CHAPTER 5
การไม่เห็นหัว การถูกเฉยเมย การโดนผลักออกมามาจากวงโคจรของกันและกัน
มีอะไรอีกมากที่ฉันโดนมากแล้ว
การเกิดมาเป็นฉันมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
แล้วถ้าหากโดนแค่นี้จะทำให้รู้สึกหมกอาลัยตายอยากขนาดนั้นบอกเลยว่าคิดผิด ในเมื่ออีกฝ่ายเฉยได้ฉันก็แค่ก้าวเดินไปที่รถแบบสวยๆ โดยไม่หันหลังกลับไปดูอะไรทั้งสิ้นก็แค่นี้เองจบการรีวิวเผชิญหน้ากันครั้งแรกในรอบหลายปีดูน่าประหลาดพิลึกแต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ รอยยิ้มเหยียดของตัวเองเกิดขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็น
สายตาจับจ้องไปยังของเหลวสีแดงกำมะหยีในแก้วทรงสูงจากมือของตัวเอง Kalimna Block 42 ชื่อของไวน์ในแก้วนี้ มันช่วยให้อารมณ์ของฉันดีขึ้นในยามกลืนลงผ่านลำคอเข้าสู่ร่างกายบวกกับบรรยากาศยามค่ำคืนท่ามกลางระเบียงชั้นบนสูดของ Blue home
ดวงจันทร์กลมลูกใหญ่ที่ส่องสว่างกลางหมู่ดาวหลากหลายพันล้านดวงท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิดมันช่างเดียวดายไร้ความมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากการใช้ชีวิตคนเดียว การดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะมีอิทธิพลอำนาจล้นมือแค่ไหนสุดท้ายก็จบด้วยความเหงาและความเดียวดายอยู่ดี
“มีอะไรเจเนียส”
แค่เสียงก้าวเท้าเดินมาก็รู้แล้วว่าเป็นใคร
ฉันไม่ชอบให้ใครมารบกวนเวลาส่วนตัวและในตอนนี้ที่กำลังอารมณ์เสีย
“มีแขกมาขอพบค่ะคุณไอรีน”
ขอพบในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน หึ... ไร้มารยาทสิ้นดี นี่คือเวลาพักผ่อนของฉันแต่หากว่าไม่สำคัญจริงๆ ไม่มีทางที่เจเนียสจะปล่อยผ่านมาได้แสดงว่าคนๆ นี้ต้องสำคัญมากพอ
“…”
“คุณภูผา ตะวันพิศาลค่ะคุณไอรีน”
แก้วไวน์ทรงสูงถูกฉันวางไว้และไม่ได้รับความสนใจอีกเมื่อชื่อนี้เดินทางผ่านเข้าประสาทการรับรู้ ทำไม่จะไม่รู้จักกันชื่อนี้คนนี้รู้จักดีเสียด้วยซ้ำถึงแม้จะไม่ได้เจอกันเกือบจะสิบปีแล้วก็ตาม บุรุษร่างสูงเด่นเรื่องการวางตัวและการเป็นผู้นำสุดยอดเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ฉันไม่มีทางลืมหรอก
ไม่คิดจะลืมด้วย
เมื่อชื่อมาให้ได้ยินความจำโลดแล่นยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
“ไม่ได้มาคนเดียวด้วยใช่มั้ย”
เชื่อสิ ไม่มาคนเดียวหรอก
“ใช่ค่ะ มากับผู้หญิงคนหนึ่ง”
“เธอไม่รู้เหรอจีเนียส?”
ถ้าไม่รู้นั้นฉันจะถือว่าเป็นความผิดพลาดแน่ๆ ทว่าไม่มีอะไรที่จีเนียสไม่รู้หรอกหากย่างกายเข้ามาใน Blue home เพราะว่าจะมาเป็นเลขาได้ต้องผ่านอะไรมามากมายรวมแล้วไม่ใช่ง่ายๆ ด้วยซ้ำ
“คุณหญิงด้วยเกล้า แม่ของแทรีน่าค่ะ”
“งั้นเหรอ?”
การเดินไปตามโถงหินอ่อนสีขาวใหญ่โค้งรูปทรงครึ่งวงกลมแต่มีลักษณะยาวเพราะเชื่อมต่อจากตัวบ้านทอดไปยังด้านข้างซึ่งติดแม่น้ำสายใหญ่ของเมืองหลวง ระหว่างทางเดินดวงไฟจากทั้งสองข้างทางถูกเปิดด้วยระบบเซนเซอร์เปิดปิดอัตโนมัติตรวจจับการเคลื่อนไหวฉะนั้นเมื่อเดินผ่านก็จะแสงไฟสีนวลก็เปิดออกแล้วก็ปิดเอง
สลิปเปอร์สีดำสนิทที่ด้านหน้ามีสัญญาลักษณ์ของแบรนด์ดังของตะวันตกนำพาฉันเดินมาเรื่อยๆ ทั้งที่ร่างกายมีแค่เสื้อคลุมผ้าลื่นสีดำลากยาวไปตลอดทางสวมทับกับชุดนอนสีดำสนิททั้งเสื้อแล้วก็กางเกงขายาว หากมาในเวลานี้ก็จะเจอฉันในสภาพนี้แหละซึ่งแน่นอนว่าแค่บางคนเท่านั้น
พอพ้นโถงในสายลมเย็นจึงปะทะใบหน้า สายลมที่พัดวนเวียนตลอดมากกว่าที่อื่นพร้อมทั้งมีเสียงน้ำไหลนานครั้งจึงเห็นเรือใหญ่ผ่าน ไม่ไกลนักทั้งบุรุษแล้วก็สตรีก็เข้ามาในสายตาของฉันทั้งสองนั่งบนเก้าอี้สีขาวบริเวณระเบียงใต้ต้นจามจุรีใหญ่แนบข้างทั้งสองต้น
แสงไฟทำให้เห็นสีหน้าท่าทางหมดว่ามันเป็นเช่นไรพอเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามรอยยิ้มจึงเกิดขึ้นจากสตรีคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะคุณไอรีน”
เธอสวัสดีฉันก่อนแต่ก็ช่างเถอะในเมื่อตอนนี้ฉันกำลังไร้ความสนใจจากผู้หญิงคนนี้อีกทั้งยังเบือนสายตาไปมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก ลักษณะท่าทีก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแถมยังคล้ายเขาแบบน่าใจหาย อดีตนักแสดงชื่อดังขวัญใจคนทั้งประเทศแต่ก็ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งเมื่ออายุได้ 35 นั่นคือ คุณภูผา ตะวันพิศาล คนนี้
“สวัสดีค่ะคุณภูผา สวัสดีคุณ...”
“ดิฉันชื่อด้วยเกล้า คนในสังคมเรียกว่าคุณหญิงด้วยเกล้า”
อ้อ... คุณหญิงด้วยเกล้านี่เอง
รอยยิ้มเคลือบลิปสติกสีขมพูเด่นบวกกับการแต่งตัวแบบจัดเต็มในเวลาเกือบเที่ยงคืนมันดูเวอร์ไปหน่อยแต่ก็ช่างเถอะ
ชอบใครชอบมัน จะอวดก็อวด
“สวัสดีหนูไอรีน คุณหญิงด้วยเกล้าเขาเป็นแม่ของหนูแทรีน่าน่ะ”
“ค่ะ เข้าเรื่องเลยมั้ยคะ มีอะไรหรือเปล่า”
ฉันไม่ชอบน้ำแต่ชอบเนื้อ ไม่ชอบการเวิ้นเรื่องโอ้อวดทั้งที่กำลังมาขอความช่วยเหลือ
“คุณไอรีนเป็น บก นิตยสารบริษัทในเครือของ JR ที่พึ่งมารับตำแหน่ง ดิฉันขออย่าพึ่งระงับหรือว่าปฏิเสธแทรีน่าในปกที่กำลังจะวางแผงขายได้มั้ยคะ”
“แต่ทาง JR ถอนสปอนเซอร์ออกจากละครที่คุณแทรีน่าเรียบร้อยแล้วนะคะที่ดิฉันได้ข่าวมาฉะนั้นแน่นอนว่าทางนิตยสารเป็นปกใหม่เป็นนางแบบดวงรุ่งคนอื่นเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอเถอะ ช่วยได้มั้ย”
“เอาอะไรมาแลกคะ?”
ไม่มีอะไรได้ฟรีหรอก
ในโลกนี้มีการแลกเปลี่ยนเต็มไปหมด
“…”
“ถ้าหากดิฉันช่วย... เพราะพวกคุณก็รู้ดีในการบริหารงานของคุณลาแอลมันเด็ดขาดแค่ไหน หากเขาตัดสินใจไปแล้วคือจบค่ะ”
แล้วรู้อะไรหรือเปล่าอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้นั่นคือการพร่ำเรื่องราวต่างๆ ว่าลูกสาวโดนแกล้งอย่างนั้นอย่างงี้ทั้งที่ความจริงต่างกันสิ้นเชิงกว่าคุณหญิงด้วยเกล้าจะพูดหมดก็เกินเวลาไปมากสุดท้ายแล้วคุณภูผาเขาของจัดการเองฉะนั้นแล้วในตอนนี้ก็เหลือแค่ฉันกับคุณภูผาเท่านั้นที่เป็นคู่สนทนากัน
“หนูไอรีนอยากได้อะไรแลกเปลี่ยนบอกมาเลย”
“ช่วยเขาทำไมคะ?”
เขา = คุณหญิงด้วยเกล้า
ไม่มีอะไรเข้าใจยากในประโยคคำถามของฉันเลย
“แทรีน่ากับหินเขา... คบกันอยู่”
คำตอบในเชิงแบบนี้ฉันเข้าใจอยู่แล้ว
“ก็เลยมาขอให้ช่วย เขารู้เหรอว่าไอทำงานให้ JR ไอไม่อยากรู้นะคะว่าเขารู้ได้ยังไงแต่สิ่งที่ไอสนใจมากกว่าการขอให้ช่วยก็คือ คุณพ่อ... เอ่อคุณภูผาช่วยทำไมคะ”
“เรียกพ่อได้นะหนูไอ”
“ไม่เป็นไรค่ะว่าแต่ ลูกชายขอให้ช่วยหรือเปล่าคะ”
“เปล่าลูก”
“…”
“หินกำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่กับแทรีน่า... เขาทั้งสองคนจะแต่งงานเร็วๆ นี้”
“…” เหมือนลมหายใจของฉันหยุดชะงักไปแต่พอตั้งสติได้มันก็กับมาเป็นปกติเช่นเดิม การเบี่ยงสายตามองออกไปเบื้องหน้าประจบกับมีเรือลำใหญ่ล่องลอยแล่นผ่านผิวน้ำเป็นคลื่นใหญ่จึงซัดเข้ากับฝั่งทั้งสองข้างเกิดเสียงขึ้น
“หนูไอช่วยได้หรือเปล่า”
“ตะวันพิศาลช่วยคุณแทรีน่าได้นะคะ”
ตะวันพิศาลไม่ไก่กาเสียหน่อย
ตะวันพิศาลยังไงก็ช่วยได้อยู่แล้ว
“แต่ JR ใหญ่กว่าหลายเท่านะหนูไอ”
“JR เป็นบริษัทข้ามชาติที่ถ้าเกิดถีบหัวส่งใครขึ้นมาแล้วจะไม่สนใจและไม่ง้อ JR ยืนหยัดในตัวเองเสมอแล้วก็ให้โอกาสทุกคนที่ต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งแต่ถ้าทำความเดือดร้อนให้การตัดสินใจจบคือคำตอบเด็ดขาดค่ะ ไอคงช่วยอะไรไม่ได้เพราะตำแหน่งการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ตัวเอง ไอคือลูกน้องปลายแถวนะคะ”
“ต้องมีการแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจสินะ”
นี่ไงบุรุษที่ชื่อภูผา ตะวันพิศาล
สายตา มันสมอง ความฉลาก ไหวพริบ การตีประโยคพูด
เขามักทำได้ตลอด
ฉลาดเป็นกรด
“หึ...”
“จะให้เสนอหรือว่าเสนอเองล่ะ”
“น่าสนใจนะคะ ข้อแลกเปลี่ยนอะไรดี”
คนตรงหน้าของฉันส่งยิ้มมาให้แล้วยักไหล่บอกให้ฉันลองเสนอมาให้พิจารณาแต่ฉันกับคิดกลับกันคนที่พิจารณามันควรเป็นตัวเองมากกว่า
มันต้องคุ้มค่าสิ
ในเมื่อฉันอยากให้เป็นแบบนี้
“บอกมาได้เลย”
“งั้นเอาคุณศิลา ตะวันพิศาล ทายาทอันดับหนึ่งผู้ที่มากุมบังเ**ยนตะวันพิศาลมาสัมภาษณ์หน่อยดีกว่าค่ะ”
“ตกลง พ่อจัดการให้”
พ่องั้นเหรอ...
ตามใจคุณภูผา ตะวันพิศาล เรียกแทนเลย
ศิลา ตะวันพิศาล : TALK
ที่นี่เองสินะ
หนึ่งในธุรกิจภายใต้การควบคุมของ JR บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติตะวันตก ถึงแม้ที่นี่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่เป็นแค่เสี้ยวปีกเล็กปีกหนึ่งซึ่งก็ไม่ได้ไก่กาสักนิดเดียว ตัวอักษรขนาดใหญ่เด่นด้วยแสงไฟสีแดงส่องสว่างกลางตึกใหญ่ชั้นยี่สิบของตึกสูงแห่งนี้ ทั้งชั้นเป็นสำนักงานของนิตยสารแห่งหนึ่งที่พึ่งติดต่อสัมภาษณ์เมื่อวันก่อนเป็นวันเดียวกันกับที่เท้าผมพึ่งเหยียบแผ่นดินไทยในรอบเกือบ 5 ปีกว่าด้วยระยะเวลาตอนนี้ผมอยู่ช่วงอายุ 27 ปีแล้ว
พอมาไม่กี่วันก่อนหน้าพ่อก็ย้ำเขาเรื่องการให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งทำให้ยากต่อการปฏิเสธเหลือเกินทางเดียวคือต้องยอมรับบวกทำตาม เท่าที่สายตาพลางสังเกตที่นี่จัดการทุกอย่างเป็นระบบมากทุกแผนกแบ่งเส้นด้วยความรับผิดชอบและก็หน้าที่ไว้เต็มไปหมด อีกฟากของเก้าอี้รับรองแขกที่ผมกำลังนั่งอยู่นั้นมีผลงานของนิตยสารตั้งแต่เริ่มแรกจวบจนไปถึงเล่มปัจจุบันเลย ไม่มีแค่ดาราคนดังที่ได้ขึ้นปกนิตยสารกับมีนักธุรกิจเข้ามาแทรกขึ้นด้วย
“สวัสดีครับคุณศิลา”
“สวัสดีครับ”
ผมลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วส่งยิ้มให้กับเขา
“เชิญทางนี้เลยครับ บก รออยู่ครับ”
“ขอบคุณครับ” พอเขาผายมือเชิญให้เดินนำก่อนทว่าผมกับยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “เดี๋ยวผมเดินตามเองครับ”