เย็นวันนั้นก็เกิดเรื่องอย่างที่ฮองเฮาต้องการฉินกงหนี่ว์ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตองค์ชายยู่หลงขโมยปิ่นทองของฮองเฮาไปแต่ถูกจับได้
ในระหว่างที่พยายามจะแอบเอาออกไปขาย ฮองเฮาโกรธอย่างมากต่อว่าที่พระนางอุตส่าห์ไว้ใจ ช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่กลับเป็นขโมยไปเสียได้
เดิมทีก็เศร้าที่กู้หลุนกงจู่ยังไม่กลับวังหลวงยังต้องมาเจอกับองค์ชายยู่หลงทำเช่นนี้อีก ฮองเฮาสั่งลงโทษโบยห้าสิบครั้ง
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสะใจเลี่ยงจินก็ร่ำไห้ขอร้องให้ลดโทษเพราะกู้หลุนกงจู่ช่วยชีวิตขององค์ชายยู่หลงเอาไว้
กลัวว่าหากกู้หลุนกงจู่กลับมาแล้วจะเสียใจที่อุตส่าห์ช่วยไว้แต่พระนางกลับมอบโทษยิ่งกว่าตายให้เขาอีก
แต่ฮองเฮาไม่สนทั้งยังสั่งให้คนเอาตัวเลี่ยงจินไปโบยอีกห้าสิบไม้โทษฐานอ้างถึงกู้หลุนกงจู่ เอะอะก็อ้างถึงแต่กู้หลุนกงจู่เพื่อกระทำผิดคนคงได้คิดว่าพระนางลำเอียงเป็นแน่
ทั้งสองถูกนางกำนัลลากไปโบยตั้งแต่เช้าจรดเย็นแต่จุดที่โดนโบยนั้นด้านในเป็นหนังหมูห่อไว้หลายชั้นและผู้ที่ตีก็ไม่ได้ลงแรงนัก
แต่ทั้งสองแสดงละครร้องไห้น้ำตานองหน้าและแผ่นหลังก็มีเลือดซึมเพื่อทำให้สมจริง
จนเมื่อครบทุกไม้ก็หามไปรักษาตามลำดับแต่พระนางก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก กลางดึกคืนนั้นฉินกงหนี่ว์เตรียมห่อผ้าให้ทั้งสองเอาไว้เรียบร้อย
ทั้งสองคนเตรียมตัวแอบลอบออกจากวังหลวงโดยแอบซ่อนใต้รถม้าของแม่ทัพจางหยงที่รออยู่แล้วออกเดินทางกลับจวนแม่ทัพใหญ่
ก่อนที่จะแอบออกมาแล้วเดินตามคนของแม่ทัพที่รออยู่เพื่อขึ้นรถม้าออกเดินทางออกนอกอาณาจักรหนิงจิน
หลังจากที่เมาเป่าเดินผ่านประตูสำนักกหลานหล่านไปอีกฝั่งเป็นพื้นคอนกรีตล้อมรอบด้วยสวนเขียวชอุ่มไร้ร่องรอยของหิมะที่ควรมี
สำนักสูงหลายขึ้นเป็นหอคอยมีหลังคาโค้งห้อยด้วยพู่ขนปุกปุยพวงกลมๆ สีขาวที่พลิ้วไหวตามแรงลมอ่อน พื้นรอบๆ ปูด้วยหินกลมมนหลากหลายสีสัน
ทิวทัศน์โดยรอบเงียบสงบลมเย็นท้องฟ้าสดใส เดินเข้าไปด้านในมีสระน้ำขนาดเล็กปลาคราฟสีทองกับสีเงินว่ายเวียนวนไปมา
เมาเป่ายืนนิ่งก่อนจะเงยหน้าไปทางวิหารแล้วตะโกนเสียงดังลั่น
“เสี่ยวหม่าววววว!!!!”
ในวิหารหลานหล่านที่ไม่มีใครเคยเข้ามามีเหล่าจอมยุทธของสำนักนี้เพียงสิบคนเท่านั้น ซึ่งโดยทั้งสิบอยู่ในขั้นเซียนฝึกหัดแล้วน้อยคนนักที่จะรู้
แต่ศิษย์ในสำนักหลานเหล่านี้ไม่เหมือนผู้ใดเพราะวินัยหลักของสำนักคือการนอนแทบจะตลอดเวลานอกจากนั้นศิษย์ในสำนักนี้มีชื่อเสียงค่อนข้างลบ
เรียกได้ว่าเป็นสำนักจอมยุทธที่หาทางเข้าได้ยากลำบากทั้งศิษย์และอาจารย์ของที่นี่มีนิสัยแปลกประหลาด การสอนวิชาก็แปลกประหลาดทั้งยังเป็นสำนักที่ขี้เกียจที่สุดอีกด้วย
เสียงเรียกของเมาเป่าทำทุกคนสะดุ้งตื่นทั้งที่นอนสะเปะสะปะไปทั่วในวิหารในสภาพที่หัวฟูยุ่งเหยิง ท่ามกลางพื้นที่ที่พวกเขานอนล้วนแต่เต็มไปด้วยแมว
เมื่อคนตื่นแมวเองก็บิดขี้เกียจแล้วเดินกรูออกจากวิหารออกมาเดินเล่น บางตัวก็เดินเข้าไปในส่วนหญ้าแมวแล้วล้มตัวลงนอนหงาย
ส่วนเจ้าของชื่อที่เมาเป่าเรียกเมื่อได้ยินเสียงก็สะดุ้งลุกพรวดตาโต ร่างอวบพุงย้อยที่ปิดไม่มิดวิ่งตรงไปยังหน้าต่างมองลงมาจากชั้นบนสุดของวิหาร
ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเจอกับเด็กสาวตัวน้อยที่ทั้งตัวมีแต่สีขาวโพลนอันคุ้นตาแต่ที่จดจำไม่มีวันลืมเลยนั้นคือดวงตาดุจอัญมณีน้ำใสเม็ดงามของนาง
“เฮือก!!...ท่าน!!!”
เจ้าสำนักตัวอ้วนแต่กลับพลิ้วไหวราวกับน้ำหนักตัวไม่สามารถทำสิ่งใดให้ล่าช้าลงได้ เขาประโดดจากบานหน้าต่างนั้นแล้วค่อยๆ กระโดดไล่ระดับชั้นลงมาจนเท้าแตะพื้นเบื้องล่าง
ทันทีที่เจอเมาเป่าเขาก็รีบวิ่งตรงไปหานางแล้วคุกเข่าตรงหน้าทันที
“ข้าน้อยคารวะท่านผู้…”
“ข้าจะตบเจ้าปากแตกถ้าไม่ลุกขึ้น” เมาเป่าพูดแทรกปุ๊บท่านเจ้าสำนักลุกปั๊บทันที
“ไม่เจอท่านนานเกินดูเหมือนท่านจะตัวหดเหมือนลูกแมวนะขอรับ”
“ข้าอายุแค่สิบปีตัวแค่นี้แปลกอะไรกัน”
“ท่านตายเมื่อไหร่ขอรับ?”
“ตายอะไร ข้าโดนถีบให้มาเกิดใหม่เนี่ย…เจ้าแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยนี่” เมาเป่าเดินวนสำรวจเขา
“ฮ่าๆ แน่นอนขอรับ”
“อีกเดี๋ยวศิษย์ของพวกเจ้าก็ออกมาแล้ว รวบรัดเลยแล้วกัน”
“ดีขอรับ”
“ที่นี่ข้าชื่อ จ้าว เมาเป่า”
“ตระกูลจ้าวนั้นเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรหนิงจินนี่ขอรับ”
“ข้าเป็นบุตรสาวฮองเฮา”
“อั๊ยหยา…” เจ้าสำนักส่ายหัว
“ข้าลงมาเพื่อจัดการเซียนอสูรมาร”
“ไม่ใช่อสูรมารหรือขอรับ”
“เซียนอสูรมาร…เพราะเจ้านั่นแท้ๆ” เมาเป่าแยกเขี้ยว
“โอ้…ท่านมาที่นี่แต่ไม่ได้นำพลังมาด้วยใช่หรือไม่ขอรับ”
“เอามาทันที่ไหนเจ้านั่นเรียกข้าไปพบแล้วถีบส่งลงมาที่มีตอนนี้…” เมาเป่ายกมือขึ้นแล้วทำท่ากางกรงเล็บ
“ท่านผู้นั้นใจร้ายเหลือเกินนะขอรับ”
พูดจบทั้งสองก็เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเบะปากส่งไปพร้อมกับกรอกตาทำทีท่าด้วยใบหน้ารำคาญส่งไปถึงผู้ที่พูดถึง
“เช่นนั้นท่านจะมาฝึกวิชาที่แห่งนี้ใช่หรือไม่ขอรับ”
“ถูกต้อง ไม่ให้ข้ามาที่นี่จะให้ข้าไปที่ไหน”
“ฮ่าๆ ถูกขอรับ แต่ว่า…อยู่ที่นี่ท่านจะกดขี่ข้าไม่ได้นะขอรับ”
“ข้าเคยทำเช่นนั้นรึ”
“ฮ่าๆๆๆ”
“ฮ่าๆๆๆ” ทั้งสองคนหัวเราะใส่กันก่อนที่เจ้าสำนักจะหุบยิ้มทำหน้าเศร้า
“ไม่อย่างนั้นข้าจะหนีท่านลงมาที่สำนักนี่ทำไมเล่าขอรับ”
“ตง ป๋ายหม่าว!”
“อั๊ยหยา ท่านอย่าลืมว่าตอนนี้ท่านกำลังเป็นศิษย์คนเล็กสุดนะขอรับ จะเรียกชื่อข้าห้วนๆ เช่นแต่ก่อนไม่ได้นะขอรับ”
“ข้าต้องคำนับเจ้าเป็นอาจารย์ก่อนที่คนอื่นจะออกมาสินะ” เมาเป่าเตรียมคุกเข่า
“อั๊ยหยาๆๆ ท่านอย่าคุกเข่าสิขอรับ จะฆ่าข้าหรืออย่างไรขอรับ”
“อ้อ ลืมไปๆ”
เมาเป่าโค้งตัวก้มคำนับป๋ายหม่าวเพื่อให้เขาเป็นอาจารย์ของนางและรับนางเข้าสำนักอย่างเช่นคนอื่น เมื่อทุกคนออกมาเห็นก็ต่างงุนงงกันไปหมด
อยู่ๆ ท่านเจ้าสำนักก็รับนางเป็นศิษย์อย่างง่ายดาย ราวกับรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
ศิษย์ทั้งสิบคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดานหันมองเมาเป่าเป็นสายตาเดียว ทันใดนั้นแมวประจำสำนักก็ออกมา
แมวสีขาวขนฟูฟ่องสวยงามดวงตาสีฟ้าประกายงดงามค่อยเดินนวยนาดเดินไปหาเมาเป่า ทุกคนลุ้นว่านางจะได้รับการยอมรับจากแมวตัวนี้หรือไม่
ในสำนักหลานหล่านนั้นแมวตัวนี้ถือเป็นผู้ปกครองที่สูงสุดของสำนักหากมันไม่ยอมรับใคร คนผู้นั้นจะโดนข่วนและโดนเหล่าบรรดาแมวขับไล่ออกจากสำนักไปท้ายที่สุด
แต่เมื่อมันเดินไปถึงเมาเป่ามันกลับทิ้งตัวกลิ้งคลอเคลียนางราวกับแมวน้อยแสนน่ารัก
“หลานหล่าน” เมาเป่ายิ้มแล้วยกมันอุ้มขึ้นไว้แนบอก
“เมี้ยวววว”
เจ้าแมวตอบรับเลียแก้มของนางแล้วเอาใบหน้าถูกไถอย่างออดอ้อนจนทุกคนที่มองอยู่แทบไม่เชื่อสายตา
“พวกเจ้ามานี่ข้าจะแนะนำศิษย์น้องของพวกเจ้าให้รู้จักจากนี้ไปพวกเจ้าต้องดูแลนางนะ” เจ้าสำนักเรียกให้ศิษย์ทั้งสิบมารู้จักกับเมาเป่า
“ข้าชื่อ จ้าว เมาเป่า เรียกข้าว่า…”
“กู้หลุนกงจู่?” หนึ่งในศิษย์ที่รู้จักนางโพล่งขึ้นมาทันที เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นโรคเสวี่ยป๋ายนั่นก็คือนาง
“เรียกข้าแค่เมาเป่าก็พอ”
“ศิษย์น้องเมาเป่า ข้าชื่อ อิน เลี่ยงหลิ่ง เป็นศิษย์ลำดับที่ 7 ข้าสงสัยว่าเหตุใดท่านหลานหล่านถึงได้ชอบเจ้า”
“ศิษย์พี่เลี่ยงหลิ่ง แมวย่อมมองเห็นแมวด้วยกัน” เมาเป่ายิ้มให้นาง
“เป็นเช่นนั้นเอง” เลี่ยงหลิ่งยิ้มรับ
“ข้าคือศิษย์ลำดับที่ 1 ชื่อ ไห่ ลู่เสียน หรือเจ้าจะเรียกข้าว่าศิษย์พี่หนึ่งก็ได้”
“ส่วนข้าเป็นศิษย์ลำดับที่ 2 หยุน ไฉ่หง”
“ข้าศิษย์ลำดับที่ 3 หยวน จางหมิ่น”
“ข้าลำดับที่ 4 เหวิน ฮุ่ยหมิน มีอะไรสงสัยเจ้าถามข้าได้ตลอดเลยนะ”
“เอิน ลู่จิว เป็นศิษย์ลำดับที่ 5”
“ข้า อัน ห่าวหราน”
“ส่วนข้าเมื่อกี้แนะนำตัวไปแล้ว” เลี่ยงหลิ่งยิ้ม
“เจียง เลี่ยงซู ขอรับ ศิษย์ลำดับ 8 ขอรับ”
“ข้าซิน โม่โฉว ยินดีที่ได้พบเจ้านะศิษย์น้องเมาเป่า” นางยิ้มอย่างเป็นมิตร
“ส่วนข้า มี่ เฟิงเหมียน ไม่นึกมาก่อนว่าในที่สุดก็จะได้หลุดพ้นจากศิษย์น้องสุดท้องเสียที เอาเป็นว่าในบรรดาศิษย์ทุกคนข้าดีใจที่สุดที่เจ้ามา” เฟิงเหมียนกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
“ยินดีที่ได้รู้จักศิษย์พี่ทุกคนเช่นกัน อนาคตคงต้องฝากพวกท่านตามล้างตามเช็ดข้าแล้วล่ะ” เมาเป่าก้มศีรษะเล็กน้อย
“หือ?”
ทุกคนทำหน้าเหวอบางคนถึงกับต้องแคะหูตัวเองเพื่อรอฟังใหม่อีกรอบส่วนท่านเจ้าสำนักนั้นก็แทบจะเป็นลมเมื่อเมาเป่าพูดเช่นนั้น