1 ถูกยึดอำนาจ (1)
ในช่วงกลียุค รัชศกหานอี้ ของราชวงศ์หานมีเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง บ้านเมืองไม่สงบข้าวยากหมากแพงจากภัยสงคราม อดีตฮ่องเต้เฉิงหานอี้ในครานั้นได้เกณฑ์กองกำลังไพร่พลหนึ่งแสนกว่านายและได้ยกกองทัพเพื่อกำราบชาวแคว้นทุ่งหญ้าในเขตชายแดนตอนใต้ของเมืองวาหยวน แต่ทว่าอดีตฮ่องเต้มิสามารถต่อกรกำราบได้ กองกำลังส่วนใหญ่เริ่มถอดใจยอมแพ้ฮ่องเต้เฉิงหานอี้จึงตัดสินใจถอยทัพและเร่งฝีเท้าไปยังชานเมืองวาฉีที่อยู่ห่างกับเมืองวาหยวนเพียงยี่สิบลี่[1] เพื่อที่จะไปพึ่งพาท่านอัครเสนาบดีซางที่เวลานั้นเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้น แต่ทว่าใต้เท้าซางที่อยู่ใต้อำนาจของใต้เท้าเกา อดีตฮ่องเต้จึงถูกข้าราชบริพารชั้นสูงอย่างเกาจางหมิงที่ดำรงตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีที่มีกองกำลังทหารในกำมือทั้งหมดจึงได้สังหารฮ่องเต้เฉิงหานอี้พร้อมโป้ปดว่าฮ่องเต้เฉิงหานอี้ได้สิ้นชีพในสนามรบ
เมื่อฮ่องเต้เฉิงหานอี้สวรรคต บ้านเมืองจึงเริ่มสั่นคลอนไม่มีประมุขคุ้มครองแคว้นในเวลานั้นจึงได้แต่งตั้งโอรสเพียงพระองค์เดียวของอดีตฮ่องเต้ที่มีอายุเพียงสามชันษาที่ได้เกิดจากพระสนมเอกที่เจ็บป่วยตายจากยาพิษในระยะเวลาไม่ห่างกับฮ่องเต้ที่ถูกสังหาร แน่นอนว่าฮ่องเต้องค์น้อยที่มีอายุเพียงสามชันษามิมีความสามารถพอที่จะตัดสินงานราชการได้ ผู้ที่ได้เป็นฮองเฮาแต่ขณะนี้ได้ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็นไทเฮาเสียแล้ว ไทเฮาผู้นี้จึงได้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้องค์น้อยผู้นี้เสมอมา ราชวงศ์หานจึงถูกยึดครองอำนาจด้วยทางอ้อมโดยปริยาย และยังมีเชื้อพระวงศ์ที่หลงเหลืออีกหนึ่งชีวิตนั่นก็คือพระอนุชาของอดีตฮ่องเต้ที่มีอายุเพียงสิบสองชันษาที่เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ ไทเฮาจึงได้ไว้ชีวิตองค์ชายผู้นี้และได้แต่งตั้งเป็นท่านอ๋องในเวลาต่อมา
ยี่สิบปีผ่านไป...
รัชศกหานอวี้ ฮ่องเต้หนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาที่บัดนี้มีอายุยี่สิบสามชันษานั่งบนแท่นบัลลังก์มังกรสูงสุดภายในท้องพระโรงราชสำนัก ทว่ามีไทเฮาประทับอยู่ด้านหลังของฮ่องเต้มีเพียงฉากผ้าโปร่งบาง ๆ กั้นระหว่างพระองค์เท่านั้น เหล่าขุนนางข้าราชการบริพารได้เดินทางว่าราชการมากมายได้แบ่งเป็นสองฝ่ายนั้นก็คือใต้เท้าซางที่ได้รับตำแหน่งอัครเสนาบดีฝ่ายขวา อีกฝ่ายหนึ่งคือใต้เท้าซ่งที่ได้รับตำแหน่งอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย และมีท่านราชครูเกาจางหมิงผู้ที่เป็นน้องชายของไทเฮายืนข้างพระวรกายฮ่องเต้หนุ่มเพียงยืนลงต่ำมาลงมาหนึ่งขั้น และลำดับรองลงมาก็คือท่านอ๋องเฉิงหานซั่ว
เมื่อฮ่องเต้ได้เติบโตเป็นหนุ่มเต็มวัยก็ถือคราวที่จะต้องอภิเษกสมรส พระองค์เองก็ได้มีใจให้กับบุตรสาวของใต้เท้าหวางที่เป็นขุนนางใต้เท้าที่ได้รับตำแหน่งเสนากรมโยธาที่ได้ยืนอยู่ฝ่ายอัครเสนาซาง บุตรสาวของเสนาหวางผู้นี้นั้นช่างหยิ่งจองหอง เอาแต่ใจยิ่งนักจึงมีเรื่องให้จวนใต้เท้าหวางให้ว้าวุ่นทุกครา นางมักจะมีเรื่องกับฮูหยินรองของจวน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาเลี้ยงถึงนางจะร้ายกาจเพียงใดก็เป็นหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของอดีตท่านราชครูของฮ่องเต้องค์ก่อนที่มีศักดิ์เป็นท่านปู่ของนาง ทว่าบัดนี้ท่านราชครูหวางไชมู่มีอายุขึ้นมากจึงได้อำลาตำแหน่งและออกไปใช้ชีวิตที่บั้นปลายที่เมืองฉ๋ายที่อยู่เขตตอนเหนือของแคว้น ขณะที่ไทเฮาคิดจะรับหลานสาวของตนที่เป็นบุตรสาวของน้องชายอย่างเกาจางหมิง ที่ได้เลื่อนขั้นเป็นที่ปรึกษาและยังมีหน้าที่เป็นท่านราชครูของฮ่องเต้ที่คอยชี้แนะและจัดแจงแทนฮ่องเต้หนุ่ม
ในเมื่อฮ่องเต้หนุ่มมีใจให้บุตรสาวของขุนนางในวัง ไทเฮาจึงได้วางแผนเชิญหลวงจีนเข้ามาทำนายดวง ถูกจังหวะขณะที่ท่านอ๋องได้ล้มป่วยพอดี ไทเฮาจึงได้เชิญหลวงจีนทำนายดวงชะตาของท่านอ๋องแทน
แค่ก ๆ ๆ ท่านอ๋องที่ได้อยู่ภายในท้องพระโรงด้วยสีหน้าซีดเผือด ส่งเสียงไอออกมาราวกับได้ไข้
“เสด็จอาท่านไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากไม่ไหวเสด็จอาเชิญกลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้หนุ่มได้เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมจะกลับไปพักผ่อนก่อนได้อย่างไรกัน” ท่านอ๋องเอ่ยพร้อมประสานมือ เพราะถึงอย่างไรหลานชายของเขาก็เป็นประมุขของแคว้น
“มิเป็นไรหลานไม่ถือสา เสด็จอากลับไปพักเถิด”
“ดูท่าแล้วหลายวันนี้ท่านอ๋องอาการจะเริ่มทรุดลงทุกวัน ๆ ท่านหมอหลายท่านที่ได้ทำการรักษาก็หมดหนทางเสียแล้ว แต่เอาเถิดข้าได้เชิญท่านหลวงจีนมาทำนายดวงให้ท่านอ๋องแล้ว”
“ไปเชิญหลวงจีนมา” ใต้เท้าเกาได้ยินดังนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นมา
“ขอรับ” ขันทีนอบน้อมรับคำสั่งจึงได้ออกจากท้องพระโรงไปไม่นาน ก็ได้เดินนำหน้าหลวงจีนสวมอาภรณ์สีเทาเข้มคล้องสร้อยลูกประคำเรียงร้อยยาว ศีรษะเกลี้ยงเกลาไร้เส้นผม มือข้างขวาได้ถือไม้เท้าที่เรียกว่าขักขระ[2] และมือข้างซ้ายได้ยกขึ้นพนมหนึ่งข้างกลางอก เวลาเดินเข้ามายังท้องพระโรงต่างได้ยินเสียงจากขักขระที่มีโลหะห้อยลงมากระทบกัน
“อมิตาภพุทธ” หลวงจีนเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ
“หลวงจีนเชิญท่านตรวจดวงชะตาให้กับท่านอ๋องด้วยเถิด” ไทเฮาไม่รีรอให้มากความจึงได้เอ่ยขึ้นมา
“พ่ะย่ะค่ะไทเฮา” หลวงจีนเริ่มขีดเขียนทำนายดวงชะตานับมือนับไม้พลางหลุบตาลงอย่างเชื่องช้าและจึงค่อย ๆ ขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมา เหล่าขุนนางที่อยู่ภายในนั้นต่างเงียบกริบรอฟังคำทำนายพร้อม ๆ กัน
“กระหม่อมตรวจดวงชะตาให้ท่านอ๋องเสร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ได้การว่าอย่างไรหรือ” ไทเฮาเอ่ยอย่างกรุ้มกริ่ม
“ดวงชะตาของท่านอ๋องนั้นมิพ้นปีนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ปัง “เหลวไหล” ฮ่องเต้หนุ่มง้างฝ่ามือฟาดไปยังโต๊ะดังพลันลุกขึ้นมา ท่านราชครูเกาเห็นดังนั้นจึงได้เอ่ยเตือนสติฮ่องเต้ผู้นี้
“ฝ่าบาทระงับโทสะด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“อืมเป็นจริงดังท่านราชครูว่าฝ่าบาทพระทัยเย็นลงก่อน” ไทเฮาเห็นกิริยาฮ่องเต้เป็นดังนั้นจึงได้เอ่ยขึ้นมาบ้าง ฮ่องเต้หนุ่มจึงลดละอารมณ์พลุกพล่านลง
“พ่ะย่ะค่ะเสร็จแม่” ฮ่องเต้เอ่ยจบจึงได้ค่อย ๆ นั่งลง
“เชิญหลวงจีนกล่าวต่อเถิด” ไทเฮาได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
หลวงจีนที่ได้ยินเสียงฮ่องเต้ตบโต๊ะดังแต่ก็ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่อย่างใด ทว่าคราแรกไทเฮาเป็นผู้ว่าจ้างตนมาก็จริง หากตนไม่ทำตามประสงค์แน่นอนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของอำนาจได้กำจัดหลวงจีนอย่างตนเป็นแน่ คราแรกหลวงจีนผู้นี้จะไม่ยอมรับคำเชิญเสียด้วยซ้ำเพราะผิดวินัยของสงฆ์ ทว่าไทเฮาได้เชิญเขาให้มาตรวจดวงชะตาของท่านอ๋อง หลวงจีนท่านนี้จึงได้ตอบตกลงและเดินทางเข้ามา และมิได้เกรงกลัวถูกกำจัดหรือโทษประหารจากไทเฮาแต่อย่างใด หลวงจีนเขานั้นเข้ามาเพราะเขาตั้งใจเข้ามาตรวจดวงชะตาของท่านอ๋องตามสัตย์จริง
“อมิตาภพุทธ.. ถึงแม้ท่านอ๋องจะไม่มีอายุยืนยาวแต่ทว่ามีวิธีเสริมดวงแก้เคล็ดให้ท่านอ๋องมีอายุยืนยาวได้”
“มีวิธีแก้เคล็ดหรือเชิญหลวงจีนกล่าวมาเถิด...ต่อให้เราพลิกแผ่นหาเราก็จะทำ หากทำให้เสด็จอาของเรามีชีวิตอยู่ต่อได้” ฮ่องเต้ได้ยินว่าพอมีวิธีแก้แววตาจึงเปล่งประกายขึ้นมา ทว่าผู้ที่ถูกทำนายดวงโชคชะตานั้นกลับยืนนิ่งเฉยรอฟังเรื่องที่น่าตลกขบขัน
“กระหม่อมได้ยินมาว่าคุณหนูสี่สกุลหวางเกิดในวันไหว้พระจันทร์[3] ต่างก็มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเทพธิดาฉางเอ๋อผู้ที่ได้ดื่มน้ำอมฤทธิ์ที่ทำให้เป็นอมตะ หากได้คุณหนูสี่สกุลหวางมาอภิเษกกับท่านอ๋องดวงของนางจะสามารถแก้เคล็ดให้ท่านอ๋องมีอายุยืนยาวได้” หลวงจีนเอ่ยออกมาตามสัตย์จริง ฮ่องเต้หนุ่มได้ยินดังนั้นจึงกำหมัดแน่นและตัวสั่นระริกขึ้นมา
“วิธีนี้ก็เป็นการดีเพคะฝ่าบาท” คำทำนายและวิธีแก้จึงได้เข้าทางจากผู้คนสกุลเกาอย่างไทเฮาและท่านราชครู
“ท่านเห็นความว่าอย่างไรใต้เท้าหวาง” ไทเฮาที่ได้อยู่ด้านหลังแท่นที่นั่งมังกรจึงได้เอ่ยถามใต้เท้าหวางผู้ที่เป็นบิดาของคุณหนูสี่สกุลหวาง ใต้เท้าหวางจึงครุ่นคิดอยู่สักครู่ พลันนึกถึงความร้ายกาจของบุตรสาวก็เกรงกลัวว่านางจะนำเอาความเดือดร้อนมาให้จวนของตน และอีกทั้งบุตรสาวของตนยังมีใจให้กับฮ่องเต้หนุ่ม แต่ผู้ใดจะกล้าขัดคำของไทเฮาผู้นี้ได้ และดูท่าทางแล้วคงคิดจะกำจัดบุตรสาวของตนให้พ้นทางเสียมากกว่า ใต้เท้าหวางสลัดความคิดออกจากหัวจึงได้อ้าปากเอ่ยขึ้นมา
“เอ่อ..หากบุตรสาวของกระหม่อมสามารถทำให้ท่านอ๋องมีอายุยืนยาวได้กระหม่อมก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทมีความคิดเห็นเช่นไรหากท่านอ๋องได้อภิเษกกับคุณหนูสกุลหวางแล้วเสด็จอาของฝ่าบาทก็ได้มีอายุยืนยาว” ไทเฮาเอ่ยขึ้นมาราวกับยัดเหยียดการตัดสินใจให้กับตน หากจะเอ่ยเช่นนี้มิต้องถามตนก็ได้กระมัง ฮ่องเต้หนุ่มกำหมัดขบกรามแน่นขึ้นมา
“หากทำให้เสด็จอามีอายุยืนยาวได้ก็ลูกก็จะทำตามความประสงค์ของเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” ช่างน่าขันนักเขาเป็นถึงประมุขของแคว้นยังจะต้องฟังคำฟังของสตรีดั่งเช่นไทเฮาผู้นี้ ไม่ต่างอะไรกลับหุ่นเชิดเสียจริง
“ดี เอาตามนี้ละกันฝ่าบาททรงออกราชโองการสมรสให้กับท่านอ๋องกับคุณหนูสี่หวางเถิด” ไทเฮาได้กำจัดคุณหนูสี่สกุลหวางเรียบร้อยแล้วนั้นจึงได้ลุกออกจากฉากขว้างกั้นและเดินออกจากท้องพระโรง
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” ฮ่องเต้หนุ่มน้อมรับอย่างจำใจ
“น้อมส่งไทเฮา” เหล่าราชบริพารเอ่ยน้อมส่งไทเฮาอย่างพร้อมเพรียง
__________
1. หลี่ หรือ ลี้ คือ การนับระยะเวลาของจีนโบราณ โดย 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร
2. ขักขระ เป็นหนึ่งในอัฏฐารสบริขาร (***) หรือเครื่องใช้ 18 อย่างของพระภิกษุ (ระบุในพรหมชาลสูตรฝ่ายมหายาน) สำหรับใช้ถือมือขวาเวลาออกบิณฑบาต (มือซ้ายถือบาตร) เมื่อไปถึงบ้านโยม พระสงฆ์จะเขย่าขักขระ 3 ครั้งบอกว่าพระมาโปรดแล้ว ถ้าโยมยังไม่ออกมาจะเขย่าให้เกิดเสียงอีกเล็กน้อย
3. วันไหว้พระจันทร์ เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นในกลางฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ ตำนานเล่าขานกันว่า เทพธิดาฉางเอ๋อ ซึ่งเป็นหญิงที่มีความงดงามมาก นางเป็นภรรยาของขุนนางจีนท่านหนึ่ง หลังจากที่นางทานยาวิเศษเข้าไป นางก็เหาะขึ้นไปอยู่บนพระจันทร์ภายหลังนางกลายเป็นอมตะหลังจากที่ได้ดื่มน้ำอมฤตของเทพธิดาองค์หนึ่งบนสวรรค์ กล่าวกันว่าเทพธิดาฉางเอ๋อมีน้ำใจเมตตาเอื้ออารีมาก พอถึงฤดูกาลเพาะปลูกนางก็จะประพรมน้ำอมฤตลงมาบนพื้นโลกและนี่ก็นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาวไร่ชาวนาทั้งมวล
-------------
ไรท์เกรงกลัวว่ารี้ดจะรอคอยนานจึงอัปลง 1 ตอนพอเป็นน้ำจิ้มก่อนนะคะ