บทที่ 7
ฤทธิ์แอลกอฮอล์
รถยนต์คันใหญ่สำหรับครอบครัวขับเข้ามาจอดภายในคอนโดฯ หรูหราราคาแพงที่ได้เลือกซื้อไว้ให้กับลูกสาวคนเล็กที่ต้องจากบ้านจากครอบครัวมาทำงานในเมืองกรุง อาจจะดูเวอร์สำหรับหลายๆ คนแต่คนเป็นพ่อเป็นแม่รวมถึงพี่ชายก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
จากคุณหนูที่ไม่เคยพบเจอความลำบากต้องมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง แถมเจ้าตัวยังเป็นคนออกปากและตั้งมั่นอยากใช้ชีวิตคนเดียวยิ่งกว่าอะไร ทั้งยังออดอ้อนอยู่นานสองนานกว่าที่ครอบครัวจะอนุญาต
"โห! ทำไมถึงใหญ่โตขนาดนี้ล่ะคะ" ทันทีที่ก้าวลงจากรถดวงตากลมก็เบิกกว้างมองตึกคอนโดฯ ที่สูงลิ่วหลายชั้น สภาพด้านนอกก็หรูหราอย่างกับโรงแรมห้าดาวในต่างประเทศที่เคยไป
เมื่อเดินเข้าไปด้านในอาคารก็ถูกต้อนรับจากนิติบุคคลของทางคอนโดฯ เป็นอย่างดี ทั้งหมดขึ้นลิฟต์ตัวหรูไปยังชั้นยี่สิบสี่ซึ่งจะต้องใช้คีย์การ์ดสำหรับขึ้นลิฟต์เพียงเท่านั้นนับว่าเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวชนะเลิศ
มือหนาของแชมเปญสแกนคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูและเดินเข้าไปในด้านห้องกว้างที่ถูกตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงไว้อย่างเรียบร้อย คนตัวเล็กถึงกับอ้าปากกว้างซึ่งก็ไม่ต่างจากแชมเปญที่ตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่แพ้กัน
"แม่ดูให้หมดแล้วนะเรื่องความปลอดภัยแล้วก็ความสะดวกสบาย ไวน์ไม่ต้องกังวลเลยนะลูก ข้างตึกก็มีร้านสะดวกซื้อ ฝั่งตรงข้ามก็เป็นรถไฟฟ้า ถัดไปจากที่นี่ไม่ถึงห้ากิโลก็มีห้างสรรพสินค้าแล้วก็ตลาด แม่เลือกไว้เป็นอย่างดีไวน์ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกินนะลูก"
คนตัวเล็กกะพริบตามองคนเป็นแม่ปริบๆ เธอไม่ได้กังวลเรื่องความเป็นอยู่หรืออาหารการกินเลยสักนิดเพราะนอกเหนือจากที่แม่ของเธอพูดมาข้าวของในตู้เย็นก็มากพอสำหรับตุนไว้ทานมากถึงหนึ่งปีได้
มือเล็กเปิดไปที่ชั้นวางของในห้องครัวที่มีอาหารแห้งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางเรียงราย ทั้งยังมีน้ำแพ็คและขนมกรุบกรอบมากมายไม่ต่างจากร้านค้าขนาดย่อมเลยสักนิด
"โอ้โห! คุณแม่ครับ เวอร์เกินไปไหมเนี่ย" แชมเปญเอ่ยขึ้นขณะที่จ้องมองสิ่งของภายในห้องด้วยความตกใจไม่หาย
หลังจากที่ไวน์ได้มาขอร้องให้เขาช่วยพูดกล่อมพ่อกับแม่เพื่อให้อนุญาตมาทำงานที่นี่พวกท่านทั้งสองก็รีบซื้อคอนโดฯ และจัดเตรียมของทุกอย่างราวกับเสกเวทมนตร์ขึ้นมา
'ไม่ได้! ไวน์จะอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะลูก' เสียงของอรทัยเอ่ยขึ้นทันควันเมื่อลูกชายมาขออนุญาตให้คนเป็นน้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ ห่างไกลบ้านและต้องห่างจากอกคนเป็นพ่อเป็นแม่
'โธ่ คุณแม่ครับน้องโตแล้วนะครับ'
'ใช่ค่ะ ให้ไวน์ไปเถอะนะคะ' หญิงสาวเอ่ยพลางส่งสายตาอ้อนวอนให้กับคนเป็นแม่ที่หันหน้าหนีไม่ยอมฟังท่าเดียว
'ทำไมต้องไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยล่ะลูก ทำไมไม่หาที่ทำงานใกล้ๆ บ้านเราล่ะ' เสียงเข้มของคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบฟังอยู่นาน ใบหน้าเคร่งขรึมทำให้สองพี่น้องหลบสายตาและก้มหน้าลงอย่างทำตัวไม่ถูก
'ความจริงแล้วหนูไวน์ไม่ต้องหางานทำให้ลำบากเลยนะลูก หนูไวน์มาช่วยพี่แชมป์ทำที่โรงไวน์ก็ได้นี่คะ มาเป็นเลขาพี่แชมป์แม่ว่าน่าจะดีกว่านะคะลูก'
'แต่ไวน์ไม่อยากทำนี่คะแม่ คุณพ่อคุณแม่ขา ให้ไวน์ไปเถอะนะคะ ไวน์จะดูแลตัวเองอย่างดี จะไม่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง' ร่างบางเดินเข้าไปกอดทั้งสองคนเอาไว้อย่างออดอ้อน เธอรู้ดีว่าไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกอ้อนของเธอทุกครั้งและรวมถึงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ทั้งแชมเปญและไวน์ต่างช่วยกันพูดจนพ่อและแม่ของเธอยอมอนุญาต แต่มีข้อแม้ว่าจะจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้เองซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดอะไรอยู่ ขอแค่ได้มาที่นี่ก็นับว่าเป็นความต้องการสูงสุดของเธอแล้ว
"ไม่เวอร์ไปหรอก เราก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าน้องสาวตัวแสบเราน่ะไม่เหมือนใคร กินยากอยู่ยาก แม่ก็ต้องจัดเตรียมให้น่ะสิ"
"ไม่จริงสักหน่อย ไวน์ออกจะอยู่ง่ายกินง่าย ไวน์ไม่เรื่องมากเลยนะคะ" หญิงสาวที่ได้ยินแบบนั้นจากปากแม่ของเธอก็ต้องรีบปฏิเสธส่ายหน้าพัลวัน
"ไม่กินเนื้อ ไม่กินของดิบ ไข่เจียวต้องกรอบด้านนอกนุ่มด้านใน ไข่ดาวต้องสุก ไม่ชอบกินของเปรี้ยวทุกชนิด กินเผ็ดก็ไม่ได้ แพ้ปูถ้ากินเข้าไปผื่นจะขึ้นแล้วก็จะมีอาการหน้ามืดตามมา"
อรทัยกอดอกมองคนเป็นลูกสาวเมื่อร่ายยาวถึงเรื่องอาหารการกินของลูกสาวที่ขึ้นชื่อว่า 'กินยาก' เป็นที่สุด
"ก็จริงอย่างที่พูดเลยนะ เออ! แล้วจะไหวไหมเนี่ยคุณหนูไวน์ กลับบ้านตอนนี้ยังทันนะ" แชมเปญที่ฟังคนเป็นแม่พูดก็พยักหน้ารับเพราะเป็นจริงอย่างที่ว่ามาทุกอย่าง น้องสาวของเขากินยากอยู่ยากกว่าคนอื่นเขาจริงๆ
"พี่แชมป์! หยุดพูดเลยนะ"
"เอาล่ะๆ ถ้าหนูไวน์ตัดสินใจแล้วพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก คิดซะว่ามาหาประสบการณ์นะลูกนะ" เสียงเข้มของคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นพลางลูบที่เรือนผมนุ่มของลูกสาวแผ่วเบา
"ขอบคุณนะคะคุณพ่อ ขอบคุณคุณแม่ด้วยนะคะ^^"
"ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่แชมป์นะลูก หรือถ้าอยากกลับบ้านก็โทรมาบอกแม่ แม่จะให้ลุงเอกมารับถึงที่นี่เลย"
"ค่ะแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงไวน์นะคะ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับแม่ ผมเองก็ต้องเข้ากรุงเทพฯ มาคุยงานกับลูกค้าเกือบทุกอาทิตย์อยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะแวะมาดูยัยน้องสาวตัวแสบสักหน่อยว่าจะรอดไหมกับการใช้ชีวิตคนเดียว"
"พี่แชมป์!"
"เอาล่ะๆ เรากลับกันเถอะแชมป์ ช่วงเย็นรถติดด้วยพ่อไม่อยากถึงบ้านค่ำมืด" แชมเปญมองน้องสาวที่แลบลิ้นกวนๆ ใส่จนแทบอยากจะตรงเข้าไปขยี้หัวอย่างที่ชอบทำแต่เขาก็ต้องหยุดการกระทำเอาไว้เพราะมีสายตาของคนเป็นแม่มองดักไว้อยู่ห่างๆ
ถึงแม้ว่าจะโตเป็นหนุ่มมีงานมีการที่มั่นคงมากแค่ไหนแต่เวลาอยู่กับน้องสาวตัวแสบก็ทำให้เขาเผลอลืมตัวทุกที
"แม่ไปแล้วนะลูก ถ้ามีอะไรก็โทรมาหาแม่ได้ตลอดนะ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงไวน์เลยนะคะ ไวน์จะโทรหาคุณพ่อแล้วก็คุณแม่บ่อยๆ เลยค่ะ ขับรถดีๆ นะพี่แชมป์อย่าซิ่งเข้าใจไหม"
"คร้าบบบ คุณหนูไวน์ ผมไม่ซิ่งหรอกครับ ล็อกห้องดีๆ ล่ะ ดึกๆ ก็อย่าออกไปไหนคนเดียวมันอันตรายเข้าใจไหม"
"รับทราบค่า" หญิสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเดินไปที่หน้าประตูเพื่อเดินไปส่งพ่อกับแม่และพี่ชายของเธอ
คนตัวเล็กโบกมือลาพลันมองทั้งสามคนเดินเข้าไปในลิฟต์และลงไปในที่สุดก่อนจะปิดประตูเข้าไปด้านในห้อง
"กรี๊ด! ในที่สุด!" เธอร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุดเธอก็ได้ใช้ชีวิตคนเดียวเสียที!
ร่างบางรีบเดินไปที่กระเป๋าสะพายและหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาใครบางคนทันที
"โย! ทางสะดวกแล้ว คืนนี้พร้อมตี้!" เสียงเล็กเอ่ยกับคนปลายสายด้วยความตื่นเต้นดีใจ เธอได้นัดแนะกับวาโยโดยเพื่อจะได้ไปสังสรรค์ฉลองการทำงานครั้งแรกในชีวิตของเธอ
คุณหนูไวน์จะได้เรียนรู้รสชาติชีวิตเพียงลำพังเหมือนคนอื่นสักที!
11 MOON CLUB
ภายในคลับหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองผู้คนมากมายต่างกำลังสนุกสนานกับเสียงเพลงจากดีเจประจำคลับอีกทั้งในวันนี้ยังเป็นคืนวันศุกร์ที่ใครๆ ก็ต่างเฝ้าฝันหาสำหรับการพักผ่อนจากการทำงาน
"เธอมาที่นี่บ่อยเหรอโย" ไวน์เอ่ยถามเพื่อนสนิทขณะที่สายตายังคงมองไปรอบๆ คลับด้วยความตื่นตา เดิมทีแล้วเธอก็ไม่ใช่คนชอบเที่ยวสักเท่าไหร่แต่พอได้มาที่คลับหรูชื่อดังแห่งนี้ที่เพียงแค่เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตก็ขึ้นท็อปอันดับหนึ่งสำหรับหน้าแนะนำก็ทำให้เธอตื่นตาตื่นใจขึ้นมา
"ก็บ่อยนะ ฉันชอบมากับพี่วาอะ" วาโยตอบอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบเครื่องดื่มสีหวานขึ้นมาดื่มพลางมองไปที่เวทีที่ตอนนี้มีดีเจประจำคลับยืนอยู่
"จริงสิ ฉันลืมไปเลยว่าบริษัทเธออยู่แถวๆ นี้" ไวน์พยักหน้ารับเบาๆ เนื่องจากรู้ว่าบริษัทของครอบครัววาโยอยู่ใกล้ๆ นี้เองซึ่งวารีพี่สาวของวาโยก็ย้ายมาทำงานที่นี่หลังจากที่เรียนจบ
"นี่ไวน์ เธอห้ามเมาเด็ดขาดเลยนะรู้ไหม วันนี้ฉันไม่มีคนช่วยแบกเธอนะ" วาโยเอ่ยและมองเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไม่เมาหรอกน่า กินไปแค่แก้วเดียวเองจะเมาได้ยังไง" คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น เธอเพิ่งจะกินไปแค่แก้วเดียวซึ่งก็เป็นน้ำผลไม้หวานๆ เท่านั้นวันนี้คงไม่เมาจนเพื่อนต้องคอยแบกแน่นอน
จนกระทั่ง...
"อื้อออ ม่ายหวาย" น้ำเสียงโอนเอนพร้อมด้วยใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หลังจากที่ดื่มเข้าไปเป็นแก้วที่สองเท่านั้น แม้ว่าเครื่องดื่มที่ดื่มเข้าไปจะมีรสหวานและน่าลิ้มลองแต่ฤทธิ์ของมันกลับไม่เป็นมิตรกับหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่คออ่อนอย่างเธอเลยสักนิด
"เห้อ...ไหนบอกจะไม่เมาล่ะเนี่ย" วาโยที่มองเพื่อนสนิทกำลังเอ่ยพร่ำไม่เป็นภาษาพลางฟุบใบหน้าลงกับโต๊ะก็ถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ
เธอออกไปคุยโทรศัพท์กับที่บ้านและแวะเข้าห้องน้ำเพียงไม่กี่นาทีพอกลับมาก็เจอเพื่อนตัวดีเมามายหน้าแดงไม่ได้สติไปเสียแล้ว
วาโยพยุงเพื่อนสนิทมาที่รถยนต์ของตัวเองที่จอดทางด้านหลังร้านด้วยความทุลักทุเล แต่โชคดีหน่อยที่สภาพของไวน์ไม่ได้ทิ้งตัวและเมาเหมือนตอนเลี้ยงฉลองเรียนจบเมื่อเดือนก่อนมีหวังเธอได้ลากเพื่อนสนิทไปตามพื้นถนนเป็นแน่
"จะกลับแล้วเหรอ ยังม่ายอยากกลับเลยโย"
"ไวน์เธอเมามากแล้วนะ โอ๊ย...อย่าทิ้งตัวสิไวน์ฉันพยุงไม่ไหว"
วาโยประคองไวน์มาที่รถยนต์ของตัวเองได้สำเร็จ เธอเปิดประตูและดันเพื่อนสนิทให้เข้าไปนั่งประจำที่ฝั่งข้างคนขับก่อนที่เธอจะเดินอ้อมเดินขึ้นรถไปในที่สุด
รถยนต์ขับเข้ามาจอดหน้าคอนโดหรูหราที่ไวน์อาศัยอยู่ที่นี่ วาโยลงจากรถและเดินไปเปิดประตูเพื่อพยุงเพื่อนสนิทเอาไว้หวังจะพาเธอเข้าไปนอนที่ห้องแต่ทว่าเพื่อนตัวดีกลับหลับสนิทไม่โวยวายเหมือนระหว่างทางที่ขับมาเลยสักนิด
"อ้าว หลับเหรอเนี่ย ไวน์...ไวน์ ตื่นเถอะ" มือเล็กสะกิดเพื่อนสนิทเบาๆ เมื่อเห็นไวน์หลับตาพริ้มอิงใบหน้ากับเบาะนุ่มบนรถของเธอ
"หืม อือออ ถึงแล้วเหรอ" ร่างบางสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมามองหน้าวาโยด้วยความตกใจ
"ตกใจอะไร ฉันเอง ไหวไหมเนี่ยไวน์"
"อือออ ไหวสิ หวาย" ไวน์เอ่ยพลางปลดเข็มขัดออกจากตัวและเดินออกจากรถด้วยท่าทางโซเซเหมือนคนเมาไม่มีผิดแต่ดีหน่อยที่ตอนนี้ยังพอพูดรู้เรื่องถามอะไรไปก็รับรู้และตอบกลับมาได้
"ไปกัน เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่ห้องนะไวน์"
"อื้อ ม่ายเป็นราย ม่ายต้อง" เมื่อวาโยจะเดินเข้าไปประคองเพื่อนสนิทแต่ก็กลับถูกห้ามเอาไว้
"ทำไมล่ะ ให้ฉันไปส่งเถอะไวน์"
"ม่ายอาว เธอไปเถอะน่า เนี่ยเดี๋ยวฉันเดินเข้าไปเอง ไม่ต้องห่วงหนูไวน์น้าค้าคุณเพื่อน"
"เอางั้นเหรอ ให้ฉันไปส่งดีกว่า ฉัน..."
"ม่ายยย เนี่ยฉันจะเดินเข้าไปแล้ว บ๊ายบาย บ๊ายบาย บ๊ายบาย" คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นแทรกก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปด้านในคอนโดฯ โดยไม่สนใจกับคำพูดของวาโยที่เป็นห่วงอยากจะเข้าไปส่งเธอถึงที่ห้องเพื่อความปลอดภัยไม่แต่น้อย
"โอเคๆ เดินดีๆ ล่ะไวน์ อย่าไปล้มหัวคะมำที่ไหนนะ" วาโยตะโกนไล่หลังเพื่อนสนิทไปเมื่อเห็นไวน์เดินเข้าไปด้านในด้วยสภาพโซเซเล็กน้อย เธอผ่อนลมหายใจก่อนจะเดินกลับขึ้นไปที่รถและออกรถไปในที่สุด
"อ้าว คียการ์ดหายไปไหนล่ะเนี่ย" มือเล็กที่ควานหาคียการ์ดห้องในกระเป๋าสะพายสีหวานแต่ว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ร่างบางเทกระจาดของภายในกระเป๋าออกมาทั้งหมดเพื่อหาคียการ์ด จนกระทั่งสายตาของเธอเหลือไปเห็นบัตรสีขาวที่ร่วงอยู่บนพื้นหน้าตาคล้ายกับสิ่งที่ตามหาพอดิบพอดี
"อ้าว ร่วงอยู่ที่พื้นเหรอเนี่ย อือออ" ไวน์ก้มลงหยิบคีย์การ์ดใบนั้นขึ้นมาและรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าพลางคลี่ยิ้มกว้างออกมา
ขาเล็กเดินไปยังลิฟต์ตัวหรูก่อนจะแตะบัตรกับช่องสแกนเนื่องจากเป็นคอนโดฯ ที่เรื่องความปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง ลูกบ้านทุกคนจะสามารถขึ้นไปยังชั้นของตัวเองที่มีคีย์การ์ดเท่านั้น
ทันทีที่ถึงจุดหมายคนตัวเล็กก็เดินโซเซออกจากลิฟต์และสแกนคีย์การ์ดกับประตูทันที ตอนนี้เธออยากจะล้มตัวนอนลงบนเตียงใจจะขาดเพราะรู้สึกเวียนหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จนอยากจะอาเจียน
"อื้อออ เวียนหัวชะมัดเลย" เสียงเล็กเอ่ยบ่นกับตัวเองก่อนจะวางกระเป๋าลงบนโต๊ะและเดินดุ่มๆ ไปที่เตียงกว้าง
แต่ทว่า...
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีร่างสูงของคนๆ หนึ่งนอนหันหลังไปอีกฝั่ง คนตัวเล็กสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มและซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากคนข้างกายอย่างไม่รู้ตัวพลันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นพลางปรับสายตามองคนข้างๆ ด้วยความตกใจ
"อือออ"
"!!!" คนตัวโตเบิกตากว้างมองใบหน้าหวานที่คุ้นเคยด้วยความตกใจ แม้ว่าสติของเขาในตอนนี้จะไม่เต็มร้อยจากการดื่มไวน์ตัวใหม่ที่ฤทธิ์ค่อนข้างแรงกับลูกค้ามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาแต่เขาก็รับรู้และจดจำคนตัวเล็กข้างกายได้เป็นอย่างดี!