บทที่ 3 เริ่มสนใจ
"จะบ้าหรือไงลุงนั่นรถนะ จะเอามาให้ผมใช้ได้ไง" ฟรังค์ตอบ
"กลับบ้านดึกเรียกรถมันอันตราย" ฟรังค์ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้ากวนๆยิ้มหวานให้พัตแล้วกล่าว
"ลุงเป็นห่วงผมเหรอ" พัตชะงักไปเล็กน้อยและไม่ได้ตอบอะไรกลับฟรังค์จึงพูดต่อ
"ไม่เอาอ่ะ ผมกลับล่ะ" ฟรังค์พูดจบก็เตรียมตัวจะเดินออกไปพัตจึงพูดขึ้น
"นายมีทางเลือกสามทาง 1. เอารถไป 2. ให้ฉันคอยรับส่ง 3. ไม่ต้องมาทำงานและฉันจะบอกพ่อนายว่านายขี้เกียจติดผู้หญิงจนไม่มาทำงาน" พัตกล่าวด้วยสีหน้าและทางที่เรียบๆดูเย็นชาไม่น้อยแววตาแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"โอ๊ยลุง นี่ลุงจะเป็นพ่อผมอีกคนหรือยังไงล่ะเนี่ย"
"เลือกมาอย่าลีลา"
"งั้นผมเอารถไปก็ได้ แต่ถ้ารถพังขึ้นมาโทษผมไม่ได้นะ" ฟรังค์กล่าวแล้วเดินเข้าไปหยิบกุญแจรถจากมือของพัต พอฟรังค์ได้เห็นกุญแจรถชัดๆก็ตาโตทันที
"BMW เลยนะลุง ลุงเมาเปล่าเนี่ยรถยี่ห้อนี่มันแพงนะลุงให้ผมยืมง่ายๆเลยเหรอแล้วลุงจะใช้อะไร" ฟรังค์พูดอย่างตื่นเต้น
"รุ่นเก่าราคาถูกและฉันมีรถหลายคัน" พัตพูดนิ่งๆ ฟรังค์ได้เห็นสีหน้าและท่าทางของพัตที่ดูเหมือนอวดรวยแต่ไม่ได้อวดของพัต ก็เกิดความหมั่นไส้น้อยๆ แต่ในใจก็รู้สึกดีนิดๆที่พัตเป็นห่วงเขา
"ผมไปนะ"
"อืม ถึงแล้วโทรศัพท์มาบอกฉันด้วย" พัตได้บอกเลขทะเบียนสีรถแล้วฟรังค์ก็ออกไป ก่อนจะฟรังค์จะเปิดประตูออกไป
"ยังไงก็ขอบคุณนะลุง" ฟรังค์ยิ้มหวานให้พัตพอฟรังค์ออกไปพัตถอนหายใจเฮือกใหญ่ทิ้งตัวพิงผพนักพิงเก้าอี้และพึมพำกับตัวเอง "หลาน ลูกเพื่อนจำไว้"
พัตรู้ตัวว่าตัวเองชอบผู้ชายตั้งแต่ตอนเรียนม.ปลาย หลังจากที่โดนแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบ 8 ปีบอกเลิก ตอนที่โดนบอกเลิกพัตอายุ 29 จากนั้นพัตก็ไม่ได้มีแฟนอีกเลยมีเพียงคู่นอนที่เปลี่ยนไปเรื่อยเท่านั้นเรื่องนี้ฟาก็รู้ดีพัตคิดว่าการอยู่คนเดียวมันคงจะดีกว่า และความบังเอิญที่ฟรังค์นั้นตรงสเป็คเขาที่สุดเรียกว่าเป็นการตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหลังจากที่โดนบอกเลิกครั้งนั้น เขายังนึกสงสัยว่าฟาทำไมถึงมาฝากลูกไว้ให้เขาดูแลเพราะฟาเองก็รู้ดีว่าสเป็คของพัตคือแบบไหนมันเหมือนกับว่าฝากปลาย่างไว้กับแมวยังไงยังงั้น แต่พัตเองก็ทำได้เพียงแค่เอ็นดูฟรังค์ในฐานะลูกของเพื่อนเท่านั้นด้วยความต่างของวัยและอะไรอีกหลายๆอย่าง
วันถัดมาฟรังค์ได้มาทำงานตามปกติแต่ที่ไม่ปกติเขาสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนดิวมาที่บาร์นี้ฟรังค์คิดว่าตัวเองตาฝาดจนหาโอกาสเข้าไปใกล้ๆแอบมองโดยไม่ให้ดิวรู้ตัวก็มั่นใจได้ในทันทีผู้หญิงคนนั้นคือดิว แต่ที่มากับดิวนั่นล่ะใคร
ฟรังค์แทบไม่ต้องเดาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครทั้งคู่นั่งโอบกอดกันอยู่ทางด้านพัตที่ไม่เห็นฟรังค์อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ก็พยายามมองหาฟรังค์แต่ก็ไม่เจอไม่นานก็เห็นฟรังค์กลับมาอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์แต่ท่าทางเปลี่ยนไป
ปกติฟรังค์จะเป็นคนร่าเริงแต่ตอนนี้ดูซึมอย่างเห็นได้ชัดทั้งๆที่ตอนแรกยังปกติทางด้านฟรังค์ที่รอโอกาสที่ดิวจะลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อจะเดินไปหาไม่นานฟรังค์เห็นดิวกำลังลุกไปเดินไปทางน้ำฟรังค์ก็ตามไปทันทีพัตที่สงสัยก็ได้เดินตามไปอย่างเงียบๆฟรังค์ยืนรอดิวอยู่หน้าห้องน้ำพัตก็ได้ยืนอยู่ในที่มืดมุมหนึ่งดูเหตุการณ์ดิวเดินออกมาจากห้องน้ำฟรังค์จึงจับแขนดิวไว้
"ฟรังค์" ดิวกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจและพูดต่อ "ทำไมฟรังค์มาอยู่นี่ล่ะ"
"เราทำงานอยู่ที่นี่เราเคยบอกดิวแล้วแต่ดิวคงไม่ได้ใส่ใจเลยสินะ" ดิวพูดอะไรไม่ออกด้วยความที่เสียงดังฟรังค์จึงจูงมือดิวออกมาทางด้านหลังร้านพัตก็เดินตามไปเงียบๆ
"ผู้ชายที่กอดดิวคือ ?" ดิวไม่ได้ตอบอะไรฟรังค์จึงกล่าวต่อ "ตกลงดิวเห็นเราเป็นอะไร" ฟรังค์เริ่มขึ้นเสียง
"ดิวจะคุยจะคุยกับใคร จะอยู่กับใครมันก็เรื่องของดิวป่ะเราแค่นอนด้วยกันแต่เราไม่ได้อะไรกันไงดิวว่าฟรังค์น่าจะเข้าใจนะ" ฟรังค์ที่ได้ยินดังนั้นก็ยืนนิ่งไปดิวจึงพูดต่อ "ถ้าฟรังค์ไม่โอเค เราก็เลิกคุยกันเถอะ" พูดจบดิวก็เดินจากไป
พัตที่เห็นดังนั้นจึงรีบเดินกลับไปก่อนเขารู้ตัวว่าเขาทำตัวเสียมารยาทแต่มันก็อดไม่ได้ฟรังค์เดินกลับเขามาทำงานปกติมีแต่ท่าทางที่เปลี่ยนไปจนเลิกงานฟรังค์ขอนั่งดื่มเหล้าต่อฟรังค์นั่งดื่มอยู่คนเดียวพัตจึงเดินเข้าไปนั่งข้างๆ
"นายอยู่ปิดร้านเหรอวันนี้ " พัตถาม
"ลุงกลับก่อนเลยครับเดี๋ยวผมดูแลปิดร้านให้ขอนั่งดื่มก่อนได้ไหมเดี๋ยวค่าเหล้าทั้งหมดผมจ่ายให้" ฟรังค์กล่าวอย่างนิ่งๆไม่เหมือนทุกครั้ง
"เอาเถอะไม่จำเป็นหรอกค่าเหล้าว่าแต่นายดูแปลกไปนะวันนี้"
"ผมแค่เหนื่อยๆ"
"เล่าให้ฉันฟังได้นะคิดซะว่าฉันเป็นลุงแก่ๆคนหนึ่งก็แล้วกัน" พัตกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ฟรังค์ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ
"ยอมรับแล้วเหรอครับว่าตัวเองแก่" พัตไม่ได้ตอบอะไรเพียงเทน้ำเปล่าดื่มอย่างเงียบๆ ฟรังค์จึงเล่าเรื่องของเขาให้พัตฟังพัตก็ฟังเรื่องที่เขาพอรู้อยู่แล้วและทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดีจนฟรังค์เล่าจบ
"ลุงว่าผมโง่มากไหม"
"นายไม่ได้โง่หรอกคนเราทุกคนมักจะมีเรื่องผิดพลาดนายก็แค่พลาดไปตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจคนละแบบ ในโลกนี้มีความสัมพันธ์เป็นร้อยรูปแบบบางคนมีสัมพันธ์กันแค่ทางกายแต่ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกไม่ได้รักกันก็มีเยอะแยะไปเพราะฉะนั้นนายไม่ได้โง่หรอกนายยังต้องเจอคนอีกเยอะ"
"จริงๆผมก็เผื่อใจไว้บ้างแล้วล่ะแต่พอเจอเข้าจริงๆมันก็นะ" ฟรังค์กล่าวพลางยกเหล้าขึ้นดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย ฟรังค์จะดื่มต่อพัตก็คว้าแก้วเหล้าของฟรังค์ไว้
"พอแล้วเหล้ากินไปก็แค่ทำให้ลืมความเจ็บปวดพักเดียวเท่านั้นกลับบ้านไปนอนได้แล้ว" ฟรังค์ที่เริ่มเมาแล้ว จึงจะดึงแก้วกลับแต่พัตนั้นจับแก้วแน่นกว่า
"ทีลุงยังกินได้เลย" ฟรังค์กล่าวอย่างเซ็งๆ พัตไม่อยากเถียงจึงปล่อยแก้วให้ฟรังค์กินต่อและพัตก็ได้นั่งเฝ้าอยู่อย่างนั้นจนฟรังค์พูดขึ้นมา
"ผมขอกอดลุงได้ไหม" พัตได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปแต่ยังไม่ทันตอบอะไรฟรังค์ก็โผล่เข้ากอดเขาทันทีพัตตกใจทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้หนี
"ผมขออยู่แบบนี้สักพักนะ" พัตไม่ได้พูดอะไรเพียงกอดตอบแล้วลูบศีรษะฟรังค์เบาๆพึมพำกับตัวเองในใจ "เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย" ฟรังค์ที่รู้พัตกอดตอบและลูบศีรษะเขาอย่างเบาๆอยู่ๆเขาก็รู้สึกร้อนที่ใบหน้าและใจที่เต้นแรงไม่รู้เป็นเพราะเหล้าหรือเพราะอะไรฟรังค์จึงปล่อยพัตและขอตัวกลับทันทีพัตก็งงๆแต่ก็ยิ้มเบาๆหลังจากฟรังค์ออกไป
ฟรังค์ที่ขับรถกลับบ้านสติก็กลับมาครบถ้วนพึมพำกับตัวเอง "นี่เราเขินเหรอ บ้าน่าต้องเป็นเพราะเหล้าแน่ๆ แต่มุมนี้ของลุงก็ดูเป็นคนอบอุ่นเหมือนกันนะ"
จนเวลาผ่านไปเดือนกว่าทุกครั้งที่ฟรังค์ไปทำงานพัตก็จะให้ฟรังค์เลิกงานก่อนเวลาในวันที่ฟรังค์มีเรียนเช้าและยังให้เงินฟรังค์เท่ากับคนอื่นๆและไม่ว่าฟรังค์จะมีปัญหากับโฮสบางคนในร้านคิดว่าฟรังค์แย่งลูกค้าทั้งๆที่ลูกค้าเข้าหาฟรังค์เองและพัตก็จะเข้าข้างฟรังค์เสมอ จนเริ่มมีโฮสที่เริ่มไม่ชอบฟรังค์อยู่ไม่น้อยเมื่อก่อนเคาน์เตอร์บาร์ที่ร้านจะไม่มีคนเพราะลูกค้าส่วนมากที่มาใช้บริการมักจะนั่งโต๊ะและชอบให้โฮสมาดูแลแต่พอฟรังค์เข้ามาเคาน์เตอร์บาร์ก็แน่นทุกวันถึงพัตจะไม่พอใจที่ฟรังค์เล่นหูเล่นตาไปเรื่อยแต่ก็ต้องยอมเพราะอย่างน้อยๆลูกค้าก็แตะเนื้อต้องตัวฟรังค์ไม่ได้
การสนิทสนมของทั้งคู่ก็ดีขึ้นมานิดหน่อยคุยกันมากขึ้นแต่พัตยังคงรักษาระยะห่างของเขากับฟรังค์เพราะกลัวใจตัวเองรถที่พัตให้ฟรังค์ใช้ฟรังค์ใช้เฉพาะตอนมาทำงานเวลาไปเรียนเขายังนั่งรถไปเหมือนเดิมส่วนฟาไม่ได้กลับบ้านเลยตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาโทรมาหาฟรังค์ก็นับครั้งได้เพราะงานยุ่งมาก ฟรังค์ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องดิวอีกเพราะทุกครั้งหลังเลิกงานพัตจะชวนเขาคุยตลอดทำให้ฟรังค์รู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงจากพัต
วันหนึ่งฟรังค์ไม่มีเรียนจึงนัดกับเกมส์ไปหาโลเคชั่นในการถ่ายรูปส่งงานอาจารย์เพราะมีกำหนดส่งภายในเดือนนี้แล้ว ฟรังค์ได้ขับรถไปรับเกมส์ที่หอพักของมหาลัยไปถึงเห็นเกมส์รออยู่แล้วจึงขับรถไปจอดข้างหน้าเกมส์ เกมส์ไม่รู้ว่าเป็นฟรังค์จึงไม่ได้เดินเข้าไปเพราะฟรังค์ไม่เคยเอารถไปเรียนและไม่ได้เล่าเรื่องที่พัตให้รถเขาไว้ใช้ จนฟรังค์เปิดกระจก
"ขึ้นรถสิเพื่อน" เกมส์เห็นดังนั้นจึงเดินไปขึ้นรถ
"กูก็นึกว่ามึงเอารถพ่อมึงมาแล้วนี่รถใครล่ะเนี่ย"
"พ่อกูเอารถไปทำงานมึงลืมหรือไง"
"เออว่ะ แล้วนี่รถใคร" เกมส์ถามอย่างสงสัย
"ลุงเจ้าของบาร์ที่กูทำงานอยู่เขาให้เอามาใช้น่ะ" เกมส์ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบ
"หืม เขายังรับคนไหมว่ กูจะไปทำด้วย" พูดจบก็หัวเราะเบาๆ
“เขาคงเห็นกูเป็นหลานแหละเขาเป็นเพื่อนกับพ่อกูนิ" ฟรังค์เคยเล่าให้เกมส์ฟังแล้วว่าเขาเองนั้นกำลังทำงานอยู่ที่บาร์ของเพื่อนพ่อเขา.
"แต่มันก็เกินไปหน่อยไหม ถึงขนาดให้รถยี่ห้อนี่ไม่ใช่ว่าลุงอะไรนี่ชอบมึงหรอกนะ"
"มึงคิดอะไรเพ้อเจ้อ" คำพูดของเกมส์ทำให้ฟรังค์เอะใจอยู่นิดๆถ้าเกมส์ไม่พูดเขาก็ไม่มีทางจะคิดฟรังค์คิดในใจ "ถ้าทบทวนกรกระทำที่ผ่านมาหรือว่าลุงจะชอบเราบ้าเถอะลุงแมนขนาดนั้นจะมาชอบผู้ชายได้ไงเลิกคิดๆ"
จนทั้งคู่ตะลอนไปตามคาเฟ่ต่างๆเพื่อหาโลเคชั่นในการถ่ายรูปของพวกเขาจนมาเจอที่คาเฟ่หนึ่งที่ทั้งการตกแต่งร้านและบรรยายกาศในร้านตรงตามคอนเซ็ปที่เขาต้องการเหลือเพียงแค่นางแบบเท่านั้น
"กาแฟแก้วที่เท่าไหร่แล้วว่ะ คืนนี้กูจะนอนหลับไหมเนี่ย" เกมส์กล่าวกับฟรังค์
"มึงไม่สั่งอย่างอื่นบ้างล่ะไปมาสามร้านมึงก็สั่งแต่กาแฟว่าแต่มึงว่าที่ไหนโอเคสุดแต่กูว่าที่นี่แหละโอเค"
"คิดเหมือนกันแหละไอ้ฟรังค์มึงทำใจได้แล้วหรือยังเรื่องดิว"
"ก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วนะ"
"อืมก็ดีแล้วแล้วที่นี้จะเอาใครมาเป็นแบบล่ะ "
"อืม เดี๋ยวกูรีบหา"
ทั้งคู่นั่งคุยกันไปเรื่อยเกี่ยวกับการถ่ายรูปจนฟรังค์หันไปเจอกับใครบางคนที่กำลังเดินเข้าร้านมาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนคนนั้นคือ พัต ฟรังค์ได้หันไปเห็นก็อึ้งไปเล็กน้อย เพราะทั้งการแต่งตัวและทรงผมไม่เหมือนพัตในตอนที่อยู่ในบาร์พัตในเวลานี้เพียงใส่เสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดารองเท้าผ้าใบแต่ดูดีไม่น้อยแถมทรงผมที่ไม่ได้เซ็ททำให้หน้าดูเด็กไปกว่าเดิมอีกและข้างๆยังมีผู้ชายอีกคนที่ดูอายุไม่ต่างจากฟรังค์ซะเท่าไหร่และหน้าตาดีมากๆเช่นกันถึงแม้พัตจะสูงกว่าแต่ยืนคู่กันก็ดีสมกันอยู่ไม่น้อยเกมส์ที่สังเกตเห็นฟรังค์มองไปทางประตูอย่างจดจ่อจึงกล่าวทัก
"มองอะไรวะ ผู้ชายคนสองนั้นมีอะไรแปลกหรือไง" เกมส์กล่าวขึ้น ฟรังค์หันมามองเกมส์ก่อนจะกล่าว
"สองคนนั้นมึงว่าเขาเป็นเพื่อนกันหรือแฟนกันว่ะ" ฟรังค์ถามเกมส์ เกมส์จึงหันไปมองอีกที เห็นสองคนกำลังคุยกันอย่างร่าเริง ทั้งสีหน้าและรอยยิ้มดูมีความสุขสุดๆ
"ไม่รู้ว่ะแต่เหมือนผู้ชายตัวสูงจะอายุมากกว่าสักหน่อย ทำไมรู้จักเหรอ"
"ลุงเจ้าของบาร์น่ะ" เกมส์ได้ยินดังนั้นก็ตาโต
"ห๊ะ บ้าน่ามึงเรียกลุงๆกูก็คิดว่าเขาต้องเป็นคนแก่ๆมีพุงผมน้อยๆสิ นี่ถ้ามองผ่านๆนึกว่ารุ่นพี่พวกเราสักสามสี่ปีเองมั้งทั้งหน้าตาและหุ่นไม่น่าใช่คนอายุใกล้เลขสี่เลยนะ พ่อมึงหลอกมึงเปล่าเนี่ย"
"เขาคงดูแลตัวเองดีอ่ะ" ฟรังค์กล่าวพลางชำเลืองมองพัตและผู้ชายอีกคน เกมส์ก็พูดขึ้น
"ผู้ชายคนนั้นแฟนเขาเหรอว่ะแต่เหมือนจะรุ่นๆเรานะผู้ชายคนนั้นหรือว่าลุงเลี้ยงเด็ก ? สรุปลุงเขาชอบผู้ชาย ? ดูจากรอยยิ้มกูว่าแฟน ยังไงก็แฟน เชื่อกู แฟนแน่นอน !!" เกมส์พูดเองเออเองอย่างมั่นใจ
"กูไม่รู้" ฟรังค์ตอบอย่างเรียบๆ ไม่นานพัตก็ออกไปเหลือเพียงแต่ผู้ชายที่มาด้วยฟรังค์ได้เก็บความสงสัยนี้ไว้ว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกันแต่อยู่ๆเขาก็นึกได้ขึ้นมา
"ทำไมเราต้องสนใจด้วย ลุงจะมีแฟนไม่มีแฟน แฟนลุงจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราสักหน่อย" พอตกตอนเย็นฟรังค์เก็บความอยากรู้ไม่ไหวเลยตัดสินใจโทรไปหาฟาพ่อของเขา
"ว่ายังไงลูกชาย"
"กินข้าวด้วยนะ เป็นห่วงเห็นช่วงนี้ไม่โทรมาเลย"
"มีเรื่องอะไรจะถามก็ว่ามา"
"พ่อรู้ได้ไง" ฟาหัวเราะก่อนจะพูดต่อ
“ฟังน้ำเสียงก็รู้พ่อเป็นพ่อเอ็งนะแค่เอ็งพูดพ่อก็รู้แล้ว "
"ขี้โม้ชะมัด เอ่อ...พ่อ ลุงพัตน่ะเขา...เขามีแฟนไหม”