เมาเป่าเดินเข้าไปใกล้ประตูสีขาวแล้วเอื้อมมือแตะบานประตูจากนั้นก็เปิดมันออกแล้วเข้าไปด้านในไม่ออกมาอีกเป็นเวลาเกือบสี่ปี
ด้านนอกยังคงมีลี่จินที่คอยแวะเวียนมานั่งรอในยามว่างเสมอเพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เปิดไม่ออกจึงได้แต่นั่งรออย่างเดียว
ส่วนข่าวเรื่องของกู้หลุนกงจู่ที่มาเยือนเมืองจอมยุทธและเดินทางเข้าอาณาจักรหลี่เฉียงอยู่ในอาณาเขตของจอมมารและข่าวของนางก็หายไป
ไม่มีใครรู้ว่านางหายไปไหนเพราะสาวใช้ของนางก็ไม่ปรากฏตัวเช่นกันนอกจากนั้นก็มีนักเดินทางเข้ามาในอาณาจักรหลี่เฉียงเพื่อคอยสืบข่าวและเฝ้ารอที่จะได้เจอนาง
ในระหว่างที่เมาเป่าเข้าไปสำนักหลานหล่านทางด้านหลิวหยางก็ตามล่าและส่งคนไปสืบข่าวที่อยู่ของอสูรมารรวมทั้งเซียนอสูรมารด้วยเช่นกัน
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่พบนอกจากอสูรมารจะปรากฏตัวขึ้นมาเองจากการที่ไออสูรลอยเกาะชาวบ้าน
นอกเหนือจากการกักขังและสังหารอสูรมารก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำได้อย่างที่เมาเป่าทำนั่นคือการเผาไออสูรมารจนสิ้น
ข่าวว่ากู้หลุนกงจู่อยู่ในอาณาจักรหลี่เฉียงกับจอมมารไปถึงวังหลวงอาณาจักรหนิงจิน
ขุนนางเฟินร้อนใจเพราะถ้าหากกู้หลุนกงจู่ยังไม่รีบกลับเข้าวังหลวงตระกูลจ้าวของฮองเฮาก็ยังคงไม่สนับสนุนผู้ใดขึ้นเป็นองค์รัชทายาททั้งนั้น
แต่ที่ทำให้หลายฝ่ายร้อนรนมากกว่าเดิมเพราะมีคนพบเห็นว่ากู้หลุนกงจู่เคยช่วยชีวิตองค์ชายยู่หลงไว้ ทั้งเหตุการณ์ที่ฮองเฮาลงโทษเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่รังแกเขา
และให้อยู่ในตำหนักเขตของฮองเฮาก็แสดงให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่าฮองเฮาทรงหนุนหลังองค์ชายยู่หลงอยู่
แต่ถ้าถามถึงเหตุผลนั้นไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมฮองเฮาถึงได้ช่วยเหลือองค์ชายยู่หลง
“ฮองเฮาเพคะ แม่ทัพจางหย่งมาถึงแล้วเพคะ”
“ให้เข้ามาหาข้า” ฮองเฮานั่งรออย่างใจเย็นจนแม่ทัพจางหย่งเดินเข้ามา
“ถวายคำนับฮองเฮาพะยะค่ะ”
“ลุกขึ้น”
“ฉินกงหนี่ว์บอกว่าฮองเฮามีเรื่องจะรบกวนกระหม่อม”
“ก่อนเข้าวังหลวงเราได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านแม่ทัพว่าแข็งแกร่งอย่างมาก”
“ข่าวลือมักลือเกินจริงพะยะค่ะ”
“เรื่องนี้เราถามฮ่องเต้แล้ว ฝ่าบาททรงยืนยันว่าตำแหน่งแม่ทัพที่เจ้าได้มานั้นไม่ใช่เพราะน้ำลายแต่เป็นเพราะฝีมือการรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าบาท”
“ฮ่องเต้คงมองข้าผิดไป”
“ได้ยินว่าก่อนที่แม่ทัพทั้งสี่ทิศจะแยกทางกันไปประจำหัวเมืองเจ้าเป็นคนฝึกฝนพวกเขาก่อนที่จะขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ”
“พะยะค่ะ”
ฉินกงหนี่ว์เดินเข้ามาวางน้ำชาแล้วรินให้แม่ทัพก่อนจะหลบออกไปยืนข้างๆ ฮองเฮา พอดีกับที่เลี่ยงจินเดินเข้ามาพร้อมกับองค์ชายยู่หลง
“เช่นนั้นเราพูดกับท่านแม่ทัพตรงๆ”
“พะยะค่ะ”
“ไม่นึกว่าจะมีวันนี้” ฮองเฮายิ้มแล้วกวักมือเรียกทั้งสองให้มานั่งใกล้ๆ พระนาง
“ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ”
“ถวายบังคมฮองเฮาพะยะค่ะ”
“ยู่หลง เจ้ามานั่งตรงนี้” ฮองเฮาเรียกให้องค์ชายยู่หลงนั่งตรงข้ามกับแม่ทัพจางหย่ง
ด้านข้างเป็นเลี่ยงจินที่นั่งข้างๆ องค์ชายยู่หลง เมื่อฮองเฮาหันกลับมามองเขาแม่ทัพจางหย่งก็พอรู้ว่าฮองเฮาต้องการสิ่งใด
ไม่ใช่แค่เพียงฮองเฮาที่ต้องการให้เขาฝึกวิชาให้กับเด็กทั้งสอง ทั้งเมืองหลวงต่างอยากส่งบุตรหลานของตนมาฝึกวิชาจากเขาทั้งสิ้น
โชคดีที่ฮ่องเต้ให้อำนาจการตัดสินใจว่าเขาต้องการสอนใครหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเหล่าองค์ชายทุกพระองค์ของนางสนมคงใช้อำนาจของตระกูลบังคับให้เขาต้องสอนวิชา
“อย่างที่ท่านแม่ทัพทราบ ยู่หลงนั้น…ไม่มีที่พึ่ง”
“.......”
“เท่าที่ข้าดูเขาเป็นคนฉลาด เรียนรู้ได้ไว และปากหนัก ที่ข้าชอบนิสัยของเขาคือเป็นคนเด็ดขาด เสียอย่างเดียวคือไม่มีผู้สนับสนุน”
“ไม่นึกว่าฮองเฮาจะทรงชื่นชมบุตรชายที่เกิดจากนางข้าหลวงที่ถวายตัวให้ฮ่องเต้ด้วยนะพะยะค่ะ”
“เรียนท่านแม่ทัพ กู้หลุนกงจู่เคยบอกเอาไว้ว่าไม่มีผู้ใดเลือกมารดาบิดาของตนได้เจ้าค่ะ” เลี่ยงจินสบตาแม่ทัพจางหย่งอย่างไม่หวาดหวั่น
“พูดแล้วก็คิดถึง…อย่างที่เลี่ยงจินเอ่ย หากท่านแม่ทัพจะเถียงข้าก็ไม่ว่าอะไรถ้าหากว่าเจ้าเลือกบิดามารดาได้จริง”
“กู้หลุนกงจู่ทรงฉลาดนักพะยะค่ะ”
“แม่ทัพจางหย่ง” ฮองเฮาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่โอนอ่อนแกมขอร้องจนแม่ทัพต้องหันไปหาพระนาง แม้แต่ยู่หลงยังอดไม่ได้ที่จะหันมองตาม
“.....” แม่ทัพจางหย่งนิ่งรอฟัง
“ข้าอยากให้ท่านช่วยสอนวิชาให้กับเด็กทั้งสองจึงอยากขอร้องท่านให้ช่วยเหลือ มิใช่ในฐานะฮองเฮาหรือฐานะในตระกูลจ้าวที่ขอร้องเจ้า แต่เป็นข้า…เฟยหง คนนี้ที่อยากให้เจ้าช่วยสั่งสอนเด็กทั้งสองคน”
“....” แม่ทัพจางหย่งอ่อนลงค่อยๆ หันไปพินิจพิเคราะห์เด็กทั้งสอง
“คงมีแต่เจ้าที่ข้าสามารถฝากเด็กทั้งสองไว้ได้โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะถูกผู้ใดรังแก”
แม่ทัพจางหย่งนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะมองหน้าเด็กทั้งสองอีกครั้งหนึ่งแล้วตัดสินใจยกจอกน้ำชาขึ้นดื่มจนหมดแล้ววางแก้วชาลง
ก่อนจะหันมาคำนับฮองเฮาเพื่อเป็นการบอกว่าเขาได้ตัดสินใจแล้ว
“ขอฮองเฮาอย่าได้ทรงกังวลใจ กระหม่อมจะสอนเท่าที่เด็กทั้งสองเรียนรู้ได้ไหวพะยะค่ะ”
“ขอบใจเจ้ามาก”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” เลี่ยงจินก้มลงคำนับกับพื้นตามด้วยองค์ชายยู่หลง
“แต่จะให้ทั้งสองเรียนกับข้าอย่างเปิดเผยไม่ได้…ทูลฮองเฮา กระหม่อมมีค่ายลับฝึกทหารลับรักษาพระองค์จำเป็นต้องให้ทั้งสองไปซ่อนตัวที่นั่นพะยะค่ะ”
“อืม…ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เช่นนั้นเราขอบใจท่านแม่ทัพอย่างมากที่เสียเวลามา อีกไม่กี่วันทั้งสองจะเป็นอิสระจากวังหลวงเพื่อไปเรียนวิชากับท่านอย่างแน่นอน”
“พะยะค่ะ”
หลังจากที่แม่ทัพจางหย่งออกจากตำหนักฮองเฮาไปในห้องจึงเหลือเพียงองค์ชายยู่หลง และเลี่ยงจินเท่านั้น ส่วนฉินกงหนี่ว์ฮองเฮาสั่งให้นางไปจัดเตรียมการบางอย่าง
“ยู่หลง”
“พะยะค่ะ”
“เจ้าจะแค้นใครข้าไม่สนแต่ต้องไม่ใช่เมาเป่าของข้า”
“กู้หลุนกงจู่ทรงช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
“ทั้งเจ้าและนางเกิดวันเดียวกันเพียงเจ้าเกิดก่อน อย่างที่เลี่ยงจินบอก…ไม่มีผู้ใดเลือกมารดาบิดาได้ดังนั้นเราไม่โทษเจ้าที่เป็นบุตรของนางข้าหลวงที่ล่วงลับไปแล้ว”
“ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตากระหม่อม”
“ใจหนึ่งเราก็เอ็นดูเจ้านะยู่หลง เจ้าเป็นเด็กดีเรียนรู้ไวรู้ว่าอะไรควรไม่ควร แต่อีกใจหนึ่งเราก็ชังเจ้านักเพราะเจ้าเกือบทำให้เราต้องทิ้งบุตรสาวเพียงคนเดียวของเราไป”
“.........”
“โชคดีที่เราเปลี่ยนใจทัน”
“ฮองเฮาเพคะ” เลี่ยงจินเรียกสติพระนาง
“แย่จริง อย่างไรเสียมันก็ผ่านมาแล้วอีกทั้งเลือดครึ่งหนึ่งของเจ้ายังเป็นของฝ่าบาท เรามีหน้าที่ดูแลวังหลังต้องดูแลเจ้าตามหน้าที่อยู่แล้ว”
“พะยะค่ะ”
“ข้าให้เจ้าทั้งสองเรียนวิชาจากแม่ทัพจางหย่งเป็นเพราะให้ป้องกันตัวและเจ้ายู่หลงข้าหวังกับเจ้าเอาไว้อย่างมาก”
“หวังกับข้า?” ยู่หลงทำหน้างง
“หวังว่าเจ้าจะปกป้องดูแลเมาเป่าแทนข้าในวันหน้า หากวันหนึ่งข้าไม่อยู่แล้ว…อย่างน้อยก็ในฐานะพี่ชายของนาง ข้าหวังกับเจ้าได้หรือไม่” ฮองเฮากับเลี่ยงจินมองยู่หลงนิ่งรอคอยคำตอบ
“พะยะค่ะ ฮองเฮา”
“สาบานสิเพคะ” เลี่ยงจินหยิบปิ่นออกมาแล้วดึงปลอกออกให้เป็นมีดคม ยู่หลงคว้ามาถือทันที
“ข้า อัน ยู่หลง ขอสาบานว่าจะไม่มีวันคิดร้ายต่อกู้หลุนกงจู่ จ้าว เมาเป่า หากข้าผิดคำสาบานขอให้ข้าทุกข์ทรมานไม่ตายดีทุกชาติภพ”
ยู่หลงกล่าวจบก็กรีดฝ่ามือให้หยดเลือดไหลลงในจอกน้ำชาของเขาแล้วยกขึ้นดื่มต่อหน้าทั้งสองคน หลังจากที่ยู่หลงยกชาขึ้นทั้งสองแอบถอนหายใจโล่งอกอย่างมาก
ฮองเฮาถอดปิ่นทองของพระนางยื่นให้กับยู่หลงที่ทำหน้าสงสัย
“เจ้าแอบขโมยปิ่นของข้าไป ส่วนเจ้า…เลี่ยงจินพยายามช่วยองค์ชายยู่หลงปกปิด”
“เพคะฮองเฮา” เลี่ยงจินเข้าใจทันที
“พะยะค่ะฮองเฮา”
“เจ้าสาบานแล้วว่าจะดูแลเมาเป่า เช่นนั้นก็เรียกข้าว่าเสด็จแม่ตามเมาเป่าซะ จากนี้ไปเจ้าคือพี่ชายของนางแล้วก็เป็นบุตรของข้าเช่นกัน”
ยู่หลงน้ำตาคลอแต่เขาก็ไม่ยอมที่จะให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ยู่หลงคุกเข่าก้มคำนับฮองเฮาและสาบานกับตนเองในใจว่าจะไม่มีทางทำร้ายคนตระกูลจ้าว
รวมไปถึงเขายอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเมาเป่า ผู้เป็นดั่งผู้ช่วยชีวิตและน้องสาวของเขาเอง