CHAPTER 8
“ไม่ใช่เอาคนใหม่มาแทนคนเก่านะ”
“…”
“คนเจ็บไม่ใช่แกคนเดียวนะที่ฉันยอมไอรีน ยอมแลกแกไปเพื่อให้ไปเจอเมียเก่าแกเห็นอะไรจากเธอบ้างหินนอกจากการอยากแก้เผ็ดป้าแท้ๆ ของแก”
“ปากจัดดีครับ”
“เออดีลูกกูเข้าขั้นโง่จริงๆ แล้ว” พ่อก็ปากจัดไม่แพ้เธอเหมือนกันนะคิดๆ ดูแล้ว “สังเกตดีๆ แล้วแกจะเห็นในสิ่งที่ต่างจากเดิมเอาแบบต่างมากๆ เลยก็ว่าได้”
“ไม่ทันแล้วครับ”
“ก็รับปากสัมภาษณ์ไม่มีอะไรหรอก”
ตกลงพ่อเข้าข้างไหนกันแน่สิ่งนี้ฉุดขึ้นมาในใจของผมเป็นที่เรียบร้อยเพราะจากที่พ่อแสดงออกมามันคนละครึ่งมากกว่าจะว่าเอนเอียงไปทางแทรีน่าก็เปล่ามาทางไอรีนก็ยังไงๆ อยู่ ผมไม่สามารถตัดสินใจทดแทนพ่อได้หากพ่อเข้าข้างแทรีน่าประโยชน์มันก็มีแต่หากเข้าข้างไอรีนผมก็พอจะเดาคำตอบได้แต่ไม่รู้ว่าจะใช่หรือเปล่าเพราะต่างคนต่างความคิดบางครั้งสิ่งที่คาดว่าใช่มันอาจไม่ใช่ก็ได้
“บังคับเหรอครับ”
“แนะนำ”
“...”
“อยากเห็นก็ต้องเสี่ยงเข้าไปหิน”
“มันจะได้อะไรครับ” ผมมองไปยังของเหลวที่เคลื่อนไหวบนแก้วในมือของพ่ออย่างใช้ความคิด ทุกเรื่องทุกปัญหาผมแก้ได้เว้นแค่เรื่องนี้ไม่งั้นมันไม่อยู่ยั้งมาถึงปัจจุบัน “ทำแล้วจะได้อะไรนอกจากเจ็บปวด”
“อยู่แบบนี้ดีกว่าหรือไง 10 ปีมาแล้วนะที่ฉันไม่เคยว่าแต่แกก็ยังเหมือนเดิมไม่ต่างจากเดิมด้วยซ้ำไป ในเมื่อลูกเป็นแบบนี้ฉันจะปล่อยให้มันเหมือน 10 ปีที่ผ่านมาได้ยังไงกัน”
“…”
“แทรีน่า... แท้จริงเป็นแบบที่เธอแสดงออกไปเหรอ”
“ไม่รู้ครับ”
“แกรู้ดี” แล้วผมก็โกหกหลอกพ่อไม่ได้เช่นเดิม “โกหกคนแบบฉันไม่ได้หรอกเหมือนที่แกกำลังโกหกใจตัวเองมันก็ไม่ได้เช่นกัน อ้อ... เตือนไว้อย่างคนแบบไอรีนนี่แหละที่มองหลังคนอื่นได้แบบทะลุปุโปร่งเลยล่ะไม่เว้นแกเช่นกันหิน”
พอผมจะพูดออกไปเพื่อถกเถียงพ่อของตัวเองแต่ต้องชะงักเมื่อพ่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนส่งมาให้ผมดู ผมไม่ได้จับโทรศัพท์ทว่าพ่อก็วางมันไว้ตรงหน้าในระดับสายตาให้มันมองเห็นอย่างชัดเจน ข่าวทุกสำนักต่างประโคมเล่นข่าวของแทรีน่าจับใจความได้แบบคร่าวๆ ว่า แทรีน่าโดนปฏิเสธงานทุกอย่างทั้งถ่ายแบบ ละคร พิธีกรรายการประจำยังไม่รวมไปถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าต่างๆ ก็ถูกระงับเนื่องจาก JR บริษัทสัญชาติอเมริกาปฏิเสธแทรีน่า
“นี่มัน... เพราะผมเหรอ”
“ห่วงใครแทรีน่าหรือไอรีน?”
“...”
“ถ้าห่วงไอรีนก็บอกแต่ถ้าห่วงแทรีน่าก็จัดงานแต่งต้นเดือนหน้า”
“พ่อ...”
“คนลังเลจุดสิ้นสุดคือเลือกผิด จำแค่นี้นะหินอีกสองวันจะมาเอาคำตอบ”
“หยุดครับ ป้าหยุด ป้าผมบอกให้หยุด!”
แรงกระแทกของร่างกายของอีกฝ่ายที่โดนผมกระชากออกจากอีกคนทำให้ร่างกายของเธอกระแทกกับของแข็งบางอย่างด้วยแรงระดับหนึ่งหากจะถามว่าผมสนใจไหมตอบได้เลยว่าไม่ สายตาและความสนใจของผมถูกดึงดูดให้มองอีกฝ่ายที่โดนโดยมีสภาพยับเยินยิ่งกว่า มุมปากซ้ำ ผมเผ้าโคตรรุงรังไม่เป็นทรง น้ำตาคลอเบ้าและก็ทั่วทั้งร่างกายหนักสุดคงเป็นแขนที่มีร่องรอย... แทบไม่ใช่ร่างกายคนอยู่แล้ว
แต่สายตากับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สายตาแข็งกร้าว
เมื่อตั้งตัวได้สิ่งแรกที่ได้ถูกทำก็คือปัดร่างกายราวกับรังเกียจก่อนกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากแบบไม่แคร์หรือสนใจสภาพตัวเองเท่าไหร่นัก มือเล็กๆ ทั้งสองกอดอกใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างอวดดี
“อีๆ....”
ใช่การกระทำที่เยาะเย้ย
การกระทำที่เหมือนไม่เห็นหัว
การกระทำที่ไม่เคารพอีกฝ่ายอีกแล้ว
ทีนี้พออีกคนได้เห็นก็เดือดร้อนเป็นฟืนไฟดั่งเช่นกำลังใช้น้ำมันราดบนกองเพลิงทำให้ไฟรุกท้วมโหมกระหน่ำ ป้าลุกขึ้นพร้อมเดินเข้ามาจะเข้าทำร้ายอีกฝ่ายทว่าผมกับบังเอาไว้มิด
ผมเลือกปกป้องอีกฝ่าย
ผมทำถูกแล้ว
“ป้าพอครับ”
“พอเหรอแกดูฉันสิ!”
“งั้นป้าก็ดูอีกฝ่ายก่อน”
ผมเอ่ยตามสิ่งที่เห็นต่างหากไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น
“ดูเหมือนป้าเขาเรียกร้องความสนใจนะ”
“อีผีเจาะปาก อีคนอาศัย อีหน้าด้านตามผู้ชายมาบ้าน อีผู้หญิงใจแตก!”
“แต่ฉันอยู่บ้านผัวไม่ใช่บ้านอีแก่แบบป้า”
“กรี๊ด...”
เสียงกรี๊ดของป้าเกิดขึ้นก่อนที่ร่างกายกำลังไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกแล้ว ป้าดีดดิ้นในอ้อมกอดให้ผมเพื่อให้หลุดแล้วจุดหมายก็คือคนตัวเล็กที่กำลังยืนมองนิ่งไม่สะทกสะท้านอะไรด้วยสักนิดเดียว
“อีเด็กใจแตก กูจะตบมึง!”
“…”
“กูจะเอามึงมากราบตีนผู้ใหญ่อย่างกู!”
“…”
“อีเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน!”
“…”
แต่ไร้การตอบกลับ
มีแค่รอยยิ้มมาแทน
“บอกแล้วใช่มั้ยหินว่ามันไม่เคารพป้า ป้าที่เกิดก่อนมัน!”
“เกิดก่อนแล้วไง เป็นเด็กแล้วไง เกิดก่อนก็ตายก่อนนะอีป้าแก่”
เฮือก!
และแล้วความฝันที่เกิดขึ้นจากความเป็นจริงเมื่อ 11 ปีก่อนก็ได้เข้ามาทำลายการนอนหลับพักผ่อนของผมอีกครั้งในช่วงเวลาที่ตัวเลขบนหัวเตียงบ่งบอกว่านี่เกือบตีสามแล้วกว่า การฝันในลักษณะแนวนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกทว่ามันกับเป็นทุกครั้งในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ถี่หน่อยก็ช่วงแรกๆ ซึ่งผมถือว่ามันปกติกับตัวเองมาก
แต่หลายคนบอกไม่ปกติ
ซึ่งอาจจริง
เวลาช่วยรักษาระยะห่างของความรู้สึกได้แต่ก็ใช่ว่าจะทั้งหมด ลบไม่ได้ช่วยให้ลืมระยะห่างของวันเวลาก็เช่นกัน ทุกอย่างจึงตามหลอกหลอนผมทุกครั้งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การเดินทางสำหรับการพักผ่อนของค่ำคืนนี้ถูกรบกวนไปหมดและมันก็ทำให้ผมนอนไม่หลับไปเป็นที่เรียบร้อยจึงลุกขึ้นมานั่งท่ามกลางความมืดใกล้ระเบียง มือแหวกม่านออกนิดก็พบกับความสว่างที่มากจากดวงจันทร์ด้านนอกคงมีบรรยากาศเย็นกว่าปกติแน่ๆ สังเกตจากยอดต้นไม้ที่เคลื่อนไหวตามทิศทางของแรงลมช่วงนี้บรรยากาศที่ไทยค่อนข้างแปรปรวนไปกันหมดแต่ยึดอากาศร้อนเป็นหลักซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมไม่ปรารถนาเท่าไหร่นัก ผมเกลียดอากาศร้อน ผมไม่ชอบมันเลยจริงๆ สักนิดก็ไม่
ท่ามกลางความเงียบสงัดสายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่ฉายแสงสว่างขึ้นตรงโต๊ะข้างหัวเตียงพอดีจึงลุกขึ้นไปหยิบมาไว้ในมือก่อนมานั่งที่เดิม โทรศัพท์ที่ถูกผมปิดเสียงเอาไว้นั้นมีข้อความหลายประโยคเรียงขึ้นแสดงให้เห็นจาก Application ยอดฮิตแอพหนึ่ง
แทรีน่า... ส่งมาหาผม แทรีน่า... ที่พ่อให้ผมเลือก แทรีน่า... กับคำตอบที่ผมยังค้างคา
ผมเลือกกดไปยังข้อความของเธอที่ดูเหมือนจะยาวเอามากๆ ไม่รู้ว่าจะส่งมาร่ายเรื่องอะไรให้รู้จะเป็นเรื่องมีสาระหรือว่าไร้สาระตอนนี้มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว หลายครั้งที่การติดต่อของผมกับเธอยังงงๆ ไร้ความคืบหน้าถึงตอนนี้จะกลับมาอยู่ไทยแล้วทว่าเชื่อไหมผมยังไม่ได้เจอแทรีน่าเลย
แม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่เคย
T.R: คิดถึงค่ะ
T.R: เจอกันไหมหิน
นี่แค่ประโยคเรียกน้ำย่อยเท่านั้นเอง แทรีน่าเป็นคนประเภทที่ว่าหากอีกฝ่ายไม่มีการตอบรับหรือว่าอ่านเธอก็จะยังทำให้มันน่ารำคาญเท่าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
T.R: โดนปฏิเสธงานไปเรียบร้อยแล้ว แม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยแทไม่รู้จะทำยังไงแล้ว
T.R: ไอรีน เธอบอกหินปฏิเสธ
T.R: จริงเหรอ ขึ้นอยู่กับหินจริงใช่เปล่า
แล้วชื่อของคนนั้นก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งกลับมาทำให้ผมขมวดคิ้วเพิ่มจากเดิมหลายเท่า
Hin: เจอกันไหม?
“ไม่นึกว่าหินจะว่างตอนนี้นะคะเนี่ย คิดถึงแทหรือเปล่า”
“ทามโซนต่างนอนไม่หลับ” ใช่ครับผมออกจากบ้านในเวลานี้ซึ่งเกือบตีสี่กว่าในการนัดเจอแทรีน่า สถานที่ที่ทั้งผมแล้วก็แทรีน่าเจอกันนั้นเป็นร้านกาแฟที่เปิดให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมงแต่ก็ไร้คนมีแค่สองโต๊ะเท่านั้น “แล้วนี่เที่ยวเหรอ”
“นิดหน่อยวันเกิดเพื่อนค่ะ”
“งานโดนปฏิเสธจริง?” คำถามจากผมเอง
“ไม่หวง ไม่ห่วงหน่อยเหรอคะแฟนหนีเที่ยวไม่บอกทั้งทีนะ” คำถามนี้ทำให้ผมที่นั่งนิ่งประเมินคนตรงหน้าของตัวเองไปด้วย รอยยิ้มการส่งสายตาและอาการต่างๆ เล่นเอาคำถามจากพ่อเข้ามาในความคิดแบบไม่ทันรู้ตัว “อ่อไม่ใช่สิแฟนไม่ได้ในเมื่อเรากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว”
“…” แทรีน่ายิ้มส่งมาให้ผมหลังจากพูดเสร็จ
“ใช่มั้ยคะหิน”
“ไม่ห่วงตัวเองเหรอแทที่งานโดนปฏิเสธหมดแล้ว”
“มีหินอยู่ทั้งคนจะกลัวอะไรคะ”
“กลัวไว้ก็ดีนะ ผมไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น”
ศิลา ตะวันพิศาล : TALK END