บทนำ
เพราะความเมาในค่ำคืนที่มีงานเลี้ยงครบรอบสามสิบปีของไร่ ทำให้ทั้งเขาและเธอต่างต้องเผชิญหน้ากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเหตุที่บานปลายในคืนนั้น สร้างสายสัมพันธ์บางอย่างให้เกิดขึ้นมา
‘ทิวากร’ หรือทิวาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังก่อกวนความรู้สึกในใจกำลังจะอ้าปากพูดอีกรอบ
“ตกลงจะเอายังไง?”
‘เทียนขวัญ’ สาวน้อยวัยยี่สิบเจ็ดปีเอ่ยถามเสียงเข้ม สีหน้าของเธอบึ้งตึง เพราะความหึงหวงที่เกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่ชอบให้ทิวากรทำเหมือนสนใจใคร ไม่ชอบให้ใครมาหาเขาถึงในบ้าน ไม่เคยชอบที่เขาไม่ยอมมองใคร รวมถึงเธอ...คนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขา
ลูก...ที่พ่อและแม่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะถือกำเนิดขึ้นมา
“มั่วผู้หญิงไปทั่วแบบนี้ไม่ได้นะนายทิวา เทียนไม่อยากให้ลูกมีพ่อสำส่อน!” น้ำเสียงของเธอขึงขัง ใบหน้านวลงอง้ำ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทิวากรทำคล้ายกับไม่เห็นหัวเธอ
“มากไปแล้วเทียนขวัญ พูดจาให้มันดีๆ หน่อย”
เขาเอ็ดเธอเสียงดัง ไม่บ่อยครั้งนักที่ทิวากรจะต่อว่าหญิงสาวออกมาเช่นนี้
ด้วยรู้ดีว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และเขาไม่ปรารถนาให้เธอต้อง เครียดจนส่งผลต่อลูกน้อยในท้อง
“ฉันแก่กว่าเธอตั้งสิบปี พูดจาอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง!”
“ก็เพราะแก่กว่าตั้งสิบปีไง ถึงต้องมาพูดเตือนสติกันแบบนี้!”
“เธอมาเตือนฉันในฐานะอะไรมิทราบ?”
“ก็...”
“อย่าลืมตัวบ่อยนัก ว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน”
คนตัวสูงผุดลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว มองหน้าท้องนูนวัยสี่เดือนเศษของเธอด้วยแววตาเครียดขึงไม่ต่างกัน
ใช่ว่าอยากจะดุเธอนัก แต่เขาไม่ชอบนิสัยช่างโวยวายของเธอ รวมถึงนิสัยที่ชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้
สอนไม่เคยจำ ว่าอย่าทำบ่อยนัก!
แล้วแบบนี้...จะให้เขาพูดดีด้วยได้อย่างไร ในเมื่อเธอก็ออกจะดื้อ ไม่มีเหตุผลได้ขนาดนี้!
“เรื่องของเราเป็นแค่ความผิดพลาด เราแค่เมาและบังเอิญมีความสัมพันธ์ต่อกัน และบังเอิญมาก...ที่เธอดันท้องขึ้นมา”
หญิงสาวนิ่งเงียบไป ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าเขาไม่ต้องการลูก ทิวากรใช้ชีวิตแบบคนที่ไม่นิยมมีบ่วงใดติดกาย เธอยังจำได้ ว่าในวันที่เดินมาบอกเขาว่าเธอตั้งครรภ์นั้น เขายังช็อกไปนานเป็นนาที
สีหน้าของเขาเรียบเฉย แต่นัยน์ตาคู่คมกลับไหวระริกจนเธอยังจับสังเกตได้ ไม่มีคำว่ายินดีหรือแสดงออกให้รู้ว่าต้องการเจ้าตัวเล็กในครรภ์ เขาเพียงแค่ตอบกลับมาว่ารับทราบเท่านั้น
และนั่น...ก็ทำให้หัวใจเทียนขวัญร้าวระบมเกือบตาย!
“มันเป็นความผิดนาย!”
“และผิดที่เธอด้วยไหมที่ไม่ยอมปฏิเสธออกมา ทั้งที่รู้ว่าฉันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเธอแบบนั้น”
“ก็...”
“ทั้งที่เธอรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอเองบ้าง ทำไมถึงยอมให้มันเกิดขึ้นล่ะเทียนขวัญ!”
“อย่าขึ้นเสียงได้ไหม?”
“แล้วใครเป็นคนมายั่วให้โกรธ นี่ถ้าไม่ท้อง...จะหาไม้เรียวมาฟาดเสียให้เข็ด จะได้เลิกดื้อ เลิกพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องสักที!”
เจอทิวากรสวนมาตรงๆ แบบนี้ ก็ทำเอาเทียนขวัญจุกไปทั่วทั้งอก ไม่ได้ผิดจากที่เขาพูดมา เธอแอบชอบเขา...และชอบมานานนับตั้งแต่ที่หัวใจได้รู้จักกับความรัก
เธอชอบเขาตั้งแต่อายุสิบสี่ เรื่อยมาจนถึงป่านนี้ทั้งที่รู้ดีว่าเขาไม่เคยมองเธอมากกว่าไปเด็กที่โตมาในไร่
และถึงแม้เทียนขวัญจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในบ้านของทิวากรได้ แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้ง...ที่เขาจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนคนที่กำลังจะมีลูกด้วยกัน
ซึ่งบางครั้ง...มันก็ทำให้เทียนขวัญอดน้อยใจไม่ได้ และครั้งนี้...ก็ดูเหมือนความรู้สึกนั้นจะพุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่าตกใจ
“ที่ฉันรับผิดชอบเรื่องนี้ ที่ยอมให้เธอย้ายมาอยู่ในบ้านด้วย ก็เพราะอยากให้เธอกับลูกได้รับความสะดวกสบาย แต่เธอต้องไม่ลืม...ว่าฉันเคยบอกเธอไปแล้ว ว่าฉันไม่ได้อยากมีเมีย”
“นี่นาย...”
“อย่าคาดหวังว่าการมีลูกจะทำให้ฉันหันมามองเธอ ขอโทษที่ต้องย้ำฟังอีกครั้ง ว่าฉัน...ไม่ได้คิดเกินเลยกับเธอแบบนั้นจริงๆ”
“ถ้านายไม่ได้คิดอะไรกับเทียนเลย นายก็ไม่ควรรับผิดชอบเด็กในท้อง เพราะมันทำให้เทียนคาดหวัง ว่าเราจะสามารถอยู่เป็นครอบครัวได้”
“ฉันเป็นคนทำให้เขาเกิดมา จะให้ปฏิเสธได้ยังไง?”
ทิวากรพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มองคนดื้อตาใสที่ยืนนิ่งไปราวกับต้องการทบทวนบางอย่าง
เพราะเธอเป็นแบบนี้...เขาถึงไม่อยากเข้าใกล้เกินจำเป็น ในเมื่อเลือกที่จะแสดงออกมาว่าไม่คิดอะไรตั้งแต่แรก เขาก็จะรักษาความตั้งใจนั้นไว้ให้ดีที่สุด
ไม่อยากทำให้ตากับยายของเธอเสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว และเขาไม่อยากผิดสัญญาซ้ำสอง!
“แต่นายปฏิเสธได้นะ แค่นายบอกเทียนมาคำเดียวว่าไม่ให้อยู่ด้วย เทียนจะรีบเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านนายทันทีเลย”
หญิงสาวเม้มปากแน่น ราวกับต้องการสะกดกลั้นบางอย่าง คำว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยจากปากเขา ทำให้เธอเจ็บปวดหัวใจได้เสมอ
“อันที่จริง...ฉันไม่จำเป็นต้องรอให้นายพูดก็ได้นี่นา เก็บของออกไปเลยคงง่ายกว่า นายจะได้ไม่ต้องลำบากใจ”
“เธอกำลังพาล”
“เปล่าเลย...เทียนแค่เหนื่อย ไม่รู้ว่าจะพยายามไปทำไม ทั้งที่รู้เต็มอกว่านายไม่รัก”
“เทียน...”
“เจ็บเหมือนกันเนอะ ที่รักนายมาตั้งเป็นสิบๆ ปี แต่นายก็ไม่เคยรักตอบ”
คนตัวโตยืนนิ่งราวกับถูกสาป ไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะได้เห็นสีหน้าและแววตาของคนขี้แพ้จากเทียนขวัญ
เธอไม่ยอมคนและเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองอยู่เสมอ เพราะไอ้ความเชื่อมั่นบ้าๆ นี่แหละ ที่ทำให้เธอท้องกับเขาสมใจ
คิดว่าเขาไม่รู้หรืออย่างไร ว่าวันที่เกิดเรื่องนั้นขึ้นมา...ใครกันที่เป็นคนวางแผน มันช่างน่าตีและน่าหยิกให้เนื้อเขียวเหมือนที่ตากับยายเธอพูดให้เขาฟังเสมอมา
ไอ้ความก๋ากั่นแบบนี้...ขอให้มีกับเขาแค่เพียงคนเดียวทีเถอะ!
“เป็นเทียนที่คิดน้อยเอง ที่คิดว่าความสัมพันธ์ทางกายจะทำให้นายหันมามองบ้าง แต่จนถึงวันนี้เทียนก็ได้รับคำตอบเดิมเสมอมา ว่านายคงไม่มีวันหันมามองเทียนจริงๆ”
คนพูดคลี่ยิ้มเล็กน้อย สบตากับทิวากรครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดในสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา
“เพราะขนาดเทียนอยู่ในบ้าน นายก็ยังพาผู้หญิงพวกนั้นมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ เหมือนนายไม่เคยแคร์...ว่าเทียนจะรู้สึกยังไง”
“อย่าคิดอะไรไร้สาระ”
“ไม่ไร้สาระแน่นอน เพราะเทียนกำลังคิดอยู่ ว่ามันอาจจะถึงเวลาแล้ว ที่เทียนต้องตัดใจจากนายให้เด็ดขาดเสียที”
“เทียนขวัญ!”
“นับตั้งแต่คืนนี้ไปเทียนจะกลับไปนอนบ้านยายนะ ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจมาตั้งนาน”
คนพูดคิดเองเออเองเสร็จสรรพ ตั้งใจจะหมุนตัวเดินจากไป แต่ทิวากรกลับคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“ห้ามไป เดี๋ยวตากับยายเธอจะต่อว่าฉันได้!”
“ไม่ต้องห่วงหรอก เทียนจะพูดเรื่องนี้กับตายายเอง”
“เทียน...”
“ให้มันจบตอนนี้เลยก็ดี...เทียนจะได้ไม่ต้องทนเห็นภาพที่ไม่น่ามองอีก และนายก็จะได้ใช้ชีวิตแบบเดิมอย่างที่ต้องการ!”
คนตัวเล็กสะบัดมือออก ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง
“ขอบคุณที่พูดคำนั้นออกมาตรงๆ ถึงจะเจ็บไปหน่อย...แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เทียนหลอกตัวเอง ว่าวันหนึ่งนายจะรักเทียนได้”
“นี่เธอ...”
“อ้อ...พรุ่งนี้เทียนขอกลับไปทำงานเหมือนเดิมด้วยนะ”
ขอกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่า กลับไปเป็นเทียนขวัญคนนั้น คนที่แอบรักเขาอยู่ในที่ของตัวเองเงียบๆ เหมือนที่เคยผ่านมา
ที่ตรงนั้น...ที่มีแค่หัวใจของเธอคนเดียวที่รู้สึกไปไกลเกินกว่าที่แสดงออก ว่าเธอรักเขาแค่ไหน