เสียงพูดคุยที่ดังจอแจเงียบลงถนัดตา เมื่อปรากฏร่างสูงใหญ่สมชายชาตรีของเจ้านายหนุ่มนามว่าทิวากร คนที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุและเด็ดขาดกับงานเป็นที่สุด
นัยน์ตาคมไล่มองพนักงานหลายคนที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ความไม่พอใจฉายชัดออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบปกปิดไม่ได้
เขาหงุดหงิด...เป็นอาการหงุดหงิดที่พอจะทราบดี ว่ามีต้นตอมากจากเรื่องใด แต่มันแก้ไม่หาย แม้ว่าเขาจะพยายามแก้อย่างเอาเป็นเอาตายแล้วก็ตามที!
“ไม่มีเรื่องอะไรจะพูดกันแล้วหรือไง?”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะนาย ไม่ใช่อย่าที่นายคิดนะคะ”
“ไม่ใช่อย่างที่ผมคิด แล้วมันแบบไหนกันครับพี่รุ่ง!”
ชายหนุ่มถามเสียงดังจนคล้ายตะคอก รุ่งทิพย์แม่บ้านประจำออฟฟิศถึงได้หน้าถอดสีเพราะความหวาดกลัวจับใจ
“เรื่องอื่นไม่มีให้พูดแล้วใช่ไหม!”
เงียบ...ไม่มีใครกล้าตอบจนทำให้ทิวากรยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่!
“ผมถาม...ว่าพวกคุณไม่มีอะไรจะพูดกันแล้วใช่ไหม!”
เขาถามเสียงดังแต่กลับไม่มีใครตอบคำถาม จนทำให้ความอดทนที่เคยมีมากกว่านี้ดับมอดลงไปดื้อๆ ที่อดทนฟังมาได้ครู่ใหญ่นั่น ก็นับว่าความอดทนของเขามีมากเกินพอแล้ว
เรื่องนินทาที่เขาเคยพูดว่าอย่าให้ได้ยิน...
เรื่องแบบนี้...ที่กระจายไปไว เหมือนไฟลามทุ่งไม่มีผิด!
เรื่องที่เทียนขวัญกลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมกับอาการเศร้าซึมถนัดตา เรื่องนั้น...ที่มีต้นเหตุมาจากเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ใครเป็นคนเริ่ม ใครเอาเรื่องนี้มาพูดเป็นคนแรก”
“เอ่อ...”
หญิงวัยสี่สิบปีอ้าปากค้าง เมื่อแววตาคมกริบของคนเป็นนายจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ได้ยินไหม ผมถามว่าใครเป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมา?”
“คือว่าพวกเราก็แค่...”
“แค่พูดถึงเขาในทางที่ไม่ดี ทั้งที่ผมเคยสั่งห้ามแล้ว ว่าไม่ให้พูดถึงเทียนขวัญในลักษณะนี้ใช่ไหม?”
“นายครับ...”
สิน...ลูกน้องคนสนิทของทิวากรเข้ามาสะกิดแขนเจ้านาย ไม่อยากให้โทสะที่พุ่งทะยานในยามนี้ สร้างปัญหาตามมาอีกระลอก
เพราะคนที่จะตกที่นั่งลำบาก คนที่จะโดนเหน็บแนมต่อว่า มีแค่คนเดียวคือเทียนขวัญเท่านั้น เธอโดนใครต่อใครมากหน้าหลายตากล่าวหาว่าจงใจปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับคนเป็นนาย
ยอมถูกใครต่อใครตราหน้าว่าหน้าไม่อาย โดยไม่คิดจะแก้ตัวหรือแม้แต่จะปกป้องตัวเองจากคนใจร้าย สินจึงไม่อยากให้ใครหน้าไหนใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการต่อว่าหญิงสาวได้อีก
“ไม่ต้องมาห้ามไอ้สิน มึงรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนเริ่ม?”
“ใครเริ่มก็ช่างเถอะครับ ผมว่าถ้านายไม่อยากหัวเสียมากไปกว่าเก่า ก็รีบเข้าไปในออฟฟิศกับผมก่อนเถอะ”
สินพยายามรั้งแขนเจ้านายให้ถอยห่างออกมา ไม่อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ากวนใจทิวากรนานนัก
ลำพังแค่ความปากหนักกับสัญญาบ้าๆ ที่เจ้าตัวไปรับปากมานั่น ก็สร้างความขุ่นมัวให้หัวใจไม่น้อยอยู่แล้ว หลายเดือนที่ผ่านมานี้ถึงได้มีท่าทีที่เคร่งขรึมกว่าเก่ามาก
ซึ่งเขาไม่ปรารถนาให้คนเป็นนาย สร้างเรื่องวุ่นวายให้ตัวเองอีกเป็นครั้งที่สอง ในเมื่อเตือนสติแล้วพอจะฟังกันบ้าง เขาก็จะทำมันอย่างไม่คิดลังเลอีก
“ถ้ามีใครไปรายงานผม ว่าพวกคุณนินทาเทียนขวัญ...”
“จะไม่มีอีกแล้วค่ะนาย พวกเราจะไม่ทำอีกแล้ว!”
“แน่ใจใช่ไหมครับ?”
“แน่...แน่ใจมากๆ ค่ะ” รุ่งทิพย์ตอบรับเสียงสั่น
“ถ้าผมได้ยินอีกครั้ง คราวนี้...จะไล่ออกให้หมด!”
“ได้ค่ะ ได้เลย พวกเราจะไม่ทำในสิ่งที่นายไม่ชอบอีก”
กลุ่มคนตรงหน้าขอโทษขอโพยเจ้านายเป็นการใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวแล้วรีบวิ่งจากไปก่อนที่ระเบิดจะลงอีกรอบ
ตัวอย่างมีให้เห็นบ่อยครั้ง ว่าหากขัดคำสั่งเจ้านายจะมีจุดจบอย่างไร คงไม่มีใครอยากตกงานในช่วงปีใหม่ ช่วงที่นายเหนือหัวของไร่จะจ่ายโบนัสให้พนักงานที่ตั้งใจทำงานมาตลอดทั้งปี
“ไม่ชอบก็ยิ่งเจอ บ้าชิบ!”
คนพูดพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สินจึงยื่นพอตบุหรี่ไฟฟ้าให้คนเป็นนายอย่างรู้หน้าที่ แต่ครั้งนี้...ดูเหมือนจะมีบางสิ่งเปลี่ยนไป
ตั้งแต่มีลูก...คนเป็นนายก็ลดปริมาณการสูบบุหรี่ลงเรื่อยๆ
ตั้งแต่มีลูก...ก็ไม่เคยเห็นกินเหล้ากินเบียร์เหมือนอย่างเคย
เขาไม่ทำอะไรก็ตามที่เทียนขวัญไม่ชอบ ไม่ทำ...ทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้บังคับหรือร้องขอสักนิด!
“ไม่เอาหน่อยเหรอนาย?”
“ไม่ล่ะ คราวนี้น่าจะเลิกได้อย่างจริงจังสักที”
“ถ้าเทียนมาได้ยินคงดีใจ ได้ยินน้องบ่นบ่อยๆ ว่ากลิ่นบุหรี่ไม่ดีกับแม่และลูกในท้อง”
“พูดมากน่า!”
“พูดความจริงทุกคำยังมาว่าผมพูดมาก” สินแหล้งแหย่ “เอาน่า...ถ้าหงุดหงิดก็ลองหน่อย เทียนไม่รู้หรอกครับ!”
“บอกว่าไม่เอาไง อย่าเซ้าซี้สิวะไอ้สิน!”
ทิวากรปัดมือลูกน้องออก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อไอ้คนสนิทดันจับสังเกตได้ ว่าเขาคิดจะเลิกบุหรี่ที่ติดมากว่าสิบปีไปเพื่ออะไร
“กูยิ่งหงุดหงิดคนพวกนี้อยู่ มึงก็อย่าขยันยั่วนักจะได้ไหม!”
“เราห้ามปากเขาไม่ได้หรอก ที่ห้ามได้คือตัวนายนั่นแหละ”
“มาเกี่ยวอะไรกับกูล่ะ?”
คนเป็นนายเอ่ยถาม ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้านในออฟฟิศที่ตั้งอยู่ใจกลางไร่ สอดส่ายสายตาหาคนที่คิดว่าจะได้พบหน้า แต่ก็เป็นเช่นทุกวันที่ผ่านมา คือเขาไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ
เทียนขวัญไม่มาทำงานครบสามวันแล้วสินะ...