เขาคนนั้นคือคุณพยัคฆ์
สองทุ่มห้าสิบนาที
ณ คลับหรูแชงกรีล่า
ด้านหน้าตึกที่ประดับประดาไปด้วยไฟสีทองแลดูอลังการนั้นค่อนข้างคึกคัก แขกหน้าใหม่และเก่าที่ตั้งใจมาหาความสุขต่างตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
รถหรูนับสิบคันต่อแถวกันขับผ่านทางเข้าทำเอาพนักงานรับรถวิ่งกันจนขาแทบขวิด ทว่ามีอยู่คันหนึ่งที่สามารถผ่านเส้นทางพิเศษที่สุดได้
รถยุโรปคันหรูสีดำสนิทคันนั้นไปจอดสนิทตรงทางเข้าส่วนบุคคล เมื่อพนักงานทำการเปิดประตูให้ ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวก็ก้าวลงมาจากรถ
“สวัสดีครับคุณเสือ”
“อืม คุณนภาล่ะ” ขณะที่เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม มือของเขาก็ขยับสูทของตนให้เข้าที่ไปด้วย วงหน้าดุดันเรียบเฉย ดวงตาเรียวชี้อย่างคนมีเชื้อสายจีนมองไปยังด้านในตึก
ไม่นานมือที่ประดับไปด้วยรอยสักเกือบเต็มพื้นที่ก็ยกขึ้นจัดคอเสื้อของตน ดึงขึ้นให้เรียบร้อยทว่าไม่ได้ตั้งใจให้ปิดรอยสักรูปหัวมังกรบนลำคอแต่อย่างใด
“อยู่ที่ห้องรับรองครับ คุณนภาให้ผมมาเชิญคุณเสือเข้าไป ตอนนี้ น้อง เขารออยู่แล้วนะครับ”
เพียงได้ยินคำว่า ‘น้อง’ คิ้วคมของ พยัคฆ์ ก็เลิกขึ้น ใจนึกไปถึงผู้หญิงในรูปที่ ‘ทิโมธี’ เพื่อนเขาส่งมาให้เมื่อตอนเย็น แม่คนนั้นที่ร้องไห้จนใบหน้าสวย ๆ แดงไปหมด
‘เด็กกูส่งมาให้ เห็นว่าเดือดร้อนต้องใช้เงินแบบด่วน ๆ กูเห็นว่าขาว ๆ เล็ก ๆ สเปคมึงเลย เก็บไว้พิจารณาหน่อยสิวะ’
เขาชอบเลี้ยงเด็กสาว ๆ ไว้เชยชมก็จริง แต่ปกติจะชอบหาคนที่ถูกใจเอง ไม่ใช่แนวที่จะให้ใครติดต่อหรือหาให้ ทว่ารอบนี้ไม่รู้ทำไมถึงตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย
อาจจะเป็นเพราะใบหน้าที่แม้จะร้องไห้ขนาดนั้นก็ยังสวย หรือเพราะดวงตาบวมช้ำน่ารังแกมันกวนใจเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น ทำให้รู้สึกแปลกในอกอย่างบอกไม่ถูก
สุดท้ายจึงต้องมาดูให้เห็นกับตา ทั้งที่ช่วงนี้งานรุมเร้าจนแทบจะตายห่าทุกวัน
“อ้อ…ไปสิ”
“เชิญทางนี้ครับ”
ร่างสูงเดินตามพนักงานคนนั้นเดินลึกเข้าไปในโซนวีไอพี ซึ่งเป็นส่วนตัวและแสงสีอึมครึมมากกว่าด้านนอก เมื่อถึงด้านหน้าห้องที่อยู่ด้านในสุดก็พบว่ามีคนรออยู่แล้ว
เธอคือคุณนภา มาม่าซังประจำสถานที่แห่งนี้
“สวัสดีค่าคุณเสือ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมคะ”
สาวใหญ่วัยราวสี่สิบทว่าแต่งตัวสวยพริ้งเดินตรงรี่เข้ามาหาทันที อีกทั้งยังมือไม้อ่อนยกขึ้นไหว้เขาอย่างชดช้อย แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าหลายปีก็ตาม
“สบายดีครับ คุณนภาล่ะ สบายดีไหม”
“นภาสบายดีค่ะ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะคุณเสือ นภาให้น้องเขาเตรียมตัวรออยู่แล้ว คุณเสือตาถึงมากเลยนะคะ เด็กคนนี้ขาวสวยอึ๋มมาก แถมกว่าจะยอมมาทำงานกับเรา นภาตื๊ออยู่ตั้งนาน”
เธอจีบปากจีบคอชวนเขาคุยอย่างมีจริตจก้าน ขณะที่เปิดประตูพาเขาเข้าไปในห้อง ซึ่งตอนนี้มีแค่ไฟดวงเล็ก ๆ ส่องให้เห็นว่าบนเวทีด้านหน้าที่มีไว้สำหรับโชว์นั้นยังว่างเปล่า
แต่เนื้อความในคำพูดของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาพลันขมวดคิ้ว พยัคฆ์หันไปมองเธออย่างตั้งคำถาม ไม่ได้ใส่ใจพนักงานที่กำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มแต่อย่างใด
“เธอไม่เคยทำงานที่นี่เหรอครับ”
ด้านนภาได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าพลางยิ้มกริ่ม รีบโน้มตัวมาป้องปากเชียร์สุดฤทธิ์
“คนนี้ใหม่เอี่ยมแกะกล่องค่ะคุณเสือ เห็นว่าไม่เคยทำงานนี้ด้วยนะคะ เป็นเพื่อนเด็กของนภานี่แหละ บังเอิญได้เจอเมื่อหลายเดือนก่อน ชวนมาทำงานด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่เพิ่งจะยอมมา”
“อ๋อครับ”
ไม่ต้องถามให้มากมายว่าเพื่อนเธอที่ว่าเป็นใคร เพราะเขาก็รู้แน่ ๆ อยู่แล้วว่าเป็น ‘เด็กกู’ ของทิโมธีนั่นแหละ
พยัคฆ์ไม่คิดจะสนใจเรื่องเพื่อนเธอหรอก เพราะเขาสนใจที่คุณนภาบอกว่าไม่เคยทำงานที่นี่มากกว่า เนื่องจากไปสอดคล้องกับที่ทิโมธีบอกว่าเธอกำลังร้อนเงินพอดี
ตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานที่นี่แค่ต้องการใช้เงินด่วน แบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทิโมธีถึงต้องต่อสายตรงจากจีนมา ทั้งที่วันนี้มันก็จะบินมาไทยอยู่แล้ว
เพราะไม่เคยขายนี่เอง
“ใกล้เวลาโชว์เริ่มแล้ว อย่างนั้นนภาขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ”
บอกลาเขาแล้ว คุณนภาก็พาตัวเองออกไปด้านนอกไปพร้อมกับพนักงานเสิร์ฟ ทำให้ในห้องนั้นเหลือแค่พยัคฆ์ในฐานะลูกค้าที่ยังนั่งอยู่
ประตูปิดลงไม่นาน ไฟส่วนที่เขานั่งอยู่ก็ถูกหรี่ให้มืดลงไปอีก ทว่าไฟสปอตไลท์ที่ส่องยังเวทียกระดับเล็ก ๆ ด้านหน้านั้นกลับสว่างจ้าขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในห้องทำเอาก้อนเนื้อในอกของชายหนุ่มที่นั่งเอนพิงพนักโซฟาอยู่นั้นเริ่มเต้นถี่อย่างตื่นเต้น ดวงตาคมจับจ้องไปบนเวทีนั้นเขม็ง
เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ประตูหลังเวทีก็เปิดออก ก่อนที่หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวในชุดวาบหวิวจะเดินขึ้นมาหยุดที่เสาโพลแดนซ์ เขามองเห็นใบหน้าของเธอไม่ชัดนัก
เนื่องจากมีผ้าบางปักเลื่อมปิดบังครึ่งล่าง
“สวัสดีค่ะ คุณพยัคฆ์”
“สวัสดีครับ”
เธอสวมเพียงบราตัวเล็กบาง ๆ ที่แทบจะปิดอะไรไม่ได้ ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าหน้าอกใหญ่เต็มไม้เต็มมือ ส่วนท่อนล่างสวมจีสตริง รอบเอวมีสร้อยลูกปัดสีทองห้อยลงมาคลอเคลียบั้นท้ายงอนงาม
ภาพตรงหน้าชัดว่าเธอหุ่นดีมาก ดีกว่าที่เขาจินตนาการจากที่เห็นในรูปไปมากโข แม้แต่เสียงตอนเอ่ยปากเมื่อครู่ก็หวานกว่าที่เคยคิดเอาไว้ไปไกล ดูท่าตอนที่ครางคงจะน่าฟังดีพิลึก
เห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจลงอย่างผ่อนคลาย หันไปหยิบแก้วไวน์มาแกว่งก่อนจะยกดื่ม สายตากวาดไปทั่วร่างก่อนจะเจาะจงเป็นพิเศษที่สะโพกกลมกลึงน่าเคล้น
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากหยัก...
ทิโมธีมันรู้ใจเขาจริง ๆ ถึงส่งเด็กคนนี้มาให้ สงสัยต้องตอบแทนหนัก ๆ เสียแล้ว