สาบานสิเพคะ

1650 คำ
เมาเป่าเดินเข้าไปใกล้ประตูสีขาวแล้วเอื้อมมือแตะบานประตูจากนั้นก็เปิดมันออกแล้วเข้าไปด้านในไม่ออกมาอีกเป็นเวลาเกือบสี่ปี ด้านนอกยังคงมีลี่จินที่คอยแวะเวียนมานั่งรอในยามว่างเสมอเพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เปิดไม่ออกจึงได้แต่นั่งรออย่างเดียว ส่วนข่าวเรื่องของกู้หลุนกงจู่ที่มาเยือนเมืองจอมยุทธและเดินทางเข้าอาณาจักรหลี่เฉียงอยู่ในอาณาเขตของจอมมารและข่าวของนางก็หายไป ไม่มีใครรู้ว่านางหายไปไหนเพราะสาวใช้ของนางก็ไม่ปรากฏตัวเช่นกันนอกจากนั้นก็มีนักเดินทางเข้ามาในอาณาจักรหลี่เฉียงเพื่อคอยสืบข่าวและเฝ้ารอที่จะได้เจอนาง ในระหว่างที่เมาเป่าเข้าไปสำนักหลานหล่านทางด้านหลิวหยางก็ตามล่าและส่งคนไปสืบข่าวที่อยู่ของอสูรมารรวมทั้งเซียนอสูรมารด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่พบนอกจากอสูรมารจะปรากฏตัวขึ้นมาเองจากการที่ไออสูรลอยเกาะชาวบ้าน นอกเหนือจากการกักขังและสังหารอสูรมารก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำได้อย่างที่เมาเป่าทำนั่นคือการเผาไออสูรมารจนสิ้น ข่าวว่ากู้หลุนกงจู่อยู่ในอาณาจักรหลี่เฉียงกับจอมมารไปถึงวังหลวงอาณาจักรหนิงจิน ขุนนางเฟินร้อนใจเพราะถ้าหากกู้หลุนกงจู่ยังไม่รีบกลับเข้าวังหลวงตระกูลจ้าวของฮองเฮาก็ยังคงไม่สนับสนุนผู้ใดขึ้นเป็นองค์รัชทายาททั้งนั้น แต่ที่ทำให้หลายฝ่ายร้อนรนมากกว่าเดิมเพราะมีคนพบเห็นว่ากู้หลุนกงจู่เคยช่วยชีวิตองค์ชายยู่หลงไว้ ทั้งเหตุการณ์ที่ฮองเฮาลงโทษเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่รังแกเขา และให้อยู่ในตำหนักเขตของฮองเฮาก็แสดงให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่าฮองเฮาทรงหนุนหลังองค์ชายยู่หลงอยู่ แต่ถ้าถามถึงเหตุผลนั้นไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมฮองเฮาถึงได้ช่วยเหลือองค์ชายยู่หลง “ฮองเฮาเพคะ แม่ทัพจางหย่งมาถึงแล้วเพคะ” “ให้เข้ามาหาข้า” ฮองเฮานั่งรออย่างใจเย็นจนแม่ทัพจางหย่งเดินเข้ามา “ถวายคำนับฮองเฮาพะยะค่ะ” “ลุกขึ้น” “ฉินกงหนี่ว์บอกว่าฮองเฮามีเรื่องจะรบกวนกระหม่อม” “ก่อนเข้าวังหลวงเราได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านแม่ทัพว่าแข็งแกร่งอย่างมาก” “ข่าวลือมักลือเกินจริงพะยะค่ะ” “เรื่องนี้เราถามฮ่องเต้แล้ว ฝ่าบาททรงยืนยันว่าตำแหน่งแม่ทัพที่เจ้าได้มานั้นไม่ใช่เพราะน้ำลายแต่เป็นเพราะฝีมือการรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าบาท” “ฮ่องเต้คงมองข้าผิดไป” “ได้ยินว่าก่อนที่แม่ทัพทั้งสี่ทิศจะแยกทางกันไปประจำหัวเมืองเจ้าเป็นคนฝึกฝนพวกเขาก่อนที่จะขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ” “พะยะค่ะ” ฉินกงหนี่ว์เดินเข้ามาวางน้ำชาแล้วรินให้แม่ทัพก่อนจะหลบออกไปยืนข้างๆ ฮองเฮา พอดีกับที่เลี่ยงจินเดินเข้ามาพร้อมกับองค์ชายยู่หลง “เช่นนั้นเราพูดกับท่านแม่ทัพตรงๆ” “พะยะค่ะ” “ไม่นึกว่าจะมีวันนี้” ฮองเฮายิ้มแล้วกวักมือเรียกทั้งสองให้มานั่งใกล้ๆ พระนาง “ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ” “ถวายบังคมฮองเฮาพะยะค่ะ” “ยู่หลง เจ้ามานั่งตรงนี้” ฮองเฮาเรียกให้องค์ชายยู่หลงนั่งตรงข้ามกับแม่ทัพจางหย่ง ด้านข้างเป็นเลี่ยงจินที่นั่งข้างๆ องค์ชายยู่หลง เมื่อฮองเฮาหันกลับมามองเขาแม่ทัพจางหย่งก็พอรู้ว่าฮองเฮาต้องการสิ่งใด ไม่ใช่แค่เพียงฮองเฮาที่ต้องการให้เขาฝึกวิชาให้กับเด็กทั้งสอง ทั้งเมืองหลวงต่างอยากส่งบุตรหลานของตนมาฝึกวิชาจากเขาทั้งสิ้น โชคดีที่ฮ่องเต้ให้อำนาจการตัดสินใจว่าเขาต้องการสอนใครหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเหล่าองค์ชายทุกพระองค์ของนางสนมคงใช้อำนาจของตระกูลบังคับให้เขาต้องสอนวิชา “อย่างที่ท่านแม่ทัพทราบ ยู่หลงนั้น…ไม่มีที่พึ่ง” “.......” “เท่าที่ข้าดูเขาเป็นคนฉลาด เรียนรู้ได้ไว และปากหนัก ที่ข้าชอบนิสัยของเขาคือเป็นคนเด็ดขาด เสียอย่างเดียวคือไม่มีผู้สนับสนุน” “ไม่นึกว่าฮองเฮาจะทรงชื่นชมบุตรชายที่เกิดจากนางข้าหลวงที่ถวายตัวให้ฮ่องเต้ด้วยนะพะยะค่ะ” “เรียนท่านแม่ทัพ กู้หลุนกงจู่เคยบอกเอาไว้ว่าไม่มีผู้ใดเลือกมารดาบิดาของตนได้เจ้าค่ะ” เลี่ยงจินสบตาแม่ทัพจางหย่งอย่างไม่หวาดหวั่น “พูดแล้วก็คิดถึง…อย่างที่เลี่ยงจินเอ่ย หากท่านแม่ทัพจะเถียงข้าก็ไม่ว่าอะไรถ้าหากว่าเจ้าเลือกบิดามารดาได้จริง” “กู้หลุนกงจู่ทรงฉลาดนักพะยะค่ะ” “แม่ทัพจางหย่ง” ฮองเฮาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่โอนอ่อนแกมขอร้องจนแม่ทัพต้องหันไปหาพระนาง แม้แต่ยู่หลงยังอดไม่ได้ที่จะหันมองตาม “.....” แม่ทัพจางหย่งนิ่งรอฟัง “ข้าอยากให้ท่านช่วยสอนวิชาให้กับเด็กทั้งสองจึงอยากขอร้องท่านให้ช่วยเหลือ มิใช่ในฐานะฮองเฮาหรือฐานะในตระกูลจ้าวที่ขอร้องเจ้า แต่เป็นข้า…เฟยหง คนนี้ที่อยากให้เจ้าช่วยสั่งสอนเด็กทั้งสองคน” “....” แม่ทัพจางหย่งอ่อนลงค่อยๆ หันไปพินิจพิเคราะห์เด็กทั้งสอง “คงมีแต่เจ้าที่ข้าสามารถฝากเด็กทั้งสองไว้ได้โดยไม่ต้องกังวลใจว่าจะถูกผู้ใดรังแก” แม่ทัพจางหย่งนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะมองหน้าเด็กทั้งสองอีกครั้งหนึ่งแล้วตัดสินใจยกจอกน้ำชาขึ้นดื่มจนหมดแล้ววางแก้วชาลง ก่อนจะหันมาคำนับฮองเฮาเพื่อเป็นการบอกว่าเขาได้ตัดสินใจแล้ว “ขอฮองเฮาอย่าได้ทรงกังวลใจ กระหม่อมจะสอนเท่าที่เด็กทั้งสองเรียนรู้ได้ไหวพะยะค่ะ” “ขอบใจเจ้ามาก” “ขอบคุณท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” เลี่ยงจินก้มลงคำนับกับพื้นตามด้วยองค์ชายยู่หลง “แต่จะให้ทั้งสองเรียนกับข้าอย่างเปิดเผยไม่ได้…ทูลฮองเฮา กระหม่อมมีค่ายลับฝึกทหารลับรักษาพระองค์จำเป็นต้องให้ทั้งสองไปซ่อนตัวที่นั่นพะยะค่ะ” “อืม…ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เช่นนั้นเราขอบใจท่านแม่ทัพอย่างมากที่เสียเวลามา อีกไม่กี่วันทั้งสองจะเป็นอิสระจากวังหลวงเพื่อไปเรียนวิชากับท่านอย่างแน่นอน” “พะยะค่ะ” หลังจากที่แม่ทัพจางหย่งออกจากตำหนักฮองเฮาไปในห้องจึงเหลือเพียงองค์ชายยู่หลง และเลี่ยงจินเท่านั้น ส่วนฉินกงหนี่ว์ฮองเฮาสั่งให้นางไปจัดเตรียมการบางอย่าง “ยู่หลง” “พะยะค่ะ” “เจ้าจะแค้นใครข้าไม่สนแต่ต้องไม่ใช่เมาเป่าของข้า” “กู้หลุนกงจู่ทรงช่วยชีวิตข้าเอาไว้” “ทั้งเจ้าและนางเกิดวันเดียวกันเพียงเจ้าเกิดก่อน อย่างที่เลี่ยงจินบอก…ไม่มีผู้ใดเลือกมารดาบิดาได้ดังนั้นเราไม่โทษเจ้าที่เป็นบุตรของนางข้าหลวงที่ล่วงลับไปแล้ว” “ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงเมตตากระหม่อม” “ใจหนึ่งเราก็เอ็นดูเจ้านะยู่หลง เจ้าเป็นเด็กดีเรียนรู้ไวรู้ว่าอะไรควรไม่ควร แต่อีกใจหนึ่งเราก็ชังเจ้านักเพราะเจ้าเกือบทำให้เราต้องทิ้งบุตรสาวเพียงคนเดียวของเราไป” “.........” “โชคดีที่เราเปลี่ยนใจทัน” “ฮองเฮาเพคะ” เลี่ยงจินเรียกสติพระนาง “แย่จริง อย่างไรเสียมันก็ผ่านมาแล้วอีกทั้งเลือดครึ่งหนึ่งของเจ้ายังเป็นของฝ่าบาท เรามีหน้าที่ดูแลวังหลังต้องดูแลเจ้าตามหน้าที่อยู่แล้ว” “พะยะค่ะ” “ข้าให้เจ้าทั้งสองเรียนวิชาจากแม่ทัพจางหย่งเป็นเพราะให้ป้องกันตัวและเจ้ายู่หลงข้าหวังกับเจ้าเอาไว้อย่างมาก” “หวังกับข้า?” ยู่หลงทำหน้างง “หวังว่าเจ้าจะปกป้องดูแลเมาเป่าแทนข้าในวันหน้า หากวันหนึ่งข้าไม่อยู่แล้ว…อย่างน้อยก็ในฐานะพี่ชายของนาง ข้าหวังกับเจ้าได้หรือไม่” ฮองเฮากับเลี่ยงจินมองยู่หลงนิ่งรอคอยคำตอบ “พะยะค่ะ ฮองเฮา” “สาบานสิเพคะ” เลี่ยงจินหยิบปิ่นออกมาแล้วดึงปลอกออกให้เป็นมีดคม ยู่หลงคว้ามาถือทันที “ข้า อัน ยู่หลง ขอสาบานว่าจะไม่มีวันคิดร้ายต่อกู้หลุนกงจู่ จ้าว เมาเป่า หากข้าผิดคำสาบานขอให้ข้าทุกข์ทรมานไม่ตายดีทุกชาติภพ” ยู่หลงกล่าวจบก็กรีดฝ่ามือให้หยดเลือดไหลลงในจอกน้ำชาของเขาแล้วยกขึ้นดื่มต่อหน้าทั้งสองคน หลังจากที่ยู่หลงยกชาขึ้นทั้งสองแอบถอนหายใจโล่งอกอย่างมาก ฮองเฮาถอดปิ่นทองของพระนางยื่นให้กับยู่หลงที่ทำหน้าสงสัย “เจ้าแอบขโมยปิ่นของข้าไป ส่วนเจ้า…เลี่ยงจินพยายามช่วยองค์ชายยู่หลงปกปิด” “เพคะฮองเฮา” เลี่ยงจินเข้าใจทันที “พะยะค่ะฮองเฮา” “เจ้าสาบานแล้วว่าจะดูแลเมาเป่า เช่นนั้นก็เรียกข้าว่าเสด็จแม่ตามเมาเป่าซะ จากนี้ไปเจ้าคือพี่ชายของนางแล้วก็เป็นบุตรของข้าเช่นกัน” ยู่หลงน้ำตาคลอแต่เขาก็ไม่ยอมที่จะให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ ยู่หลงคุกเข่าก้มคำนับฮองเฮาและสาบานกับตนเองในใจว่าจะไม่มีทางทำร้ายคนตระกูลจ้าว รวมไปถึงเขายอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเมาเป่า ผู้เป็นดั่งผู้ช่วยชีวิตและน้องสาวของเขาเอง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม