bc

ศัตรูร่วมเตียง (อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ)

book_age18+
219
FOLLOW
4.5K
READ
billionaire
family
HE
playboy
heir/heiress
drama
bxg
serious
bold
genius
lies
like
intro-logo
Blurb

"งั้นคืนนี้ช่วยแสดงให้ผมดูหน่อยสิบอนนี่... ว่ารสนิยม 'ผู้ดีเก่า' ของคุณ มันจะรับความดิบเถื่อนของคนอย่างผมได้สักแค่ไหน!"ชีวิตหลังแต่งงานที่เป็นเหมือนยาขมแต่ไม่ยอมคาย ของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้เริ่มต้นจากศูนย์อย่าง 'สเตฟาน' กับลูกคุณหนูไฮโซตระกูลเก่าแก่ผู้หยิ่งผยองอย่าง 'บอนนิเบล' พวกเขาแต่งงานกันด้วยผลประโยชน์ที่ประเมินค่าเป็นตัวเงิน ทว่าความสัมพันธ์กลับเต็มไปด้วยความขมขื่นทุกย่างก้าวคือสนามรบ และทุกคำพูดคือคมมีดที่กรีดลงบนศักดิ์ศรี เธอนั้นคอยถากถางว่าเขาเป็นเพียง 'คนรากหญ้าที่โชคดี' ส่วนเขาก็พร้อมจะทำลายความถือตัวของเธอด้วยความดิบเถื่อนที่ผู้ดีหน้าไหนก็ให้เธอไม่ได้"ถ้ารสนิยมของผมต่ำขนาดนั้น คุณก็คงไม่ถ่อจากอเมริกาเพื่อมาเป็นเมียผมถึงเซี่ยงไฮ้หรอกจริงไหมที่รัก?สเตฟาน: เขาเริ่มต้นทุกอย่างมากจากศูนย์ และ ประสบความสำเร็จก้าวเข้าสู่การเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน ที่อายุน้อยของเชี่ยงไฮ้ แต่ถึงต่อให้เขาจะรวยหมื่นล้าน มันก็ไม่ได้ทำให้ ”บอลนิเบล มองเขาอยู่ในระดับเดียวกับเธอได้ เธอคอยดูถูกเหยียดหยามเขา ว่าเป็นเพียง “รากหญ้า” คำพูดเหยียดหยามของเมียสุดที่รัก เป็นสิ่งที่ทำให้เขายิ่งอยากจะเอาชนะความหยิ่งผยองของเธอ เขากวนประสาทเธอเต็มที่ ภายใต้ความทะเล้น เขาคือนักธุรกิจที่น่ากลัว เขารู้ว่าต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมไหนในการคุมเกมธุรกิจ และรู้ว่าต้องใช้ "ลูกล่อลูกชน" แบบไหนในการคุมหัวใจเมียจอมพยศถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาจะมีแต่ความขม ทว่าเมื่ออยู่บนเตียง เขาเป็นสามีที่ทำรายเกาะป้องกันความหยิ่งผยองของเธอเต็มที่"ต่อให้รสนิยมผมจะต่ำแค่ไหน... แต่ผมก็เป็น 'คนต่ำ' คนเดียวที่ทำให้คุณร้องเรียกชื่อจนเสียงหลงได้ จริงไหมจ๊ะเมียจ๋า?"บอลนิเบล: เธอเป็นลูกคุณหนูตระกูลไฮโซของอเมริกา ชื่อเสียงของตระกูลเธอเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วนิวยอร์ก และ เชี่ยงไฮ้ เพราะครอบครัวของเธอถือหุ้นกิจการกว่า200แห่งในจีน แม้เธอจะดูถูกเศรษฐีใหม่อย่างเขาว่าเป็นเพียง“รากหญ้า” ปากด่าว่า “ต่ำตม” แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขาเป็นสามีที่เธอเกลียดแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นคนเดียวที่กล้ารุกล้ำเธอด้วยสัมผัสที่ดิบเถื่อนในแบบที่สังคมไฮโซจอมปลอมให้เธอไม่ได้เธอโหยหาผู้ชายที่ "เอาเธออยู่" และสเตฟานคือคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำและใช้ความดิบเถื่อนทลายกำแพงของเธอได้

chap-preview
Free preview
บทที่1 รสนิยมต่ำ
ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สาดส่องไปทั่วเกาะผู่ตง นครเซี่ยงไฮ้ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8 จากเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงดังกึกก้องไปตามถนนเลียบแม่น้ำหวงผู่ "สเตฟาน" นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งกำพวงมาลัยแน่น อีกมือหนึ่งโอบรัดนางแบบสาวชาวจีนที่นั่งเบียดชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์รัญจวนจนมองข้ามความเงียบสงัดที่ผิดปกติของถนนเบื้องหลัง "คุณนี่ร้ายจังเลยนะสเตฟาน ไม่กลัวเมียคุณมาเห็นเข้าเหรอคะ?" นางแบบสาวเอ่ยเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอเขา "บอนนิเบลเหรอ? ป่านนี้คงนั่งจิบชาไฮโซอยู่กับพวกสมาคมแม่บ้านนั่นแหละ อย่าใฟ้เมียผมมาทำเสียบรรยากาศเลย..." สเตฟานตอบด้วยรอยยิ้มหยัน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่ง เมื่อเขามองกระจกหลังแล้วพบกับแสงไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce Phantom สีขาวที่ขับจี้ท้ายมาอย่างคุกคาม ไม่ว่าเขาจะเร่งเครื่องหนีอย่างไร รถคันหลังก็ยังคงตามติดราวกับเงาตามตัว สเตฟานเหยียบมิด แต่โรลส์-รอยซ์แฟนธอมสีขาวคันนั้นก็ยังคงตามติดมาไม่ห่าง กระทั่งรถเฟอร์รารี่พุ่งขึ้นสู่สะพานใหญ่ใจกลางเมืองที่มองเห็นหอไข่มุกเด่นตระหง่าน จู่ๆ ขบวนรถ Mercedes-Benz สีดำขลับจำนวน 4 คันก็พุ่งพรวดมาจากเลนข้าง เข้าประกบขนาบซ้ายและขวาอย่างรวดเร็วราวกับถูกฝึกมาเพื่อการล้อมจับโดยเฉพาะ สเตฟานต้องถอนคันเร่งและสลอความเร็วลงตามสถานการณ์บังคับ ทันใดนั้น รถโรลส์-รอยซ์ที่ตามหลังมาก็เร่งเครื่องปาดหน้ากระชั้นชิด บังคับให้เฟอร์รารี่คันหรูต้องหยุดนิ่งสนิทกลางสะพาน สเตฟานทุบพวงมาลัยอย่างหัวเสีย เขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย "มาจนได้สินะ..." เขาพึมพำ เพราะรู้ดีว่าในเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ มีเพียงคนเดียวที่กล้าใช้อำนาจบงการถนนทั้งสายแบบนี้ ขณะเดียวกันประตูหลังของรถโรลส์-รอยซ์เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างระหงของ "บอนนิเบล" ก้าวลงมาท่ามกลางสายลมแรงที่พัดผ่านสะพาน เธอสวมเสื้อคลุมขนเฟอร์สีขาวนวลทับชุดเดรสสั่งตัดราคาแพงลิบลิ่ว รองเท้าส้นสูงจิกลงบนพื้นคอนกรีตทุกก้าวที่เดินตรงมายังเฟอร์รารี่ ใบหน้าสวยคมนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งผยองที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางทาง บอนนิเบลหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารถสปอร์ตคันหรูสีแดงเพลิง จ้องมองผ่านกระจกหน้าเข้าไปยังสามีและนางแบบสาวที่นั่งหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้เอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณ บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก็พุ่งตรงไปกระชากประตูฝั่งผู้โดยสารออกทันที "ปล่อยนะคะ! คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้! สเตฟาน ช่วยฉันด้วย!" นางแบบสาวร้องเสียงหลงพลางพยายามยื้อแขนไว้ บอนนิเบลมองภาพนั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลที่เผลอเหยียบเข้า เธอไม่แม้แต่จะอ้าปากเสวนากับผู้หญิงคนนั้น บอดี้การ์ดที่รู้ใจเจ้านายดีรีบเงื้อมือขึ้น "เพียะ!" เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นจนนางแบบสาวหน้าหันไปตามแรง ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอกำลังมึนงง ฉุดกระชากลากไปยัดใส่รถเบนซ์คันข้างๆ ราวกับถุงขยะ สเตฟานเปิดประตูออกมาจากรถเฟอร์รารี่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขามองการกระทำอันเหี้ยมโหดของบอนนิเบลและลูกน้องด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ทว่าเขาก็ไม่สามารถขัดใจเมียได้ และ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอจับได้เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงของเขา “คุณทำเกินไปแล้วนะบอนนี่….ที่นี่คือเชี่ยงไฮ้ไม่ใช่นิวยอร์กที่คุณจะทำอะไรตามอำเภอใจได้…” บอนนิเบล คลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูไปไม่ถึงดวงตา เธอเดินเข้าไปใกล้สเตฟานพลางปัดฝุ่นที่บ่าเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาอย่างเบามือ แต่น้ำเสียงที่หลุดออกมากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ฉันกำลังช่วย 'ยกระดับ' คุณอยู่นะคะ เพราะถ้าปล่อยให้คุณนั่งจู๋จี๋กับ 'ของเน่าเสีย' แบบนั้นนานไปกว่านี้ ฉันเกรงว่าคนจะเข้าใจผิดว่าสเตฟานผู้สูงส่งกลายเป็นคนคุ้ยขยะกินไปซะแล้ว" เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าแววตากลับดุดัน "รสนิยมคุณนี่ตกต่ำลงทุกวันนะคะ ถ้าอยากจะหาความสำราญนอกบ้าน คราวหน้าช่วยหาคนที่มันดู 'แพง' กว่านี้หน่อย ไม่ใช่พวกนางแบบเกรดต่ำที่หิวแสงจนลืมหัวนอนปลายเท้า" พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับไปขึ้นรถโรลส์-รอยซ์ในทันที ท่าทีของเธอเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง แต่ในทางเดียวกันก็เป็นการบังคับกลายๆให้อีกฝ่ายรู้ว่าควรทำยังไง สเตฟานยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเขากดโทรศัพท์โทรหาลูกน้องคนสนิท ก่อนจะเดินตามไปขึ้นรถคันเดียวกันกับเธออย่างขัดไม่ได้ "ขับเฟอร์รารี่คันนี้กลับไปเก็บที่บ้านซะ แล้วพรุ่งนี้จัดการส่งไปประมูลทอดตลาด... ฉันเกลียดของที่เคยมีคนอื่นมานั่งทับที่ของฉัน" บอนนิเบลสะบัดมือสั่งให้ลูกน้องเสียงเรียบ แม้จะเป็นรถแสนรักคันโปรดของสามีเธอ แต่เมื่อครั้งนี้เขาทำผิดที่พาผู้หญิงอื่นมาทำเรื่องต่ำตมบนนี้ เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะกำจัดมันไปพ้นๆสายตาเธอแล้ว ********* บรรยากาศภายในรถโรลส์-รอยซ์เย็นเฉียบยิ่งกว่าอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ บอนนิเบลนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม แสงสีจากไฟถนนเซี่ยงไฮ้ที่พาดผ่านกระจกเข้ามาวูบวาบขับเน้นใบหน้าคมเฉี่ยวของเธอให้ดูเย็นชาและหยิ่งทะนง นิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปบนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเช็กดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามามองสามีที่นั่งอยู่ข้างกาย สเตฟานทิ้งแผ่นหลังลงกับเบาะหนังแท้อย่างอ่อนแรง เขาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกพลางพ่นลมหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยหน่าย ความรู้สึก "เบื่อเมีย" มันจุกอกจนเขาขี้เกียจแม้แต่จะอธิบาย เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันขมแบบนี้มานานแล้ว เขาเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจก จ้องดูแสงไฟของตึกระฟ้าในเซี่ยงไฮ้ที่เลื่อนผ่านไปราวกับภาพฝันที่จืดจาง เขาขบกรามแน่นเมื่อนึกถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง จากเด็กหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันที่ถูกทิ้งให้อาศัยอยู่กับครอบครัวของแม่ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซูชีวิตที่ไม่มีอะไรเลย สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยหยาดเหงื่อความทะเยอทะยานและสติปัญญาจนอาณาจักรธุรกิจของเขาแผ่ขยาย และกลายเป็นที่ยอมรับในวงสังคมชั้นสูง จนกระทั่งมาเจอ "บอนนิเบล" เขาจำได้แม่นในวันที่เธอเดินเข้ามาหาเขา พร้อมข้อเสนอแต่งงานที่เหมือนการเซ็นสัญญาร่วมทุนมากกว่าการขอความรัก เธอบอกว่าเธอ "ถูกใจ" ในความทะเยอทะยานและวิสัยทัศน์ของเขา ซึ่งนั่นเป็นคำชมที่แฝงไปด้วยการดูถูกอย่างร้ายกาจว่าเขาเป็นเพียง "หมาก" ตัวที่เก่งที่สุดที่เธออยากได้มาครอบครอง "เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้กินยาขมสักทีสเตฟาน" เสียงนิ่งเรียบของบอนนิเบลดังขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอแท็บเล็ต "คุณควรจะภูมิใจนะ ที่ฉันอุตส่าห์เสียเวลาลงมาจัดการเรื่องไร้สาระของคุณด้วยตัวเอง" "ภูมิใจเหรอ?" สเตฟานแค่นหัวเราะหึในลำคอ "คุณจัดการเพราะกลัวเสียหน้า หรือกลัวว่า 'สินค้า' อย่างผมจะเสื่อมราคากันแน่บอนนี่?" บอนนิเบล ลดแท็บเล็ตลงช้าๆ เธอหันมามองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและเหยียดหยามอย่างเปิดเผย "มันก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ อย่าลืมสิว่าคุณมาถึงจุดนี้ได้ เพราะนามสกุลของฉันช่วยการันตีความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ 'รากหญ้า' ของคุณดูดีขึ้นมาบ้าง" คำว่า "รากหญ้า" กรีดลงบนทิฐิของสเตฟานอย่างแรง เขารู้ดีว่าต่อให้เขารวยหมื่นล้าน หรือกุมบังเ**ยนบริษัทข้ามชาติ แต่ในสายตาของบอนนิเบล ผู้ที่เกิดมาบนกองทองของตระกูลเก่าแก่ เขาก็ยังเป็นแค่ "คนจนที่โชคดี" วันยันค่ำ "ธุรกิจรากหญ้าที่ทำกำไรมหาศาลจนตระกูลผู้ดีเก่าของคุณต้องรีบวิ่งโร่มาขอรวมหุ้นน่ะเหรอ?" สเตฟานสวนกลับ แววตาแข็งกร้าว "อย่าสำคัญตัวผิดไปบอนนี่ คุณแต่งงานกับผมเพราะคุณรู้ดีว่าถ้าไม่มีผม ตระกูลของคุณก็เป็นแค่พวกคนรวยที่รอวันหมดอำนาจ" "ปากดีขึ้นเยอะนี่คะ..." บอนนี่เหยียดยิ้มเย็น ยื่นมือไปตบแก้มเขาเบาๆ ราวกับเอ็นดูสัตว์เลี้ยง "แต่น่าเสียดายนะสเตฟาน ต่อให้คุณจะพยายามปีนขึ้นมาสูงแค่ไหน แต่เลือดในตัวคุณมันก็ยังสีไม่เข้มเท่าของฉันอยู่ดี... ความรวยมันสร้างได้ในวันเดียว แต่รสนิยมและความเป็นผู้ดีน่ะ มันใช้เวลาสร้างกันเป็นร้อยปี ซึ่งคนอย่างคุณ... คงต้องเกิดใหม่อีกสักสิบชาติถึงจะเข้าใจ" สเตฟานปัดมือเธอออกอย่างแรง เขาเกลียดสัมผัสที่ดูแคลนแบบนี้ที่สุด "งั้นคุณก็อยู่กับสายเลือดสีเข้มของคุณไปคนเดียวเถอะ เพราะผู้หญิงคนเมื่อกี้... เขาให้ในสิ่งที่ผู้หญิงที่สูงส่งอย่างคุณไม่มีวันให้ผมได้" "อะไรคะ? ความรักจอมปลอม หรือความร่านที่หาได้ตามหัวถนน?" บอนนี่เลิกคิ้ว "ถ้าคุณอยากได้ของแบบนั้น ฉันจะซื้อมาประเคนให้ที่บ้านสักโหลก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเที่ยวไปป่าวประกาศให้คนเขารู้ว่า...สามีของฉันมีรสนิยมต่ำตมแค่ไหน!” สเตฟานขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขารู้สึกเหมือนอากาศในรถโรลส์-รอยซ์คันนี้กำลังสูบวิญญาณและความเป็นชายของเขาให้เหือดหายไปทีละนิด ทุกคำถากถางของบอนนิเบลมันเหมือนเข็มพิษที่ตอกย้ำว่าต่อให้เขาสูงส่งแค่ไหน เขาก็ยังเป็นแค่ "เบี้ย" ในกระดานของเธอ "จอดรถ!" สเตฟานตวาดสั่งเสียงกร้าว คนขับรถสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเหยียบเบรกจนรถหยุดกึกกะทันหันกลางถนน สเตฟานไม่รอให้บอดี้การ์ดมาเปิดประตูเขาผลักมันออกอย่างแรงจนสุดเหวี่ยง ลมหนาวของเซี่ยงไฮ้พัดเข้ามาปะทะใบหน้า แต่มันยังไม่หนาวเหน็บเท่าแววตาของเมียที่นั่งอยู่ข้างๆ เขายืนนิ่งอยู่ข้างขอบประตูรถ โน้มตัวลงไปมองบอนนิเบลที่ยังคงวางท่าสง่าราวกับรูปปั้นหินอ่อน “งั้นคุณก็หามาประเคนให้ผมสักสิบคนเลยนะ เอาให้ครบสิบคนอย่างที่ปากคุณว่า! เพราะชาตินี้ผมคงจะหาความตื่นเต้นแบบนี้จากเมียสุดที่รักไม่ได้จริงๆ” เขาทิ้งคำพูดแสบสันไว้เพียงเท่านั้น ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทันทีที่เขาก้าวลงจากรถ Porsche 911 Gt3 rs สีฟ้าที่เขาโทรสั่งให้ลูกน้องขับตามมาก็เคลื่อนเข้ามาจอดต่อท้ายในจังหวะที่พอดีราวกับนัดหมาย เขารู้ดีว่ายิ่งอยู่ใกล้เธอเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแต่คำดูแคลน และ คำพูดถากถางไม่หยุด จนเขารู้สึกเซ็งทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอแม้เพียงวินาทีเดียว เธอก็พร้อมจะสรรหาคำดูถูกที่แสบสันมากดเขาเรื่องชาติตระกูล ฝังลึกจนเหมือนตะปูตรอกฝาโลง สเตฟานเปิดประตูแล้วแทรกตัวลงไปนั่งในตำแหน่งคนขับ เสียงเครื่องยนต์พอร์ชคำรามแผดสนิทราวกับสัตว์ป่าที่หลุดออกจากกรง เขาเหยียบคันเร่งมิดจนล้อบดถนนเกิดควันจางๆ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปตัดหน้าขบวนรถของบอนนี่เบล ทิ้งไว้เพียงแสงไฟท้ายสีแดงที่เลือนหายไปในความมืดด้วยความเร็วสูง ***** (เรื่องของพี่ยังไม่จบ เปิดเรื่องของน้องเลยจบๆ5555 ของพี่จะเป็นช่วงวัยรุ่น ของน้องจะเป็นวัยผู้ใหญ่นะคะแอบสปอยเรื่องนี้ ncค่อนข้างเยอะค่ะอาดจะเยอะกว่าของพี่เพราะเป็นวัยผู้ใหญ่ ฝากติดตามทั้งสองเรื่องของไรท์ด้วยนะคะอยู่ในหน้าโปรไฟล์เลยค่ะ🙏เรื่องนั้นบอลนิเบลมีบทบาทเยอะพอสมควรในช่วงวัยรุ่นค่ะ) (ฝากกดติดตามกดlike คอมเมนท์เพื่อเป็นกำไลใจให้ไรท์ด้วยนะคะ อยากอ่านความคิดเห็นของคุณรี้ดจังเลยค่ะ คิดเห็นยังไงช่วยบอกช่วยชี้แนะไรท์ด้วยนะคะ🙏แสดงความคิดเห็นมาคุยกันหน่อยนะคะคุณรี้ด)

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.8K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.1K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook