CHAPTER 7
ของขวัญ
ของขวัญที่คาดไม่ถึง
รู้ไหมว่ามันทำให้ผมคิดมาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่จางหายไปไหนด้วยซ้ำไป ด้วยอาการย้ำคิดย้ำทำมาตลอดพอมาเจอเรื่องนี้กับทำอะไรไม่ได้เลยความห่วยแตกของตัวในตอนนั้นถือนิ่งแล้วมองดูแค่นั้น จุดหนึ่งที่ผมไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งส่งเสียงห้ามปรามหรือขอร้อง
“เสียหายเยอะมั้ย”
“ถามว่ามีอะไรที่เหลือซากให้ดูต่างหน้าบ้างจะถูกมากกว่าครับ”
“ฮ่าๆ” นึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อผมได้เห็นท่าทีของพ่อตัวเองที่ต่างจากความคิดของตัวเองมากถึงมากสุด พ่อไม่ได้โกรธหรือทุกข์ใจอะไรกับเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นแบบหมาดๆ กับญาติตัวเองหรือจะเรียกง่ายๆ ตามลำดับก็คือพี่สาวตัวเองกลับกันยังได้ส่งเสียงหัวเราะพร้อมจังหวะแกว่งแก้วเหล้าในมือด้วยซ้ำ “แกล่ะเป็นยังไง”
“…”
“ถึงกับให้คำตอบไม่ได้เชียวเหรอ?”
“พ่อรู้ดี”
พ่อมองความคิดผมออก
พ่อแค่อยากให้ผมเปิดประเด็นพูดออกมา
พ่อถึงใช้ไม้นี้กับผมแล้วตอนนี้ผมก็รู้ทันไม่ใช่ไก่อ่อนเหมือนเมื่อก่อนที่จะให้พ่อหลอกได้ซ้ำซ้อนทุกครั้ง
“ลังเล คิดเยอะ ไม่เด็ดขาด ไม่สมกับเป็นแกเลยนะ”
“…”
ใช่ผมกำลังเป็นแบบนั้น
เพราะสิ่งที่ผมเห็นและสัมผัส...
มันไม่ใช่อย่างที่คิด
ยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดีอะไรแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นทำได้แบบนั้น ปกติเออออไปตามเพื่อนฝูงเท่านั้นทว่าสิ่งที่พึ่งเจอมามันไม่ได้เกิดจากเพื่อนแต่เกิดจากคนที่ผมคิดว่ารู้จักดีที่สุดด้วยซ้ำซึ่งตอนนี้มันคงไม่ใช่แล้ว สิ่งนั้นที่อยู่ในความคิดของผมมันควรจากไปตั้งแต่วันนี้หลังเหตุการณ์ที่พึ่งเจอไป
“แค่ตึกหิน แกจะคิดอะไรมาก”
ใช่แค่ตัวตึกเปล่าๆ แต่อย่าลืมนะว่าอะไรๆ มันก็เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายได้เสมอถ้าอยู่ในความประมาทซึ่งผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
การสูญเสียเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดี
อย่าให้มันเกิดขึ้นดีกว่า
“ไม่ควรเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ”
ในความคิดอันซับซ้อนของตัวเองผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา มันไม่ใช่แค่ตึก มันคือการเตือนเป็นกลายๆ หากอีกฝ่ายเอาจริงไม่เหลือซากให้เห็นและไม่บอกกล่าวแบบนี้
“แล้วควรเป็นแบบไหน” คราวนี้พ่อวางแก้วในมือลงพร้อมกับใช้สายตาจ้องแบบนิ่งๆ ไม่ใช่อย่างที่นักแสดงเขาทำกันมันต่างกันอย่างที่ผมก็อธิบายไม่ถูก “แบบที่ป้าแกต้องทำกับเขาใช่มั้ย”
“…”
“ธุรกิจ... มันมีทั้งผลประโยชน์และการขัดผลประโยชน์แกก็รู้ไม่ใช่เหรอหิน ครั้งนี้แค่เตือนไม่มีใครตาย”
“แต่ไอรีนไม่มีอำนาจขนาดนั้น”
“…”
“เขารับมือไม่ได้หรอกครับ”
“แล้วถ้าหากมันกลับกันล่ะ เขารับได้ เขาทำได้ คราวนี้ฝ่ายตั้งรับคือป้าแกต่างหากแล้วเป็นแบบนี้แกจะคิดยังไง”
“ผมไม่ได้ห่วง”
“พ่อไม่ได้ถามนะข้อนี้”
“…” ผมไม่มีอะไรจะตอบพ่อ
“ไอรีนไม่ใช่เด็กอีกแล้วหิน ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้เสมอไม่มีอะไรเหมือนเดิมได้ตลอดนะ การก้าวเดินของทุกคนไม่เท่ากัน การไปได้ไกลกว่าก็เกิดขึ้นมันก็ไม่เท่าเดิม ไม่มีใครการันตีทุกอย่างได้หรอกไม่เว้นแม้แต่ชีวิติของตัวแกเองด้วยซ้ำไป การที่เขาทำแบบนั้นแน่นอนไม่ใช่เพื่อสนุกแต่แค่เตือนว่าอย่าล้ำเส้นไปกว่านี้”
ล้ำเส้นงั้นเหรอ
มีเรื่องที่ผมไม่รู้แน่ๆ
และจะไม่มีวันรู้จากปากของพ่อ
“ป้าทำอะไรครับ?”
ผมต้องการคำตอบจากพ่อ
“…” แต่ก็ได้แค่เพียงความเงียบที่ถูกส่งออกมาเพียงอย่างเดียวไม่มีอะไรมาต่อแม้กระทั่งประโยคพูดแต่แค่นี้มันก็ทำให้รับรู้ว่าไม่ธรรมดาแน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่โดนเล่นงานกลับขนาดนี้หรอก
“แล้วพ่อรู้มั้ยว่ามันจะจบหรือเปล่า”
“แกรู้ดีหิน รู้นิสัยป้าแกดี”
“หนักครับ” นาทีนี้ไม่มีใครยอมใครหรอก ทุกอย่างไม่ดำเนินมาถึงจุดจบทว่ามันกับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแน่ๆ คนอย่างป้าไม่ยอมและหากจะคาดเดาอีกฝ่ายก็ไม่ยอมแน่ “หนักทั้งคู่”
“ไม่หรอก”
“พ่อหมายความว่าไง?”
พ่อยิ้มแล้วยกไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากเหมือนเดิม
แบบนี้...
“ป้าแกต่างหากที่จะกระอักเลือดจำคำพ่อไว้นะ”
“...”
“จำเอาไว้ให้ดีๆ”
รู้โดยอัตโนมัติในทันทีว่ามันยังมีเรื่องบางอย่างที่ผมยังไม่รับรู้และยังไม่ถึงเวลาที่ได้รู้ฉะนั้นถามพ่อให้ตายยังไงก็ไม่มีทางหลุดจากปากของท่านแน่นอน ผมรู้มันดีจึงไม่พยายามถามอะไรออกไปปล่อยให้สิ้นสุดตรงนี้จนกว่าเรื่องนี้มันจะถึงจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงเวลาที่สมควร
“…”
“แล้วเรื่องให้ไอรีนสัมภาษณ์แกตัดสินใจยังไง”
“ปฏิเสธครับ”
นั่นคือความจริง
คิดเหรอว่าผมจะยอมทำตาม
บอกเลยว่าไม่มีทาง หนทางการร่วมงานระหว่างผมกับเธอมันเป็นเส้นขนาดมานานแล้วถึงเวลาก็ต้องเจอกันทว่าจุดสิ้นสุดไม่มีหรอกมีแค่ขนานกันไปเรื่อยๆ แค่นั้นเพราะจุดลงเอยไม่เคยมี
“งั้นว่าที่เจ้าสาวแกต้องกระเด็นออกจากปกนิตยสารแน่”
“พ่อแลกอะไรกับเธอ ผมใช่หรือเปล่า”
“ยื่นหมูยื่นแมวต่างหากหิน ธุรกิจจะดำเนินต่อได้”
“...”
เชื่อพ่อเลย
“อีกอย่างว่าที่แม่ยายแกมาขอทั้งทีจะให้ฉันทำไงปฏิเสธเหรอ?”
“อย่าสนใจพวกเขาเลยพ่อ”
“อย่าสนใจ อย่าใส่ใจ ต่างคนต่างอยู่ไม่ช่วยเหลือแบบนี้สินะในความคิดของแก ไม่รักก็ไม่ต้องแต่งนะหินอย่าเอาเขาเข้ามาเจ็บเพราะการกระทำของแกเลยสุดท้ายไม่มีอะไรดีขึ้นมันยิ่งดิ่งลงเหวกันทั้งหมดไม่ว่าใครก็ตามรวมไปถึงแกด้วย ครั้งแรกที่พ่อจะเตือนแล้วเป็นครั้งสุดท้ายด้วย”
“ผมอยากเริ่มต้นใหม่”
เมื่อประโยคนี้ที่เอ่ยพูดออกไปมาพร้อมกับการถอนหายใจยาวไม่เหลือสภาพของตัวแข็งแกร่งในตลอดเวลาที่ผมสร้างมันขึ้นมาเป็นเกาะป้องกันตัวเอง ความพยายามของผมล้มเหลวทุกครั้งตั้งแต่ต้นที่เริ่มพยายาม รู้ดีว่าในบางครั้งมันฝืนแค่ไหนทว่านั่นเป็นการตัดสินใจท่ามกลางความกังวลมาตลอด
ไม่ใช่ที่ผ่านมามันไม่ล้มเหลว
ไม่ใช่ว่าทุกครั้งมันไม่เจ็บปวด
ไม่ใช่ว่าจะอยากอยู่ซ้ำๆ ในจุดเดิม
“เริ่มต้นใหม่แน่ใจแล้วใช่มั้ย?”
ไม่รู้...
ผมเลือกปฏิเสธในใจ
“…”
“ไม่ใช่เอาคนใหม่มาแทนคนเก่านะ”