EP.1ซื้อฉันด้วยซองนี้พอค่ะ
ชาวี คูดิโคลวา จรดลายเซ็นลงบนหนังสือสัญญากับบริษัทคู่ค้า ใบหน้าหล่อคมเข้มดูลงตัวตามแบบฉบับลูกครึ่งระหว่างเอเชียและยุโรป ร่างสูงของเขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตด้านในที่ปลดกระดุมเม็ดที่สามทำให้เห็นขนหน้าอกรำไร รอยสักที่ลากยาวจากลำคอหายเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวนั้น
นักธุรกิจหนุ่มกำลังเจรจาในการซื้ออาวุธเข้ากองทัพ โดยผู้เกี่ยวข้องโดยตรงของรัฐบาล ตรงหน้าเขาคือ นิโคไล ดิมิทรี นักการเมืองจากรัฐบาลหนึ่ง ที่ขอเข้าพบและเจรจาการลงทุนต่างๆในกองทัพ รวมไปถึงผลประโยชน์มากมายมหาศาลที่เขาและบริษัทจะได้รับ การเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ เกิดขึ้นในโรงแรมระดับเวิร์ล คลาส ในกรุงปารีส และเพราะเป็นการเจรจาที่ไม่เป็นทางการนี้เอง บุรุษมีอายุผู้นี้จึงพาเด็กสาววัยขบเผาะมาด้วย สาวเจ้านั่งข้างๆนิโคไลแต่สายตากลับจดจ้องมายังชาวี
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณชาร์ลร่วมลงทุนกับบริษัทของเรา” นิโคไลเอ่ยขึ้น แม้อายุจะมากกว่าชาวีเกือบสองรอบ ทว่าด้วยบารมีและอิทธิพลของชายหนุ่มรุ่นหลานกลับทำให้เขายอมจะเป็นคนเอ่ยปากหว่านยาหอมออกมาก่อน
“ท่านก็พูดเกินไปครับ ขอบคุณที่ไว้ใจให้บริษัทของผมเป็นผู้สนับสนุนของกองทัพนะครับ เอาเป็นว่า รถถังที่จะสั่งรอบต่อไป ผมจะให้ราคากันเอง ถือว่าเป็นการตอบแทนดีไหมครับ”
นิโคไลตบเข่าดังฉาด ผู้อาวุโสหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ ชาวีเป็นนักธุรกิจเต็มตัว เขากล้าได้กล้าเสีย เอาใจซื้อใจ นี่ถึงเป็นคำตอบว่าทำไมกองทัพหลายๆกองทัพทั่วโลกต่างไว้ใจและกระเสือกกระสนจะร่วมธุรกิจกับเขา ... ชาวี
“ถ้าอย่างนั้น ผมของเชิญคุณชาร์ลร่วมรับประทานอาหารที่ด้านล่างของโรงแรมนะครับ กุ้งล็อบสเตอร์จากสแกนดิเวียกำลังรอคุณอยู่” นิโคไลเอ่ยขึ้นพลางจับมือกระชับความสัมพันธ์ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆพลางจับมือตอบ
“ถ้าอย่างนั้นผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ ถ้าเสร็จธุระแล้วจะตามลงไป”
สิ้นคำพูด ชายหนุ่มหันไปมองเด็กสาวอย่างเชิญชวนก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องประชุม
ชาวีเข้ามาในห้องน้ำชายของโรงแรมพร้อมกับยืนพิงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง เขายกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมาดู เข็มวินาทีกำลังเดินไปตามจังหวะ ...
สาม ...
สอง ...
หนึ่ง ...
แกร๊ก ...
ร่างบอบบางอ้อนแอ้นของเด็กสาวร่วมโต๊ะมาหยุดยืนต่อหน้า หล่อนจัดการล็อกลูกบิดประตูพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวคนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อราเชล ...”
คนเจ้าของชื่อบดเบียดหน้าอกคู่งามลงกับอกแกร่งของชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าคร้ามคมของชาวีอย่างหลงใหล
“ใบหน้าของคุณ จมูก ตา ปากของคุณ กำลังทำให้ฉันคลั่ง ... รู้ตัวไหมคะ” ราเชลมองคนตรงหน้าด้วยดวงตายั่วยวน
“ผมไม่นิยมเอาเมียใคร ... โดยเฉพาะเมียของลูกค้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือหนาลูบไล้เรียวแขนสวยของราเชลอย่างเพลินมือ อันที่จริงเขาไม่เกี่ยงว่าผู้หญิงแสนสวยตรงหน้าจะเป็นลูกใคร เมียใคร เพราะเซ็กซ์มันคือความพอใจของทั้งสองฝ่าย เธอก็วิน เขาก็วิน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพียงแต่ชาวีอยากจะรู้ว่าแม่สาวน้อยตรงหน้าจะมีวาจาชวนให้เขาร่วมรักกับเจ้าหล่อนอย่างไร
สิ่งหนึ่งที่เขาโปรดปราน คือ เสียงอ้อนวอนขอร่วมรักจากหญิงสาว !
ราเชลปรายตามองฝ่ามือหนาของคนตรงหน้าที่สาละวนอยู่กับเรียวแขนของเธอ ร่างอวบอัดยิ่งบดเบียดแนบชิดเข้ากับร่างสูง ความกำยำของชาวีล้นทะลักออกมาจากเป้ากางเกงจนคนเว้าวอนถึงกับสูดปาก แม้มันจะยังไม่ตื่นจากการหลับไหลทว่ามันกลับคับตุงออกมาจนหัวใจสาวเต้นระรัว
ราเชลแนบกายลงกับอกแกร่ง มือบางค่อยๆเอื้อมไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังของชาวี “งั้นก็คิดเสียว่าคุณซื้อฉันสิคะ ชาร์ล”
“โถ่ ที่รัก ... คุณสวยขนาดนี้ผมจะต้องซื้อคุณด้วยเงินมากมายขนาดไหนกัน หืม?”
เสียงทุ้มกระซิบพร่าตรงข้างหูสาว กลิ่นน้ำหอมของราเชลช่างยั่วยวนใจคล้ายกับรูปร่างหน้าตาของเธอ ชาวีมองเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า ก่อนจะไล่ลงมายังริมฝีปากอิ่ม ลำคอระหง ก่อนจะมาหยุดที่หน้าอกอิ่มที่ล้นออกมาจากเกาะอกสีเนื้อนั้น ...
“สำหรับคุณ ... ซื้อฉันด้วยซองนี้ก็พอค่ะ”
หล่อนหยิบซองถุงยางอนามัยที่ชายหนุ่มพกมันไว้ในกระเป๋ากางเกง ชาวีกระตุกยิ้มถูกใจเมื่อเจอสาวไฟแรงสูง โดยปกตินอกจากปืนคู่ใจและมีดพกแล้ว ชายหนุ่มมักจะพกถุงยางอนามัยติดตัวไว้เสมอ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด มันจะได้ป้องกันไว้ดีกว่าตามแก้ทีหลัง ... อย่างเช่นครั้งนี้ ...
ในเมื่อสาวเจ้าเชิญชวนขนาดนี้ หากจะปฏิเสธก็ดูจะหักหาญน้ำใจกันเกินไป ร่างสูงจึงออกแรงพลิกคนร่างบางให้มาอยู่ด้านในชิดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ชาวีไล่ปลายจมูกลงกับซอกอกสะบึม เสียงลมหายใจฟืดฟาดชวนปลุกอารมณ์ให้เร่าร้อนก่อนเริ่มเกม ชายหนุ่มยกสะโพกได้รูปของราเชลให้ไปนั่งบนนั้น แม่สาวน้อยชาวรัสเซียสยายผมพร้อมกับใช้ปากแกะซองถุงยางอนามัยอย่างไม่รอช้า
“ฉันฝันมาตลอดว่าจะได้ร่วมรักกับคุณสักครั้ง ดังนั้น วันนี้ ตอนนี้ ได้โปรดรุนแรงกับฉันเถอะนะคะ !”
.
อีกซีกโลกหนึ่ง
พระอาทิตย์ที่ร้อนในยามเที่ยงตรงทำให้เด็กสาวในชุดเสื้อผ้าซอมซ่อขาดๆยกมือปาดเหงื่อที่กำลังไหลอาบแก้ม มือเล็กหยิบหมวกใบกว้างที่วางอยู่บนศีรษะพัดแทนพัดลมเพื่อหวังจะให้บรรเทาความร้อนในยามกลางวันลงไปได้บ้าง
แม้การทำงานในที่ที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน ในยามค่ำคืนเธอยังทำงานเป็นพนักงานเสริฟอาหารในร้านอาหาร My Chill pub&restaurants ซึ่งมีเจ๊จูดี้ หรือ จักรวาล สาวประเภทสองที่เธอรักและนับถือเป็นเจ้าของร้าน
ลลิล การุณวิทย์ มองพวงมาลัยดอกมะลิที่กำลังจะเริ่มเหี่ยวเฉา วันนี้เธอเพิ่งขายมันได้เพียงห้าพวงเท่านั้น เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างน้อยใจในโชคชะตา เธอวางหมวกใบนั้นลงบนแคร่ไม้น้อยๆที่ใช้พักพิงริมทาง ก่อนจะหันพัดลมเข้าหาน้องชายของตนที่กำลังหลับปุ๋ย
เด็กชาย จงรักษ์ วัยสิบขวบ เด็กชายที่ทำงานเกินวัยเพราะความจนที่บีบบังคับ น้องชายของเธอไม่เคยมีโอกาสได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนหรือแม้แต่ได้กินไก่ทอดในห้างสรรพสินค้าอย่างที่เด็กหลายๆคนชอบ จงรักษ์ต้องรีบกลับมาจากโรงเรียนเพื่อพับถุงกระดาษขาย ลำพังถุงกระดาษเองก็ใช่ว่าได้ใบละห้าบาท สิบบาทเสียเมื่อไหร่ เด็กชายจึงต้องนั่งพับถุงกระดาษนั้นให้ครบหนึ่งร้อยใบเพื่อแลกกับเงินสิบห้าบาท ในช่วงเช้าตรู่ จงรักษ์รับจ้างปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ให้กับหมู่บ้านคนรวยตรงด้านหน้าของตลาด แม้น้องของเธอจะไม่บ่นว่าเหนื่อยแต่เธอเป็นพี่ ทำไมจะไม่รู้ว่าเด็กชายโหยหาความสนุกในวัยเด็กเพียงใด
ลลิลก้มลงหอมแก้มน้องชายวัยสิบขวบของเธอด้วยความรักพลางปัดแมลงหวี่แมลงวันให้คนที่นอนหลับอย่าไม่นึกเบื่อหน่าย สายตาเธอยามทอดมองน้องชายมันเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
“เก่งจังน้องพี่ พี่จะทำงานให้หนักเพื่อส่งรักษ์เรียนให้สูงๆ รักษ์จะได้ไม่ลำบากอย่างพี่”
ด้วยเกรดเฉลี่ยระดับ 4.00 ของจงรักษ์ทำให้คนเป็นพี่อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ผลการสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยของเธอจะผ่านคณะกรรมการจนได้สิทธิ์เข้าเรียน ทว่า หากเธอให้เวลากับการเรียนเต็มเวลานั่นก็หมายถึง เธอจะไม่มีโอกาสได้ทำงานอย่างเต็มเวลาแบบนี้เช่นกัน วันนี้เป็นวันรายงานตัวกับทางมหาวิทยาลัย ลลิลจึงตัดสินใจทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อสานฝันให้กับจงรักษ์แทน
มือบางวางใบเกรดที่เจ้าน้องชายตัวดีเอามาอวดก่อนจะหยิบหมวกใบเดิมออกไปเร่ขายพวงมาลัยตรงสี่แยกทันทีที่สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง ลลิลยกมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามไรผม ใบหน้าสวยแดงก่ำเพราะพิษอากาศที่ร้อนจัดในยามเที่ยงวันของกรุงเทพมหานคร