียกลุงก็ถูกแล้วถึงหน้าตาจะเด็กแต่อายุก็ไม่น้อยแล้วนะ" ฟรังค์หัวเราะเบาๆ ทิวจึงหันมามองหน้าฟรังค์
"เรานี่ไม่รู้อะไร คนแก่น่ะก็เหมือนมะพร้าว"
"ยังไง" ทิวจึงขยับไปกระซิบข้างหูฟรังค์ "ยิ่งแก่ยิ่งมันยังไงล่ะ" ทิวหัวเราะเบาๆ
ไม่นานก็มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งเข้ามาตรงไปทางพัตฟรังค์ก็รู้ได้ทันทีว่าคงเป็น VIP แน่นอนฟรังค์สังเกตท่าทางและสีหน้าของพัตดูแตกต่างจากตอนที่คุยกับเขาสิ้นเชิงเขาจึงกระซิบกับทิว
"พี่ทิวเวลาลุงดูแลพวกVIPเขาหน้าระรื่นแบบนั้นตลอดเลยเหรอ ทีคุยกับผมทำหน้าเย็นชาชะมัด"
"ก็ปกตินะ บอสก็เป็นแบบนี้แหละ"
"เขามีแฟนหรือเปล่า"
"อืมไม่รู้สิ ตั้งแต่พี่ทำงานมาก็ไม่เคยเห็น ทำไมเราไม่ถามพ่อนายล่ะ เขาน่าจะรู้ดีกว่าพี่นะ" ในที่สุดก็เวลาเลิกงานวันนี้ฟรังค์เลิกงานพร้อมทุกคนแต่ก่อนจะกลับบ้านพัตก็เรียกฟรังค์ไปหา
"ถ้าวันไหนมีเรียนเช้า ฉันอนุญาตให้นายกลับก่อนเที่ยงคืนได้"
"ไม่เป็นไรเลยลุง ผมอยู่ได้"
"เรียกฉันว่าพี่"
"ก็ผมอยากเรียกลุงอ่ะ" พัตไม่ตอบอะไรต่อเพียงแต่หยิบกุญแจรถยนต์ออกมายื่นฟรังค์ ฟรังค์เห็นดังนั้นก็ทำหน้างง
"อะไรลุง"
"กุญแจรถไม่เคยเห็นหรือไง"
"ผมรู้มันคงไม่ใช่กุญแจบ้านหรอก แล้วมายื่นให้ผมทำไม"
"เอาไว้ใช้"