ในตอนแรกเดธไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าถึงต้องไปเปิดเผยตัว เพื่อทำข้อตกลงบ้า ๆ แบบนั้นกับพวกมนุษย์ แต่พอมาคิดดู เขาก็พอที่จะเข้าใจได้ คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าพระเจ้าของโลกใบนี้นั้นหลงใหลในโลกของมนุษย์ ท่านมักจะปลอมตัวลงมาเป็นมนุษย์เพื่อใช้ชีวิตปะปนอยู่กับมนุษย์พวกนี้เสมอ ที่ท่านไม่กวาดล้างโลกในครั้งนี้ก็คงเป็นเพราะว่าขี้เกียจรอให้ทุกอย่างมันพัฒนาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ช่างเป็นพระเจ้าที่หลงระเริงไปกับสิ่งรอบกาย แถมยังเป็นพระเจ้าที่นิสัยเอาแต่ใจอีกด้วย
เดธนั้นไม่ได้ศรัทธาในตัวของพระเจ้าท่านนี้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ต้องมาทำงานเป็นความตาย เขาก็ถูกผลักภาระทั้งหมดในการดูแลโลกหลังความตายจากพระเจ้าแสนขี้เกียจท่านนี้ ท่านไม่สนใจไยดีผู้ที่ตายไปแล้วแม้แต่น้อย ท่านสนใจเพียงสิ่งที่มีอยู่บนโลกใบนี้ในตอนนี้เท่านั้น
แต่เมื่อไม่นานมานี้ดวงวิญญาณของมนุษย์ในโลกหลังความตายก็ได้ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย จนกระทั่งไม่มีเหลืออยู่เลย พวกผู้ที่ดูแลโลกหลังความตายนั้นก็ไม่สามารถทำงานกันได้ ผู้ปั่นด้ายชีวิตไม่สามารถปั่นด้ายเพื่อให้กำเนิดชีวิตใดได้ ผู้ทอด้ายชีวิตก็ต้องทำงานหนักอย่างไม่สิ้นสุด เพราะต้องถักทอเรื่องราวชีวิตของมนุษย์ไปเรื่อย ๆ ส่วนผู้ตัดด้ายชีวิตก็ไม่สามารถที่จะตัดด้ายชีวิตขาดให้ชีวิตของมนุษย์นั้นสิ้นสุดลงได้ เรื่องวุ่นวายเหล่านี้ถูกฟ้องมายังเดธ ทำให้เขาเองก็ทนไม่ได้จนต้องไปขอร้องให้พระเจ้าแก้ไขปัญหาพวกนี้
และนั่นเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาจำใจอยู่บนโลกมนุษย์ โดยทำงานอยู่ในสถานที่ที่มีชื่อว่า สำนักงานความตาย ดูก็รู้แล้วใช่ไหมว่าความคิดนี้มาจากใคร ก็ไอ้พระเจ้าบ้านั่นไง แค่ชื่อก็ไม่เป็นมิตรต่อมนุษย์แล้ว มนุษย์ที่ไหนมันจะไม่กังวลใจกันที่ความตายเข้ามาใกล้ตัวยิ่งกว่าเดิมจนมองเห็นได้ขนาดนี้
"เดธ!" เสียงแหลมสูงของหญิงสาวตะโกน
"อย่าเสียงดังหน่าพอส"
หญิงสาวผมสีขาวม้วนเป็นลอนหน้าตาสะสวยหุ่นดีเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเดธด้วยท่าทางเร่งรีบ เธอหอบกองเอกสารสูงลิ่วจนเลยหัวของเธอ เธอวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องทำงานของเดธเป็นประจำทุกเช้า ทันทีที่เดธนั้นกลับเข้ามาทำงานในสำนักงานความตายแห่งนี้ เธอวางกองเอกสารนั่นลงตรงหน้าของเดธแล้วปาดเหงื่อ
"คุณเดธคะ กรุณากำหนดวันสิ้นอายุขัยของมนุษย์ที่ต้องเสียชีวิตในปีนี้พวกนี้ด้วยค่ะ"
"ฉันทำพวกนี้มาเป็นสิบปีแล้วนะ แล้วนี่มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันด้วย"
"ก็พระเจ้าท่านไม่ยอมทำนี่หน่า ฮือ"
หญิงสาวที่มีนามว่า พอส บ่นโอดโอย ที่เธอนำกองเอกสารพวกนี้มาให้กับเดธทั้งที่การกำหนดอายุขัยของมนุษย์นั้นเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ก็เป็นเพราะว่าพระเจ้าดื้อดึงไม่อยากจะทำ ท่านกองงานทิ้งไว้ และเอาแต่เที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์ จนทำให้ช่วงหนึ่งไม่มีตัวเลขปรากฏบนร่างกายของมนุษย์คนไหนเลย ความวุ่นวายก็เลยได้กลับมาอีกครั้ง
"นายก็รู้นี่ ถ้าเราเอาแต่รอพระเจ้าแล้วไม่กำหนดวันสิ้นอายุขัยของมนุษย์พวกนี้ นายก็ทำงานไม่ได้เหมือนกัน"
"ไอ้พระเจ้าบ้านั่นก็เลยเอาแต่โยนงานมาที่ฉันสินะ?"
"เดธ!" เธอโวยวาย "นายพูดแบบนั้นกับพระเจ้าได้ยังไง!?"
"ฉัน คือ ความตาย"
"..."
"ฉันไม่ศรัทธาในพระเจ้า"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ" พอสกุมขมับ "ท่านมีอำนาจมากที่สุดที่นี่นะ เดี๋ยวท่านก็ทำให้นายหายไปแล้วสร้างความตายขึ้นมาใหม่แทนที่นายหรอก"
"...ฝ่ายผู้ตัดด้ายชีวิตรีบอยากได้รายชื่อคนสิ้นอายุขัยในตอนนี้สินะ"
"โอ้! แน่นอนสิ! ในฐานะของหัวหน้าฝ่ายผู้ตัดด้ายชีวิตก็จะต้องอยากได้อยู่แล้ว ฉันละคันไม้คันมือเสียจริง" เธอหยิบกรรไกรในมือขึ้นมาแล้วทำท่าตัด
"ถ้าเธอไม่ออกไปตอนนี้คนคนนั้นจะเป็นเธอ"
"เอ๋~ ใจร้ายจังเลยน้าความตายเนี่ย" เธอยิ้ม "ก็สมกับชื่อแล้วล่ะนะ บ๊ายบาย ไม่กวนแล้วจ้า ทำงานให้สนุกนะ"
พอสเดินยิ้มหัวเราะอย่างร่าเริงออกไปจากห้องทำงานของเดธ ส่วนเดธก็ต้องก้มหน้าก้มตาจัดการเหล่ากองเอกสารมากมายพวกนั้น เอกสารพวกนี้มีรายชื่อของประชากรที่พวกฝ่ายผู้ตัดด้ายชีวิตนั้นสุ่มจับขึ้นมาแบบมั่ว ๆ เหมือนกับจับฉลากลุ้นชิงโชค แต่เมื่อใดที่ฝ่ายผู้ตัดด้ายชีวิตหยิบชื่อของใครขึ้นมาแล้วละก็ เขาผู้นั้นจะเป็นผู้ถูกเลือกที่รอการปรากฏของตัวเลขวันสิ้นอายุขัยของพวกเขาในทันที สิ่งที่พระเจ้าต้องทำแต่เดธเข้ามาทำแทนในตอนนี้ คือ การกำหนดวันสิ้นอายุขัยของผู้ถูกเลือก
"เดี๋ยวนะนี่มัน..."
เดธสังเกตเห็นถึงรายชื่อหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคย บนกระดาษใบนั้นเขียนข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นรายชื่อของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เดธหยิบรูปภาพใบหนึ่งที่ถูกแนบติดกับเอกสารนั่นขึ้นมา เมื่อเขามองไปที่รูปภาพใบนั้นเขาจดจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้ทันที ผมสีบลอนด์สว่างราวกับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า ดวงตาสีแห่งท้องทะเลอันน่าหลงใหล เด็กหนุ่มคนนี้ คือ เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่เคยวิ่งชนเขา เมื่อตอนที่เขามาเหยียบโลกมนุษย์เป็นครั้งแรก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะอายุครบยี่สิบปีในปีนี้แล้ว
"ให้ตายเถอะ... ฉันหวังอยู่เสมอว่าจะไม่เจอเธออีกครั้ง"
"ใครเหรอ?"
หญิงสาวผมสีขาวยาวตรงจนลากพื้นปรากฏตัวโดยนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเดธ เธอชะโงกหน้ามาดูเอกสารใบที่เขากำลังถืออยู่ เขาจึงรีบพลิกคว่ำตัวหน้าเอกสารนั้น
"เด็กคนนั้นหน้าตาดีนี่"
"ไม่มีมารยาทเลยนะลิศ"
"ฉันก็มาตั้งนานแล้วนะ แต่เห็นนายเอาแต่วุ่นกับกองเอกสาร" เธอแสดงสีหน้าที่นิ่งเฉย "ก็เลยลองนั่งดูเสียหน่อย"
"...ตัวปวดหัวพึ่งออกไปเองนะ" เดธบ่นพึมพำ
"หื้ม... พี่สาวฉันมาหาเหรอ"
"ใช่ มีธุระอะไรก็รีบพูดมา"
"เปล่าหรอก แค่มาเดินเล่น" เธอยักไหล่
"ดูท่าทางหน้าที่หัวหน้าฝ่ายผู้ทอด้ายชีวิตจะงานว่างมากสินะ" เขามองใบหน้าอันไร้อารมณ์ของเธอแล้วขมวดคิ้วใส่
"ฉันแค่ได้กลิ่นเรื่องราวความรักที่น่าสนใจมาจากตัวของนายน่ะ" เธอพูดกระซิบเบา ๆ
ลิศเธอเป็นหญิงสาวที่ใบหน้านิ่งเฉยอยู่เสมอ ถึงใบหน้าของเธอจะเหมือนกับพวกเบื่อโลกที่เฉยชาไปกับเรื่องราวในชีวิต แต่ใจจริงเธอกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย เธอหลงใหลในเรื่องราวความรักที่ราวกับเทพนิยาย แต่ในขณะเดียวกันเธอก็หลงใหลในเรื่องราวที่มักจะหักมุมด้วยเช่นกัน ถ้าชีวิตใครเจอเรื่องผิดหวังเกี่ยวกับความรักแบบหักมุมบ่อย ๆ บอกได้เลยว่าหนึ่งในนั้นน่ะ เป็นฝีมือของยัยคนนี้แน่นอน เพราะหน้าที่ของฝ่ายเธอ คือ การร้อยเรียงเรื่องราวในชีวิตของมนุษย์ทุก ๆ คน ตั้งแต่ที่มนุษย์คนนั้นได้ลืมตาตื่นขึ้นมายังโลกใบนี้ จนไปถึงเรื่องราวการตายของพวกเขา
"พูดบ้าอะไรน่ะ?"
"นายชอบเด็กคนนั้นสินะ" ลิศสะกิดไหล่ของเดธ "เรื่องราวความรักต้องห้ามมันช่างหอมหวาน..."
"เงียบซะลิศ อย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้"
"โอ๊ะโอ~ ใครมันจะไปรู้ล่ะ" เธอแกล้งหยอกเขาเล่น
"ออกไปซะลิศ"
"หุ ๆ"
เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกจากห้องทำงานนี้ไป เดธมองว่าสิ่งที่ลิศพูดนั้นเป็นเรื่องไร้สาระยิ่งกว่าพระเจ้านั่นที่เขาเกลียดเสียอีก เขายอมรับว่าเขาเห็นใจเด็กหนุ่มที่มีนามว่าไลท์คนนั้น แต่มันไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน มันเป็นเพียงความเห็นใจต่อสิ่งที่งดงามบนโลกจากความตายเพียงเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อเขาเป็นผู้ถูกเลือกแล้ว วันใดวันหนึ่งเขาก็จะต้องสิ้นอายุขัย แล้วจากโลกใบนี้ไป
เดธนำหมึกจากปลายปากกาหมึกซึมจรดลงไปบนกระดาษแผ่นนั้น
.
.
17.07.2077
{วันเดือนปีในปัจจุบัน 17.01.2077}