CHAPTER 9
รู้ไหมการอยู่ในจุดสูงสุดแบบนี้สิ่งที่ฉันชอบมากๆ คืออะไร?
การคาดเดาคำตอบคงเกิดขึ้นภายในใจของพวกคุณไปหลายร้อยหัวข้อแล้วมั้งเพราะมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากหากเป็นเรื่องของการคาดเดาไม่ใช่เรื่องแห่งความเป็นจริง
เมื่อคิดอะไรได้จึงพูดไปแบบนั้น
พวกคุณว่าจริงไหม
หลายคำตอบอย่างเช่นว่ามีความสะใจที่เห็นคนดิ้นพล่านต้องการเอาตัวรอดไหม มีการนั่งหัวเราะจิบไวน์ราคาแพงดูความฉิบหายของคนพวกนั้น การยิ้มรับความสำเร็จที่ตัวเองต้องการหรือแม้กระทั่งกระทำการทำลายซ้ำๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเอาตัวรอดได้จากนั้นก็แค่รอดูความทรมานของมันแทบลากเลือดแทน
ใช่... ฉันทำหมดทุกข้อที่ทุกคนคาดเดาไม่ละเว้นข้อไหนเลย
และก็มีแต่เพิ่มเติมที่พวกคุณคาดไม่ถึงกันเท่านั้น
การถล่มตึกมันเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่คิดเอาไว้จากนี้ต่างหากที่มันเป็นของจริงคนพวกนั้นต้องได้รับอะไรจากคนอย่างฉันอีกเยอะและต่อจากนี้ก็คงได้รับอะไรโต้กลับมาอีกเช่นกันซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดานั่นแหละ ไม่แปลกหากจะโกรธการกระทำของฉันและก็ไม่แปลกถ้าหากฝ่ายฉันจะไม่อยู่เฉยเช่นกัน
“พวกนั้นดิ้นพล่านแล้วค่ะนายหญิง”
ถือว่าได้ผลสำหรับการเชือดไก่ให้ลิงดู
ต่อไปจะเชือดอะไรที่ใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่า
“มีอะไรอีกเจเนียส”
เพราะตัวฉันคิดว่าคนพวกนั้นไม่หยุดแค่นี้หรอก
“เข้าหาคนเพื่อปกป้องค่ะ”
ยืมมือคนอื่นหรือว่าหลอกใช้คนอื่นกันนะ
“คงเป็นตะวันพิศาลสินะ”
“จุดมุ่งหมายเป็นคุณศิลามากกว่าค่ะถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ในตำแหน่งรองประธานทว่าอนาคตยังไงก็ได้ขึ้นเป็นประธานอยู่ดี... เอ่อ...”
“พูดมา”
ฉันรู้ดีว่าเจเนียสไม่กล้าพูดหมดแต่ตอนนี้ต้องบอกมาให้หมด
“คุณฉายสุดาเดินเกมโดยใช้ให้คุณศิลาเป็นหมาก”
ฉายสุดา คนนี้แหละคู่รักของฉันเลย
รักมากแทบบ้า
รักมากจนต้องตามมา
รักมากจนอยากฆ่าให้ตาย
“อืม” เดาไม่ผิดถ้าหากฉายสุดาจะเลือกเดินเกมด้วยวิธีแบบนี้ ยังไงอีกคนก็เป็นหลานที่เหมือนเข้าข้างเธออยู่แล้วขืนใช้คนเป็นพี่ชายตัวเองยังไงก็พังได้ “เตรียมรถเดี๋ยวฉันลงไป”
“ค่ะ”
วันนี้มีงานที่ต้องสะสางฉันไม่พลาดแน่นอนต้องมีอะไรๆ น่าสนุกพลอยให้ลุ้นระทึกแล้วก็น่าติดตาม บทเรียน ประสบการณ์ของการเลี้ยงไม่เชื่องแล้วก็ผลกรรมที่ตามทันเร็วเหมือนจรวดจะได้รับชมภายในคืนนี้เพราะก่อนหน้าที่ทั้งฉันพูดกับเจเนียสมันไม่ใช่เรื่องของป้าของหินทว่ากับพูดถึงต้นเหตุที่ทำให้ตึกมันถล่มต่างหากแต่ถึงยังไงเหตุมันก็มาจากการกระทำของคนๆ นั้น
ในโลกของธุรกิจมักเป็นแบบนี้เสมอหากมีใครขัดผลประโยชน์ ยิ่งถ้าหากอยู่สูงคนข้างกายที่ไว้ใจได้มันก็ลดลงทุกครั้ง ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใครหรอกแม้แต่คนในครอบครัว ฉันได้สัมผัสแล้วก็เผชิญมามากมายผ่านทุกอย่างที่เลยคำว่าเสียใจมาแล้วฉะนั้นจึงไม่มีความรู้สึกอะไรถึงแม้อีกฝ่ายจะเจียนตายมากแค่ไหนก็จะเฉยๆ เท่านั้น
แล้วถ้าหากการตอบโต้มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งกฎหมายที่หลายคนตั้งมั่นให้มันอยู่เหนือทุกสิ่งจัดการได้ทุกอย่างบางคนใช้มันเข้ามาเกี่ยวข้องบอกเลยว่าใช้ไม่ได้หรอก
กฎหมายไม่ได้อยู่เหนือทุกอย่างเสมอไป
เงินและอำนาจต่างหากที่มันอยู่เหนือทุกอย่าง
หรือจะเถียงฉันกันล่ะ
เถียงไม่ออกหรอกเพราะมันคือเรื่องจริงทั้งนั้น
ความเน่าเฟะมีซุกซ่อนอยู่ทั่วทุกวงการทุกอาชีพจะบอกให้เอาไว้ไม่มีที่ไหนขาวสะอาดดั่งผ้าพับไว้หรอกไม่ว่าจะอยู่ซุกซ่อนหลึบไหนก็ตาม ฉันเดินออกมาจากห้องปีกซ้ายสุดของบ้านเดินมาตามโถงทางเดินยกสูงสีเทาดำเด่นสง่าด้วยการประดับโดยแชนเดอเรียสีทองสง่าจากฝรั่งเศส ทุกอย่างจากบ้านหลังนี้ล้วนแล้วแต่มีราคาหมดและเป็นสิ่งที่ฉันเลือกเองจึงไม่แปลกหากมันจะทำให้จำได้อย่างแม่นยำ เม็ดเงินที่จ่ายไปไม่สำคัญแต่สิ่งที่ได้รับต่างหากมันโคตรสำคัญเลย
พอเดินมาถึงด้านล่างกำลังจะก้าวเท้าออกจากตัวบ้านสายตาของตัวเองก็เหลือบเห็นแขกไม่ได้รับเชิญตัวสูงโปร่งเด่นออกมาจากการออลแบล็คทั้งตัวก็คงเป็นสีผมที่โดดเด่นชมพูขึ้นมา เขายืนนิ่งข้างรถที่ถูกจัดเตรียมไว้ของฉันห่างมาอีกนิดจากเจเนียสและการ์ดคนอื่นๆ
“คุณเขาไม่ยอมค่ะจะ...”
“โอเคฉันรู้แล้ว” แค่เห็นสีหน้าของเจเนียสทำไมจะไม่รู้ว่าลำบากใจมากแค่ไหน จึงเดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่กำลังจดจ้องเขม็งมามองตัวเองด้วยระยะห่างถูกย่นลงเรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ จึงลอยมาให้ได้กลิ่น “บุกมาถึงที่นี่มีอะไรหรอกคะคุณศิลา หวังว่าจะเป็นเรื่องราวดีๆ บ้างนะ”
“เรื่องราวดีๆ มันมีด้วยเหรอ”
“งั้นที่นี่ก็ไม่มีเรื่องที่คุณต้องการเช่นกัน”
“ไม่ใช่ว่ามีแต่เรื่องร้ายๆ เหรอ?”
“แล้วแต่จะคิด” ฉันไม่มีสิทธิไปตัดสินใจหรือว่าเถียงคนตรงหน้าเพราะเขาตัดสินใจเชื่อไปแล้ว “แล้วแต่”
แค่อยากย้ำเท่านั้นเอง
“ถ้าเรื่องมันไม่เกี่ยวกับลิลลี่ลูกของผม ผมก็ไม่มาหรอก”
ลิลลี่...
ลิลลี่ไม่ใช่ลูกเขาคนเดียว
ทว่าลิลลี่คือลูกสาวฉันด้วย
ลิลลี่คือข้อแม้ทั้งหมดที่ไม่มีอะไรกั้นกับตัวฉันเอาไว้ มันเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่อยากให้ทำงานหรือว่าใช้ชีวิตต่อไปบนโลกเฮงซวยใบนี้ได้อย่างไม่สนหัวใครทั้งนั้น การดิ้นรนของตัวเองที่ไม่ได้มาง่ายๆ จนถึงจุดนี้เมื่อหันหลังมองย้อนไปมักเป็นขวากหนามทางรุกรังไม่ได้โรยไปด้วยดอกกุหลาบและก็ไม่มีใครคอยซัพพอร์ตโอบกอดให้กำลังใจในตอนเหนื่อยล้าส่วนมากมีแค่ซ้ำเติมฉวยโอกาสมากกว่า
“มีอะไร?”
มันธรรมดามากเลยนะแต่รู้ไหมกว่าฉันจะเปล่งคำถามออกจากปากมันยากขนาดไหนมีแค่ตัวเองที่รับรู้เท่านั้น การแสดงออกภายนอกผ่านสายตาคนอื่นฉันรู้ดีว่ามันไม่ได้รับคำชมหรอกมีเพียงแค่คำด่ามากกว่า
แล้วต้องสนใจเหี้ยอะไร
นี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอก
“…”
เมื่ออีกฝ่ายที่เป็นฝ่ายมาหาไม่เอ่ยพูดอะไรเลยฉันจึงเดินนำหน้าออกไปอีกเล็กน้อยแต่มันห่างจากคนอื่นๆ อยู่พอสมควรแม้กระทั่งเจเนียส หวังว่าระยะห่างนี้จะทำให้เขาที่เดินตามมายอมเอ่ยปากบอกสักทีสำหรับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวของทั้งฉันและก็เขา
สายลมพัดความเย็นออกมากระทบผิวหน้าอีกทั้งยังมีเสียงคลื่นแม่น้ำสายใหญ่สุดของประเทศพัดเซาะเข้าฝั่งในยามราตรีที่มีเรือลำใหญ่แล่นผ่านประกอบกับกิ่งจามจุรีใหญ่โยกไปตามแรงลมในคืนที่เงียบ มันคือที่เดียวกันกับคืนนั้นในการพบปะทั้งพ่อแล้วก็แม่ยายของคนที่ตามหลังฉันมา
เมื่อเสียงรอยเท้าหยุดนิ่งเงียบสงบไม่มีความเคลื่อนไหวฉันจึงทำลายความเงียบนั้นอีกครั้งเพื่อเตือนอีกฝ่ายว่าตัวเองไม่ได้มีเวลาขนาดต้องรอใครเกินครึ่งชั่วโมง
“ลิลลี่ทำไม?”
“เมื่อวานลิลลี่ถามว่าใครคือไอรีน”
ไอรีน... ใช่มันเป็นชื่อจริงของฉัน
ลางสังหรณ์ภายในใจเริ่มแปลกขึ้นแล้วในตอนนี้
ดูเหมือนว่าพอฉันเลือกหันหน้าเผชิญกับเขาในทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยคไม่มีอะไรเอ่ยต่อมาอีกแล้วนอกจากสายตาอันว่างเปล่าความอึดอัดก็เริ่มแล่นเข้าแทรกแซงระหว่างฉันกับตัวเขา
ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
ฉันเลือกเงียบในที่สุด
“…”
มันพูดไม่ออกไปหมด ‘ไอรีน’ เป็นสิ่งเดียวในชีวิตของฉันที่เข้าไปมีบทบาทในสูติบัตรการเกิดของลิลลี่นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีกเลยในชีวิตของคนที่เป็นลูกสาวซึ่งเป็นเลือกเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
“ไอรีน... ในช่องสูติบัตร”
“…”
อย่าบอกนะ
ขออย่างเป็นแบบนั้นเลย
“ผมจะเอามันออก”
“…”
“แค่มาบอกไม่ได้มาขออนุญาต”