แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่าUpdated at Jul 21, 2026, 16:23
เมื่อนักฆ่าอันดับหนึ่งของโลกมืดต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่าง‘เฟิงเหยา’คุณหนูใหญ่ที่ใครๆต่างรุมรังแก! บิดาเมินเฉย ฮูหยินรองกดขี่ น้องสาวต่างแม่จ้องจะทำลาย...แต่นับจากนี้นางไม่ใช่ ‘เฟิงเหยา’ คนเดิมอีกต่อไป!
แนะนำเรื่อง
เฟิงเหยา นักฆ่าสาวผู้เร้นกายอยู่ในเงามืดขององค์กรนักฆ่า กลับต้องมาจบชีวิตลงและตื่นขึ้นในร่างของ จูเฟิงเหยา คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลจูผู้ถูกลืม นางถูกคนรอบข้างรุมรังแก มิหนำซ้ำมารดาแท้ๆ ยังถูกวางยาพิษจนสิ้นสติ
ทว่า... เมื่อจิตวิญญาณของนักฆ่าที่มีฝีมือฉกาจมาอยู่ในร่างนี้ นางมิยอมให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำได้อีกต่อไป! การทวงคืนความยุติธรรมจึงเริ่มต้นขึ้น นางบีบคั้นจนบิดาสารเลวยอมลงนามในหนังสือหย่าขาดจากมารดา ก่อนจะพามารดาของร่างนี้เดินทางออกจากตระกูลบัดซบและน่ารังเกียจนี้เพื่อมุ่งหน้าสู่ชายแดนใต้
จุดมุ่งหมายคือเมืองกว่างโจว ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเขตแดนเถื่อน เพื่อตามหาตระกูลลี้ตระกูลเดิมของ ลี้จิงซู่ มารดาของนาง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตระกูลแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเสบียงและงบประมาณกองทัพ จนต้องโทษเนรเทศและถูกริบทรัพย์สินจนหมดสิ้น
ระหว่างการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย เฟิงเหยาได้เผชิญหน้ากับ แม่ทัพหนุ่มลึกลับ ภายใต้หน้ากากเหล็ก สัญชาตญาณบอกนางว่าเขาคือ ‘นักล่า’ ประเภทเดียวกับนาง ที่สำคัญคือนางรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของสงครามกับเหล็กกล้าที่ผ่านการเข่นฆ่าผู้คนมาอย่างโชกโชน กลิ่นอายที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
แม้เขาจะดูอันตรายและชื่นชอบการกลั่นแกล้งปั่นประสาทนางเพียงใด แต่โชคชะตากลับเหวี่ยงให้นางและเขาต้องโคจรมาพบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้นางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ก็นับว่าตระกูลลี้ก็คือครอบครัวของนาง! ใครที่เคยหยามเกียรติ ใครที่เคยใส่ร้าย นางจะทำให้พวกมันต้องชดใช้ด้วยบทเรียนที่สาสม และนางจะนำพาตระกูลลี้กลับมายิ่งใหญ่เกรียงไกรให้ได้อีกครั้ง!
“ต้องการอันใด?”
เฟิงเหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอำนาจ ความน่าเกรงขาม และที่สำคัญคือนางรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของสงครามกับเหล็กกล้าที่ผ่านการเข่นฆ่าผู้คนมาอย่างโชกโชน กลิ่นอายที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ต้องการขอบใจเจ้า”
“ขอบใจเรื่องเมื่อครู่หรือ? เช่นนั้นข้าจะรับไว้” เฟิงเหยาตอบเพียงสั้นๆ แล้วเตรียมจะเดินผ่านเขาไป แต่เขากลับขยับมาขวางทางนางไว้อีกครั้ง
เฟิงเหยาจำต้องเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า ร่างกายของเขาสูงใหญ่กำยำไม่น้อย จนนางที่ว่าสูงโปร่งแล้วยังกลายเป็นสตรีตัวเล็กไปในทันตา นางเป็นนักฆ่าที่ค่อนข้างระวังตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว นางจึงกระชับอาวุธในมือและวางเท้าที่พร้อมจะจู่โจม ถึงแม้เขาจะมาดีแต่นางก็ไม่เคยไว้ใจใคร
“แอบมองผู้อื่นเช่นนี้ ท่านไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรือ” เฟิงเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่ได้หันไปมอง
“หึ!” หลี่มู่เฉินเพียงแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาเดินเข้ามาในศาลาแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเฟิงเหยา เขาเฝ้าดูนางตั้งแต่ตอนที่นางเดินออกจากโรงเตี๊ยม และไม่คาดคิดว่าตนเองจะเผลอเดินตามนางมาเช่นนี้
เฟิงเหยาหันมาเผชิญหน้ากับหลี่มู่เฉิน ต่างฝ่ายต่างยังคงมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้า เห็นเพียงดวงตาที่จ้องประสานกันอย่างไม่ลดละ หลี่มู่เฉินนั่งมองสตรีที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน และที่สำคัญนางเพิ่งจะหลอกด่าเขาไปหยกๆ
“ตามข้ามามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
“ใช่ ข้าตามเจ้ามา ข้าเพียงอยากถามว่าเจ้าคือใครกันแน่”
“ท่านก็ให้คนไปสืบเรื่องราวของข้ามาหมดแล้ว ไฉนจึงยังต้องมาถามข้าอีกเล่าท่านแม่ทัพ”