CHAPTER 4

1803 คำ
CHAPTER 4 “ได้ค่ะ ทั้งหมด...” ฉันเลือกจ่ายแล้วรอไม่นานก็ได้กาแฟมาแก้วหนึ่งในมือทางเลือกต่อมาคือไม่นั่งในร้านแต่จะนั่งโซนเอาน์เดอร์นอกร้านที่มีต้นสนสูงตัดทรงสวยคั่นระหว่างโต๊ะให้ความส่วนตัว การนั่งในที่นี้เหมาะกับการดื่มกาแฟสูดกลิ่นไอดินไปด้วยแต่ถ้าไม่มีเสียงสนทนาหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังให้ได้ยินเสียก่อน “คิดให้ดีก่อนตอบนะไอ้เวร” “นัดมาเพื่อถามอะไรแบบนี้เหรอวะ” เหมือนพี่น้องทะเลาะกันฉันไม่อยากยุ่งเท่าไหร่แต่ประโยคต่อมานี่สิทำให้ชะงัก “จะทำอะไรคิดถึงลิลลี่หน่อย ลูกมึงอ่ะไอ้หิน” ลิลลี่งั้นเหรอ? หินงั้นเหรอ? “…” “ไม่อยากเจอเขาแน่เหรอวะ” “…” “ตกลงจบยังไงกันแน่ ไม่มีใครรู้เลยนะ” “ถ้าตอนนั้นมันดี ตอนนี้จะมาไม่อยากเจอทำเหี้ยอะไร” “…” “เลิกเสือกเรื่องนี้ได้แล้วไอ้สัส มันควรจบตั้งนานแล้ว” “จบหรือพึ่งเริ่ม?” “มึงรู้อะไรมาเว” แบบนี้อีกฝ่ายจะโกหกไม่ได้แล้วนะ ทางเดียวก็คือต้องพูดความจริงเท่านั้น คนชื่อเวพลาดไปแล้ว และฉันก็ค้นพบว่าตลอดเวลาตัวเองก็พลาดเช่นกันที่คอยให้เลอาสืบอะไรต่างๆ จากคนชื่อเวเพราะเขาคงรู้หมดแล้วถึงได้หาทางป้องกันทุกอย่างในช่วงหลายปีอีกทั้งยังย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ก็เพราะแบบนี้สินะ ไม่ฉลาดเอาเสียเลยสำหรับคนชื่อเว พลาดเพราะปากพล่อย พลาดเพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่สงสัย “...” “อย่าคิดไม่บอกไม่งั้นได้ยำตีนจากกู” “เออ กูรู้ว่ามึงอยู่ที่โน้นมึงทำอะไรบ้างแล้วมึงก็รู้หลีกเลี่ยงกับเธอ” “แล้วมันเกี่ยวอะไร?” “แสดงว่ามึงตั้งใจทำสินะหิน กีดกันขนาดนี้เลยเหรอวะ” “มันควรเป็นแบบนั้น” ประโยคเฉยชาเล่นเข้าโสตประสาทการรับรู้ของตัวเองรู้ไหมประโยคนี้ทำเอาบรรยากาศที่ดีเหมาะสำหรับดื่มกาแฟจางหายลงไปในพริบตา แก้วกาแฟอยู่ตรงหน้าโดยมีดวงตาของฉันภายใต้แว่นตาจับจ้องไปไม่คลาดสายตาไปไหนมองมันซ้ำๆ แบบนั้นเรื่อยๆ กระทั่งประโยคต่อมามันทำลายลง “หรือจะให้บอกลูกว่าแม่มีผัวใหม่” “ไอ้หิน” “นี่ไง ขนาดมึงยังรับไม่ได้แล้วคิดเหรอว่าเด็กแบบลิลลี่จะรับได้ ไม่มีทางหรอกมึงก็รู้ว่าลิลลี่เป็นยังไง” หมายความว่าไง “…” “มันต้องทำแบบนี้” “แต่วงกว้างที่มึงตีกรอบเอาไว้สุดท้ายแล้วมันไม่ได้อะไรเลยนะ” “…” “อยากให้มึงคิดข้อนี้ด้วยหิน อย่าคิดเพียงแค่ว่ากลัวลูกจะรับไม่ได้ว่าแม่ไปมีครอบครัวใหม่” “…” การเค้นยิ้มให้กับตัวเองโดยปราศจากคำอธิบายใดๆ เพราะมันจริงทุกอย่าง “ว่าแต่เธอไปมีครอบครัวใหม่จริงๆ หรือมึงมโนเองไอ้หิน” “ไม่รู้” “ไม่รู้นี่หมายถึงปฏิเสธหรือว่าปัดส่งๆ” “จะเอาอะไรนักหนาเว” เสียงหงุดหงิดอีกทั้งตอบปัดรำคาญไม่พอใจทำให้คู่สนทนาเงียบลง “เขาบอกกูเองให้คิดว่าไงล่ะ” “เห้อปวดหัวกับเรื่องของพวกมึงว่ะ” ไม่ใช่การประชดนะแต่เป็นการใช้น้ำเสียงพร้อมทั้งถอดถอนลมหายใจที่แสดงถึงความเหนื่อยและเบื่อหน่ายมากจริงๆ หากคาดเดาไม่ผิดอีกคนที่เป็นคู่สนทนาจะเงียบไม่แสดงอาการอะไรออกมาทั้งนั้นเพราะไม่อยากให้ใครเข้ามารับรู้ความคิด “แล้วก็เบื่อการทำหน้าแบบนี้ของมึงด้วยหิน” นั่นไง... เชื่อไหมล่ะ ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะรับรู้เรื่องของคนอื่นได้ไปทั่วทว่ากับคนๆ นี้มันง่ายนิดเดียวเท่านั้น ความราบเรียบความนิ่งไม่ตื่นเต้นอะไรนั่นแหละคือจุดที่ควรมาร์กเน้นสีเด่นเอาไว้เลยว่าคนนี้มีแผนรองรับเอาไว้สำรองอยู่แล้วแต่จะเอ่ยออกมาหรือเก็บเอาไว้รับรู้เองมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอยากในการคาดเดา “…” “แต่ดีหน่อยที่พาลิลลี่หลานรักมาอยู่ด้วยไม่ต้องไปๆ มาๆ ทัวร์อเมริกาเหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมาแล้ว” “…” “มีแค่นี้แหละที่กูรักมึงนอกนั้นอยากถีบลงเหว” “แล้วถ้ากูพาลูกหนีมึงไปอีกอ่ะ” “เรื่องนี้ไม่ต้องถึงกูเลยแค่แม่มึงคนเดียวมึงก็ตายห่าแล้วจ้ะ” “กวนตีนเว” “แต่จะว่าก็ว่าเถอะอีกเรื่องที่เกิดขึ้นมึงจะทำยังไง” “เรื่องไหน?” “แท” “ให้แก้เอง” ไม่ต้องใช้เวลาคิดในการตอบน้ำเสียงเดิมก็เอ่ยขึ้นแต่ลดเสียงกว่าเดิมมากกว่าเนื่องจากเป็นที่สาธารณะควรเซฟนิดหนึ่ง “กูไม่เข้าไปยุ่งหรอกอีกอย่างปัญหาก็เกิดขึ้นมาจากตัวแทเองนะเว” “ไหนว่าคุยๆ กันอยู่วะ” “คุย ก็แค่คุยไม่ใช่ตัวรับแทนปัญหาทั้งหมดแล้วถ้าจะคิดว่าจะเข้าไปเป็นสปอนเซอร์แทน JR หรือเปล่านั้นตอบได้เลยว่าไม่มีทาง” “ไอ้หิน” “ขนาดคุณลาแอลนักธุรกิจชื่อดังระดับโลกยังถอนออกแล้วกูจะเอาตะวันพิศาลไปเสี่ยงเหี้ยอะไรล่ะ จริงมั้ย?” “ลาแอล?” เหมือนอีกฝ่ายจะถามว่าใครด้วยสิ “ผู้มีอิทธิพลหญิงจากฝั่งตะวันตก เด็ดขาด น่าเกรงขาม ร่ำรวยแล้วก็เลือดเย็น มึงควรไปหาประวัติอ่านนะเว” “…” “อ้อ... ผู้หญิงคนนี้ไม่มีรูปภาพนะ ไม่รู้สิว่าหน้าตาจะสวยขนาดไหน” “อะไรวะแล้วมึงอยากเห็นอยากเจอหรือเปล่าคุณลาแอลอะไรเนี่ย” “ไม่ ไม่อยากเจอ” เป็นประโยคเบาหวิวที่ดังก้องเข้ามาในการได้ยินของตัวฉันเอง ไม่อยากเจอ เล่นวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพลอยทำให้ยกมุมปากยิ้มออกมาอย่างไม่แคร์ ลาแอลน่ะเหรอ...อืม ผู้หญิงคนนี้สวยนะ ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก ผู้หญิงคนนี้เท่าทันคนมาหมด และสุดท้ายผู้หญิงคนนี้ก็ร้ายสุดเช่นกัน การกำจัดความของความร้ายกาจไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหนหากใครเคยร่วมทุนก็น่าจะรับรู้ดีว่าคนๆ นี้ไม่ใช่เล่นๆ ขนาดระดับเดียวกันยังสามารถทำให้ร่วงตกลงมาได้เลยนับประสาอะไรหากจะต่อกรสู้เล่นๆ การเอาตัวเข้าไปเป็นตัวเล่นภายในเกมของเธอไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่นักเพราะถ้าหากจบเกมส์ไม่ตายก็เจ็บหนัก “โหดขนาดนั้นเชียว” “ไม่รู้ดิ กูไม่เคยเจอนิ” “พูดวกวนว่ะหิน มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย” “มึงนั่นแหละเป็นเหี้ยอะไรไอ้สัส” แล้วทั้งสองคนนั้นก็พูดเรื่องอื่นซึ่งมันไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันอีกเพราะเป็นเรื่องอื่นๆ ไร้ความหมายหากจะฟังอีกอย่างไม่เกี่ยวอะไรกับฉันไม่อยากสาระแนเรื่องคนอื่นชีวิตของตัวเองยุ่งยากขนาดนี้หากไปยุ่งคนอื่นไม่ตายเหรอ การเข้าไปยุ่งเรื่องคนอื่นบอกเลยเสียเวลาชีวิตมากนอกจากจะไม่ได้เรื่องอะไรก็ยังถ่วงชีวิตและความคิดอีกประเด็นหลักที่สามารถเห็นได้ทั่วไปเลยคือการอิจฉา มนุษย์เป็นบุคคลทำให้โลกยุ่งเหยิง ทำให้สิ่งต่างๆ ต่ำลงหรือมันไม่จริง การกระทำของมนุษย์ใช่ว่าจะดีหมด ไม่มีใครขาวสะอาดเท่ากับเด็กไปได้ตลอดหรอกแม้กระทั่งตัวเด็กเอง การเติบโตคือการแต่งแต้มสีสันลงบนตัวนั่นเสมือนเป็นตัวเลือกที่จะเลือกแต่งสีขาวหรือว่าดำ อย่างฉันเองที่ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากกว่าใครทั้งนั้นแล้วชีวิตก็ไม่ได้น่าอิจฉาด้วยซ้ำ การเลือกมองว่าชีวิตก็เหมือนเหรียญแต่เหรียญที่มองมันมีอยู่สามด้านด้วยกัน ด้านของตัวเองด้านของคนอื่นและก็ด้านที่ปลอมขึ้น มันเป็นแบบนี้จริงๆ นะ ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูสิว่าคนรอบตัวเป็นยังไง “วันนี้กูไปหาหลานนะหิน” “ถ้าบอกไม่มึงก็จะไปแล้วจะถามทำเหี้ยอะไร” “ไม่กวนสักครั้งมันจะตายมั้ย” “มึงอ่ะตายห่าแน่” “กูตลอด กูที่เป็นพี่มึงเนี่ย” “เลิกไร้สาระเถอะเว” เสียงถกเถียงกันดังขึ้นแล้วก็จางหายลงไปเรื่อยๆ กระทั่งกลับมาเงียบกว่าปกติได้ การได้นั่งดื่มกาแฟใช้เวลากับตัวเองไปเรื่อยจวบจนเป็นที่พอใจก็ถึงเวลากลับ ความจริงแล้วฉันต้องการกลับทีหลังสองคนนั้นต่างหากแล้วก็เป็นแบบนั้นแบบที่เป็นความต้องการของตัวเองใช้เวลาเดินจากร้านกาแฟมายังรถใช้เวลาไม่นานนักก่อนเท้าจะหยุดลง มีข้อความหนึ่งโชว์ขึ้นท่ามกลางสายตาของฉัน ข้อความจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาว และก็เป็นข้อความที่ฉันเลือกไม่ตอบและก็ไม่สนใจมัน นิ้วมือเคลื่อนกดสลับแชตไปยังอีกแชตหนึ่งซึ่งถูกใช้งานบ่อยกว่าใครทั้งนั้น J CHAT LL[ll]: สืบรายละเอียดทุกอย่างของลลิสา ตะวันพิศาล LL[ll]: ขอด่วน J: รับทราบค่ะ พึ่งเห็นช่องโหว่ของตัวเองในรอบหลายปีที่ผ่านมาซึ่งมันเป็นความผิดพลาดของตัวเองอย่างไม่ต้องไปโทษใครได้เลย รู้ตัวว่าแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยตัวเองรับรู้หมดทุกอย่างทว่ากับเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในบทสนทนาของสองคนนั้นทำให้ฉันกังวลว่าอาจมีเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องที่ยังไม่รู้ซุกซ่อนอยู่มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น สำหรับลิลลี่ฉันเองรู้ทุกเรื่อง ฉันต้องการรู้ทุกเรื่อง “ไอ้เหี้ยดีนะที่กุญแจไม่หายไอ้สะ...” น้ำเสียงทุ้มที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์จนโสตประสาทของฉันคุ้นเคยแยกเสียงได้ถึงแม้ไม่ได้เจอหรือพูดคุยกันเลย ประโยคนั้นยังเอ่ยพูดไม่จบแบบสมบูรณ์กับต้องมาหยุดลงเมื่อฉันและเขาสบสายตากัน ระยะห่างของพวกเราไม่มากเพียงแค่สามก้าวก็ชิดกันแล้วงั้นแสดงว่ารถคันสีขาวจอดข้างกับรถฉันก็คือรถเขาสินะ โลกกลมหรือเวรกรรมกำลังจะวนเกิดอีกรอบกัน อย่างหลังน่าจะใช่กว่า “มึงหยุดทำเหี้ยอะ.... ไอ้เหี้ย...” ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากคนเรือนผมสีแดงอ่อนเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้น กระทั่ง... เขาเดินผ่านฉันไปราวกับไม่มีตัวตนหลงเหลือเพียงแค่กลิ่นน้ำหอมล่องลอยตามลม
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม