เฮียฉันคนนี้ยังรักUpdated at Nov 11, 2022, 09:08
บทนำ
‘เฮียสอบติดแล้วนะผิง เย็นนี้ไปเลี้ยงฉลองกันหน่อยไหม?’
‘จริงหรอเฮีย เย้ๆๆ ....ดีใจด้วยนะ แฟนผิงเก่งที่สุดเลยยย’
‘อีกหน่อยก็คงต้องย้ายไปอยู่หอแล้วล่ะ’
‘……’
‘ไม่เอาหน่า สัญญาว่าเฮียจะกลับมาหาบ่อยๆ เลย’
‘จริงๆ นะ’
‘จริงสิ หึหึ ...เป็นเด็กดีและก็ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม?’
‘เฮียสัญญานะ ว่าจะโทรคุยกับผิงทุกคืนก่อนนอน’
‘สัญญาสิ ต้องโทรมาอยู่แล้ว’
‘ถ้าเฮียเรียนอยู่ใกล้บ้านก็ดีสิ เราจะได้เจอกันทุกวัน’
‘พอถึงช่วงวัยหนึ่ง เราก็ต้องแยกย้ายกันไปเติบโต ไปทำตามความฝันของตัวเองก่อน.... แล้วค่อยกลับมาเจอกันอีกครั้งไง พอถึงวันนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกันนานเลย’
‘ผิงรักเฮียนะ ฮึกก~’
‘เฮียก็รักผิง ไม่งอแงนะ โอ๋ๆๆ’
บรรยากาศยามเย็นหลังเลิกเรียน ในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะค่อยๆ ลับหายไปแบบนี้ มีเด็กสาวเพื่อนซี้สองคนยังอยู่ในชุดนักเรียนมอปลาย ปล่อยเสื้อลอยชายนั่งเล่นอยู่แถวบริเวณอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
อ่างเก็บน้ำบางพระสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ บางคนมาเพื่อชมบรรยากาศ บางคนก็มาวิ่งออกกำลังกายหรือแม้กระทั่งนำจักรยานมาปั่นแถวนี้ก็มี
รวมทั้งเด็กสาวมัธยมปลายสองคนที่นั่งหย่อนก้นชมความงามของธรรมชาติสรรค์สร้างที่แนวตั้งรับของสันเขื่อน
“นั่งหงอยเป็นแมวซึมเศร้าอะไรอีกล่ะมึง?” เพื่อนซี้ที่นั่งข้างๆ กันอีกคนมานาน สังเกตใบหน้าบูดบึ้งของเพื่อนมานานแล้วตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน
“เปล่า” ขนมผิงตอบเพื่อนไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่สีหน้ามันฟ้องว่าเธอกำลังคิดวกวนอยู่กับเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้ไม่กี่วันแล้ว
ขนมผิงกับแฟนท์เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่อนุบาลแล้ว ไม่ว่าจะทุกวัยไหนสองคู่ก็จะไปเรียนที่เดียวกันเสมอ จนกระทั่งเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายก็ยังเรียนที่เดียวกันอยู่เหมือนเดิม
“แน่หรอวะ? เอาดีๆ”
“ก็ไม่มีอะไร”
“อืม... ไม่มีก็ดีแล้ว” แฟนท์พอจะเดาได้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองกำลังนั่งคิดเรื่องอะไรอยู่ ทว่าก็ไม่อยากจะเซ้าซี้เพื่อนให้รำคาญ
ทั้งคู่นั่งเหม่อมองวิวรอบอ่างไปอย่างนั้นเป็นเวลาเกือบๆ ชั่วโมงได้ ตั้งแต่ลงจากรถรับส่งนักเรียนได้ ก็พากันขับรถจักรยานยนต์มาที่นี่เลย
โชคดีที่จอดรถไว้หน้าปากซอยแถวบ้าน เลยไม่ต้องแวะเข้าบ้านให้ใครเห็น ไม่อย่างนั้นก็คงจะโดนใช้งานให้ช่วยขายของที่ร้านต่อแน่ๆ
“อีกไม่กี่วันเราจะสอบเสร็จกันแล้วนะเว้ย มึงไม่ดีใจหน่อยหรอวะ? เราจะได้ไปเรียนมหา’ ลัยแล้วนะ อิสระใกล้เราเข้ามาทุกทีแล้วนะเว้ยผิง”
“อืมมม” ขนมผิงพยักหน้ารับเบาๆ ตอบเพื่อน
“แล้วนี่มอที่มึงยื่นสมัครไป เขาประกาศผลยังวะ?”
“ยัง”
“ขอให้มึงติดที่นั่นเถอะ อย่างน้อยมึงก็ได้เจอเฮียฉีอีกตั้งหนึ่งปีเลยนะ”
เฮียฉีที่แฟนท์กำลังพูดถึงอยู่ก็คือแฟนของเพื่อนสนิทคนข้างๆ นี้ ขนมผิงคบกับชายหนุ่มรุ่นพี่ที่โรงเรียนอยู่คนหนึ่ง
ซึ่งห่างกับเธอ 3 ปี เธอคบกับเขามาได้ 3 ปี จากนั้นพอขึ้นมอปลาย แฟนหนุ่มของขนมผิงก็เข้ามหา’ ลัยไปแล้ว ถ้าหากขนมผิงสอบติดที่เดียวกันกับฉีเรียนอยู่ ขนมผิงก็จะเข้าปีหนึ่งส่วนฉีก็คงจะขึ้นปีสี่ แฟนท์หวังว่าเพื่อนของเธอคนนี้จะได้เจอกับฉีอีกครั้ง
“แม่งไม่ติดต่อกูมาเป็นชาติแล้วว่ะ ถ้าเตี่ยยอมให้กูเข้ากรุงเทพฯ ได้นะ ป่านนี้กูชวนมึงไปแล้วแฟนท์”
ที่บอกว่าไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นชาติ อันนี้ไม่เกินจริง เพราะตั้งแต่ฉีย้ายไปเรียนที่มหา’ ลัยในกรุงเทพฯ จากตอนแรกก็พอติดต่อมาหากันได้อยู่หรอก สักพักนานวันเข้าก็เริ่มห่างหายไป ตั้งแต่ที่ขนมผิงขึ้นมอปลายจนตอนนี้อีกไม่กี่วันสอบปลายภาคเสร็จ เธอก็จะเรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้ว
เป็นระยะเวลาเกือบๆ 3 ปีเหมือนกันที่ฉีไม่ติดต่อและไม่มีความเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชี่ยลใดๆ เลย ซึ่งฉีเองตั้งแต่ขึ้นมหา’ ลัยไปแล้วก็ไม่เคยคิดอยากจะกลับมาบ้านเลยด้วยซ้ำ
ขนมผิงไปบ้านหาป๊ากับม๊าของฉี เขาสองคนยังบ่นอยู่เลยว่าลูกชายบ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับมาเยี่ยมบ้านสักที มีแต่พวกท่านต้องขับรถเข้ากรุงเทพฯ ไปหาเอง
“เออ... ก็จริงของมึง เฮ้ออ!! ตัดใจเถอะเพื่อน ต่อให้เขาเรียนหนักแค่ไหน ถ้าเราสำคัญเขาจะหาเวลาว่างให้เราเอง” แฟนท์เอื้อมมือขึ้นมาลูบหลังเพื่อนเป็นการปลอบ
“คือไม่ได้อะไรหรอก ผ่านมาหลายปีแล้วกูก็พอจะเดาได้ ...แต่คือถ้าจะเลิกก็บอกมาตรงๆ ดิ่ ไม่ใช่หายไปแบบนี้ คนเขาก็รอไง แม่งไม่ชัดเจนอะไรสักอย่าง”
“เอาหน่า การที่เขาหายไปมันก็ชัดเจนแล้วป้ะวะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ป๊อปปี้เลิฟของมึงก็แล้วกัน”
จากนั้นทั้งคู่ก็ออยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองไป ขนมผิงยังนั่งมองบรรยากาศรอบๆ อ่างเก็บน้ำไปเรื่อยๆ ขณะที่แฟนท์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเล่นไปพลางๆ
“เฮ้ยๆๆ อีผิง... มึงเข้าเฟสดูนี่ยัง?”
“ดูอะไรของมึง? แล้วจะเสียงดังทำไมเนี่ย?” ขณะที่กำลังนั่งเงียบๆ กันอยู่ แฟนท์ก็ตะโกนโผลงผางขึ้นมาเสียงดัง จนคนแถวนี้ตกใจหันหน้ามามองกันหมดแล้ว
“มึงดูนี่....” แฟนท์ยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ขนมผิงดูบางอย่าง
“แม่ง... แบบนี้ใช่ไหมวะ ที่เขาไม่ยอมติดต่อมาหากู?”
"ทีนี้ชัดเจนเลยเพื่อน หายไปนานขนาดนี้... เฮ้อ! คราวนี้มึงก็จะได้เลิกหลอกตัวเองสักทีนะ"
ขนมผิงดูหน้าฟีดเฟสบุ๊คของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้มันมีการเคลื่อนไหวของใครบางคนอยู่ในนั้น หลังจากที่ห่างหายจากการติดต่อกับเธอมาเกือบปีได้แล้ว
ตั้งแต่ที่เขาเข้าเรียนมหา’ ลัยไปแล้วก็เงียบหายไปเลย ช่วงแรกก็ยังพอจะได้คุยกันบ้างประปราย ทว่าหลังๆ มาบางทีก็อ้างว่าต้องปรับตัวหลายอย่าง และก็เริ่มเรียนหนักขึ้นไม่ค่อยมีเวลาตอบ
แต่กระนั้นขนมผิงก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกคน เพราะยังรักและยังอยากคบกันต่อ
ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเติบโตเพื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง ทว่าคำคำนี้ที่เขาเคยพูดบอกกับเธอเอาไว้มันกลับดูไร้ค่าแล้วตอนนี้
“มึงโอเคป้ะวะ?” แฟนท์ถามเพื่อนสนิท ที่พอดูโทรศัพท์แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาแล้วตอนนี้
“ฮึกก... นี่ใช่ไหมคำตอบของเฮียน่ะ ที่บอกว่าไม่ว่างเป็นเพราะแบบนี้ใช่ไหม ฮือออ~~”