ยืมแฟนไปเป็นเมีย...ตอนที่ 3 เพื่อนรักขอยืมแฟน
ผมรู้ว่าแอนเป็นคนเฟรนด์ลี่...ผมรู้ว่าแอนเป็นคนที่อัธยาศัยดีเข้ากับคนง่าย...การคุยอย่างสนิทสนมกับดิวแม้จะเป็นการคุยกันแบบยาวๆครั้งแรกก็ไม่แปลกที่จะคุยเหมือนสนิทสนมกันมานาน แล้วผมก็ลืมเหตุการณ์ที่แอนคุยสนิทสนมกับดิวไปเมื่อผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ แอนเข้ากับทุกคนในที่ทำงานผมได้ราวกับว่าทำงานที่บริษัทแห่งนี้มานาน ซึ่งก็ทำให้ผมมีความสุขและคาดหวังว่าแอนเรียนจบก็จะทำงานที่นี่ได้อย่างดี…
เช้าวันนี้...ดิวเรียกผมเข้าไปนั่งดื่มกาแฟที่ห้องทำงานส่วนตัวตั้งแต่เช้าเหมือนมีอะไรจะพูดกับผม แต่ก็ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้จนกระทั่งคั่นจังหวะด้วยการเรียกหัวหน้าฝ่ายบุคลากรและแอนแฟนผมเข้ามาหา ช่วงนี้แอนใส่ชุดสาวออฟฟิศแบบของบริษัทดูเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นนักศึกษาจนเรียกได้ว่าแอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทไปแล้วก็ว่าได้ และเมื่อเข้ามาในห้องหัวหน้าบุคฯกับแอนก็นั่งรอรับฟังคำสั่งการจากเจ้านาย
“ทำรายละเอียดสนับสนุนเรื่องโบนัสแต่ละคนให้รัดกุมนะหัวหน้า...จะได้ไม่มีปัญหาร้องเรียนจากพนักงานภายหลัง” ดิวบอก สั่งงานหัวหน้าบุคลากรโดยมีแอนแฟนผมนั่งฟังอยู่ข้างๆ แอนใส่กระโปรงทรงเอค่อนข้างฟิตสั้นทำให้มองเห็นซับในลางๆถึงจะดูยั่วยวนอยู่บ้างแต่ตอนนี้การสนทนากำลังเป็นงานเป็นการ
“ได้ค่ะคุณดิว” เจ๊หัวหน้าบุคฯพยักหน้า
“ให้คุณแอนไปช่วยด้วยก็ได้...เค้าไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องโบนัส...อีกอย่างจะได้เข้าใจเรื่องขั้นตอนการสร้างแรงจูงใจ” ดิวบอก หัวหน้าบุคฯก็รับทราบอีกครั้ง ก่อนที่ดิวจะหันไปทางแอน
“คุณแอนมีเวลาหนึ่งเดือนสำหรับงานฝ่ายนี้นะ...เรียนรู้ให้มากที่สุด” ดิวบอก
“ค่ะคุณดิว” แอนตอบรับ
“โอเค...แค่นี้แหละ...รีบดำเนินการนะ” ดิวบอก หัวหน้าบุคฯก็พยักหน้ารับกำลังจะเดินออกจากห้อง
“คุณแอนรออยู่ก่อน...ผมมีเรื่องจะคุย” ดิวบอก หัวหน้าบุคฯก็เลยออกไปคนเดียวขณะที่ในห้องเหลือแค่ดิว แอน และผม แล้วแอนก็เปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งดูธรรมดาเป็นยกขาไขว่ห้าง
“เป็นไงบ้างน้องแอน...หัวหน้าบุคพี่โอเคมั้ย” ดิวถาม
“ต้องถามหัวหน้าสิคะ...ว่าแอนโอเคมั้ย” แอนถามกลับ
“ถามแล้ว...หัวหน้าบอกว่าโอเคมาก” ดิวบอก จากนั้นดิวก็หันมาทางผม
“หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ...เอาโบนัสเท่าไหร่” ดิวหันมาถาม
“ตามแต่บอสจะให้” ผมบอก
“พูดจาให้มันเพราะๆสิ ฮ่าๆๆ” ดิวหัวเราะ
“เท่าๆคนอื่นนั่นแหละ...แค่นี้ก็โดนเพ่งเล็งจะตายอยู่แล้ว” ผมบอก
“เดี๋ยวปรับโครงสร้างปีหน้า...กูจะดันมึงเป็นรองประธานกรรมการแล้วล่ะ...จะได้ไม่ต้องมีคนเพ่งเล็ง” ดิวบอก
“กูต้องมีหุ้นด้วยมั้ย...ถึงเป็นรองประธานได้” ผมบอก
“เรื่องหุ้นบริษัทกูจัดการเอง...กูถือหุ้นใหญ่อยู่แล้ว ให้มึงด้วยเสน่หาแต่มึงไม่ต้องบอกใคร...ฮ่าๆๆ...มึงบอกใครๆว่ามึงซื้อหุ้นบริษัทเอง” ดิวบอก มันใจถึงกับผมมากจนผมเกรงใจ
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง” ผมบอก
“บุญคุณที่มึงให้กูลอกการบ้าน ทำรายงานให้กู วิดพื้นให้กูด้วยตอนรับน้อง กูไม่เคยลืมนะ” ดิวบอก
“แต่ที่มึงช่วยกูให้เรียนต่อ ช่วยที่บ้านกูไถ่จำนอง...กูก็ไม่เคยลืมนะ...ถ้ามีเงินเหลือพอกูตั้งใจจะคืนให้ แต่นี่จะให้หุ้นกูอีกเหรอ” ผมถาม
“เฮ้ย...ไอ้อิฐ...ก็ไม่เคยจำว่าให้ไปเท่าไหร่...และกูก็ให้เปล่าไม่ได้บอกว่าให้ยืมนะ” ดิวบอก จากนั้นก็หันมาทางแอน
“น้องแอน...ดูแลโบนัสพี่อิฐดีๆนะ...อย่าให้น้อยกว่าคนอื่น แล้วก็อย่าให้มากกว่าคนอื่น เอากลางๆค่อนไปทางสูง” ดิวบอก
“ได้ค่ะพี่ดิว” แอนบอก
“ดีมาก...ฮ่าๆๆ...เล็งไว้นะน้องแอนอยากทำงานฝ่ายไหน เรียนจบปุ๊บบรรจุเป็นพนักงานใหม่ทันที ครบหนึ่งปีเตรียมตัวเป็นหัวหน้าฝ่าย...ไม่ต้องกลัวใครนินทาเพราะบริษัทนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ 80% คือพี่คนเดียว” ดิวบอก การพูดจาดูอวดรวยแต่จริงๆมันเป็นบุคลิกที่ผมคุ้นชินก็ว่าได้
“ค่ะพี่ดิว...แอนรอวันนั้นนะคะ” แอนบอก
“รอได้เลยน้องแอน” ดิวยิ้มแล้วมองตา
“เอาล่ะ...ไปทำงานก่อนน้องแอน...เดี๋ยวเจ๊จะวีนว่าคุยอะไรนักหนา” ดิวบอก
“ค่ะพี่ดิว...แอนไปทำงานก่อนนะคะ...ไปก่อนนะคะพี่อิฐ” แอนบอก หันมายิ้มหวานให้ผมจากนั้นก็เดินออกไปจากห้อง
“กูล่ะ...ไปทำงานได้ยัง” ผมถาม
“แป๊บนึง...อยู่คุยกับกูก่อน” ดิวบอก แล้วดิวก็มองผมด้วยสายตาที่เหมือนมีอะไรซุกซ่อน
“ดูหน้ามึง...เรื่องซีเรียสเหรอ” ผมถาม
“มาก” ดิวบอก
“เรื่องอะไร” ผมถามต่อ
“เอ่อ...กูไม่รู้ว่าจะพูดดีมั้ย...แต่...มึงรับปากได้มั้ยว่ามึงจะไม่โกรธถ้ากูพูด” ดิวบอก
“ก็ไม่เคยโกรธมึง...สัญญาว่าไม่โกรธ” ผมบอก
“ถ้ากูพูดจบแล้วมึงปฏิเสธ...มึงบอกกูได้เลยนะ...แล้วเราสองคนจะลืมเรื่องที่กูพูด” ดิวบอก ยิ่งพูดผมก็ยิ่งสงสัย แต่ผมก็รับปากเพราะยังไงๆผมก็ไม่ควรจะโกรธดิวซึ่งถือเป็นผู้มีพระคุณ
“โอเค...เอ่อ...มึงจำเรื่องที่กูเคยเล่าเรื่องแม่กูได้มั้ย” ดิวถาม
“จำได้...แม่มึงอยากได้ลูกสะใภ้ก่อนตาย...เอ่อ...โทษๆๆ...แม่มึงจะได้นอนตายตาหลับ” ผมบอก
“คือ...ไม่ใช่ว่ากูไม่พยายามนะ...แต่พาไปกี่คนกี่คนแม่กูแบะปากทุกคน” ดิวบอก
“ก็มึงเล่นพาไปแต่พริตตี้...นางแบบบ้าง...ลูกคุณหนูบ้าง...มึงก็ลองพาคนธรรมดาๆไปบ้างสิ” ผมบอก
“นี่แหละประเด็นที่กูจะคุยกับมึง...ตอนนี้กูมีคนธรรมดาๆอยู่คนนึงที่เข้าตากูมากๆ...จนคิดว่าต้องทำให้แม่กูสบายใจนอนตายตาหลับแน่นอน” ดิวบอก
“หมายถึง...เจ๊หัวหน้าฝ่ายบุคเหรอ” ผมถาม ผมเล่นมุกไปแบบนั้นเพื่อลดความเครียดที่ก่อตัวขึ้นมา เพราะผมรู้ในทันทีที่ดิวเอ่ยปากว่าดิวหมายถึงใคร
“จะบ้าเหรอ...เอ่อ...กูหมายถึง...หมายถึงน้องแอน” ดิวบอก ดิวทำให้ผมใจสั่นแต่ก็ระงับอาการเอาไว้
“แอนเหรอ...ยังไง” ผมถาม
“กูจะขอยืม...ยืมแฟนมึงมาเป็นแฟนกูเพื่อให้แม่สบายใจ...แค่นั้น” ดิวบอก แล้วผมก็อึ้งเพราะไม่รู้จะพูดอะไร
“มึงปฏิเสธได้เลยนะ” ดิวบอก แต่ผมเกรงใจและติดหนี้บุญคุณมันเกินกว่าจะปฏิเสธออกมาได้
“นานแค่ไหน” ผมถาม คราวนี้เป็นดิวบ้างที่เงียบไป เรานิ่งกันนานแค่ไหนผมไม่แน่ใจว่ากี่นาที แต่สุดท้ายก็เป็นดิวที่พูดออกมา
“กูไม่ได้แช่งแม่กูนะ...แต่กูคิดว่าโรคหลายโรคของแม่ไม่น่าจะทำให้แม่อยู่ได้นาน...ก่อนแม่ตายกูอยากทำให้แม่สบายใจที่สุดเท่าที่ทำได้...ไอ้อิฐ...กูขอแค่...แค่ควงแอนให้ไปเจอแม่...ควงแอนเวลาพาแม่ไปหาหมอ...ไปซื้อของ...ไปพักผ่อน...รับแอนไปที่บ้านบ้างเพื่อให้มีเวลาอยู่กับแม่...แต่...เอ่อ...หมายถึงถ้าแม่ถูกใจแอนแล้วนะ...เพราะกูก็ยังไม่รู้ว่าแม่จะถูกใจแอนมั้ย” ดิวบอก
“แล้ว...ถ้าแม่มึงมีชีวิตอยู่อีกนานล่ะ” ผมถาม
“ชั้นก็...เอ่อ...ชั้นอาจพยายามหาคนใหม่” ดิวบอก จากนั้นมันก็
“ถ้า...ถ้าแค่นั้นกูก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ...แต่...ประเด็นมันน่าจะอยู่ที่...ที่แม่ของมึงกับแอนนะ” ผมพูดออกมา แต่พูดเองแค่นี้ก็ทำให้ผมหวั่นไหวและผมก็ทำได้แค่ภาวนาในใจว่าแอนจะปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเสนอนี้…
ผมนั่งทานอาหารกลางวัน...สายตาจับจ้องมองไปทางดิวกับแอนที่ยังไม่ได้เริ่มเข้าประเด็น จากนั้นเมื่อทานอาหารใกล้เสร็จดิวก็เหลือบตามองผม ก่อนที่จะหันไปสบตากับแอนแล้วเริ่มคุยกันเปิดประเด็น
“น้องแอน...พี่มีเรื่องจะปรึกษาหน่อย” ดิวบอก
“หือ...ปรึกษาแอนเหรอคะ” แอนถาม
“ใช่...คือ...เรื่องนี้พี่คุยกับอิฐแล้วนะ...อิฐบอกว่าแล้วแต่แอน” ดิวบอก แอนก็หันมองมาที่ผมก่อนจะหันกลับไปหาดิวอีกครั้ง
“เอ่อ...เรื่องอะไรเหรอคะ” แอนถาม จากนั้นดิวก็เริ่มพูดเรื่องที่มันเคยพูดกับผม ดิวดูประหม่าจนพูดติดๆขัดๆ ผมสังเกตอากัปกิริยาแอนที่มองมาทางผมบ่อยครั้ง จากนั้นเมื่อดิวพูดจบแอนก็ถึงกับนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆหันสายตาที่ดูกังวลใจส่งมาหาผม
“เอ่อ...พี่อิฐ...โอเคเหรอคะ” แอนหันมาถาม ผมถอนหายใจจำเป็นต้องยอมรับด้วยการพยักหน้าช้าๆ ผมอยากจะให้แอนเข้ามาอยู่ในใจผมตอนนี้เพื่อให้รู้ว่าผมไม่อาจปฏิเสธดิวได้ แต่ผมพยายามอ้อนวอนส่งกระแสจิตภาวนาในใจส่งไปให้แอนให้แอนไม่ยอมทำและปฏิเสธออกมา ผมไม่รู้ว่าแอนรับรู้หรือไม่แต่ตอนนี้แอนหันกลับไปหาเพื่อนผม
“คือ...แอน...แอนก็ไม่รู้ว่า...เอ่อ...มันจะ...เอ่อ...เหมาะมั้ยนะคะพี่ดิว” แอนพูดติดขัดจากนั้นก็หันมามองผมอีกรอบแล้วหันกลับไปอีกครั้ง
“แอนก็ไม่รู้...ไม่รู้ว่าแม่ของพี่ดิวจะโอเคแอนมั้ย...แต่...เอ่อ...แอน...แอนลองดูก็ได้ค่ะ” แอนบอก แม้ผมไม่ถึงกับใจสลายแต่ก็เจ็บกระอักขึ้นมาในใจ ตอนนี้สิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมพอจะทำและพอจะหวังได้...ก็คือภาวนาในใจไม่ให้แม่ดิวถูกใจในตัวของแอนแฟนผม...
จบตอนที่...3...